ข้ามไปเนื้อหา

พจน์ สารสิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พจน์ สารสิน
พจน์ ใน พ.ศ. 2500
นายกรัฐมนตรีไทย คนที่ 9
ดำรงตำแหน่ง
21 กันยายน พ.ศ. 2500  1 มกราคม พ.ศ. 2501[1]
กษัตริย์พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ก่อนหน้าสฤษดิ์ ธนะรัชต์
(ผู้รักษาพระนครฝ่ายทหาร)
ถัดไปถนอม กิตติขจร
รองนายกรัฐมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502  17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514
นายกรัฐมนตรีถนอม กิตติขจร
ก่อนหน้าพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์
ถัดไปประภาส จารุเสถียร
ตำแหน่งรัฐมนตรี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
ดำรงตำแหน่ง
13 ตุลาคม พ.ศ. 2492  1 มีนาคม พ.ศ. 2493
นายกรัฐมนตรีแปลก พิบูลสงคราม
ก่อนหน้าแปลก พิบูลสงคราม
ถัดไปบุญเกิด สุตันตานนท์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ดำรงตำแหน่ง
23 กันยายน  26 กันยายน พ.ศ. 2500
นายกรัฐมนตรีตนเอง
ก่อนหน้าบุญเกิด สุตันตานนท์
ถัดไปเสริม วินิจฉัยกุล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ
ดำรงตำแหน่ง
11 ธันวาคม พ.ศ. 2506  17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514
นายกรัฐมนตรีถนอม กิตติขจร
ก่อนหน้าสฤษดิ์ ธนะรัชต์
ถัดไปยกเลิกตำแหน่ง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ
ดำรงตำแหน่ง
10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2511  7 มีนาคม พ.ศ. 2512
นายกรัฐมนตรีถนอม กิตติขจร
ก่อนหน้าสุนทร หงส์ลดารมภ์
ถัดไปบุญชนะ อัตถากร
เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกัน
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ดำรงตำแหน่ง
5 กันยายน พ.ศ. 2500  13 ธันวาคม พ.ศ. 2506
ก่อนหน้าสถาปนาตำแหน่ง
ถัดไปวิลเลียม เวิร์ธ
(รักษาการ)
อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
ดำรงตำแหน่ง
14 มิถุนายน พ.ศ. 2509  9 เมษายน พ.ศ. 2512
ก่อนหน้าสถาปนาตำแหน่ง
ถัดไปพิมล กลกิจ
เอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา
ดำรงตำแหน่ง
22 พฤษภาคม พ.ศ. 2495  4 กันยายน พ.ศ. 2500
กษัตริย์พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
นายกรัฐมนตรีแปลก พิบูลสงคราม
ก่อนหน้าพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์
ถัดไปถนัด คอมันตร์
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด
พจน์

25 มีนาคม พ.ศ. 2449
อำเภอบางรัก จังหวัดพระนคร ประเทศสยาม
เสียชีวิต28 กันยายน พ.ศ. 2543 (94 ปี)
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
พรรคการเมืองชาติสังคม (2500–2506)
สหประชาไทย (2511–2535)
คอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (2535–2543)
คู่สมรสสิริ สารสิน
บุตร
บุพการี

พจน์ สารสิน ป.จ. ม.ป.ช. ม.ว.ม. (25 มีนาคม พ.ศ. 2449 – 28 กันยายน พ.ศ. 2543) เป็นนักการเมือง อาจารย์และนักการทูตชาวไทย นายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 9 อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ต่อมาได้ลาออกเนื่องจากมีความเห็นขัดแย้งกับรัฐบาลเกี่ยวกับการรับรองรัฐบาลจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย แห่งประเทศเวียดนามใต้

ประวัติและครอบครัว

[แก้]

พจน์ เกิดเมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2449 (นับแบบใหม่) ที่บ้านพักถนนสุรศักดิ์ ตำบลสีลม อำเภอบางรัก จังหวัดพระนคร (ในปัจจุบันคือแขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร) เป็นบุตรของพระยาสารสินสวามิภักดิ์ (เทียนฮี้ สารสิน) กับคุณหญิงสุ่น สารสินสวามิภักดิ์ เริ่มศึกษาครั้งแรกที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ต่อจากนั้นถูงส่งไปเรียนที่สหรัฐ เมื่อกลับสู่ประเทศสยาม ได้ศึกษาวิชากฎหมายจนสอบได้เนติบัณฑิตไทยเมื่อปี พ.ศ. 2472 และศึกษาวิชากฎหมายต่อในประเทศอังกฤษ

โดยที่บิดา คือ พระยาสารสินสวามิภักดิ์ (เทียนฮี้; จีน: 黄天喜)[2] เป็นแพทย์ชาวจีนอพยพเชื้อสายไหหลำที่เดินทางมาอาศัยยังประเทศสยามตั้งแต่ราวปี พ.ศ. 2443 และรับราชการเป็นแพทย์หลวงประจำราชสำนักในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยตระกูลสารสินถือเป็นตระกูลนักธุรกิจที่มั่งคั่งและมีชื่อเสียงตระกูลหนึ่ง และมีสายสัมพันธ์อันดีกับทางราชการมาโดยตลอด[3]

พจน์ สมรสกับท่านผู้หญิงสิริ สารสิน (สกุลเดิม: โชติกเสถียร) มีบุตรธิดาทั้งหมด 5 คน คือ เป็นนักธุรกิจและนักการเมืองที่มีชื่อเสียง พลตำรวจเอกเภา สารสิน เป็นอดีตอธิบดีกรมตำรวจ บัณฑิต บุณยะปาณะ เป็นอดีตปลัดกระทรวงการคลัง อาสา สารสิน เป็นอดีตราชเลขาธิการใน พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ[4][5][6]

