ข้ามไปเนื้อหา

เฉลิม อยู่บำรุง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เฉลิม อยู่บำรุง
เฉลิม ใน พ.ศ. 2563
รองนายกรัฐมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
9 สิงหาคม พ.ศ. 2554  30 มิถุนายน พ.ศ. 2556
(1 ปี 10 เดือน 21 วัน)
นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
ดำรงตำแหน่ง
30 มิถุนายน พ.ศ. 2556  7 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
(10 เดือน 7 วัน)
นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ก่อนหน้าเผดิมชัย สะสมทรัพย์
ถัดไปสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ดำรงตำแหน่ง
24 กันยายน  19 ธันวาคม พ.ศ. 2551
(2 เดือน 25 วัน)
นายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์
รัฐมนตรีช่วยวิชาญ มีนชัยนันท์
ก่อนหน้าชวรัตน์ ชาญวีรกูล
ถัดไปวิทยา แก้วภราดัย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ดำรงตำแหน่ง
6 กุมภาพันธ์  2 สิงหาคม พ.ศ. 2551
(5 เดือน 27 วัน)
นายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช
รัฐมนตรีช่วยสุพล ฟองงาม
สิทธิชัย โควสุรัตน์
ก่อนหน้าสุรยุทธ์ จุลานนท์
ถัดไปพลตำรวจเอก โกวิท วัฒนะ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ดำรงตำแหน่ง
13 กรกฎาคม พ.ศ. 2538  24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539
(1 ปี 4 เดือน 11 วัน)
นายกรัฐมนตรีบรรหาร ศิลปอาชา
ก่อนหน้าไสว พัฒโน
ถัดไปสุวิทย์ คุณกิตติ
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
9 สิงหาคม พ.ศ. 2531  22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2533
(1 ปี 3 เดือน 13 วัน)
นายกรัฐมนตรีพลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ
ก่อนหน้าพันเอก พล เริงประเสริฐวิทย์
ถัดไปประสงค์ บูรณ์พงศ์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
ดำรงตำแหน่ง
29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539  8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540
(1 ปี 11 เดือน 10 วัน)
นายกรัฐมนตรีพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ
รัฐมนตรีว่าการเสนาะ เทียนทอง
ก่อนหน้าเกียรติชัย ชัยเชาวรัตน์
พลตรี ศรชัย มนตริวัต
อนุสรณ์ วงศ์วรรณ
อาษา เมฆสวรรค์
ถัดไปชำนิ ศักดิเศรษฐ์
วัฒนา อัศวเหม
ประภัตร โพธสุธน
พินิจ จารุสมบัติ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ดำรงตำแหน่ง
22 พฤศจิกายน  9 ธันวาคม พ.ศ. 2533
(17 วัน)
นายกรัฐมนตรีชาติชาย ชุณหะวัณ
รัฐมนตรีว่าการพลเอก เทียนชัย สิริสัมพันธ์
หัวหน้าพรรคมวลชน
ดำรงตำแหน่ง
20 ตุลาคม พ.ศ. 2529  12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2536
(7 ปี 23 วัน)
ก่อนหน้าสมศักดิ์ ภาคีโพธิ์
ถัดไปสมศักดิ์ ภาคีโพธิ์
ดำรงตำแหน่ง
28 พฤษภาคม พ.ศ. 2538  10 พฤษภาคม พ.ศ. 2541
(2 ปี 11 เดือน 12 วัน)
ก่อนหน้าสมศักดิ์ ภาคีโพธิ์
ถัดไปพลเอก วรวิทย์ วิบูลศิลป์
ดำรงตำแหน่ง
18 พฤษภาคม  22 พฤษภาคม พ.ศ. 2547
(4 วัน)
ก่อนหน้าการุณ รักษาสุข
เลขาธิการพรรคกิจสังคม
ดำรงตำแหน่ง
13 ตุลาคม พ.ศ. 2536  27 ธันวาคม พ.ศ. 2537
(1 ปี 2 เดือน 14 วัน)
ก่อนหน้าบุญพันธ์ แขวัฒนะ
ถัดไปสุวิทย์ คุณกิตติ
ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
ดำรงตำแหน่ง
12 มกราคม พ.ศ. 2552  23 มีนาคม พ.ศ. 2554
(2 ปี 2 เดือน 11 วัน)
ก่อนหน้าอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
(ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร)
ถัดไปมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์
(รักษาการผู้นำฝ่ายค้านโดยพฤตินัย)
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
(ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร)
ประธาน สส. พรรคเพื่อไทย
ดำรงตำแหน่ง
12 มกราคม พ.ศ. 2552  23 มีนาคม พ.ศ. 2554
(2 ปี 2 เดือน 11 วัน)
รองหัวหน้าพรรคความหวังใหม่
ดำรงตำแหน่ง
27 เมษายน พ.ศ. 2542  28 มีนาคม พ.ศ. 2545
(2 ปี 11 เดือน 1 วัน)
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด27 พฤษภาคม พ.ศ. 2490 (79 ปี)
จังหวัดพระนคร ประเทศไทย
พรรคการเมืองอิสระ (2568–ปัจจุบัน)[1]
การเข้าร่วม
พรรคการเมืองอื่น
ประชาธิปัตย์ (2526–2529)
มวลชน (2529–2536, 2538–2541,2545–2550)
กิจสังคม (2536–2538)
ความหวังใหม่ (2541–2545)
พลังประชาชน (2550–2551)
เพื่อไทย (2551–2568)
พลังประชารัฐ (2568)[2]
คู่สมรสลำเนา อยู่บำรุง (สมรส 2512; เสียชีวิต 2569)[3]
บุตร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์[4]
มหาวิทยาลัยรามคำแหง (Ph.D.)[5]
ยศที่ได้รับการแต่งตั้ง
รับใช้ ไทย
สังกัด กองทัพบกไทย
กรมตำรวจ
กองอาสารักษาดินแดน
ประจำการพ.ศ. 2516 - 2524 (ตร.)
ยศ สิบโท
ร้อยตำรวจเอก
นายกองใหญ่

