มนตรี พงษ์พานิช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
นายมนตรี พงษ์พานิช
รองนายกรัฐมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 – 24 ตุลาคม พ.ศ. 2540
นายกรัฐมนตรี พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ
ดำรงตำแหน่ง
28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2539 – 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539
นายกรัฐมนตรี บรรหาร ศิลปอาชา
ดำรงตำแหน่ง
7 เมษายน พ.ศ. 2535 – 10 มิถุนายน พ.ศ. 2535
นายกรัฐมนตรี พลเอก สุจินดา คราประยูร
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2486
เสียชีวิต 12 มิถุนายน พ.ศ. 2543 (56 ปี)
กรุงเทพ
พรรคการเมือง กิจสังคม
คู่สมรส คุณหญิงธิดา พงษ์พานิช
ศาสนา พุทธ

นายมนตรี พงษ์พานิช (9 พ.ย. 2486 - 12 มิ.ย. 2543) อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการหลายกระทรวง อาทิ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงสาธารณสุข และเป็นผู้อนุมัติ "โครงการโฮปเวลล์"[1] เมื่อปี พ.ศ. 2533 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ประวัติ[แก้]

มนตรี พงษ์พานิช เกิดเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2486 เป็นบุตรของนายจำรัส กับนางพริ้ง พงษ์พานิช มีพี่น้อง 9 คน มีน้องชายคนหนึ่ง คือ เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช[2] อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง) จาก Staatliche Ingenieur Institute Konstanz ประเทศเยอรมัน สมรสกับคุณหญิงธิดา พงษ์พานิช (สกุลเดิม:หงษ์ทอง) มีบุตร-ธิดา 2 คน

ชีวิตการเมือง[แก้]

นายมนตรี พงษ์พานิช เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่ถือว่าเป็นนักการเมืองที่มีแนวคิดทันสมัย(modernize) มีผลงานในการผลักดันโครงการพัฒนาจังหวัดหลายโครงการ อาทิ ผลักดันงบประมาณสร้างสถานีตำรวจภูธรปากท่า อำเภอท่าเรือ การก่อสร้างสถานีอนามัยตำบลโพธิ์เอนแห่งที่สอง ผลักดันงบประมาณก่อสร้างทางหลวงชนบทเพื่อเชื่อมการคมนาคมระหว่างอำเภอท่าเรือ-อำเภอนครหลวง เพื่อมุ่งเข้าสู่ตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา การบำรุงซ่อมแซมเส้นทางท่องเที่ยวสายนครหลวง-บ้านไผ่หนองต้นโพธิ์ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตมีดอรัญญิก การสร้างสะพานข้ามแม่น้ำป่าสัก ที่อำเภอท่าเรือเพื่อเชื่อมเทศบาลท่าเรือเข้ากับฝั่งตะวันออกของแม่น้ำป่าสัก การสร้างสะพานข้ามแม่น้ำป่าสักที่ตำบลโพธิ์เอน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทางแก่ประชาชนและความสะดวกในการรักษาความสงบในชุมชน การสร้างสะพานข้ามแม่น้ำป่าสักที่อำเภอนครหลวงเพื่อเชื่อมอำเภอภาชี นครหลวง และบางปะหัน เข้ากับถนนสายเอเชีย การขยายเส้นทางสายเอ 32 หรือสายเอเชียเป็นถนนนซุปเปอร์ไฮเวย์ที่มุ่งสู่ภาคเหนือ ผลักดันงบประมาณในการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลมากกว่า 200 แห่งรวมถึงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลให้กลายเป็นระบบประปาหมู่บ้านและตำบล นอกจากนี้ยังเป็นผู้ริเริ่มโครงการจำนำข้าวเปลือกให้แก่เกษตรกร บทบาทในสภาผู้แทนราษฎรที่ส่งผลต่อกฎหมายระดับชาติที่สำคัญคือ การแก้ไขกฎกระทรวงคมนาคม เพื่ออนุญาตให้รถกระบะขนาดไม่เกินหนึ่งตันสามารถวิ่งได้บนถนนหลวงโดยสามารถให้เป็นรถโดยสารส่วนบุคคลได้มาถึงปัจจุบัน นอกจากนี้นายมนตรี พงษ์พานิช ยังถือได้ว่าเป็นส.ส.คนแรก ๆ ที่พยายามผลักดันการขยายเขตไฟฟ้าเข้าสู่พื้นที่ในท้องถิ่นห่างไกล รวมถึงการผลักดันไฟฟ้าส่องสว่างตามทางสาธารณะในชนบทซึ่งในอดีตเมื่อกว่า 20 ปีก่อน ถือเป็นเรื่องยากสำหรับการขยายเขตไฟฟ้าสาธารณะในชนบท

นายมนตรี พงษ์พานิช เป็นคนหนึ่งที่ได้ชื่อว่าเป็นศิษย์รักของปรมาจารย์ซอยสวนพลู "หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช"[3] เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลายสมัย ตั้งแต่การเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2519 ถึง พ.ศ. 2539 รวม 9 สมัย เป็นอดีตหัวหน้าพรรคกิจสังคม นอกจากนี้แล้วยังเคยดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมือง ได้แก่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (พ.ศ. 2524) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (พ.ศ. 2529) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (พ.ศ. 2529) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (พ.ศ. 2531) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (พ.ศ. 2538) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (พ.ศ. 2539) และรองนายกรัฐมนตรี (พ.ศ. 2535 , 2539)[4][5]

นายมนตรี พงษ์พานิช เป็นผู้มีบทบาทสำคัญภายหลังจากรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ถึงกาลล่มสลาย นายมนตรี พงษ์พานิช นำพรรคกิจสังคมแหกขั้วเดิม มาจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาล "ชวน 2" ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้วการเมือง

การตรวจสอบทรัพย์สินของคณะ รสช.[แก้]

ในการยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน ปรากฏว่านายมนตรี พงษ์พานิช เป็น 1 ใน 10 นักการเมืองที่ถูกยึดทรัพย์ในครั้งนี้จำนวนกว่า 336.5 ล้านบาท [6]แต่ในที่สุดศาลยุติธรรมก็ได้พิพากษาให้คืนทรัพย์สินทั้งหมดแก่นายมนตรี ในเวลาต่อมาภายหลังคณะรสช.และเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย

ปั้นปลายของชีวิต[แก้]

ในช่วงปลายชีวิตนายมนตรี พงษ์พานิช เริ่มมีปัญหาสุขภาพจากโรคมะเร็งปอด ซึ่งบางกระแสก็ได้มีข่าวลือว่าป่วยเป็นโรคเอดส์ แต่ก็ไม่มีหลักฐาน และไม่ได้รับการพิสูจน์ยืนยันแต่ประการใด ที่รุมเร้าอย่างหนักจนสุขภาพทรุดโทรม จึงค่อยๆ ลดบทบาทตัวเองลงในเวทีการเมือง ประกอบกับเกิดปัญหาภายในพรรคกิจสังคม นายมนตรีจึงลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค และใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบที่บ้านซอยพรรณีจนกระทั่งเสียชีวิต ปิดฉากนักการเมืองเจ้าของสมญา "จอมโปรเจ็กต์" ตลอดกาล [7]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

ก่อนหน้า มนตรี พงษ์พานิช ถัดไป
เสนาะ เทียนทอง 2leftarrow.png Emblem of MOPH, Thailand.png
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
(25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 - 24 ตุลาคม พ.ศ. 2540)
2rightarrow.png สมศักดิ์ เทพสุทิน