เฉลิม อยู่บำรุง
เฉลิม อยู่บำรุง | |
|---|---|
เฉลิม ใน พ.ศ. 2563 | |
| รองนายกรัฐมนตรี | |
| ดำรงตำแหน่ง 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554 – 30 มิถุนายน พ.ศ. 2556 (1 ปี 10 เดือน 21 วัน) | |
| นายกรัฐมนตรี | ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร |
| รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน | |
| ดำรงตำแหน่ง 30 มิถุนายน พ.ศ. 2556 – 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 (10 เดือน 7 วัน) | |
| นายกรัฐมนตรี | ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร |
| ก่อนหน้า | เผดิมชัย สะสมทรัพย์ |
| ถัดไป | สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ |
| รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข | |
| ดำรงตำแหน่ง 24 กันยายน – 19 ธันวาคม พ.ศ. 2551 (2 เดือน 25 วัน) | |
| นายกรัฐมนตรี | สมชาย วงศ์สวัสดิ์ |
| รัฐมนตรีช่วย | วิชาญ มีนชัยนันท์ |
| ก่อนหน้า | ชวรัตน์ ชาญวีรกูล |
| ถัดไป | วิทยา แก้วภราดัย |
| รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย | |
| ดำรงตำแหน่ง 6 กุมภาพันธ์ – 2 สิงหาคม พ.ศ. 2551 (5 เดือน 27 วัน) | |
| นายกรัฐมนตรี | สมัคร สุนทรเวช |
| รัฐมนตรีช่วย | สุพล ฟองงาม สิทธิชัย โควสุรัตน์ |
| ก่อนหน้า | สุรยุทธ์ จุลานนท์ |
| ถัดไป | พลตำรวจเอก โกวิท วัฒนะ |
| รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม | |
| ดำรงตำแหน่ง 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 – 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 (1 ปี 4 เดือน 11 วัน) | |
| นายกรัฐมนตรี | บรรหาร ศิลปอาชา |
| ก่อนหน้า | ไสว พัฒโน |
| ถัดไป | สุวิทย์ คุณกิตติ |
| รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี | |
| ดำรงตำแหน่ง 9 สิงหาคม พ.ศ. 2531 – 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2533 (1 ปี 3 เดือน 13 วัน) | |
| นายกรัฐมนตรี | พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ |
| ก่อนหน้า | พันเอก พล เริงประเสริฐวิทย์ |
| ถัดไป | ประสงค์ บูรณ์พงศ์ |
| รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย | |
| ดำรงตำแหน่ง 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 – 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 (1 ปี 11 เดือน 10 วัน) | |
| นายกรัฐมนตรี | พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ |
| รัฐมนตรีว่าการ | เสนาะ เทียนทอง |
| ก่อนหน้า | เกียรติชัย ชัยเชาวรัตน์ พลตรี ศรชัย มนตริวัต อนุสรณ์ วงศ์วรรณ อาษา เมฆสวรรค์ |
| ถัดไป | ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ วัฒนา อัศวเหม ประภัตร โพธสุธน พินิจ จารุสมบัติ |
| รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ | |
| ดำรงตำแหน่ง 22 พฤศจิกายน – 9 ธันวาคม พ.ศ. 2533 (17 วัน) | |
| นายกรัฐมนตรี | ชาติชาย ชุณหะวัณ |
| รัฐมนตรีว่าการ | พลเอก เทียนชัย สิริสัมพันธ์ |
| หัวหน้าพรรคมวลชน | |
| ดำรงตำแหน่ง 20 ตุลาคม พ.ศ. 2529 – 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2536 (7 ปี 23 วัน) | |
| ก่อนหน้า | สมศักดิ์ ภาคีโพธิ์ |
| ถัดไป | สมศักดิ์ ภาคีโพธิ์ |
| ดำรงตำแหน่ง 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 – 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2541 (2 ปี 11 เดือน 12 วัน) | |
| ก่อนหน้า | สมศักดิ์ ภาคีโพธิ์ |
| ถัดไป | พลเอก วรวิทย์ วิบูลศิลป์ |
| ดำรงตำแหน่ง 18 พฤษภาคม – 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 (4 วัน) | |
| ก่อนหน้า | การุณ รักษาสุข |
| เลขาธิการพรรคกิจสังคม | |
| ดำรงตำแหน่ง 13 ตุลาคม พ.ศ. 2536 – 27 ธันวาคม พ.ศ. 2537 (1 ปี 2 เดือน 14 วัน) | |
| ก่อนหน้า | บุญพันธ์ แขวัฒนะ |
| ถัดไป | สุวิทย์ คุณกิตติ |
| ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร | |
ประธาน สส. พรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่แทน | |
| ดำรงตำแหน่ง 12 มกราคม พ.ศ. 2552 – 23 มีนาคม พ.ศ. 2554 (2 ปี 2 เดือน 11 วัน) | |
| ก่อนหน้า | อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร) |
| ถัดไป | มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ (รักษาการผู้นำฝ่ายค้านโดยพฤตินัย) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร) |
| ประธาน สส. พรรคเพื่อไทย | |
