ข้ามไปเนื้อหา

ชวน หลีกภัย

หน้าถูกถูกกึ่งป้องกัน
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ชวน หลีกภัย
ชวน ในปี พ.ศ. 2552
นายกรัฐมนตรีไทย คนที่ 20
ดำรงตำแหน่ง
9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540  9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544
(3 ปี 3 เดือน)
กษัตริย์พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
รอง
ก่อนหน้าชวลิต ยงใจยุทธ
ถัดไปทักษิณ ชินวัตร
ดำรงตำแหน่ง
23 กันยายน พ.ศ. 2535  13 กรกฎาคม พ.ศ. 2538
(2 ปี 9 เดือน 20 วัน)
รอง
ก่อนหน้าอานันท์ ปันยารชุน
ถัดไปบรรหาร ศิลปอาชา
รองนายกรัฐมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
29 ธันวาคม พ.ศ. 2532  26 สิงหาคม พ.ศ. 2533
(7 เดือน 28 วัน)
นายกรัฐมนตรีชาติชาย ชุณหะวัณ
ก่อนหน้าพิชัย รัตตกุล
ชาติชาย ชุณหะวัณ
พงส์ สารสิน
สนธิ บุณยะชัย
เทียนชัย ศิริสัมพันธ์
ถัดไปประมวล สภาวสุ
สนั่น ขจรประศาสน์
มานะ รัตนโกเศศ
ทองหยด จิตตวีระ
อาทิตย์ กำลังเอก
ประธานรัฐสภาไทย และ
ประธานสภาผู้แทนราษฎร
ดำรงตำแหน่ง
28 พฤษภาคม พ.ศ. 2562  20 มีนาคม พ.ศ. 2566
(3 ปี 9 เดือน 20 วัน)
กษัตริย์พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
นายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา
รอง
ก่อนหน้าพรเพชร วิชิตชลชัย
(ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ)
ถัดไปวันมูหะมัดนอร์ มะทา
รองประธานรัฐสภาไทย และ
ประธานสภาผู้แทนราษฎร
ดำรงตำแหน่ง
4 สิงหาคม พ.ศ. 2529  29 เมษายน พ.ศ. 2531
(1 ปี 8 เดือน 25 วัน)
นายกรัฐมนตรีเปรม ติณสูลานนท์
รองชุมพล ศิลปอาชา
(รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1)
ใหม่ ศิรินวกุล
(รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2)
ก่อนหน้าอุทัย พิมพ์ใจชน
ถัดไปปัญจะ เกสรทอง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ดำรงตำแหน่ง
14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540  17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544
(3 ปี 3 เดือน 3 วัน)
นายกรัฐมนตรีตนเอง
รัฐมนตรีช่วยวัฒนชัย วุฒิศิริ
ก่อนหน้าชวลิต ยงใจยุทธ
ถัดไปชวลิต ยงใจยุทธ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ดำรงตำแหน่ง
26 สิงหาคม พ.ศ. 2533  9 ธันวาคม พ.ศ. 2533
(3 เดือน 13 วัน)
นายกรัฐมนตรีชาติชาย ชุณหะวัณ
รัฐมนตรีช่วยประยุทธ์ ศิริพาณิชย์
สุทัศน์ เงินหมื่น
ก่อนหน้าสนั่น ขจรประศาสน์
ถัดไปณรงค์ วงศ์วรรณ
ดำรงตำแหน่ง
19 ธันวาคม พ.ศ. 2524  19 มีนาคม พ.ศ. 2526
(1 ปี 3 เดือน)
นายกรัฐมนตรีเปรม ติณสูลานนท์
รัฐมนตรีช่วยปรีดา พัฒนถาบุตร
บุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ
ก่อนหน้าอาณัติ อาภาภิรม
ถัดไปณรงค์ วงศ์วรรณ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ดำรงตำแหน่ง
4 สิงหาคม พ.ศ. 2531  29 ธันวาคม พ.ศ. 2532