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ชื่อเล่น แชมป์ ฉายา "เหลิมดาวเทียม"[6] "ขุนศึกฝั่งธน"[7] (เกิด 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2490) เป็นอดีตข้าราชการตำรวจและนักการเมืองชาวไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร อดีตหัวหน้าพรรคมวลชน เป็นผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบในช่วงวิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557[8]

ประวัติ

[แก้]

ร้อยตำรวจเอก ดร. เฉลิม อยู่บำรุง เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2490 (นับแบบใหม่) แต่บางแหล่งว่า เกิดวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2490 ชื่อเล่นว่า แชมป์ บิดาชื่อ ร้อยตำรวจตรี แฉล้ม อยู่บำรุง มารดาชื่อนางลั้ง อยู่บำรุง จบการศึกษาทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง [9] [10] ก่อนเข้ารับราชการตำรวจที่มีตำแหน่งเป็นสารวัตรกองปราบปราม นั้นได้เคยเป็นทหารยศสิบโทมาก่อน ได้ขอโอนย้ายตัวเองเข้าสังกัดตำรวจ ในการทำงานการเมืองเคยดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแล องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย และขณะที่กำกับดูแลหน่วยงานแห่งนี้ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม มีชื่อเรียกสั้น ๆ จากสื่อมวลชนว่า "เหลิม" หรือ "เหลิมดาวเทียม" เนื่องจากเป็นที่รับรู้กันดีในแวดวงสื่อมวลชนถึงการควบคุมการนำเสนอข่าวด้วยตนเอง ซึ่งในบางครั้งถึงกับเข้าไปสั่งการในห้องตัดต่อเอง จนคนในช่อง 9 เรียกว่า "บรรณาธิการเฉลิม"[11]

สมรสกับลำเนา อยู่บำรุง ผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชน มีบุตรด้วยกันทั้งสิ้น 3 คน เป็นชายล้วนคือ ร้อยตำรวจตรี อาจหาญ อยู่บำรุง[12], ร้อยตำรวจตรี วัน อยู่บำรุง และ พันตำรวจตรี ดวง อยู่บำรุง[13] ลูกชายทั้งสามก็ถูกเรียกกันทั่วไปว่า "ลูกเหลิม" มีน้องชายที่เล่นการเมืองท้องถิ่น เป็น ส.ก.หลายสมัยคือ นวรัตน์ อยู่บำรุง ส.ก.เขตหนองแขม และน้องชายที่เป็นตำรวจ พ.ต.ท.จารึก อยู่บำรุง (เสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2557)

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม เป็นที่รู้จักในฐานะนักการเมือง หลายครั้งมีการใช้คำพูดที่ฟังดูรุนแรง ซึ่งร้อยตำรวจเอก เฉลิม เคยกล่าวถึงตัวเองไว้ว่า "ไปทะเลเจอฉลาม มาสภาเจอเฉลิม"[14]