| ดำรงตำแหน่ง 12 มกราคม พ.ศ. 2552 – 23 มีนาคม พ.ศ. 2554 (2 ปี 2 เดือน 11 วัน) | |
| รองหัวหน้าพรรคความหวังใหม่ | |
| ดำรงตำแหน่ง 27 เมษายน พ.ศ. 2542 – 28 มีนาคม พ.ศ. 2545 (2 ปี 11 เดือน 1 วัน) | |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |
| เกิด | 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2490 จังหวัดพระนคร ประเทศไทย |
| พรรคการเมือง | อิสระ (2568–ปัจจุบัน)[1] |
| การเข้าร่วม พรรคการเมืองอื่น | ประชาธิปัตย์ (2526–2529) มวลชน (2529–2536, 2538–2541,2545–2550) กิจสังคม (2536–2538) ความหวังใหม่ (2541–2545) พลังประชาชน (2550–2551) เพื่อไทย (2551–2568) พลังประชารัฐ (2568)[2] |
| คู่สมรส | ลำเนา อยู่บำรุง (สมรส 2512; เสียชีวิต 2569)[3] |
| บุตร |
|
| ศิษย์เก่า | มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์[4] มหาวิทยาลัยรามคำแหง (Ph.D.)[5] |
| ยศที่ได้รับการแต่งตั้ง | |
| รับใช้ | |
| สังกัด | |
| ประจำการ | พ.ศ. 2516 - 2524 (ตร.) |
| ยศ | |
ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ชื่อเล่น แชมป์ ฉายา "เหลิมดาวเทียม"[6] "ขุนศึกฝั่งธน"[7] (เกิด 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2490) เป็นอดีตข้าราชการตำรวจและนักการเมืองชาวไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร อดีตหัวหน้าพรรคมวลชน เป็นผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบในช่วงวิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557[8]
ประวัติ
[แก้]ร้อยตำรวจเอก ดร. เฉลิม อยู่บำรุง เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2490 (นับแบบใหม่) แต่บางแหล่งว่า เกิดวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2490 ชื่อเล่นว่า แชมป์ บิดาชื่อ ร้อยตำรวจตรี แฉล้ม อยู่บำรุง มารดาชื่อนางลั้ง อยู่บำรุง จบการศึกษาทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง [9] [10] ก่อนเข้ารับราชการตำรวจที่มีตำแหน่งเป็นสารวัตรกองปราบปราม นั้นได้เคยเป็นทหารยศสิบโทมาก่อน ได้ขอโอนย้ายตัวเองเข้าสังกัดตำรวจ ในการทำงานการเมืองเคยดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแล องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย และขณะที่กำกับดูแลหน่วยงานแห่งนี้ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม มีชื่อเรียกสั้น ๆ จากสื่อมวลชนว่า "เหลิม" หรือ "เหลิมดาวเทียม" เนื่องจากเป็นที่รับรู้กันดีในแวดวงสื่อมวลชนถึงการควบคุมการนำเสนอข่าวด้วยตนเอง ซึ่งในบางครั้งถึงกับเข้าไปสั่งการในห้องตัดต่อเอง จนคนในช่อง 9 เรียกว่า "บรรณาธิการเฉลิม"[11]
สมรสกับลำเนา อยู่บำรุง ผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชน มีบุตรด้วยกันทั้งสิ้น 3 คน เป็นชายล้วนคือ ร้อยตำรวจตรี อาจหาญ อยู่บำรุง[12], ร้อยตำรวจตรี วัน อยู่บำรุง และ พันตำรวจตรี ดวง อยู่บำรุง[13] ลูกชายทั้งสามก็ถูกเรียกกันทั่วไปว่า "ลูกเหลิม" มีน้องชายที่เล่นการเมืองท้องถิ่น เป็น ส.ก.หลายสมัยคือ นวรัตน์ อยู่บำรุง ส.ก.เขตหนองแขม และน้องชายที่เป็นตำรวจ พ.ต.ท.จารึก อยู่บำรุง (เสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2557)
ร้อยตำรวจเอก เฉลิม เป็นที่รู้จักในฐานะนักการเมือง หลายครั้งมีการใช้คำพูดที่ฟังดูรุนแรง ซึ่งร้อยตำรวจเอก เฉลิม เคยกล่าวถึงตัวเองไว้ว่า "ไปทะเลเจอฉลาม มาสภาเจอเฉลิม"[14]
ร้อยตำรวจเอกเฉลิม เคยขึ้นเวทีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 ที่สนามทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุดรธานี[15]
บทบาททางการเมือง
[แก้]กบฏยังเติร์ก
[แก้]ร้อยตำรวจเอก เฉลิม มีบทบาททางการเมืองครั้งแรกในฐานะผู้ร่วมการพยายามก่อรัฐประหารรัฐบาลพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2524 และหลังการทำรัฐประหารไม่สำเร็จ จึงตกเป็นผู้ต้องหามีคำสั่งย้ายเข้ากรมตำรวจในวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2524 และพลตำรวจเอกมนต์ชัย พันธุ์คงชื่น อธิบดีกรมตำรวจในขณะนั้นได้ลงนามในคำสั่งที่ 500/2524 ไล่ออกจากราชการตำรวจในวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2524[16]และตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ต่อมาจึงได้รับการนิรโทษกรรม[ต้องการอ้างอิง]
ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
