เจ้าพระยามหิธร (ลออ ไกรฤกษ์)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มหาเสวกเอก
เจ้าพระยามหิธร
(ลออ ไกรฤกษ์)

ร.ว., ป.จ., ม.ป.ช., ป.ม., ว.ภ., ว.ม.ล.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ดำรงตำแหน่ง
9 สิงหาคม พ.ศ. 2480 – 21 ธันวาคม พ.ศ. 2480
ก่อนหน้า พระยานิติศาสตร์ไพศาลย์ (วัน จามรมาน)
ถัดไป เจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ (จิตร์ ณ สงขลา)
อธิบดีศาลฎีกา
ดำรงตำแหน่ง
31 สิงหาคม พ.ศ. 2461 – 11 ธันวาคม พ.ศ. 2462
ก่อนหน้า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์
ถัดไป พระยากฤติกานุกรณ์กิจ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2417
เสียชีวิต 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2499 (81 ปี)
บิดา พระยาเพ็ชรรัตน์ (โมรา)
มารดา ท่านผู้หญิงตาล ไกรฤกษ์
คู่สมรส ท่านผู้หญิงกลีบ มหิธร
บุตร นายจ่ายวด (ปาณี ไกรฤกษ์)
หลวงจักรปาณีศรีศิลวิสุทธิ์ (วิสุทธิ ไกรฤกษ์)
ท่านผู้หญิงดุษฎีมาลา มาลากุล ณ อยุธยา
คุณหญิงศรี ไชยยศสมบัติ
ศาสนา พุทธ
ลายมือชื่อ
ภาพล้อเจ้าพระยามหิธร ฝีพระหัตถ์ รัชกาลที่ 6

มหาเสวกเอก เจ้าพระยามหิธร นามเดิม ลออ สกุลไกรฤกษ์ (2 กรกฎาคม พ.ศ. 2417 – 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2499) อดีตองคมนตรีในรัชกาลที่ 7 อดีตเสนาบดีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และอดีตประธานศาลฎีกา

ประวัติ[แก้]

ลออ ไกรฤกษ์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี แรม 4 ค่ำ เดือน 8 ปีจอ ตรงกับวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2417 เวลา 8 นาฬิกา ณ ตำบลตึกแดง อำเภอคลองสาน จังหวัดธนบุรี เป็นบุตรคนที่ 4 ของพระยาเพ็ชรรัตน (โมรา) กับท่านตาล ไกรฤกษ์ สมรสกับกลีบ ธิดาหมื่น นรารักษ์ (ปิ่น บางยี่ขัน) ซึ่งเป็นเจ้าของสวนอยู่ที่บางยี่ขัน ธนบุรี มารดาชื่อหุ่น กำเนิดในสกุล สนธิรัตน์

ประวัติการศึกษา[แก้]

ประวัติการรับราชการ[แก้]

ราชการพิเศษ[แก้]

  • กรรมการสอบความรู้เนติบัณฑิต
  • กรรมการชำระกฎหมายเก่า และรวบรวมร่างกฎหมายใหม่
  • สภานายกคนแรกของเนติบัณฑิตยสภา
  • กรรมการสภาการคลัง
  • กรรมการตรวจร่างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
  • กรรมการ ก.พ.
  • ประธาน อ.ก.พ. วิสามัญ

เกียรติยศ[แก้]

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์[แก้]

ลำดับบรรดาศักดิ์[แก้]

  • 28 ธันวาคม พ.ศ. 2441 หลวงจักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ ถือศักดินา ๖๐๐[2]
  • 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2442 พระจักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์[3]
  • 20 มกราคม พ.ศ. 2446 พระยาจักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ ถือศักดินา ๓๐๐๐[4]
  • พ.ศ. 2465 เจ้าพระยามหิธร บรมนริศรมหาสวามิภักดิ์ นิติพิทักษ์ธรรมพิศาล ราชเลขาธิการวิสุทธิคุณ ไกรฤกษ์กุลวิวัฒน์ ศรีรัตนตรัยสรณธาดา สุจริตาชวาธยาศัย อภัยพิริยบรากรมพาหุ ดำรงศักดินา 10,000[5]

ยศ[แก้]

  • - นายหมู่ใหญ่
  • 4 ธันวาคม พ.ศ. 2457 - นายหมวดโท[6]
  • 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2457 - นายหมวดเอก[7]
  • 16 ธันวาคม พ.ศ. 2458 - นายกองตรี[8]

เครื่องยศ[แก้]

เจ้าพระยามหิธรได้รับพระราชทานเครื่องยศดังนี้

  • พานทอง
  • มาลาเส้าสะเทิน
  • เครื่องทองคำลงยายอดเกี้ยว
  • เสื้อทรงประพาศขลิบทอง
  • กระบี่ด้ามและฝักทองคำสลัก
  • หีบหมากทองคำลงยาหุ้มไม้แดงหลังหีบมีตรานารายณ์ยืนแท่น