ร้อยตำรวจเอกเฉลิม เคยขึ้นเวทีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 ที่สนามทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุดรธานี[15]

บทบาททางการเมือง

[แก้]

กบฏยังเติร์ก

[แก้]

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม มีบทบาททางการเมืองครั้งแรกในฐานะผู้ร่วมการพยายามก่อรัฐประหารรัฐบาลพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2524 และหลังการทำรัฐประหารไม่สำเร็จ จึงตกเป็นผู้ต้องหามีคำสั่งย้ายเข้ากรมตำรวจในวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2524 และพลตำรวจเอกมนต์ชัย พันธุ์คงชื่น อธิบดีกรมตำรวจในขณะนั้นได้ลงนามในคำสั่งที่ 500/2524 ไล่ออกจากราชการตำรวจในวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2524[16]และตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ต่อมาจึงได้รับการนิรโทษกรรม[ต้องการอ้างอิง]

ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

[แก้]

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม เริ่มต้นชีวิตทางการเมืองด้วยการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ในปี 2526 ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2529 ได้ก่อตั้ง พรรคมวลชน และดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรค โดยมีฐานเสียงสำคัญในพื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งธนบุรี โดยเฉพาะเขตภาษีเจริญและเขตบางบอน

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พลเอก ชาติชาย ชุนหะวัณ[17] มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแล องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อสมท.) ต่อมาปรับไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ[18] โดยขณะนั้นเฉลิมนำรถถ่ายทอดโทรทัศน์ไปดักฟังข้อมูลของทหาร จนได้รับเรียกฉายา "เหลิมดาวเทียม" นำไปสู่คำสั่งจาก สุจินดา คราประยูร ให้ปลดเฉลิม อยู่บำรุง แต่ก็ไร้ปฎิกิริยา จนเกิดการรัฐประหารในเวลาต่อมา รวมถึงเฉลิมและครอบครัวต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ[19]

ภายหลังการรัฐประหารดังกล่าว ร้อยตำรวจเอก เฉลิม เป็นหนึ่งในนักการเมืองที่ถูกกล่าวหาว่าร่ำรวยผิดปกติ และถูกยึดทรัพย์จำนวน 32 ล้านบาท และต้องขอลี้ภัยการเมืองไปต่างประเทศ โดยเดินทางไปพำนักอยู่ที่ประเทศสวีเดนและประเทศเดนมาร์ก

ต่อมาเมื่อสถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลาย เขาได้กลับเข้าประเทศไทย และได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในรัฐบาลของนายบรรหาร ศิลปอาชา และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ[20] ต่อมาในปี พ.ศ. 2540 ตัดสินใจยุบพรรคมวลชนรวมเข้ากับ พรรคความหวังใหม่ ของ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ต่อมาพรรคความหวังใหม่ยุบรวมเข้ากับพรรคไทยรักไทย เฉลิมจึงกลับไปดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคมวลชนอีกครั้ง และทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านในรัฐบาลของพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร

ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2547 เฉลิมได้ลาออกจากตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อ เพื่อลงสมัครในสังกัด พรรคมวลชน โดยได้คะแนนมากเป็นลำดับที่ 4 โดยได้คะแนนเสียงในเขตบางบอนเป็นลำดับที่ 1

หลังการรัฐประหารใน พ.ศ. 2549 เฉลิมตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรคพลังประชาชน และในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2550 เฉลิมลงสมัครรับเลือกตั้งในระบบสัดส่วน ลำดับที่ 2 กลุ่มจังหวัดที่ 6 (กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี และ สมุทรปราการ) และได้รับเลือกตั้ง

ภายหลังจากการเลือกตั้งสิ้นสุดลง พรรคพลังประชาชนได้รับเลือกเป็นเสียงข้างมากในสภาถึง 233 ที่นั่ง ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีมติให้ สมัคร สุนทรเวช ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยในการจัดคณะรัฐมนตรีสมัคร เฉลิมดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย[21]

แต่ต่อมาในวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2551 สมัครได้ตัดสินใจปรับคณะรัฐมนตรี เฉลิมได้พ้นจากตำแหน่ง โดยให้ พลตำรวจเอก โกวิท วัฒนะ ดำรงตำแหน่งแทน[22]

