ข้ามไปเนื้อหา

พระบำราศนราดูร (หลง เวชชาชีวะ)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระบำราศนราดูร
(หลง เวชชาชีวะ)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ดำรงตำแหน่ง
10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502  7 มีนาคม พ.ศ. 2512
นายกรัฐมนตรีสฤษดิ์ ธนะรัชต์
ถนอม กิตติขจร
ก่อนหน้าเฉลิม พรมมาส
ถัดไปประเสริฐ รุจิรวงศ์
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด
หลง เวชชาชีวะ

28 พฤษภาคม พ.ศ. 2439
อำเภอท่าใหม่ เมืองจันทบุรี ประเทศสยาม
เสียชีวิต12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2527 (88 ปี)
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กรุงเทพมหานคร
คู่สมรสสุภาพ บำราศนราดูร
บุตร
  • อำนวย
  • เสรี
  • ธีระ
ญาติโฆษิต เวชชาชีวะ
(น้องชาย)
อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ
(น้องชาย)
วิทยา เวชชาชีวะ
(น้องชาย)

อำมาตย์ตรี นายแพทย์ พระบำราศนราดูร ต่อมาเปลี่ยนเป็น บำราศ เวชชาชีวะ (28 พฤษภาคม พ.ศ. 2439 – 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2527) แพทย์ชาวไทย อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระหว่าง พ.ศ. 2502 - 2512

ประวัติ

[แก้]

หลง เกิดเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2439 ที่บ้านแหลมแสม ตำบลโขมง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เป็นบุตรนายย็อก กับนางจีน ที่สืบเชื้อสายมาจากชาวจีน จากซัวเถามาขึ้นเรือที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้านครอบครัวสมรสกับสุภาพ บำราศนราดูร (สกุลเดิม: เวชชาชีวะ) มีบุตร 3 คน คือ นายอำนวย เวชชาชีวะ, นายเสรี เวชชาชีวะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข[1] และนายธีระ เวชชาชีวะ มีน้องชาย คือ โฆษิต เวชชาชีวะ บิดานิสสัย เวชชาชีวะ อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ, อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และวิทยา เวชชาชีวะ อดีตเอกอัครราชทูตประจำกระทรวงสำนักงานปลัดกระทรวงต่างประเทศ[2][2] เดิมชื่อ หลง เวชชาชีวะ และได้เปลี่ยนเป็นบำราศ เวชชาชีวะ

ศึกษาวิชาแพทย์ และเข้ารับราชการกระทรวงสาธารณสุข เป็นแพทย์ประจำจังหวัดลพบุรี และทรงรับพระราชทานนามสกุล “เวชชาชีวะ” จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2462

การทำงาน

[แก้]

นายแพทย์หลง ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระบำราศนราดูร และดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงสาธารณสุข และได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 2 สมัย ในรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์และจอมพลถนอม กิตติขจร ตั้งแต่ พ.ศ. 2502–2512[3][4]

ในปี พ.ศ. 2502 ได้เกิดโรคระบาดร้ายแรงขึ้นในกรุงเทพมหานคร พระบำราศนราดูรได้ก่อตั้งโรงพยาบาลเฉพาะทาง เพื่อควบคุมโรคติดต่อเป็นการพิเศษ โดยได้ย้ายโรงพยาบาลโรคติดต่อ ซึ่งเดิมตั้งอยู่ถนนดินแดง ตำบลพญาไท ให้อยู่ห่างไกลออกไปจากชุมชน ไปอยู่ที่ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ตั้งชื่อว่า "โรงพยาบาลบำราศนราดูร"[5] (ปัจจุบันคือสถาบันบำราศนราดูร สังกัดกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข)

ครอบครัวและวงศ์ตระกูล

[แก้]