(1 ปี 25 วัน)
นายกรัฐมนตรีชาติชาย ชุณหะวัณ
รัฐมนตรีช่วยสุทัศน์ เงินหมื่น
ประสงค์ บูรณ์พงศ์
ก่อนหน้าเทอดพงษ์ ไชยนันทน์
ถัดไปมารุต บุนนาค
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ดำรงตำแหน่ง
7 พฤษภาคม พ.ศ. 2526  5 สิงหาคม พ.ศ. 2529
(3 ปี 2 เดือน 29 วัน)
นายกรัฐมนตรีเปรม ติณสูลานนท์
รัฐมนตรีช่วยสัมพันธ์ ทองสมัคร
ก่อนหน้าเกษม ศิริสัมพันธ์
ถัดไปมารุต บุนนาค
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ดำรงตำแหน่ง
11 มีนาคม พ.ศ. 2524  19 ธันวาคม พ.ศ. 2524
(9 เดือน 8 วัน)
นายกรัฐมนตรีเปรม ติณสูลานนท์
รัฐมนตรีช่วยประกายพฤกษ์ ศรุตานนท์
ทวี ไกรคุปต์
ก่อนหน้าปุณมี ปุณศรี
ถัดไปปุณมี ปุณศรี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ดำรงตำแหน่ง
3 มีนาคม พ.ศ. 2523  5 มีนาคม พ.ศ. 2524
(1 ปี 2 วัน)
นายกรัฐมนตรีเปรม ติณสูลานนท์
ก่อนหน้ารัตน์ ศรีไกรวิน
ถัดไปมารุต บุนนาค
ดำรงตำแหน่ง
25 กันยายน พ.ศ. 2519  6 ตุลาคม พ.ศ. 2519
(11 วัน)
นายกรัฐมนตรีหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช
ก่อนหน้าประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์
ถัดไปเสมา รัตนมาลัย
ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
ดำรงตำแหน่ง
11 มีนาคม พ.ศ. 2544  3 พฤษภาคม พ.ศ. 2546
(2 ปี 1 เดือน 22 วัน)
นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร
ก่อนหน้าชวลิต ยงใจยุทธ
ถัดไปบัญญัติ บรรทัดฐาน
ดำรงตำแหน่ง
4 สิงหาคม พ.ศ. 2538  8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540
(2 ปี 3 เดือน 4 วัน)
นายกรัฐมนตรีบรรหาร ศิลปอาชา
ชวลิต ยงใจยุทธ
ก่อนหน้าบรรหาร ศิลปอาชา
ถัดไปชวลิต ยงใจยุทธ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
แบบบัญชีรายชื่อ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
6 มกราคม พ.ศ. 2544
(25 ปี 2 เดือน 6 วัน)
แบบสัดส่วน
23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 – 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
(3 ปี 4 เดือน 17 วัน)
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
ดำรงตำแหน่ง
26 มกราคม พ.ศ. 2534  4 พฤษภาคม พ.ศ. 2546
(12 ปี 3 เดือน 8 วัน)
ก่อนหน้าพิชัย รัตตกุล
ถัดไปบัญญัติ บรรทัดฐาน
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด28 กรกฎาคม พ.ศ. 2481 (87 ปี)
อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง ประเทศสยาม
พรรคการเมืองประชาธิปัตย์ (2511–ปัจจุบัน)
คู่อาศัยภักดิพร สุจริตกุล
บุตรสุรบถ หลีกภัย
บุพการี
รัฐบาลคณะรัฐมนตรีเสนีย์ 2 (2518)
คณะรัฐมนตรีเสนีย์ 3 (2519)
คณะรัฐมนตรีเสนีย์ 4 (2519)
คณะรัฐมนตรีเปรม 1 (2523–2526)
คณะรัฐมนตรีเปรม 2 (2526–2529)
คณะรัฐมนตรีชาติชาย 1 (2531–2533)
คณะรัฐมนตรีชวน 1 (2535–2538) (นายกรัฐมนตรี)
คณะรัฐมนตรีชวน 2 (2540–2543) (นายกรัฐมนตรี)
ลายมือชื่อ