ต่อมาสมัครได้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องมีการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่อีกครั้ง โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีมติให้ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยในการจัดคณะรัฐมนตรีสมชาย ได้เลือกให้เฉลิมดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข[23]

แต่ต่อมาในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติให้ยุบพรรคพลังประชาชน, พรรคชาติไทย, และพรรคมัชฌิมาธิปไตย และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค จึงส่งผลให้นายสมชายพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยปริยาย โดยเฉลิมได้ย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทย ทั้งนี้คณะผู้บริหารพรรคพิจารณาแต่งตั้งเฉลิมเป็นประธานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อควบคุมการทำงานในสภาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรภายในพรรคต่อไป โดยเฉลิมกล่าวว่าพรรคได้มอบหมายให้ทำหน้าที่ประธานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อทำหน้าที่หัวหน้าพรรคในสภาผู้แทนราษฎร[24]

เฉลิมเป็นผู้นำสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยเฉลิมเป็นผู้ขึ้นเปิดอภิปรายเป็นคนแรก โดยอภิปรายไม่ไว้วางใจอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในกรณีการปกปิด ซ่อนเร้น ไม่เปิดเผยการรับเงินสนับสนุนพรรคการเมือง ในการรายงานงบดุลต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเส้นทางของเงินดังกล่าวเป็นเงินที่รับจากบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) แล้วทำนิติกรรมอำพรางผ่านบริษัท เมซไซอะ ซึ่งถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง[25]

นอกจากนี้ เฉลิม อยู่บำรุง ทำหน้าที่รักษาการเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรไทย ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2552 สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กระทั่งพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2554 เนื่องจากลาออกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร[26]

ปลายปี พ.ศ. 2552 สื่อมวลชนประจำรัฐสภาได้ให้ฉายา ร้อยตำรวจเอก เฉลิมว่า "ดาวดับ" อันเนื่องจากวาทะที่แก้ตัวให้กับการกระทำที่ส่อทุจริตของ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ว่า "พันตำรวจโท ทักษิณ ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่ทำในสิ่งที่กฎหมายห้าม" ซึ่งได้กลายเป็นวาทะประจำปีด้วย[27]

ต่อมาต้นปี พ.ศ. 2553 ร้อยตำรวจเอก เฉลิม ได้มีวิวาทะกับสมาชิกพรรคเพื่อไทยด้วยกันเอง ถึงขนาดตำหนิออกมาต่อหน้าสื่อมวลชนหลายต่อหลายครั้ง อันเนื่องจากเรื่องการที่จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่เห็นแตกต่างกันและมีความเห็นเกี่ยวกับทิศทางการบริหารจัดการพรรคที่แตกต่างกัน[28][29][30]

ซึ่งในปีถัดมา ความขัดแย้งในเรื่องดังกล่าวนี้ก็ได้เกิดขึ้นอีก จนกระทั่งในวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2554 ร้อยตำรวจเอก เฉลิม ได้ขอลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคอย่างเป็นทางการ โดยมีกระแสข่าวถึงความไม่พอใจในสมาชิกพรรคบางคนตำหนิบทบาทการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของตัวเอง[31]

อย่างไรก็ตามในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2554 เฉลิมได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3 พรรคเพื่อไทย รวมถึงได้ส่งบุตรชายลงสมัครรับเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง

ต่อมาเฉลิมได้รับการโปรดเกล้าฯ เป็นรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยกำกับกระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และบุตรชายได้รับตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม[32] ในระหว่างดำรงตำแหน่ง เขายืนยันว่าในกลุ่ม นปช.ไม่มีชายชุดดำและรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะไม่มีสิทธิสลายการชชุมนุมกลุ่ม นปช. เขาเคยประกาศก่อนหน้าดำรงตำแหน่งว่าจะปลด ธาริต เพ็งดิษฐ์ จากตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แต่ก็ไม่มีการปลดแต่อย่างใด[33]

เฉลิมยังได้ดำรงตำแหน่งรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีอันดับที่ 1 ในวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555 หรือรองนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 1 ภายหลัง ยงยุทธ วิชัยดิษฐ ลาออกจากตำแหน่งดังกล่างเนื่องจากมีการชี้มูลความผิดเรื่องที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ โดยคณะกรรมการปราบปรามทุจริตแห่งชาติ[34]

