ยงยุทธ ติยะไพรัช
ยงยุทธ ติยะไพรัช | |
|---|---|
ยงยุทธ ในปี พ.ศ. 2563 | |
| ประธานรัฐสภาไทย และ ประธานสภาผู้แทนราษฎร | |
| ดำรงตำแหน่ง 24 มกราคม พ.ศ. 2551 – 30 เมษายน พ.ศ. 2551 (3 เดือน 6 วัน) | |
| กษัตริย์ | พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร |
| นายกรัฐมนตรี | สุรยุทธ์ จุลานนท์ สมัคร สุนทรเวช |
| ก่อนหน้า | มีชัย ฤชุพันธุ์ (ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ) |
| ถัดไป | ชัย ชิดชอบ |
| รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม | |
| ดำรงตำแหน่ง 11 มีนาคม พ.ศ. 2548 – 19 กันยายน พ.ศ. 2549 (1 ปี 6 เดือน 8 วัน) | |
| นายกรัฐมนตรี | ทักษิณ ชินวัตร |
| ก่อนหน้า | สุวิทย์ คุณกิตติ |
| ถัดไป | เกษม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา |
| โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี | |
| ดำรงตำแหน่ง 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 – 8 ตุลาคม พ.ศ. 2545 (1 ปี 7 เดือน 10 วัน) | |
| นายกรัฐมนตรี | ทักษิณ ชินวัตร |
| ก่อนหน้า | อรรคพล สรสุชาติ |
| ถัดไป | ศิธา ทิวารี |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |
| เกิด | 3 เมษายน พ.ศ. 2504 อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ประเทศไทย |
| พรรคการเมือง | ประชาธิปัตย์ (2529–2531, 2539–2543) พลังธรรม (2531–2538) เอกภาพ (2538–2539) ไทยรักไทย (2543—2550) พลังประชาชน (2550–2551) เพื่อชาติ (2561–2566) เพื่อไทย (2567–ปัจจุบัน) |
| คู่สมรส | สลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช |
| บุตร |
|
| ญาติ | บุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ (พี่สาว) ละออง ติยะไพรัช (น้องสาว) |
ยงยุทธ ติยะไพรัช (เกิด 3 เมษายน พ.ศ. 2504) ชื่อเล่น ยุทธ เป็นนักธุรกิจและนักการเมืองชาวไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร อดีตประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร[1] อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย
ประวัติ
[แก้]ยงยุทธ เกิดเมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2504 ที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เป็นบุตรนายแต้ซ้ง กับนางจม แซ่เตีย เป็นน้องชายของบุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ และเป็นพี่ชายของละออง ติยะไพรัช
ด้านครอบครัวสมรสกับนางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย มีบุตร 3 คน
- นายมิตติ ติยะไพรัช ประธานสโมสรฟุตบอลเชียงราย ยูไนเต็ด
- นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สส.เชียงราย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- นางสาวปวิศรัฐฐ์ ติยะไพรัช ประธานสโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด
สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษา จากโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จังหวัดเชียงราย ระดับปริญญาตรี คณะเกษตรศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2526 (รุ่นเดียวกับอภิรักษ์ โกษะโยธิน) ระดับปริญญาโท สาขาการเมืองการปกครอง จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2536 และระดับปริญญาเอก สาขา Urban Environmental Management จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย[2] เมื่อปี พ.ศ. 2555
การเมือง
[แก้]ยงยุทธ ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาตั้งแต่ พ.ศ. 2529 ก่อนที่จะได้รับการเลือกตั้งเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2538 ในสังกัดพรรคเอกภาพ โดยการสนับสนุนของฉัฐวัสส์ มุตตามระ อดีต สส.เชียงราย, สุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ และบัวสอน ประชามอญ ที่มาอยู่พรรคไทยรักไทยด้วยกัน กระทั่งการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2539 ยงยุทธเข้าสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ได้รับตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะย้ายมาลงในนามพรรคไทยรักไทย เมื่อปี พ.ศ. 2544 และได้รับการเลือกตั้ง และได้รับตำแหน่งทางการเมือง เริ่มต้นจากโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม[3]