[แก้]ร้อยตำรวจเอก เฉลิม เริ่มต้นชีวิตทางการเมืองด้วยการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ในปี 2526 ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2529 ได้ก่อตั้ง พรรคมวลชน และดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรค โดยมีฐานเสียงสำคัญในพื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งธนบุรี โดยเฉพาะเขตภาษีเจริญและเขตบางบอน
ร้อยตำรวจเอก เฉลิม เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พลเอก ชาติชาย ชุนหะวัณ[17] มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแล องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อสมท.) ต่อมาปรับไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ[18] โดยขณะนั้นเฉลิมนำรถถ่ายทอดโทรทัศน์ไปดักฟังข้อมูลของทหาร จนได้รับเรียกฉายา "เหลิมดาวเทียม" นำไปสู่คำสั่งจาก สุจินดา คราประยูร ให้ปลดเฉลิม อยู่บำรุง แต่ก็ไร้ปฎิกิริยา จนเกิดการรัฐประหารในเวลาต่อมา รวมถึงเฉลิมและครอบครัวต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ[19]
ภายหลังการรัฐประหารดังกล่าว ร้อยตำรวจเอก เฉลิม เป็นหนึ่งในนักการเมืองที่ถูกกล่าวหาว่าร่ำรวยผิดปกติ และถูกยึดทรัพย์จำนวน 32 ล้านบาท และต้องขอลี้ภัยการเมืองไปต่างประเทศ โดยเดินทางไปพำนักอยู่ที่ประเทศสวีเดนและประเทศเดนมาร์ก
ต่อมาเมื่อสถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลาย เขาได้กลับเข้าประเทศไทย และได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในรัฐบาลของนายบรรหาร ศิลปอาชา และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ[20] ต่อมาในปี พ.ศ. 2540 ตัดสินใจยุบพรรคมวลชนรวมเข้ากับ พรรคความหวังใหม่ ของ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ต่อมาพรรคความหวังใหม่ยุบรวมเข้ากับพรรคไทยรักไทย เฉลิมจึงกลับไปดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคมวลชนอีกครั้ง และทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านในรัฐบาลของพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร
ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2547 เฉลิมได้ลาออกจากตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อ เพื่อลงสมัครในสังกัด พรรคมวลชน โดยได้คะแนนมากเป็นลำดับที่ 4 โดยได้คะแนนเสียงในเขตบางบอนเป็นลำดับที่ 1
หลังการรัฐประหารใน พ.ศ. 2549 เฉลิมตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรคพลังประชาชน และในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2550 เฉลิมลงสมัครรับเลือกตั้งในระบบสัดส่วน ลำดับที่ 2 กลุ่มจังหวัดที่ 6 (กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี และ สมุทรปราการ) และได้รับเลือกตั้ง
ภายหลังจากการเลือกตั้งสิ้นสุดลง พรรคพลังประชาชนได้รับเลือกเป็นเสียงข้างมากในสภาถึง 233 ที่นั่ง ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีมติให้ สมัคร สุนทรเวช ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยในการจัดคณะรัฐมนตรีสมัคร เฉลิมดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย[21]
แต่ต่อมาในวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2551 สมัครได้ตัดสินใจปรับคณะรัฐมนตรี เฉลิมได้พ้นจากตำแหน่ง โดยให้ พลตำรวจเอก โกวิท วัฒนะ ดำรงตำแหน่งแทน[22]
ต่อมาสมัครได้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องมีการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่อีกครั้ง โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีมติให้ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยในการจัดคณะรัฐมนตรีสมชาย ได้เลือกให้เฉลิมดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข[23]
แต่ต่อมาในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติให้ยุบพรรคพลังประชาชน, พรรคชาติไทย, และพรรคมัชฌิมาธิปไตย และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค จึงส่งผลให้นายสมชายพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยปริยาย โดยเฉลิมได้ย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทย ทั้งนี้คณะผู้บริหารพรรคพิจารณาแต่งตั้งเฉลิมเป็นประธานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อควบคุมการทำงานในสภาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรภายในพรรคต่อไป โดยเฉลิมกล่าวว่าพรรคได้มอบหมายให้ทำหน้าที่ประธานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อทำหน้าที่หัวหน้าพรรคในสภาผู้แทนราษฎร[24]