จากการสำรวจความพึงพอใจของประชาชน โดยสำนักเอแบคโพล เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2555 เขาเป็นรัฐมนตรีที่ประชาชนพึงพอใจ เป็นลำดับที่ 2[35] รองจากนายกรัฐมนตรี

ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2556 ร้อยตำรวจเอก เฉลิม ถูกปรับให้ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน[36] โดยมีการถวายสัตย์ปฏิญาณตนในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2556 และถ่ายภาพหมู่คณะรัฐมนตรีที่ได้รับโปรดเกล้าฯ บริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า แต่ร้อยตำรวจเอก เฉลิม ไม่ได้เข้าร่วมถ่ายภาพในครั้งนั้นด้วย รวมทั้งไม่เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 โดยอ้างเหตุผลว่าขอลากิจเพื่อไปตรวจสุขภาพ แต่เป็นที่รับทราบโดยทั่วไปว่าเป็นการประท้วงที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้ตำแหน่งนี้กับเขา[37]และปลดจากรองนายกรัฐมนตรี

เขาดำรงตำแหน่งผู้กำกับการปฏิบัติงานของหัวหน้าผู้รับผิดชอบในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2557 ถึง วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2557 นับเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนแรกของประเทศไทย ที่ดำรงตำแหน่ง ผู้กำกับการปฏิบัติงานของหัวหน้าผู้รับผิดชอบในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ไม่ได้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็น กรรมการในคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน[38]

วันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 ร้อยตำรวจเอก เฉลิม ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องในการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรีจากตำแหน่งเลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยขาดความชอบธรรม[39]

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2557 เขาได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 6[40]

ต่อมาในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 เขาได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 6[41] แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง เนื่องจากพรรคเพื่อไทยมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากกว่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพึงมีตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ

ต่อมาในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 เขาได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 6 และได้รับเลือกตั้ง ทว่าภายหลังจากวันที่ลงมติเลือก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีไทย พ.ศ. 2566 เฉลิมไม่มาทำงานในสภาอีกเลย แม้กระทั่งวันที่จะลงมติเลือก เศรษฐา ทวีสิน และ แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีตามลำดับ ก็ไม่ได้มาร่วมลงมติแต่อย่างใด[42] บางครั้งเข้ามาในสภาแล้วก็กลับไป[43] ต่อมาในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีไทย พ.ศ. 2568 เฉลิมลงมติสวนกับมติพรรค โดยลงมติสนับสนุน อนุทิน ชาญวีรกูล แม้ทางพรรคมีมติให้สนับสนุน ชัยเกษม นิติสิริ[44]

วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เฉลิมประกาศวางมือทางการเมือง[45]

ประวัติการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. 10 สมัย

[แก้]
  1. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2526 กรุงเทพมหานคร สังกัด พรรคประชาธิปัตย์
  2. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2529 กรุงเทพมหานคร สังกัด พรรคมวลชน
  3. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2531 กรุงเทพมหานคร สังกัด พรรคมวลชน
  4. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป กันยายน พ.ศ. 2535 กรุงเทพมหานคร สังกัด พรรคมวลชนพรรคกิจสังคม
  5. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2538 กรุงเทพมหานคร สังกัด พรรคมวลชน
  6. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2539 กรุงเทพมหานคร สังกัด พรรคมวลชนพรรคความหวังใหม่
  7. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2544 แบบบัญชีรายชื่อ สังกัด พรรคความหวังใหม่พรรคมวลชน
  8. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2550 แบบสัดส่วน สังกัด พรรคพลังประชาชนพรรคเพื่อไทย
  9. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2554 แบบบัญชีรายชื่อ สังกัด พรรคเพื่อไทย
  10. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 แบบบัญชีรายชื่อ สังกัด พรรคเพื่อไทย

ข้อวิจารณ์ และคดีความ

[แก้]

เฉลิมกลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง เมื่อลูกชายทั้ง 3 คน คือ ร้อยตำรวจตรี อาจหาญ อยู่บำรุง ร้อยตำรวจตรี วัน อยู่บำรุง และพันตำรวจโท ดวง อยู่บำรุง ตกเป็นข่าวผ่านสื่อมวลชนว่ามีพฤติกรรมก้าวร้าว ก่อเหตุวิวาททำร้ายร่างกายหลายครั้ง [ต้องการแหล่งอ้างอิงดีกว่านี้]