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
[แก้]ยงยุทธ ติยะไพรัช ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว 4 สมัย คือ
- การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2538 จังหวัดเชียงราย สังกัดพรรคเอกภาพ
- การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2539 จังหวัดเชียงราย สังกัดพรรคประชาธิปัตย์
- การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2544 จังหวัดเชียงราย สังกัดพรรคไทยรักไทย
- การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2550 แบบสัดส่วน สังกัดพรรคพลังประชาชน
วิพากษ์วิจารณ์
[แก้]ที่มาฉายา “ยุทธ ตู้เย็น” : กรณีปิดล้อมบ้านตา-ยาย บ้านศตะกูรมะ
[แก้]ยงยุทธ ได้รับฉายาจากสื่อมวลชนว่า ยุทธ ตู้เย็น จากกรณีของครอบครัวศตะกูรมะ เมื่อ พ.ศ. 2547 ในปฏิบัติการสนองนโยบายทำสงครามกับยาเสพติดของรัฐบาลทักษิณ เมื่อเวลา 03.00 น. ของวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 ตำรวจคอมมานโด นำโดยพลตำรวจตรี โกสินทร์ หินเธาว์ ผู้บังคับการกองปราบปราม ในขณะนั้นนำกำลังเข้าปิดล้อมบ้านของนิสสัย ศตะกูรมะ อายุ 70 ปี และอุดม ศตะกูรมะ อายุ 67 ปี ที่ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเปิดฉากยิงถล่ม โดยได้ข้อมูลจากยงยุทธ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ว่าบ้านหลังนี้เป็นแหล่งผลิตและค้ายาบ้า โดยยงยุทธ ได้ข้อมูลจากตู้ ปณ.ร้องทุกข์นายกรัฐมนตรี[4]
ภายหลังเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้น และไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ แต่สภาพบ้านเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะตู้เย็นซึ่งตั้งอยู่ภายในบ้าน มีรูกระสุนกว่า 50 นัด นิสสัยและอุดม ศตะกูรมะ ซึ่งอยู่บนบ้านเพียงสองคนในวันนั้นถูกคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ใช้ปืนเอ็ม 16 จ่อศีรษะนานหลายชั่วโมง[5][6] จนถึงเช้าทางการตำรวจแถลงในภายหลังว่า ได้รับข้อมูลที่ผิดพลาด และยินดีที่จะชดใช้ค่าเสียหายให้ทั้งหมด โดยนำตู้เย็นใบนั้นกลับไปด้วย อ้างว่าจะซื้อให้ใหม่ ต่อมาทางครอบครัวศตะกูรมะติดต่อขอคืน เพื่อนำมาเก็บไว้เป็นที่ระลึก
ภายหลังเหตุการณ์นี้อุดม ศตะกูรมะ ยื่นฟ้องกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องนั่นคือยงยุทธและพวกในฐานะผู้เสียหาย ต่อศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้งนี้ศาลพิเคราะห์พยาน และหลักฐานที่โจทก์ยื่นให้ เห็นว่ามีมูลจึงรับฟ้อง จำเลยรวม 8 คน
ในระหว่างการสืบพยานหลังจากเกิดเหตุตำรวจบุกถล่มบ้านไม่นาน ในวันต่อมาบุตรชายคนสุดท้องของนิสสัย และอุดม ซึ่งต้องคดีอาญา และถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพิ่งได้รับพระราชทานอภัยโทษ และกำลังจะได้รับการปล่อยตัวกลับ”เสียชีวิตปริศนาในห้องขัง” แพทย์ระบุสาเหตุการตายว่า “ระบบหายใจไหลเวียนโลหิตล้มเหลวจากพยาธิสภาพปอด และตับ” รายงานผลการตรวจโดยห้องปฏิบัติการระบุว่า พบสตริกนิน (Strychnine) ในกระเพาะอาหาร ต่อมาสถาบันนิติเวชวิทยา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงว่าเกิดความผิดพลาดในการพิมพ์ผลการตรวจ โดยเจ้าหน้าที่ธุรการพิมพ์ตกคำว่า “ไม่” ในรายงาน และนายแพทย์ผู้ตรวจก็เซ็นรับรองไปโดยไม่ได้ตรวจสอบให้ละเอียด[7]
ภายหลังเหตุการณ์นี้อุดม ศตะกูรมะ จึงได้ถอนคำร้องยงยุทธ ติยะไพรัชและพวกต่อศาลอาญา พระนครศรีอยุธยา
จากกรณีดังกล่าว เป็นเหตุให้สื่อมวลชนฝ่ายตรงข้าม ตั้งฉายาให้ยงยุทธว่า “ยุทธ ตู้เย็น”
ข้อกล่าวหาจัดตั้งมวลชน ปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุม
[แก้]มีกรณีกล่าวหายงยุทธว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง การจัดตั้งลูกจ้างของกรมป่าไม้ ให้มาปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย[8] เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 ต่อมาเมื่อเกิดรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 คณะรัฐประหารออกคำสั่งเรียก ให้ยงยุทธและเนวิน ชิดชอบ ไปรายงานตัว[9]
คดีความ
[แก้]การทุจริตเลือกตั้งในฐานะกรรมการบริหารพรรค : เหตุยุบพรรคพลังประชาชน
[แก้]เมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2551 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ลงมติเห็นชอบให้ยงยุทธเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร, สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เป็นรองประธานสภา คนที่ 1 และพันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย เป็นรองประธานสภ่ คนที่ 2 โดยมีพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ[10]
แต่ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ปีเดียวกัน ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง ส่วนกลาง 5 คน ลงมติให้ใบแดงแก่ยงยุทธ ด้วยคะแนนเสียง 3:1 (อีกหนึ่งเสียงที่หายไปคือสดศรี สัตยธรรม ซึ่งงดออกเสียง) เนื่องจากเรื่องร้องเรียน การทุจริตเลือกตั้ง ที่จังหวัดเชียงราย ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 หลังจากนั้น ยงยุทธก็แถลงข่าวลาออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2551
หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวศาลฎีกาผู้วินิจฉัยชี้ขาดการทุจริตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีคำวินิจฉัยว่ายงยุทธ กระทำผิดฝ่าฝืนพรป.เลือกตั้ง มาตรา 53 ทำให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงรายไม่สุจริต เที่ยงธรรม ศาลรัฐธรรมนูญจึงเห็นว่าการที่ยงยุทธ เป็นกรรมการบริหารพรรค มีบทบาทสำคัญในพรรค ได้รับยกย่องเป็นรองหัวหน้าและประธานสภา มีหน้าที่ต้องควบคุมดูแลสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่กลับกระทำความผิดเสียเอง คุกคามระบอบประชาธิปไตย มีเหตุสมควรให้ยุบพรรคพลังประชาชนเพื่อเป็นมาตรฐานพฤติกรรมที่ดีงาม ไม่ให้กระทำความผิดขึ้นอีก ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติเอกฉันท์ให้ยุบพรรคพลังประชาชนตาม พรป.เลือกตั้ง และให้เพิกถอนสิทธิ์เลือกเป็นเวลา 5 ปี ตามมาตรา 68 วรรค 4 และมาตรา 237 วรรค 2[11]
กรณีเป็นผู้ต้องหาคดีทุจริตเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย
[แก้]ในการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เมื่อปี พ.ศ. 2557 บุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ (ติยะไพรัช) พี่สาวยงยุทธ ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อย่างไรก็ตามที่ประชุมกกต.ได้มีมติให้ใบเหลือง จากกรณีถูกร้องเรียนว่าวีระเดช สมวรรณ นายอำเภอเมืองเชียงราย ได้ใช้อำนาจหน้าที่ราชการเพื่อช่วยเหลือผู้สมัคร โดยได้ประสานให้ผู้นำท้องถิ่นและฝ่ายปกครองในพื้นที่มาประชุมกัน และให้ยงยุทธ ติยะไพรัช ในฐานะน้องชาย เข้ามาในที่ประชุมและพูดหาเสียงให้แก่บุศริณธญ์ สอบถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองถึงคะแนนนิยมของบุศริณธญ์ในลักษณะเหมือนเป็นการบังคับ ขืนใจให้บุคคลที่ถูกซักถามเกิดความเกรงกลัว กกต.เห็นว่ามีความผิดโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่กระทำการใดๆ เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัคร จึงสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ และดำเนินคดีอาญาแก่ยงยุทธ และวีระเดช[12]
ภายหลังศาลอุทธรณ์ภาคมีคำพิพากษายืนตามมติกกต.[13]
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
[แก้]ยงยุทธ ติยะไพรัช ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทั้งไทยและต่างประเทศ ดังนี้
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย
[แก้]- พ.ศ. 2546 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นสูงสุด มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)[14] - พ.ศ. 2545 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสูงสุด มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)[15]
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ
[แก้]
สวีเดน :
- พ.ศ. 2546 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ดาวขั้วโลก ชั้นที่ 1[16]
- พ.ศ. 2546 –
เนเธอร์แลนด์ :
- พ.ศ. 2547 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ออเรนจ์-นัสเซา ชั้นที่ 1[17]
- พ.ศ. 2547 –
อ้างอิง
[แก้]- ↑ พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งประกาศแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร
- ↑ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยงยุทธ ติยะไพรัช เข้ารับปริญญาดุษฎีบัณฑิตจากสถาบันเอไอที
- ↑ พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี
- ↑ ""ศตะกูรมะ"ไขข้อข้องใจร่ำรวยจากการขายที่-เก็บหอมรอมริบ". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2007-03-12. สืบค้นเมื่อ 2006-10-24.
- ↑ ยิงถล่มบ้านผิด-พิมพ์ตก ชะตาชีวิต "บ้านศตะกูรมะ"
- ↑ ย้อนรอยคดีดัง”ยุทธ ตูเย็น”(1) ยิงถล่มบ้าน”ศตะกูรมะ”กับการคืนอำนาจผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.
- ↑ ย้อนรอยคดีดัง”ยุทธ ตูเย็น”(1) ยิงถล่มบ้าน”ศตะกูรมะ”กับการคืนอำนาจผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.
- ↑ อ้างอิงเวบ m.thai[ลิงก์เสีย]
- ↑ คำสั่งหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ 9/2549 เรื่อง ให้ นายยงยุทธ ติยะไพรัช และนายเนวิน ชิดชอบ ไปรายงานตัว
- ↑ พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร (นายยงยุทธ ติยะไพรัช นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย)
- ↑ TNN 2/12/2008
- ↑ ฟ้าผ่าสภา อบจ.เมืองพ่อขุน กกต.ใบเหลืองนายก อบจ.เชียงราย ควบฟันอาญา นอภ.-ยุทธตู้เย็น
- ↑ "ศาลอุทธรณ์ภาคมีคำพิพากษายืนตามมติกกต" (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2021-08-03. สืบค้นเมื่อ 2021-08-03.
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย, เล่ม ๑๒๐ ตอนที่ ๑๙ ข หน้า ๒, ๑ ธันวาคม ๒๕๔๖
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย, เล่ม ๑๑๙ ตอนที่ ๒๑ ข หน้า ๙, ๔ ธันวาคม ๒๕๔๕
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๑๒๐ ตอนที่ ๔ ข หน้า ๕, ๗ มีนาคม ๒๕๔๖
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๑๒๑ ตอนที่ ๖ ข หน้า ๒, ๒๕ มีนาคม ๒๕๔๗
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- บุคคลที่เกิดในปี พ.ศ. 2504
- บุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่
- บุคคลจากอำเภอเชียงของ
- นักการเมืองจากจังหวัดเชียงราย
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไทย
- ประธานรัฐสภาไทย
- ประธานสภาผู้แทนราษฎรไทย
- เลขาธิการนายกรัฐมนตรีไทย
- โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไทย
- สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย
- สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยแบบสัดส่วน
- นักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์
- พรรคพลังธรรม
- นักการเมืองพรรคเอกภาพ
- นักการเมืองพรรคไทยรักไทย
- นักการเมืองพรรคพลังประชาชน (พ.ศ. 2541)
- พรรคเพื่อชาติ
- แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ
- บุคคลจากโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม
- บุคคลจากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- บุคคลจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- บุคคลจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย
- ผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ม.ป.ช.
- ผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ม.ว.ม.