เฉลิมเป็นผู้นำสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยเฉลิมเป็นผู้ขึ้นเปิดอภิปรายเป็นคนแรก โดยอภิปรายไม่ไว้วางใจอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในกรณีการปกปิด ซ่อนเร้น ไม่เปิดเผยการรับเงินสนับสนุนพรรคการเมือง ในการรายงานงบดุลต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเส้นทางของเงินดังกล่าวเป็นเงินที่รับจากบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) แล้วทำนิติกรรมอำพรางผ่านบริษัท เมซไซอะ ซึ่งถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง[25]
นอกจากนี้ เฉลิม อยู่บำรุง ทำหน้าที่รักษาการเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรไทย ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2552 สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กระทั่งพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2554 เนื่องจากลาออกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร[26]
ปลายปี พ.ศ. 2552 สื่อมวลชนประจำรัฐสภาได้ให้ฉายา ร้อยตำรวจเอก เฉลิมว่า "ดาวดับ" อันเนื่องจากวาทะที่แก้ตัวให้กับการกระทำที่ส่อทุจริตของ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ว่า "พันตำรวจโท ทักษิณ ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่ทำในสิ่งที่กฎหมายห้าม" ซึ่งได้กลายเป็นวาทะประจำปีด้วย[27]
ต่อมาต้นปี พ.ศ. 2553 ร้อยตำรวจเอก เฉลิม ได้มีวิวาทะกับสมาชิกพรรคเพื่อไทยด้วยกันเอง ถึงขนาดตำหนิออกมาต่อหน้าสื่อมวลชนหลายต่อหลายครั้ง อันเนื่องจากเรื่องการที่จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่เห็นแตกต่างกันและมีความเห็นเกี่ยวกับทิศทางการบริหารจัดการพรรคที่แตกต่างกัน[28][29][30]
ซึ่งในปีถัดมา ความขัดแย้งในเรื่องดังกล่าวนี้ก็ได้เกิดขึ้นอีก จนกระทั่งในวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2554 ร้อยตำรวจเอก เฉลิม ได้ขอลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคอย่างเป็นทางการ โดยมีกระแสข่าวถึงความไม่พอใจในสมาชิกพรรคบางคนตำหนิบทบาทการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของตัวเอง[31]
อย่างไรก็ตามในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2554 เฉลิมได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3 พรรคเพื่อไทย รวมถึงได้ส่งบุตรชายลงสมัครรับเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง
ต่อมาเฉลิมได้รับการโปรดเกล้าฯ เป็นรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยกำกับกระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และบุตรชายได้รับตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม[32] ในระหว่างดำรงตำแหน่ง เขายืนยันว่าในกลุ่ม นปช.ไม่มีชายชุดดำและรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะไม่มีสิทธิสลายการชชุมนุมกลุ่ม นปช. เขาเคยประกาศก่อนหน้าดำรงตำแหน่งว่าจะปลด ธาริต เพ็งดิษฐ์ จากตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แต่ก็ไม่มีการปลดแต่อย่างใด[33]
เฉลิมยังได้ดำรงตำแหน่งรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีอันดับที่ 1 ในวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555 หรือรองนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 1 ภายหลัง ยงยุทธ วิชัยดิษฐ ลาออกจากตำแหน่งดังกล่างเนื่องจากมีการชี้มูลความผิดเรื่องที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ โดยคณะกรรมการปราบปรามทุจริตแห่งชาติ[34]
จากการสำรวจความพึงพอใจของประชาชน โดยสำนักเอแบคโพล เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2555 เขาเป็นรัฐมนตรีที่ประชาชนพึงพอใจ เป็นลำดับที่ 2[35] รองจากนายกรัฐมนตรี
ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2556 ร้อยตำรวจเอก เฉลิม ถูกปรับให้ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน[36] โดยมีการถวายสัตย์ปฏิญาณตนในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2556 และถ่ายภาพหมู่คณะรัฐมนตรีที่ได้รับโปรดเกล้าฯ บริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า แต่ร้อยตำรวจเอก เฉลิม ไม่ได้เข้าร่วมถ่ายภาพในครั้งนั้นด้วย รวมทั้งไม่เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 โดยอ้างเหตุผลว่าขอลากิจเพื่อไปตรวจสุขภาพ แต่เป็นที่รับทราบโดยทั่วไปว่าเป็นการประท้วงที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้ตำแหน่งนี้กับเขา[37]และปลดจากรองนายกรัฐมนตรี