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีที่ นายดวงเฉลิม ลูกคนเล็กตกเป็นผู้ต้องหาสังหาร ดาบตำรวจ สุวิชัย รอดวิมุติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ดาบยิ้ม" ในผับกลางโรมแรม ย่านถนนรัชดาภิเษก เมื่อปลายปี พ.ศ. 2544[ต้องการอ้างอิง] โดยหลบหนีไปหลังเกิดเหตุ และมอบตัวหลังจากนั้นกว่าครึ่งปีเขาถูกถอดยศทหารในวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544 ภายหลังจากนั้นนายสมัคร สุนทรเวช ได้คืนยศทางทหารให้

ต่อมาคดีนายดวงเฉลิม มีคำตัดสินของศาลอาญาชั้นต้นให้ยกฟ้อง เนื่องจากพยานหลักฐานไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า นายดวงเฉลิมเป็นผู้สังหารดาบยิ้ม ศาลอาญาชั้นต้นจึงมีคำพิพากษายกฟ้อง และจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าผู้สังหารดาบยิ้มเป็นใคร

ในปลายปี พ.ศ. 2554 สื่อมวลชนรายงานว่า วัน อยู่บำรุง ได้แสดงเจตนาข่มขู่อาฆาตมาดร้าย วัชระ เพชรทอง ระหว่างที่กำลังลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนจากเหตุการณ์อุทกภัยในประเทศไทย พ.ศ. 2554[46]

สุขภาพ

[แก้]

5 ตุลาคม พ.ศ. 2556 เฉลิมเข้ารับการผ่าตัดอาการสมองบวม เนื่องจากเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง

หลังจากนั้นก็มีกระแสข่าวลือสะพัดว่า เฉลิมได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยอาการสมองบวม แต่ที่จริง การผ่าตัดรักษาอาการป่วยสำเร็จด้วยดี จนกระทั่งสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ในเวลา 14.00 น. ของวันที่ 10 ตุลาคม[47] และจากการตรวจสอบข้อมูล ยังพบอีกว่า เฉลิมพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ไม่ใช่ โรงพยาบาลพระมงกุฏฯ โดยเขาและ ดวง อยู่บำรุง ลูกชายคนเล็ก ได้ออกมาจากโรงพยาบาลพร้อมกัน ด้วยสีหน้าท่าทางยิ้มแยมแจ่มใส ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน "ผมมีเลือดไหลในสมอง 2 ข้าง แต่เลือดไม่ไหลเข้าไปในสมองส่วนที่สำคัญ หมอจึงใช้เครื่องมือเจาะเอาเลือดออก ใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น"[48] ต่อมาเขาเกิดอาการช็อกในขณะประชุมร่วมกับคณะทำงานฯ ในวันที่ 21 ตุลาคมของปีเดียวกัน จนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลรามาธิบดี[49]

