หม่อมเจ้าสวาสดิ์วัฒโนดม ประวิตร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
"ดวงดาว" เปลี่ยนทางมาที่นี่ สำหรับนักแสดงและนักพากย์ ดูที่ ดวงดาว จารุจินดา

หม่อมเจ้าสวาสดิ์วัฒโนดม ประวิตร (28 เมษายน พ.ศ. 2454 - 1 กันยายน พ.ศ. 2544)[1] เป็นพระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงปราจิณกิติบดี กับหม่อมช้อย ประวิตร ณ อยุธยา และนักเขียนชาวไทย ทรงใช้นามปากกาว่า ดวงดาว และบังใบ มีผลงานที่มีชื่อเสียง อาทิ "ผยอง", "เชลยศักดิ์", "เคหาสน์สีแดง" และ "ม่านไฟ" เป็นต้น

หม่อมเจ้าสวาสดิ์วัฒโนดม ประวิตร
สวาสดิ์วัฒโนดม ประวิตร.jpg

ฐานันดรศักดิ์ หม่อมเจ้า
ราชวงศ์ จักรี
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ 28 เมษายน พ.ศ. 2454
สิ้นชีพิตักษัย 1 กันยายน พ.ศ. 2544 (90 ปี)
พระบิดา พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงปราจิณกิติบดี
พระมารดา หม่อมช้อย ประวิตร ณ อยุธยา

พระประวัติ[แก้]

หม่อมเจ้าสวาสดิ์วัฒโนดม เป็นพระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงปราจิณกิติบดี ประสูติแต่หม่อมช้อย ประวิตร ณ อยุธยา (สกุลเดิม กัลยาณมิตร)[2] ธิดาเจ้าพระยาสุรสีห์วิสิษฐศักดิ์ (เชย กัลยาณมิตร)

ท่านหญิงมีเชษฐาและอนุชาร่วมมารดาสององค์ คือ หม่อมเจ้าสีหวิลาศ ประวิตร และหม่อมเจ้ากวีวิศิษฐ์ ประวิตร

ท่านหญิงทรงเข้ารับการศึกษาชั้นต้นในพระบรมมหาราชวัง ต่อมาทรงเข้าศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ภายหลังพระบิดาทรงจ้างครูแหม่มมาสอนพิเศษ ณ วังราชสกุลประวิตร เชิงสะพานเทเวศน์ (ปัจจุบันคือตลาดจันทร์ประวิตร) พร้อมกับทรงศึกษาดนตรีจนมีความเชี่ยวชาญทั้งดนตรีไทยและดนตรีสากล และโปรดกีฬาทรงม้า

ท่านหญิงโปรดการอ่านหนังสือตั้งแต่ยังทรงเยาว์ และเป็นแรงบันดาลทัยให้นิพนธ์นิยายต่างๆ ในเวลาต่อมา เมื่อชันษาได้ 17 ปี ทรงสนิทสนมกับหม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์ (ชันษา 23 ปี) พระโอรสในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ซึ่งประทับที่วังใกล้กัน หม่อมเจ้าอากาศดำเกิงทรงกราบทูลให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงสู่ขอหม่อมเจ้าสวาสดิ์วัฒโนดมมาเป็นชายาต่อหม่อมช้อยให้[3] เมื่อ พ.ศ. 2471 แต่ทรงปฏิเสธเนื่องจากมิได้ทรงมีจิตปฏิพัทธ์ด้วย[4]

งานนิพนธ์[แก้]

ท่านหญิงทรงนิพนธ์นวนิยายเรื่องแรกเมื่อ พ.ศ. 2478 ขณะชันษาได้ 24 ปี โดยใช้นามปากกาว่า "ดวงดาว" โดยทรงให้เหตุผลว่าโปรดที่จะทอดเนตรดวงดาวในยามค่ำคืน เพราะดูแล้วน่ารักดี แต่เมื่อทรงส่งเรื่อง "คำอธิษฐานของดวงดาว" ลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจวันอาทิตย์ นามปากกาได้กลายเป็น "บังใบ" ซึ่งมาลัย ชูพินิจ เป็นผู้ตั้งถวายโดยความเข้าใจผิด ชื่งต่อมาในภายหลังทรงเปลี่ยนมาใช้นามปากกา "ดวงดาว" ตลอดมา และมีผลงานติดต่อมาหลายเรื่อง เช่น นวนิยายเรื่อง "ผยอง", "เชลยศักดิ์" และ "เคหาสน์สีแดง"

ท่านหญิงมีจริยวัตรรักสวยรักงาม และมีอารมณ์ขัน โปรดการประพาสต่างจังหวัด เสด็จไปในที่ที่ไม่เจริญ เพื่อทอดเนตรความเป็นอยู่ของชาวบ้าน นำมาเป็นข้อมูลในงานนิพนธ์ เรื่องสั้นต่างๆ โดยมีหม่อมราชวงศ์วงศ์ศิริ กฤดากร เป็นสหายสนิทที่โปรดที่สุด

ท่านหญิงทรงหยุดนิพนธ์นวนิยายในปี พ.ศ. 2508 เพราะไม่ทรงเห็นด้วยกับนิตยสารบางเล่ม ที่ให้ผู้อ่านทายชื่อนักประพันธ์ในนิยายที่ไม่ลงชื่อผู้แต่ง[5] แต่ยังทรงนิพนธ์เรื่องสั้นบ้าง เรื่องสุดท้ายที่ทรงนิพนธ์ คือ เรื่อง "อดีตที่รัก" ซึ่งเป็นพระประวัติเมื่อครั้งทรงเยาว์ ลงพิมพ์ในหนังสือแจกในงานพระราชทานเพลิงศพ หม่อมหลวงเหมือนจันทร์ ประวิตร ซึ่งทรงนิพนธ์ในปี พ.ศ. 2529

ทรงได้รับการประกาศเกียรติคุณจากสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ได้รับรางวัลนราธิปครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2544[6]

ท่านหญิงถึงชีพิตักษัยด้วยอาการเส้นโลหิตในสมองตีบ เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2544 ณ โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ สิริชันษา 90 ปี

ผลงาน[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ศุภวัฒย์ เกษมศรี, พลตรี หม่อมราชวงศ์, และรัชนี ทรัพย์วิจิตร. พระอนุวงศ์ชั้นหม่อมเจ้าในพระราชวงศ์จักรี. กรุงเทพ : สำนักพิมพ์บรรณกิจ, พิมพ์ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2549. 360 หน้า. หน้า หน้าที่. ISBN 974-221-818-8
  2. สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์จุฬาลงกรณราชสันตติวงศ์ พระนามพระราชโอรส พระราชธิดา และพระราชนัดดา. กรุงเทพ : สำนักพิมพ์บรรณกิจ, พิมพ์ครั้งที่ 4, พ.ศ. 2548. 136 หน้า. หน้า หน้าที่. ISBN 974-221-746-7
  3. พิมาน แจ่มจรัส. รักในราชสำนัก. กรุงเทพ : สำนักพิมพ์สร้างสรรค์บุ๊คส์, พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2544. 448 หน้า. หน้า หน้าที่. ISBN 974-341-064-3
  4. ประทีป เหมือนนิล. 100 นักประพันธ์ไทย. กรุงเทพ : สุวีริยาสาส์น, 2542. หน้า 479. ISBN 974-8267-78-4
  5. พระประวัติ หม่อมเจ้าหญิงสวาสดิ์วัฒโนดม ประวิตร ชุมนุมนักเขียนไทย
  6. รายพระนามและรายนามผู้ได้รับรางวัลนราธิป