ลำดับเครือญาติ

[แก้]
  • นายเบ๋ง
    • นายแสง (จิ้นเสง) เวชชาชีวะ สมรสกับนางพร (ชุมพร) เวชชาชีวะ (สกุลเดิม สุจริต)
      • นางนรินทร์ประสาตรเวช (ทองพูน สุนทโรทัย) สมรสกับหลวงนรินทร์ประสาตรเวช (นายแพทย์เจน สุนทโรทัย)
      • พระบำราศนราดูร (บำราศ เวชชาชีวะ)
        สมรสกับคุณหญิงบำราศนราดูร (สุภาพ เวชชาชีวะ) (สกุลเดิม สัจวานิช)
        • นายเสรี เวชชาชีวะ สมรสกับศาสตราจารย์มัลลี เวชชาชีวะ (สกุลเดิมอนุมานราชธน) บุตรีพระยาอนุมานราชธน (ยง เสฐียรโกเศศ) และคุณหญิงอนุมานราชธน
          • นางสาวมัญชรี เวชชาชีวะ
          • นายชีวเวช เวชชาชีวะ
        • นายธีระ เวชชาชีวะ สมรสกับนางจรูญรัตน์ เวชชาชีวะ (สกุลเดิม เอครพานิช) บุตรีนายปรัชญา เอครพานิช และนางประไพ เอครพานิช
          • นางสาวธีรดา เวชชาชีวะ
          • นางสาววิภาวดี เวชชาชีวะ
      • สมรสกับภรรยาอื่น
        • นายอำนวย เวชชาชีะ สมรสกับนางอนงค์ เวชชาชีวะ (สกุลเดิม อินทภาระ)
          • นางสาวอาภรณ์ เวชชาชีวะ
          • นางสาวชุติมา เวชชาชีวะ
          • นายวรวิทย์ เวชชาชีวะ
      • โฆษิต เวชชาชีวะ สมรสกับนางสุเพี้ยน เวชชาชีวะ (สกุลเดิม สัจวานิช)
      • ขุนประวิตรเวชชาชีพ (นายแพทย์ประวิช เวชชาชีวะ) สมรสกับนางประวิตรเวชชาชีพ (สมพงศ์ เวชชาชีวะ) (สกุลเดิม สัจวานิช)
      • นางสุพรรณ เอครพานิช สมรสกับนายปัญญา เอครพานิช

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

[แก้]

พระบำราศนราดูร ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของประเทศไทยและเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของต่างประเทศต่าง ๆ ดังนี้

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย

[แก้]

ต่างประเทศ

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2521/D/060/6.PDF
  2. 1 2 สาแหรก... "เวชชาชีวะ" สำเนาจาก หนังสือพิมพ์มติชน, 16 ธันวาคม 2551, หน้า 11
  3. พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งคณะรัฐมนตรี (จำนวน ๑๔ ราย)
  4. พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งรัฐมนตรี (จำนวน ๑๙ ราย)
  5. "ประวัติ สถาบันบำราศนราดูร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-01-27. สืบค้นเมื่อ 2008-12-19.
  6. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เก็บถาวร 2022-06-16 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๘๓ ตอนที่ ๔๓ ง หน้า ๑๘๓๐, ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๐๙
  7. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เก็บถาวร 2022-09-28 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๗๗ ตอนที่ ๑๐๒ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๒๒, ๑๔ ธันวาคม ๒๕๐๓
  8. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เก็บถาวร 2022-09-28 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๗๖ ตอนที่ ๑๑๕ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๓๗, ๑๖ ธันวาคม ๒๕๐๒
  9. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักคณะรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ เก็บถาวร 2022-06-10 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๗๑ ตอนที่ ๘๕ ง หน้า ๒๘๕๔, ๒๑ ธันวาคม ๒๔๙๗
  10. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญช่วยราชการเขตภายใน เก็บถาวร 2022-06-16 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๕๘ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๓๙๔๕, ๔ พฤศจิกายน ๒๔๘๔
  11. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เก็บถาวร 2022-12-03 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๕๖ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๒๐๖๓, ๕ ตุลาคม ๒๔๘๒
  12. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตประดับเครื่องอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ เก็บถาวร 2022-06-16 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๘๕ ตอนที่ ๓๘ ง หน้า ๑๒๙๕, ๓๐ เมษายน ๒๕๑๑