เขาดำรงตำแหน่งผู้กำกับการปฏิบัติงานของหัวหน้าผู้รับผิดชอบในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2557 ถึง วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2557 นับเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนแรกของประเทศไทย ที่ดำรงตำแหน่ง ผู้กำกับการปฏิบัติงานของหัวหน้าผู้รับผิดชอบในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ไม่ได้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็น กรรมการในคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน[38]
วันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 ร้อยตำรวจเอก เฉลิม ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องในการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรีจากตำแหน่งเลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยขาดความชอบธรรม[39]
ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2557 เขาได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 6[40]
ต่อมาในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 เขาได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 6[41] แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง เนื่องจากพรรคเพื่อไทยมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากกว่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพึงมีตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ
ต่อมาในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 เขาได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 6 และได้รับเลือกตั้ง ทว่าภายหลังจากวันที่ลงมติเลือก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีไทย พ.ศ. 2566 เฉลิมไม่มาทำงานในสภาอีกเลย แม้กระทั่งวันที่จะลงมติเลือก เศรษฐา ทวีสิน และ แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีตามลำดับ ก็ไม่ได้มาร่วมลงมติแต่อย่างใด[42] บางครั้งเข้ามาในสภาแล้วก็กลับไป[43] ต่อมาในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีไทย พ.ศ. 2568 เฉลิมลงมติสวนกับมติพรรค โดยลงมติสนับสนุน อนุทิน ชาญวีรกูล แม้ทางพรรคมีมติให้สนับสนุน ชัยเกษม นิติสิริ[44]
วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เฉลิมประกาศวางมือทางการเมือง[45]
ประวัติการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. 10 สมัย
[แก้]- การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2526 กรุงเทพมหานคร สังกัด พรรคประชาธิปัตย์
- การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2529 กรุงเทพมหานคร สังกัด พรรคมวลชน
- การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2531 กรุงเทพมหานคร สังกัด พรรคมวลชน
- การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป กันยายน พ.ศ. 2535 กรุงเทพมหานคร สังกัด พรรคมวลชน → พรรคกิจสังคม
- การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2538 กรุงเทพมหานคร สังกัด พรรคมวลชน
- การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2539 กรุงเทพมหานคร สังกัด พรรคมวลชน → พรรคความหวังใหม่
- การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2544 แบบบัญชีรายชื่อ สังกัด พรรคความหวังใหม่ → พรรคมวลชน
- การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2550 แบบสัดส่วน สังกัด พรรคพลังประชาชน → พรรคเพื่อไทย
- การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2554 แบบบัญชีรายชื่อ สังกัด พรรคเพื่อไทย
- การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 แบบบัญชีรายชื่อ สังกัด พรรคเพื่อไทย
ข้อวิจารณ์ และคดีความ
[แก้]เฉลิมกลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง เมื่อลูกชายทั้ง 3 คน คือ ร้อยตำรวจตรี อาจหาญ อยู่บำรุง ร้อยตำรวจตรี วัน อยู่บำรุง และพันตำรวจโท ดวง อยู่บำรุง ตกเป็นข่าวผ่านสื่อมวลชนว่ามีพฤติกรรมก้าวร้าว ก่อเหตุวิวาททำร้ายร่างกายหลายครั้ง [ต้องการแหล่งอ้างอิงดีกว่านี้]
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีที่ นายดวงเฉลิม ลูกคนเล็กตกเป็นผู้ต้องหาสังหาร ดาบตำรวจ สุวิชัย รอดวิมุติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ดาบยิ้ม" ในผับกลางโรมแรม ย่านถนนรัชดาภิเษก เมื่อปลายปี พ.ศ. 2544[ต้องการอ้างอิง] โดยหลบหนีไปหลังเกิดเหตุ และมอบตัวหลังจากนั้นกว่าครึ่งปีเขาถูกถอดยศทหารในวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544 ภายหลังจากนั้นนายสมัคร สุนทรเวช ได้คืนยศทางทหารให้