ต่อมาวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2556 เวลาประมาณ 13.45 นาฬิกา เฉลิมเกิดอาการทรุดลง หลังกลับมาทำงานที่กระทรวงแรงงานได้ 1 สัปดาห์ จากการผ่าตัดอาการเลือดออกใต้เหยื่อหุ้มสมองในระหว่างหารือกับ พลตำรวจเอก พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น ถึงการจัดประชุมแนวทางป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ที่ห้องทำงานชั้น 6 โดยมีอาการตัวเกร็ง พร้อมนั่งนิ่งไป จนเกือบฟุบลงจากเก้าอี้ ส่งผลให้ทีมงานต้องตัดสินใจ นำตัวส่งโรงพยาบาลรามาธิบดี ทั้งที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้[50]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. ""วัน อยู่บำรุง" มา กกต. ยื่นลาออก พปชร. แล้ว บอก "เฉลิม" ก็ขอวางมือทางการเมืองเช่นกัน". www.thairath.co.th. 2025-12-25. สืบค้นเมื่อ 2026-02-06.
  2. ข่าวสด (2025-12-01). "'เฉลิม อยู่บำรุง' ยันลาออกพรรคเพื่อไทยแล้ว เตรียมยื่น กกต. 3 ธ.ค.นี้". ข่าวสด. สืบค้นเมื่อ 2026-02-06.
  3. 'ไม่มีนอกลู่ 100,000 ล้านเปอร์เซ็นต์..' เปิดใจที่แรก ภรรยารัก 'ลำเนา อยู่บำรุง'
  4. ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  5. นักการเมือง อดีตรองนายกรัฐมนตรี
  6. "ย้อนประวัติ "เฉลิม อยู่บำรุง" หรือ "เหลิม ดาวเทียม" ไม่ชอบทหารแต่เข้าบ้านป่าฯ". เนชั่นทีวี. 2024-07-21. สืบค้นเมื่อ 2025-12-02.
  7. "ขุนศึกฝั่งธน-ขุนพลพระนครอ้าง 'ดับไฟใต้' ไม่ใช่หน้าที่". mgronline.com. 2008-03-19. สืบค้นเมื่อ 2025-12-02.
  8. "ผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ" (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2020-01-25. สืบค้นเมื่อ 2018-07-06.
  9. "ชีวประวัติ เฉลิม อยู่บำรุง". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-06-07. สืบค้นเมื่อ 2018-01-23.
  10. "เปิดโปง! "เป็ดเหลิม" ซื้อปริญญา-สมรู้ร่วมคิดอธิการฯ เด้ง ผอ.โครงการเพราะไม่ให้จบ". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-02-07. สืบค้นเมื่อ 2017-11-29.
  11. บทสุดท้ายทีวีเสรี. เทพชัย หย่อง. พ.ศ. 2544
  12. หนังสือราชกิจจานุเบกษา เล่ม115 ตอนที่10ข หน้า161
  13. ล้วงประวัติเก่า!!! ดวง อยู่บำรุง หลังได้เลื่อนตำแหน่งเป็นพ.ต.ต
  14. 2554 คอลัมน์: คันปากอยากเล่า: แก่รึยัง?. ไทยโพสต์. เข้าถึงได้จาก : Link เก็บถาวร 2011-03-24 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน. เรียกข้อมูลวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2554.
  15. 24 พ.ค.2556 "ทวงคนดีคืนถิ่น เอาทักษิณกลับบ้าน"
  16. อธิบดีกรมตำรวจในขณะนั้น ได้ลงนามในคำสั่งที่ 500/2524 ไล่ออกจากราชการตำรวจในวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2524
  17. พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งรัฐมนตรี (จำนวน ๔๕ ราย)
  18. พระบรมราชโองการ ประกาศ รัฐมนตรีลาออก ให้รัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง และตั้งรัฐมนตรี (นายมารุต บุนนาค ได้ลาออกจากตำแหน่ง และแต่งตั้ง ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง นายประจวบ ไชยสาส์น นายเจริญ คันธวงศ์ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม นายสุทัศน์ เงินหมื่น นายเอนก ทับสุวรรณ)
  19. "ย้อนประวัติ "เฉลิม อยู่บำรุง" หรือ "เหลิม ดาวเทียม" ไม่ชอบทหารแต่เข้าบ้านป่าฯ". เนชั่นทีวี. 2024-07-21. สืบค้นเมื่อ 2025-12-01.
  20. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี (จำนวน ๔๙ ราย)
  21. "โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ครม.ภายใต้การนำของ "สมัคร สุนทรเวช"". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-04-24. สืบค้นเมื่อ 2009-05-09.
  22. โปรดเกล้าฯ ครม.สมัคร 1/4 "โกวิท"นั่ง มท.1 ควบรองนายกฯ
  23. "โปรดเกล้า ครม.สมชาย1แล้ว จิ๋ว-เฉลิมมาแว้ว". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-09-24. สืบค้นเมื่อ 2009-05-09.
  24. พรรคเพื่อไทยตั้ง เฉลิม อยู่บำรุง เป็นประธาน สส.