ชวน หลีกภัย ท.จ.ว. ม.ป.ช. ม.ว.ม. (เกิด 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2481) เป็นนักการเมืองชาวไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร[a] นายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 20 รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีหลายกระทรวง ประธานรัฐสภาไทยและประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ประวัติ

ชวน เกิดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2481 ที่ตำบลท้ายพรุ (ปัจจุบันอยู่ในเขตตำบลทับเที่ยง) อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง เป็นบุตรคนที่ 3 ในจำนวน 9 คน ของนายนิยม กับนางถ้วน หลีกภัย เมื่อยังเด็กมีชื่อเรียกในครอบครัวว่า “เอียด” หมายถึง เล็ก เนื่องจากเป็นคนรูปร่างเล็ก ด้านครอบครัวมีบุตรกับภักดิพร สุจริตกุล คือ สุรบถ หลีกภัย[1]

สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมวัดควนวิเศษมูลนิธิ และโรงเรียนศิลปศึกษาเตรียมมหาวิทยาลัยศิลปากร และนิติศาสตร์บัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2505 และวิทยาการการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง (วบส.) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และได้รับดุษฎีบัณฑิตจำนวน 22 แห่ง ดังนี้

  1. ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2528
  2. ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2530
  3. ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ พ.ศ. 2536
  4. ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2537
  5. ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล พ.ศ. 2541
  6. ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัย San Marcosสาธารณรัฐเปรู พ.ศ. 2542
  7. ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาปรัชญา การเมืองและเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต พ.ศ. 2545
  8. ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้า พ.ศ. 2547
  9. ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2549
  10. ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2552
  11. ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2552
  12. ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเซีย พ.ศ. 2555
  13. ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ประเภททั่วไป สาขาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต พ.ศ. 2556
  14. ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2557
  15. นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย พ.ศ. 2559
  16. นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2562
  17. ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการบริหารจัดการการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2561
  18. นิเทศศาสตรดุษฎีบัณทิตกิตติมศักดิ์ แขนงวิชานวัตกรรมการสื่อสารทางการเมืองและการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
  19. ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  20. ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสังคม ศาสนา และวัฒนธรรม วิทยาลัยทองสุข
  21. ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาทัศนศิลป์ สถาบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
  22. สถาปัตยกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์

การทำงาน

ชวน ทำงานเป็นทนายความ ต่อมาได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรังสังกัดพรรคประชาธิปัตย์สมัยแรกในปี พ.ศ. 2512 และได้ดำรงตำแหน่งสำคัญในหลายรัฐบาล ชวนขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในปี พ.ศ. 2534

ในเหตุการณ์ 6 ตุลา ถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์พร้อมกับรัฐมนตรีในพรรคประชาธิปัตย์อีก 2 คน คือ ดำรง ลัทธพิพัฒน์ และสุรินทร์ มาศดิตถ์

ชวน ได้รับตำแหน่งทางการเมืองครั้งแรกในสมัยรัฐบาลหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงยุติธรรม แต่มีอันต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากไม่ได้รับความไว้วางใจในสภาระหว่างการแถลงนโยบาย ต่อมาได้รับตำแหน่งเดิมอีกครั้งหนึ่งในรัฐบาลชุดที่ 37 และได้เลื่อนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แต่ต้องสิ้นสุดลงเนื่องจากคณะปฏิวัติเข้ายืดอำนาจ

และต่อมากลับเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมอีกครั้งในสมัยรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ และถูกปรับไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรองนายกรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณตามลำดับ ภายหลังได้ถูกปรับมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จนท้ายสุดก็ต้องถอนตัวออกจากรัฐบาลในเวลาถัดมา

นายกรัฐมนตรีสมัยแรก

การเลือกตั้ง กันยายน พ.ศ. 2535 หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พรรคประชาธิปัตย์ชนะได้ที่นั่งมากที่สุดในสภา โดยได้ ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร 79 ที่นั่ง ชนะพรรคชาติไทยที่ได้ 77 ที่นั่ง ชวนตั้งรัฐบาลผสมกับพรรคความหวังใหม่, พรรคเอกภาพ, พรรคพลังธรรมและพรรคกิจสังคมโดยพรรคชาติพัฒนาเข้าร่วมคณะรัฐมนตรีหลังพรรคความหวังใหม่ออกจากรัฐบาลในช่วงปลายปี พ.ศ. 2537