ต่อมาคดีนายดวงเฉลิม มีคำตัดสินของศาลอาญาชั้นต้นให้ยกฟ้อง เนื่องจากพยานหลักฐานไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า นายดวงเฉลิมเป็นผู้สังหารดาบยิ้ม ศาลอาญาชั้นต้นจึงมีคำพิพากษายกฟ้อง และจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าผู้สังหารดาบยิ้มเป็นใคร
ในปลายปี พ.ศ. 2554 สื่อมวลชนรายงานว่า วัน อยู่บำรุง ได้แสดงเจตนาข่มขู่อาฆาตมาดร้าย วัชระ เพชรทอง ระหว่างที่กำลังลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนจากเหตุการณ์อุทกภัยในประเทศไทย พ.ศ. 2554[46]
สุขภาพ
[แก้]5 ตุลาคม พ.ศ. 2556 เฉลิมเข้ารับการผ่าตัดอาการสมองบวม เนื่องจากเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง
หลังจากนั้นก็มีกระแสข่าวลือสะพัดว่า เฉลิมได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยอาการสมองบวม แต่ที่จริง การผ่าตัดรักษาอาการป่วยสำเร็จด้วยดี จนกระทั่งสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ในเวลา 14.00 น. ของวันที่ 10 ตุลาคม[47] และจากการตรวจสอบข้อมูล ยังพบอีกว่า เฉลิมพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ไม่ใช่ โรงพยาบาลพระมงกุฏฯ โดยเขาและ ดวง อยู่บำรุง ลูกชายคนเล็ก ได้ออกมาจากโรงพยาบาลพร้อมกัน ด้วยสีหน้าท่าทางยิ้มแยมแจ่มใส ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน "ผมมีเลือดไหลในสมอง 2 ข้าง แต่เลือดไม่ไหลเข้าไปในสมองส่วนที่สำคัญ หมอจึงใช้เครื่องมือเจาะเอาเลือดออก ใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น"[48] ต่อมาเขาเกิดอาการช็อกในขณะประชุมร่วมกับคณะทำงานฯ ในวันที่ 21 ตุลาคมของปีเดียวกัน จนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลรามาธิบดี[49]
ต่อมาวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2556 เวลาประมาณ 13.45 นาฬิกา เฉลิมเกิดอาการทรุดลง หลังกลับมาทำงานที่กระทรวงแรงงานได้ 1 สัปดาห์ จากการผ่าตัดอาการเลือดออกใต้เหยื่อหุ้มสมองในระหว่างหารือกับ พลตำรวจเอก พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น ถึงการจัดประชุมแนวทางป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ที่ห้องทำงานชั้น 6 โดยมีอาการตัวเกร็ง พร้อมนั่งนิ่งไป จนเกือบฟุบลงจากเก้าอี้ ส่งผลให้ทีมงานต้องตัดสินใจ นำตัวส่งโรงพยาบาลรามาธิบดี ทั้งที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้[50]
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
[แก้]- พ.ศ. 2532 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นสูงสุด มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)[51] - พ.ศ. 2531 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสูงสุด มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)[52] - พ.ศ. 2523 –
เหรียญจักรมาลา (ร.จ.ม.)[53] - พ.ศ. 2553 –
เหรียญลูกเสือสดุดี ชั้นที่ 1 - พ.ศ. 2500 –
เหรียญงานฉลอง 25 พุทธศตวรรษ
อ้างอิง
[แก้]- ↑ ""วัน อยู่บำรุง" มา กกต. ยื่นลาออก พปชร. แล้ว บอก "เฉลิม" ก็ขอวางมือทางการเมืองเช่นกัน". www.thairath.co.th. 2025-12-25. สืบค้นเมื่อ 2026-02-06.
- ↑ ข่าวสด (2025-12-01). "'เฉลิม อยู่บำรุง' ยันลาออกพรรคเพื่อไทยแล้ว เตรียมยื่น กกต. 3 ธ.ค.นี้". ข่าวสด. สืบค้นเมื่อ 2026-02-06.
- ↑ 'ไม่มีนอกลู่ 100,000 ล้านเปอร์เซ็นต์..' เปิดใจที่แรก ภรรยารัก 'ลำเนา อยู่บำรุง'
- ↑ ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ↑ นักการเมือง อดีตรองนายกรัฐมนตรี
- ↑ "ย้อนประวัติ "เฉลิม อยู่บำรุง" หรือ "เหลิม ดาวเทียม" ไม่ชอบทหารแต่เข้าบ้านป่าฯ". เนชั่นทีวี. 2024-07-21. สืบค้นเมื่อ 2025-12-02.
- ↑ "ขุนศึกฝั่งธน-ขุนพลพระนครอ้าง 'ดับไฟใต้' ไม่ใช่หน้าที่". mgronline.com. 2008-03-19. สืบค้นเมื่อ 2025-12-02.
- ↑ "ผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ" (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2020-01-25. สืบค้นเมื่อ 2018-07-06.
- ↑ "ชีวประวัติ เฉลิม อยู่บำรุง". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-06-07. สืบค้นเมื่อ 2018-01-23.
- ↑ "เปิดโปง! "เป็ดเหลิม" ซื้อปริญญา-สมรู้ร่วมคิดอธิการฯ เด้ง ผอ.โครงการเพราะไม่ให้จบ". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-02-07. สืบค้นเมื่อ 2017-11-29.