  25. ""เฉลิม"โชว์หลักฐาน"เมซไซอะ"อัด "มาร์ค-ประดิษฐ์" แฉเช็ค27ฉบับจ่าย23ล้าน บริจาคเข้าปชป. ผิดถึงยุบพรรค". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-03-24. สืบค้นเมื่อ 2009-05-10.
  26. "ด่วน เฉลิมลาออกส.ส.เพื่อไทย ไม่พอใจจาตุรนต์ จุ้น ซักฟอก". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-11-27. สืบค้นเมื่อ 2018-05-24.
  27. สื่อมวลชนประจำรัฐสภา ตั้งฉายาสภาผู้แทนราษฎร ปี 52 “ถ่อย-เถื่อน-ถีบ” ส่วนวุฒิสภา เป็น “ตะแกรงก้นรั่ว” ด้าน"ชัย ชิดชอบ " ถูกยกให้เป็น “ตลกเฒ่าร้อยเล่ห์” ขณะที่ "เฉลิม" กลายเป็น "ดาวดับ"
  28. คลิปรายการเจาะข่าวร้อน ล่วงข่าวลึก เฉลิมฮึดสู้ชะตากรรม "ทักษิณ" จะพิฆาตเกื้อหนุน!!!
  29. เฉลิมฟิวส์ขาด ฉะสุดารัตน์ เพื่อไทยร้าวหนัก
  30. ""เฉลิม " ก้าบ!! แฉ "โปลิตบูโร" ชั้น 33 ตึกชินฯ ต้นตอขัดแย้งเพื่อไทย". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-11-30. สืบค้นเมื่อ 2010-03-02.
  31. 'เฉลิม'ยื่นลาออกจากส.ส.เพื่อไทยแล้ว
  32. การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 60 ร้อยตำรวจเอก เฉลิม ได้รับการโปรดเกล้าฯ เป็นรองนายกรัฐมนตรี
  33. "ประกาศก่อนหน้าดำรงตำแหน่งว่าจะปลดนายธาริต เพ็งดิษฐ์ จากตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แต่ก็ไม่มีการปลดแต่อย่างใด". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2017-10-02. สืบค้นเมื่อ 2016-09-22.
  34. "อัลไพล์โดยคณะกรรมการปราบปรามทุจริตแห่งชาติ". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-10-05. สืบค้นเมื่อ 2012-10-26.
  35. "เปิดชื่อ 10 อันดับรัฐมนตรีที่ปชช.พอใจและ 10 อันดับรมต. โลกลืม". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-05-09. สืบค้นเมื่อ 2013-02-10.
  36. พระบรมราชโองการ ประกาศให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี (รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ๕)
  37. 'เฉลิม'ปิดปากเงียบ หลังถูกเขี่ยพ้นรองนายกฯ
  38. พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548
  39. เปิดรายชื่อ รมต. ตกเก้าอี้พร้อมยิ่งลักษณ์ ข่าวไทยรัฐ ออนไลน์
  40. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (พรรคเพื่อไทย)
  41. เปิด 97 บัญชีรายชื่อเพื่อไทย 'บรรยิน'ลุ้นได้เป็นส.ส.
  42. "สิ้นสุดทางใจ?"ประวิตร-เฉลิม"ไม่ไปสภาโหวตนายกฯ". posttoday. 2024-08-16. สืบค้นเมื่อ 2025-12-23.
  43. ""เฉลิม" โผล่สภาฯ ในรอบ 10 เดือน สส.เพื่อไทยเข้าทักทาย อยู่ไม่นานก่อนเดินทางกลับ". www.thairath.co.th. 2025-08-06. สืบค้นเมื่อ 2025-12-23.
  44. ""เฉลิม-รทสช." โหวต "อนุทิน" นายกฯ คนที่ 32". www.thairath.co.th. 2025-09-05. สืบค้นเมื่อ 2025-12-23.
  45. "ปิดตำนาน"ไปทะเลเจอฉลาม มาสภาเจอเฉลิม"". https://www.thebetter.co.th/. 2025-12-22. สืบค้นเมื่อ 2025-12-23. {{cite web}}: แหล่งข้อมูลอื่นใน |website= (help)
  46. "นายวัน อยู่บำรุงได้แสดงเจตนาข่มขู่อาฆาตมาดร้ายนายวัชระ เพชรทอง". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-07-24. สืบค้นเมื่อ 2012-11-27.
  47. ร.ต.อ.เฉลิม สยบข่าว! ยังไม่ตาย ยิ้มออกจากโรงพยาบาล
  48. ลือแรง! ร.ต.อ.เฉลิม สมองบวมเสียชีวิตแล้ว แชร์สะพัด
  49. "เฉลิม อยู่บำรุง" ช็อกคาที่ประชุม-หามส่งโรงพยาบาลรามาฯ ด่วน!
  50. "เฉลิม อาการทรุด ถูกหามส่งโรงพยาบาลทั้งเก้าอี้". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2013-11-01. สืบค้นเมื่อ 2013-10-21.
  51. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๑๐๖ ตอนที่ ๒๑๔ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๒, ๔ ธันวาคม ๒๕๓๒
  52. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เก็บถาวร 2016-03-04 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๐๕ ตอนที่ ๒๐๑ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๔, ๓ ธันวาคม ๒๕๓๑
  53. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา, เล่ม ๙๗ ตอนที่ ๑๘๘ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๒๓๗๒, ๕ ธันวาคม ๒๕๒๓

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]

ดูเพิ่ม

[แก้]