รัฐบาลชวนสมัยแรกได้มาถึงจุดสิ้นสุด เมื่อสมาชิกคณะรัฐมนตรีไปมีส่วนในเอกสารโครงการปฏิรูปที่ดิน สปก. 4-01 ซึ่งมีการจำหน่ายในจังหวัดภูเก็ต เกิดการวิจารณ์จากสาธารณะและสื่ออย่างหนัก[2] จึงเป็นประเด็นที่ฝ่ายค้านนำโดยบรรหาร ศิลปอาชา ผู้นำฝ่ายค้าน หยิบเป็นประเด็นหลักในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลและได้กำหนดวันลงมติคือวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 ปรากฏว่าพรรคพลังธรรมซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเห็นว่ารัฐบาลตอบคำถามในการอภิปรายไม่ไว้วางใจคลุมเครือไม่ชัดเจน ทางพรรคจึงได้มีมติงดออกเสียงให้รัฐบาล ทำให้ผลการประชุมของพรรคร่วมรัฐบาลที่เหลืออยู่จึงเห็นตรงกันให้มีการยุบสภา ชวนในฐานะนายกรัฐมนตรีจึงประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร และจัดการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2538

นโยบายและผลงานสำคัญ

  • ปฏิรูปที่ดินและเกษตรกรรม – เร่งดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญ
  • นมโรงเรียน & กองทุน กยศ. – เริ่มโครงการนมโรงเรียน และก่อตั้งกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. เพื่อช่วยเหลือนักเรียนทุนต่ำ
  • โครงสร้างพื้นฐานในสังคม – ขยายช่องทางจราจรหลักเป็น 4 ช่องทั่วประเทศ, เริ่มสร้างทางรถไฟรางคู่ และศึกษาการใช้รถไฟฟ้าในประเทศไทย
  • กระจายอำนาจ – หนุนการจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และผลักดันการเลือกตั้ง อบต. ครั้งแรก
  • นโยบายด้านตรวจสอบสิทธิที่ดิน (สปก.4-01) - เร่งรัดการปฏิรูปที่ดินและการออกเอกสารสิทธิ เพื่อกระจายสิทธิการถือครองที่ดินให้กับราษฎรผู้ยากไร้และเกษตรกรที่ครอบครองที่ดินของรัฐประเภทต่างๆ ให้ได้เฉลี่ยปีละ 4 ล้านไร่ ซึ่งนโยบายนี้เป็นที่ถกเถียงกันเป็นวงกว้างในสังคม และรัฐมนตรีบางคนมีส่วนได้ผลประโยชน์ในโครงการนี้ จนนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

นายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง

ชวน ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540[3] – 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 ชวน ได้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีในสมัยที่สอง โดยรับช่วงต่อหลังจากพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ลาออกจากตำแหน่งเนื่องจากเกิดปัญหาเศรษฐกิจอย่างหนักจนต้องลอยตัวค่าเงินบาท ชวนได้แต่งตั้งคณะทำงานด้านเศรษฐกิจที่น่าเชื่อถือจนได้รับความเชื่อถือและเห็นชอบจากสถาบันการเงินนานาชาติและสหรัฐอเมริกา มุ่งไปสู่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ อีกทั้งรัฐบาลผสมก็เอาชนะความพยายามของฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แม้ชวนจะไม่ใช่นักการเมืองที่น่าดึงดูดใจ แต่ก็ได้รับการสนับสนุนและไว้วางใจ เพราะถูกมองว่าซื่อสัตย์ มุ่งปฏิรูประบอบประชาธิปไตยและขจัดการฉ้อราษฎร์บังหลวง[4]

การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในสมัยที่สอง ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เคารพกติกาประชาธิปไตย[5] เนื่องจากรัฐบาลจัดตั้งขึ้น โดยกลุ่มของพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลเดิมสนับสนุนให้พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ดำรงตำแหน่งแทน โดยการสนับสนุนของพรรคความหวังใหม่ (125 คน) พรรคชาติพัฒนา (52 คน) พรรคประชากรไทย (18 คน) และ พรรคมวลชน (2 คน) รวม 197 เสียง ส่วนฝ่ายค้านเดิมนำโดยพรรคประชาธิปัตย์ (123 คน) ร่วมกับพรรคชาติไทย (39 คน) พรรคเอกภาพ (8 คน) พรรคพลังธรรม (1 คน) พรรคไท (1 คน) และพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ได้แก่ พรรคกิจสังคม (20 คน) และพรรคเสรีธรรม (4 คน) สนับสนุนชวน ด้วยเสียงทั้งสิ้นรวม 196 เสียง ซึ่งน้อยกว่าฝ่ายรัฐบาล 1 เสียง[6]

ชวน หลีกภัย กับบิล คลินตัน เมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2542

การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของชวน ก่อให้เกิดกลุ่มการเมืองชื่อ กลุ่มงูเห่า หมายถึง สมาชิกพรรคประชากรไทย 12 คนที่สนับสนุนรัฐบาลโดยคำชวนของพลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ จนถูกพรรคประชากรไทยขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรค และส่งผลให้สิ้นสุดสถานภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามกฎหมาย กลุ่มงูเห่าทั้ง 12 คน ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่ามติดังกล่าวเป็นมติที่ไม่ชอบ ขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 12 คน ยังคงสถานภาพ และหาพรรคใหม่สังกัด[7]

นอกจากกรณีกลุ่มงูเห่าแล้ว ยังมีกรณีรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลที่ได้รับการตัดสินว่ามีความผิดทางการเมืองอีก 2 ท่าน ได้แก่ รักเกียรติ สุขธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและพลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยรักเกียรติ สุขธนะ (พรรคชาติไทย) ได้รับคำพิพากษาตัดสินจาก ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้จำคุกเป็นเวลา 5 ปี ฐานเรียกรับสินบนบริษัทยา ทีเอ็น พี เฮลท์ แคร์ จำกัด ซึ่งนับว่าเป็นรัฐบาลชุดแรกที่รัฐมนตรีร่วมรัฐบาล ได้รับโทษถึงที่สุดให้จำคุกจากการทุจริตในระหว่างการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในคณะรัฐบาล

นอกจากนี้พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ของรัฐบาลชวน และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้รับคำพิพากษาจากศาลรัฐธรรมนูญ ห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเป็นเวลา 5 ปี จากการรายงานบัญชีทรัพย์สินตกหล่น

แม้ว่าชวนจะได้ชื่อว่าเป็นนักการเมืองที่มือสะอาด จนได้รับฉายา Mr. Clean (นายสะอาด)[8] แต่รัฐบาลเขาเต็มไปด้วยกรณีอื้อฉาวและข่าวลือการฉ้อราษฎร์บังหลวง โดยรักเกียรติ สุขธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ถูกตั้งข้อหาว่ารับสินบน 5 ล้านบาทจากบริษัทยาแห่งหนึ่งและบังคับให้โรงพยาบาลของรัฐซื้อยาราคาสูงเกินจริง, สุเทพ เทือกสุบรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและการสื่อสาร ซึ่งถูกเชื่อมโยงกับการละเมิดกองทุนตั้งสหกรณ์ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี[9], กรณีอื้อฉาวเมล็ดพันธุ์ "รั้วกินได้" ซึ่งมีการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์เกินราคามหาศาลแก่พื้นที่ชนบท จนทำให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรต้องลาออก[10], กรณีอื้อฉาวการตัดไม้สาละวิน ซึ่งไม้บางส่วนไปปรากฏในสำนักงานพรรคประชาธิปัตย์ในจังหวัดพิจิตร[10] และสนั่น ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะรัฐมนตรีอื่นอีกแปดคนถูกพบว่าปกปิดการแจ้งบัญชีทรัพย์สิน