- ↑ บทสุดท้ายทีวีเสรี. เทพชัย หย่อง. พ.ศ. 2544
- ↑ หนังสือราชกิจจานุเบกษา เล่ม115 ตอนที่10ข หน้า161
- ↑ ล้วงประวัติเก่า!!! ดวง อยู่บำรุง หลังได้เลื่อนตำแหน่งเป็นพ.ต.ต
- ↑ 2554 คอลัมน์: คันปากอยากเล่า: แก่รึยัง?. ไทยโพสต์. เข้าถึงได้จาก : Link เก็บถาวร 2011-03-24 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน. เรียกข้อมูลวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2554.
- ↑ 24 พ.ค.2556 "ทวงคนดีคืนถิ่น เอาทักษิณกลับบ้าน"
- ↑ อธิบดีกรมตำรวจในขณะนั้น ได้ลงนามในคำสั่งที่ 500/2524 ไล่ออกจากราชการตำรวจในวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2524
- ↑ พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งรัฐมนตรี (จำนวน ๔๕ ราย)
- ↑ พระบรมราชโองการ ประกาศ รัฐมนตรีลาออก ให้รัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง และตั้งรัฐมนตรี (นายมารุต บุนนาค ได้ลาออกจากตำแหน่ง และแต่งตั้ง ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง นายประจวบ ไชยสาส์น นายเจริญ คันธวงศ์ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม นายสุทัศน์ เงินหมื่น นายเอนก ทับสุวรรณ)
- ↑ "ย้อนประวัติ "เฉลิม อยู่บำรุง" หรือ "เหลิม ดาวเทียม" ไม่ชอบทหารแต่เข้าบ้านป่าฯ". เนชั่นทีวี. 2024-07-21. สืบค้นเมื่อ 2025-12-01.
- ↑ พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี (จำนวน ๔๙ ราย)
- ↑ "โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ครม.ภายใต้การนำของ "สมัคร สุนทรเวช"". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-04-24. สืบค้นเมื่อ 2009-05-09.
- ↑ โปรดเกล้าฯ ครม.สมัคร 1/4 "โกวิท"นั่ง มท.1 ควบรองนายกฯ
- ↑ "โปรดเกล้า ครม.สมชาย1แล้ว จิ๋ว-เฉลิมมาแว้ว". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-09-24. สืบค้นเมื่อ 2009-05-09.
- ↑ พรรคเพื่อไทยตั้ง เฉลิม อยู่บำรุง เป็นประธาน สส.
- ↑ ""เฉลิม"โชว์หลักฐาน"เมซไซอะ"อัด "มาร์ค-ประดิษฐ์" แฉเช็ค27ฉบับจ่าย23ล้าน บริจาคเข้าปชป. ผิดถึงยุบพรรค". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-03-24. สืบค้นเมื่อ 2009-05-10.
- ↑ "ด่วน เฉลิมลาออกส.ส.เพื่อไทย ไม่พอใจจาตุรนต์ จุ้น ซักฟอก". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-11-27. สืบค้นเมื่อ 2018-05-24.
- ↑ สื่อมวลชนประจำรัฐสภา ตั้งฉายาสภาผู้แทนราษฎร ปี 52 “ถ่อย-เถื่อน-ถีบ” ส่วนวุฒิสภา เป็น “ตะแกรงก้นรั่ว” ด้าน"ชัย ชิดชอบ " ถูกยกให้เป็น “ตลกเฒ่าร้อยเล่ห์” ขณะที่ "เฉลิม" กลายเป็น "ดาวดับ"
- ↑ คลิปรายการเจาะข่าวร้อน ล่วงข่าวลึก เฉลิมฮึดสู้ชะตากรรม "ทักษิณ" จะพิฆาตเกื้อหนุน!!!
- ↑ เฉลิมฟิวส์ขาด ฉะสุดารัตน์ เพื่อไทยร้าวหนัก
- ↑ ""เฉลิม " ก้าบ!! แฉ "โปลิตบูโร" ชั้น 33 ตึกชินฯ ต้นตอขัดแย้งเพื่อไทย". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-11-30. สืบค้นเมื่อ 2010-03-02.
- ↑ 'เฉลิม'ยื่นลาออกจากส.ส.เพื่อไทยแล้ว
- ↑ การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 60 ร้อยตำรวจเอก เฉลิม ได้รับการโปรดเกล้าฯ เป็นรองนายกรัฐมนตรี
- ↑ "ประกาศก่อนหน้าดำรงตำแหน่งว่าจะปลดนายธาริต เพ็งดิษฐ์ จากตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แต่ก็ไม่มีการปลดแต่อย่างใด". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2017-10-02. สืบค้นเมื่อ 2016-09-22.