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

เจ้าพระยามหิธรท่านเป็นคนขรึม ๆ ซ่อนความรู้สึกและชอบฟังมากกว่าชอบพูด แต่เมื่อคราวจะต้องพูดก็พูดได้มากและพูดได้ดี ท่านเป็นคนช่างสังเกตและมีอารมณ์ขัน เป็นคนไม่สุรุ่ยสุร่าย ไม่ชอบมีหนี้สิน แต่มีความเอื้ออารีต่อบุตร ภรรยา ญาติพี่น้อง และเพื่อนฝูงตามอัตภาพ เป็นผู้ถือและปฏิบัติตามคติธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นผู้อยู่ในศีลในสัตย์ เกลียดการทุจริตเบียดเบียนกันและเป็นผู้รักษาระเบียบประเพณีอย่างเคร่งครัด คุณสมบัติอันสำคัญยิ่งของท่านคือ มีความกตัญญูกตเวที ท่านไม่ลืมบุญคุณของผู้ที่อุปการะท่าน และพยายามตอบแทนทุกวิถีทางด้วยเหตุนี้ท่านจึงพยายามรับใช้สมเด็จกรมพระยาดำรงฯ กรมขุนศิริฯ สมเด็จพระมหาสมณะฯ และกรมหลวงราชบุรีฯ ทุกโอกาสที่ทำได้ และเมื่อกรมหลวงราชบุรีฯ สิ้นพระชนม์ก็ได้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงชักชวนสานุศิษย์ให้ตั้งกองกุศลขึ้นอุทิศถวายให้แก่พระองค์ท่าน ส่วนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 – 6 – 7 ซึ่งได้ทรงชุบเกล้าฯ เลี้ยงท่านไว้ในราชการนั้น ท่านก็ได้ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ เทิดทูนพระเกียรติและเคารพสักการะอยู่เป็นเนืองนิตย์ ท่านชอบเล่นกีฬา คือ แล่นเรือยนต์ เล่นเทนนิส กอล์ฟ ในสมัยท่านยังหนุ่มท่านชอบปีนเขา แต่เมื่อท่านมีอายุมากแล้วท่านก็ชอบเดินออกกำลังในตอนเช้า นอกจากนี้ท่านยังชอบอ่านหนังสือและสะสมของเก่า เช่น เครื่องสังคโลกและเครื่องลายคราม เป็นต้น

บุตรธิดา[แก้]

เจ้าพระยามหิธร ได้สมรสกับท่านผู้หญิงกลีบ มหิธร โดยมีบุตรธิดาหลายคน อาทิ เช่น

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2482/D/809.PDF
  2. พระราชทานสัญญาบัตร
  3. พระราชทานสัญญาบัตร
  4. พระราชทานสัญญาบัตรขุนนาง
  5. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศเลื่อนกรม ตั้งพระองค์เจ้า และตั้งเจ้าพระยา, เล่ม 39, 19 พฤศจิกายน 2465, หน้า 324-328
  6. ประกาศเลื่อนยศเสือป่า (หน้า ๑๙๙๔)
  7. ประกาศเลื่อนยศเสือป่ากองพลหลวง (หน้า ๒๖๗๘)
  8. พระราชทานยศเสือป่า (หน้า ๒๒๙๒)
  9. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานตรารัตนวราภรณ์, เล่ม ๓๒ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๒๓๙๕, ๙ มกราคม ๒๔๕๘
  10. ราชกิจจานุเบกษา, รายพระนามและนาม สมาชิกสมาชิกา เครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับตระกูลจุลจอมเกล้า พระราชทานในงานพระราชพิธีฉัตรมงคล เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พระพุทธศักราช ๒๔๖๕, เล่ม ๓๙ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๒๒๘๔, ๑๙ พฤศจิกายน ๒๔๖๕
  11. ราชกิจจานุเบกษา, เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าฝ่ายหน้าและฝ่ายใน, เล่ม ๓๖ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๒๙๓๑, ๑ ธันวาคม ๒๔๗๒
  12. ราชกิจจานุเบกษา, รายพระนามแลนามผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๓๐ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๒๒๗๕, ๔ มกราคม ๒๔๕๖
  13. ราชกิจจานุเบกษา, รายพระนามและนามผู้รับพระราชทานตราวัลลภาภรณ์ในวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๒ และแถลงความชอบของผู้นั้นๆ, เล่ม ๓๖ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๑๐, เมษายน ๒๔๖๒
  14. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานตราวชิรมาลา, เล่ม ๓๒ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๕, ๔ เมษายน ๒๔๕๘
  15. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา, เล่ม ๒๔ ตอนที่ ๔๔ หน้า ๗๕๕, ๓๐ มกราคม ๑๑๖
  16. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลา, เล่ม ๓๓ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๓๒๖๖, ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๕๙
  17. ราชกิจจานุเบกษา, ส่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไปพระราชทาน, เล่ม ๔๓ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๔๔๗, ๒ พฤษภาคม ๒๔๖๙
  18. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์, เล่ม ๓๗ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๓๗๒๗, ๖ กุมภาพันธ์ ๒๔๖๓
  19. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๓๘ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๓๐๙๒, ๑๕ พฤศจิกายน ๒๔๗๔
  20. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญราชรุจิ, เล่ม ๒๘ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๗๑๖, ๙ กรกฎาคม ๑๓๐
  21. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเข็มอักษรเสด็จพระราชดำเนินประพาสยุโรป, เล่ม ๒๔ ตอนที่ ๓๔ หน้า ๘๘๖, ๒๘ พฤศจิกายน ๑๒๖