นอกจากนี้ การอนุมัติแต่งตั้งจอมพล ถนอม กิตติขจร เป็นนายทหารพิเศษประจำกรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ เมื่อปี พ.ศ. 2542 ท่ามกลางกระแสไม่พอใจของสังคม สื่อมวลชน และโดยเฉพาะญาติของผู้เสียชีวิต / สูญหายในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 และ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519[11]

นโยบายและผลงานสำคัญ

  • ฟื้นเศรษฐกิจหลังวิกฤตต้มยำกุ้ง - ดำเนินนโยบาย “ยาแรง” ภายใต้อิทธิพลคำแนะนำของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นและเสถียรภาพทางการเงิน แม้อาจถูกวิจารณ์ว่าเน้นสถาบันการเงินใหญ่และทุนต่างชาติมากกว่าผู้มีรายได้น้อย
  • ปฏิรูปการศึกษา - ผ่านพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 เพื่อวางกรอบระบบการศึกษามาตรฐานและเข้าถึงมากขึ้น กำหนดให้รัฐจัดการศึกษาให้กับผู้เรียนไม่น้อยกว่า 12 ปี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายและทั่วถึง ครอบคลุมถึงเด็กที่พิการ ทุพพลภาพ หรือไม่สามารถพึ่งตนเองได้ หรือไม่มีผู้ดูแลหรือด้อยโอกาส ต้องได้รับสิทธิการศึกษาขั้นพื้นฐานเท่าเทียมกัน[12]
  • แก้ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ - เน้นยุทธศาสตร์ “การเมืองนำการทหาร” เปิดโอกาสให้ผู้ก่อความไม่สงบมอบตัวเพื่อร่วมพัฒนา พร้อมจัดสรรงบประมาณและใช้แนวทางประชาสัมพันธ์เพื่อฟื้นฟูความสงบเรียบร้อย

หลังพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ชวน กลับมาเป็นผู้นำฝ่ายค้านอีกครั้งหลังการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2544 เขาก้าวลงจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในปี พ.ศ. 2546 ผู้มารับช่วงต่อคือบัญญัติ บรรทัดฐาน อย่างไรก็ตาม เมื่อพรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้การเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2548 บัญญัติจึงลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคฯ ชวนจึงผลักดันให้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแทน ชวนเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการนำพรรคประชาธิปัตย์ร่วมบอยคอยการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549

ชวน หลีกภัย และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ใน พ.ศ. 2554

ภายหลังการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2562 ชวน ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร[13]

ประธานสภาผู้แทนราษฎร

การดำรงตำแหน่งครั้งที่ 1 (พ.ศ. 2529 - 2531)

ชวน ได้รับเลือกจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร (สภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 15) ให้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร คู่กับชุมพล ศิลปอาชา ที่ได้รับเลือกเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง และใหม่ ศิรินวกุล ที่ได้รับเลือกเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2529[14] ซึ่งมี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ[15]

ชวน พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2531

การดำรงตำแหน่งครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2562 - 2566)

หลังจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 ได้มีความพยายามจัดตั้งรัฐบาล จากฝ่ายที่สนับสนุน และฝ่ายที่ไม่สนับสนุนพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยที่ทุกฝ่ายพยายามรวบรวมเสียงให้ได้มากที่สุด เพราะเพื่อการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจะสามารถได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่งของที่ประชุมรัฐสภาได้

พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่แสดงจุดยืนไม่สนับสนุนทั้งพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพรรคเพื่อไทย ซึ่งชนะการเลือกตั้ง โดยประกาศว่าจะเป็นพรรคการเมืองอิสระไม่เข้าข้างฝ่ายใด

โดยที่พรรคพลังประชารัฐ มีความพยายามที่จะดึงพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมรัฐบาลให้ได้ โดยที่ประชาธิปัตย์ต้องตัดสินใจว่าจะไปอยู่ฝ่ายใด จนสุดท้ายประชาธิปัตย์ตัดสินใจเข้าร่วมกับฝ่ายพรรคที่สนับสนุนพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วยข้อแลกเปลี่ยนที่จะเสนอ ชวน เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร

วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 1 ครั้งที่ 1 เป็นปฐมฤกษ์ โดยมีชัย ชิดชอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งอาวุโสสุงสูด เป็นประธานชั่วคราวในที่ประชุม ได้มีระเบียบวาระการประชุม ให้เลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร

ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคพลังประชารัฐ ได้มีการเสนอชื่อ ชวน เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่วนซูการ์โน มะทา สส.ยะลา พรรคประชาชาติ ได้เสนอชื่อสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ สังกัดพรรคเพื่อไทย แข่งด้วยเช่นกัน

ผลการลงมติ ปรากฎว่า ชวน ได้รับเลือกเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ด้วยคะแนน 258 เสียง ส่วนสมพงษ์ ได้รับคะแนน 235 คะแนน ทำให้ชวนได้กลับมาดำรงตำแหน่งนี้อีกครั้ง โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งในวันเดียวกัน พร้อมกับสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง และศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ชวน หลีกภัย ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว 18 สมัย

  1. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2512 จังหวัดตรัง สังกัดพรรคประชาธิปัตย์
  2. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2518 จังหวัดตรัง สังกัดพรรคประชาธิปัตย์
  3. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2519 จังหวัดตรัง สังกัดพรรคประชาธิปัตย์
  4. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2522 จังหวัดตรัง สังกัดพรรคประชาธิปัตย์
  5. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2526 จังหวัดตรัง สังกัดพรรคประชาธิปัตย์
  6. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2529 จังหวัดตรัง สังกัดพรรคประชาธิปัตย์
  7. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2531 จังหวัดตรัง สังกัดพรรคประชาธิปัตย์
  8. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป มีนาคม พ.ศ. 2535 จังหวัดตรัง สังกัดพรรคประชาธิปัตย์
  9. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป กันยายน พ.ศ. 2535 จังหวัดตรัง สังกัดพรรคประชาธิปัตย์
  10. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2538 จังหวัดตรัง สังกัดพรรคประชาธิปัตย์
  11. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2539 จังหวัดตรัง สังกัดพรรคประชาธิปัตย์
  12. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2544 แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์
  13. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2548 แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์
  14. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2550 แบบสัดส่วน สังกัดพรรคประชาธิปัตย์
  15. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2554 แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์
  16. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์
  17. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์
  18. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2569 แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

ชวน หลีกภัย ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในประเทศและเครื่องอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ[16] ดังนี้

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย

ต่างประเทศ

ลำดับสาแหรก

เชิงอรรถ

  1. จังหวัดตรัง (2512–2543)
    แบบบัญชีรายชื่อ (2544–2549, 2554–ปัจจุบัน)
    แบบสัดส่วน (2550–2554)