- ↑ "อัลไพล์โดยคณะกรรมการปราบปรามทุจริตแห่งชาติ". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-10-05. สืบค้นเมื่อ 2012-10-26.
- ↑ "เปิดชื่อ 10 อันดับรัฐมนตรีที่ปชช.พอใจและ 10 อันดับรมต. โลกลืม". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-05-09. สืบค้นเมื่อ 2013-02-10.
- ↑ พระบรมราชโองการ ประกาศให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี (รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ๕)
- ↑ 'เฉลิม'ปิดปากเงียบ หลังถูกเขี่ยพ้นรองนายกฯ
- ↑ พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548
- ↑ เปิดรายชื่อ รมต. ตกเก้าอี้พร้อมยิ่งลักษณ์ ข่าวไทยรัฐ ออนไลน์
- ↑ ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (พรรคเพื่อไทย)
- ↑ เปิด 97 บัญชีรายชื่อเพื่อไทย 'บรรยิน'ลุ้นได้เป็นส.ส.
- ↑ "สิ้นสุดทางใจ?"ประวิตร-เฉลิม"ไม่ไปสภาโหวตนายกฯ". posttoday. 2024-08-16. สืบค้นเมื่อ 2025-12-23.
- ↑ ""เฉลิม" โผล่สภาฯ ในรอบ 10 เดือน สส.เพื่อไทยเข้าทักทาย อยู่ไม่นานก่อนเดินทางกลับ". www.thairath.co.th. 2025-08-06. สืบค้นเมื่อ 2025-12-23.
- ↑ ""เฉลิม-รทสช." โหวต "อนุทิน" นายกฯ คนที่ 32". www.thairath.co.th. 2025-09-05. สืบค้นเมื่อ 2025-12-23.
- ↑ "ปิดตำนาน"ไปทะเลเจอฉลาม มาสภาเจอเฉลิม"". https://www.thebetter.co.th/. 2025-12-22. สืบค้นเมื่อ 2025-12-23.
{{cite web}}: แหล่งข้อมูลอื่นใน(help)|website= - ↑ "นายวัน อยู่บำรุงได้แสดงเจตนาข่มขู่อาฆาตมาดร้ายนายวัชระ เพชรทอง". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-07-24. สืบค้นเมื่อ 2012-11-27.
- ↑ ร.ต.อ.เฉลิม สยบข่าว! ยังไม่ตาย ยิ้มออกจากโรงพยาบาล
- ↑ ลือแรง! ร.ต.อ.เฉลิม สมองบวมเสียชีวิตแล้ว แชร์สะพัด
- ↑ "เฉลิม อยู่บำรุง" ช็อกคาที่ประชุม-หามส่งโรงพยาบาลรามาฯ ด่วน!
- ↑ "เฉลิม อาการทรุด ถูกหามส่งโรงพยาบาลทั้งเก้าอี้". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2013-11-01. สืบค้นเมื่อ 2013-10-21.
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๑๐๖ ตอนที่ ๒๑๔ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๒, ๔ ธันวาคม ๒๕๓๒
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เก็บถาวร 2016-03-04 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๐๕ ตอนที่ ๒๐๑ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๔, ๓ ธันวาคม ๒๕๓๑
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา, เล่ม ๙๗ ตอนที่ ๑๘๘ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๒๓๗๒, ๕ ธันวาคม ๒๕๒๓
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]ดูเพิ่ม
[แก้]
วิกิซอร์ซมีงานที่เกี่ยวข้องกับ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1131/2536 (คดียึดทรัพย์)
- บทความที่ขาดแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือตั้งแต่มกราคม 2025
- บุคคลที่เกิดในปี พ.ศ. 2490
- บุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่
- ทหารบกชาวไทย
- ตำรวจชาวไทย
- นักการเมืองไทย
- รองนายกรัฐมนตรีไทย
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไทย
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไทย
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขไทย
- รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไทย
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานไทย
- สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร
- สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยแบบบัญชีรายชื่อ
- สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยแบบสัดส่วน
- หัวหน้าพรรคการเมืองในประเทศไทย
- นักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์
- นักการเมืองพรรคมวลชน
- นักการเมืองพรรคกิจสังคม
- นักการเมืองพรรคความหวังใหม่
- พรรคไทยรักไทย
- นักการเมืองพรรคพลังประชาชน (พ.ศ. 2541)
- นักการเมืองพรรคเพื่อไทย
- พรรคพลังประชารัฐ
- แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ
- บุคคลจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
- ผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ม.ป.ช.
- ผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ม.ว.ม.
- ผู้ได้รับเหรียญจักรมาลา
- ผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน
- ผู้ลี้ภัยชาวไทย