ชีวิตการเมือง

[แก้]

พจน์ เริ่มบทบาททางการเมืองด้วยการสนับสนุนของจอมพลแปลก พิบูลสงคราม โดยการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกวุฒิสภา เมื่อปี พ.ศ. 2490 และเข้าร่วมรัฐบาลในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศในปี พ.ศ. 2491[7] ต่อมาในปี พ.ศ. 2492 ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ[8] แต่ภายหลังได้ลาออก[9] เนื่องจากมีความเห็นขัดแย้งกับรัฐบาลเกี่ยวกับการรับรองรัฐบาลจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย แห่งประเทศเวียดนามใต้

วันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2500 เวลา 23.00 น. พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการให้เลิกประกาศกฎอัยการศึกในบางจังหวัด โดยทรงยกเลิกกฎอัยการศึกทั้งหมด 46 จังหวัด และให้คงกฎอัยการศึกไว้ทั้งหมด 26 จังหวัด จากทั้งหมด 72 จังหวัด โดยพจน์ นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ[10]

ในปี พ.ศ. 2506 พจน์ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ[11]

งานระหว่างประเทศ

[แก้]

ระหว่างปี พ.ศ. 2495-2500 พจน์ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกาและทำหน้าที่ผู้แทนของประเทศไทยประจำองค์การสหประชาชาติ และในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2500 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ส.ป.อ.)

การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

[แก้]

พจน์ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2500[12] หลังจากการทำรัฐประหารของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ภารกิจสำคัญของรัฐบาลคือจะต้องเร่งจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้บริสุทธิ์และยุติธรรมอันเป็นสิ่งที่ประชาชนเรียกร้อง และเป็นเหตุผลที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ใช้เป็นข้ออ้างในการยึดอำนาจจากรัฐบาลชุดเก่า หลังจากที่ได้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว พจน์ ก็ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และกลับไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ส.ป.อ. ตามเดิม หลังชีวิตราชการพจน์พำนักอยู่ที่บ้านพักในกรุงเทพมหานคร และยุติบทบาททางการเมืองโดยสิ้นเชิง [13]

ถึงแก่อสัญกรรม

[แก้]

พจน์ ถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2543 เวลา 11.40 น. ณ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร สิริอายุ 94 ปี

พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริรีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ไปในการพระราชทานเพลิงศพเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

[แก้]

ลำดับสาแหรก

[แก้]

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

[แก้]
  • บุญพิสิฐ ศรีหงส์. “ถ้าเราไม่เริ่มกระทำในสิ่งที่ถูกกันแล้ว ก็คงจะไม่มีโอกาสทำสิ่งที่ถูกต้องต่อไปในอนาคต.” ใน วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย (บรรณาธิการ), สารสิน: อนุสรณ์ในการพระราชทานเพลิงศพ นายพงส์ สารสิน. หน้า 106-179. กรุงเทพฯ: อมรินทร์, 2564.

อ้างอิง

[แก้]
  1. นายกรัฐมนตรีไทย (พ.ศ. 2475 - ปัจจุบัน) สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี, 30 มิถุนายน 2557
  2. [泰国] 洪林, 黎道纲主编 (April 2006). 泰国华侨华人研究. 香港社会科学出版社有限公司. p. 17. ISBN 962-620-127-4.
  3. Chris Baker, Pasuk Phongpaichit. A History of Thailand. Cambridge University Press. p. 98. ISBN 0-521-81615-7.
  4. "Pao Sarasin dies at 83". Bangkok Post. 2013-03-08. สืบค้นเมื่อ 2013-03-30.
  5. "Former deputy PM Pao Sarasin dies". The Nation (Thailand). 2013-03-09. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-04-04. สืบค้นเมื่อ 2013-03-30.
  6. Menues chroniques d'un séjour en Thaïlande (1989-1992)
  7. พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งและแต่งตั้งรัฐมนตรี (จำนวน ๒๖ ราย)
  8. พระบรมราชโองการ ประกาศ รัฐมนตรีลาออกและแต่งตั้งรัฐมนตรี (หม่อมเจ้าวิวัฒนไชย ไชยันต์ ลาออก โดยแต่งตั้ง จอมพล แปลก พิบูลสงคราม และนายพจน์ สารสิน)
  9. พระบรมราชโองการ ประกาศ รัฐมนตรีลาออกและแต่งตั้งรัฐมนตรี (คณะรัฐมนตรีในรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายพจน์ สารสิน ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ แต่งตั้ง นายวรการบัญชา เป็นรัฐมนตรีว่าการ ฯ แทน)
  10. ราชกิจจานุเบกษา พระบรมราชโองการให้เลิกประกาศกฎอัยการศึก
  11. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งรัฐมนตรี (จำนวน ๑๙ ราย)
  12. พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งนายกรัฐมนตรี (นายพจน์ สารสิน) ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 74 ตอนพิเศษที่ 79ก วันที่ 21 กันยายน 2500
  13. "ชีวประวัติจากสำนักนายกรัฐมนตรี". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-01-06. สืบค้นเมื่อ 2008-02-05.
  14. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๘๑ ตอนที่ ๔๒ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๕, ๗ พฤษภาคม ๒๕๐๗
  15. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักคณะรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๗๕ ตอนที่ ๓ ง หน้า ๔๑, ๗ มกราคม ๒๕๐๑
  16. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักคณะรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๗๑ ตอนที่ ๖๑ ง หน้า ๒๑๑๕, ๒๘ กันยายน ๒๔๙๗
  17. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักคณะรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์, เล่ม ๗๒ ตอนที่ ๒๓ ง หน้า ๗๗๗, ๒๙ มีนาคม ๒๔๙๘
  18. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญราชรุจิ, เล่ม ๑๐๒ ตอนที่ ๒๑ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๗, ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๘