อ้างอิง

  1. หนังสือกินอยู่เรียบง่าย สบายแบบชาวบ้าน ชวน หลีกภัย ลูกแม่ค้าขายพุงปลา โดย เริงศักดิ์ กำธร (พ.ศ. 2545) ISBN 974-85645-2-5
  2. Media and democratic transitions in Southeast Asia เก็บถาวร 29 กันยายน 2007 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน by Duncan McCargo
  3. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี (นายชวน หลีกภัย)
  4. ไมเคิล ลีเฟอร์, จุฬาพร เอื้อรักสกุล (แปล-เรียบเรียง). พจนานุกรมการเมืองสมัยใหม่ในเอเชียตะวันออก เฉียงใต้. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์, 2548. 726 หน้า. ISBN 974-571-921-8
  5. ชวน : ยุครัฐธรรมนูญครึ่งใบ พรรคเราเป็นหนี้บุญคุณประชาธิปไตย ประชาชาติธุรกิจ สืบค้นเมื่อ 8 สิงหาคม 2562
  6. "การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในสมัยที่สอง". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2004-12-14. สืบค้นเมื่อ 2006-03-06.
  7. ย้อนตำนานงูเห่าการเมืองไทย ก่อนเกิดซ้ำครั้งที่ 3? workpointTODAY สืบค้นเมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2562
  8. Asiaweek Power 50, 2000 เก็บถาวร 2008-04-11 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เรียกดูเมื่อ 28 มิถุนายน 2551
  9. "atimes.com". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2001-02-21. สืบค้นเมื่อ 2019-07-25.
  10. 1 2 Corruption: Is there any hope at all? เก็บถาวร 25 พฤศจิกายน 2007 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน by
  11. เนชั่นสุดสัปดาห์ 1 เม.ย. 2542, 'ถนอม' ลาออก 'ชวน' ไม่ขอโทษ ปชป.เปรียบถนอม เทียบรัฐบุรุษปรีดี
  12. "พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542" (PDF).
  13. "ชวน นั่งประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ". บีบีซีไทย. 2019-05-25. สืบค้นเมื่อ 2019-05-25.
  14. "พระบรมราชโองการ แต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร" (PDF).
  15. "พระบรมราชโองการ แต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร" (PDF).
  16. "นายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๐ นายชวน หลีกภัย". thaigov. สืบค้นเมื่อ 2021-03-20.
  17. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๑๑๕ ตอนที่ ๘ ข หน้า ๑, ๔ พฤษภาคม ๒๕๔๑
  18. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๙๙ ตอนที่ ๑๘๔ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๓๘, ๑๗ ธันวาคม ๒๕๒๕
  19. ราชกิจจานุเบกษา แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๙๘ ตอนที่ ๒๐๖ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๔๑, ๑๗ ธันวาคม ๒๕๒๔
  20. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ, เล่ม ๑๐๖ ตอนที่ ๑๑๘ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๒, ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๓๒
  21. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๑๑๘ ตอนที่ ๒ ข หน้า ๒, ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔
  22. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๑๑๗ ตอนที่ ๒๑ ข หน้า ๑๕, ๑๖ ตุลาคม ๒๕๔๓
  23. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๑๑๗ ตอนที่ ๑๘ ข หน้า ๑, ๑๑ กันยายน ๒๕๔๓
  24. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๑๑๗ ตอนที่ ๕ ข หน้า ๑, ๑ มีนาคม ๒๕๔๓
  25. เครื่องอิสริยาภรณ์พระอาทิตย์แห่งเปรู
  26. "The Order of Sikatuna". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-08-25. สืบค้นเมื่อ 2023-11-22.

แหล่งข้อมูลอื่น

ก่อนหน้า ชวน หลีกภัย ถัดไป
อานันท์ ปันยารชุน
นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย (สมัยที่ 1 : ครม. 50)
(23 กันยายน พ.ศ. 2535 – 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2538)
บรรหาร ศิลปอาชา
พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ
นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย (สมัยที่ 2 : ครม. 53)
(9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 – 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544)
ทักษิณ ชินวัตร
พรเพชร วิชิตชลชัย
(ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ)

ประธานรัฐสภา
(ประธานสภาผู้แทนราษฎร)

(28 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 – 20 มีนาคม พ.ศ. 2566)
วันมูหะมัดนอร์ มะทา
อุทัย พิมพ์ใจชน
รองประธานรัฐสภา
(ประธานสภาผู้แทนราษฎร)

(4 สิงหาคม พ.ศ. 2529 – 29 เมษายน พ.ศ. 2531)
ปัญจะ เกสรทอง
พิชัย รัตตกุล
ชาติชาย ชุณหะวัณ
พงส์ สารสิน
สนธิ บุณยะชัย
เทียนชัย สิริสัมพันธ์

รองนายกรัฐมนตรี (ครม. 45)
(29 ธันวาคม พ.ศ. 2532 – 26 สิงหาคม พ.ศ. 2533)
บุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ
เฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์
โกศล ไกรฤกษ์
มานะ รัตนโกเศศ
อาทิตย์ กำลังเอก
ปุณมี ปุณศรี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
(11 มีนาคม พ.ศ. 2524 – 19 ธันวาคม พ.ศ. 2524)
ปุณมี ปุณศรี
พิชัย รัตตกุล
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
(26 มกราคม พ.ศ. 2534 – 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2546)
บัญญัติ บรรทัดฐาน