การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562
ไทย
← พ.ศ. 2557 24 มีนาคม 2562

ทั้งหมด 500 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรไทย
ต้องการ 251 ที่นั่งจึงเป็นฝ่ายข้างมาก

  First party Second party
  Prayut Chan-o-cha (cropped) 2016.jpg Sudarat at Batman V Superman Dawn of Justice Midnight Run Bangkok.jpg
ผู้นำ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
พรรค พลังประชารัฐ เพื่อไทย
หัวหน้าตั้งแต่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
การเลือกตั้งล่าสุด พรรคใหม่ 265 ที่นั่ง; 48.41%

  Third party Fourth party
  Abhisit 2009 official.jpg Thanathorn J. cropped.jpg
ผู้นำ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
พรรค ประชาธิปัตย์ อนาคตใหม่
หัวหน้าตั้งแต่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2548 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
การเลือกตั้งล่าสุด 159 ที่นั่ง; 35.15% พรรคใหม่

นายกรัฐมนตรีก่อนการเลือกตั้ง

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
คสช.

ว่าที่นายกรัฐมนตรี

ยังไม่ประกาศ

ปฏิทินการจัดเลือกตั้ง
23 ม.ค. ประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งฯ
24 ม.ค. กกต. ประกาศรายละเอียดการเลือกตั้ง
28 ม.ค. – 19 ก.พ. วันลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าและเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร
4 – 8 ก.พ. วันรับสมัคร ส.ส. พร้อมแจ้งชื่อผู้สมัครนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมือง
15 ก.พ. กกต. ประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัคร
4 – 16 มี.ค. วันลงคะแนนนอกราชอาณาจักร
17 มี.ค. วันเลือกตั้งล่วงหน้า
24 มี.ค. วันเลือกตั้งทั่วไป
9 พ.ค. วันหมดเขตประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป กำหนดให้มีขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562[1][2] ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 23 มกราคม ปีเดียวกัน ภายหลังการเผยแพร่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 ที่กำหนดให้ดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับ ตามมาตรา 267 (1) (2) (3) และ (4)[3] มีผลใช้บังคับ [4] คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องประกาศรับรองผลการเลือกตั้งภายในวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ทั้งนี้ ก่อนการกำหนดวันเลือกตั้งที่แน่ชัดเป็นวันที่ 24 มีนาคม โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้ก่อรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนายกรัฐมนตรี ได้ให้คำมั่นว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาโดยตลอด แต่ได้เลื่อนกำหนดวันเลือกตั้งทั้งสิ้น 5 ครั้ง[5]ผลจากการเลื่อนเลือกตั้งส่งผลให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติครองอำนาจครบ 5 ปี

เบื้องหลัง[แก้]

ระหว่างการชุมนุมของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ในห้วงวิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557 มีการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2557 ในเดือนมีนาคม 2557 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญเพราะการเลือกตั้งไม่เกิดในวันเดียวกันทั่วประเทศ[6] หลังข้อตกลงระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีการกำหนดวันเลือกตั้งเป็นวันที่ 20 กรกฎาคม[6]

ต่อมา เกิดรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น เป็นหัวหน้าคณะประกาศว่าจะจัดการเลือกตั้งทั่วไปหลังดำเนินการปฏิรูปและร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

การเลือกตั้งครั้งนี้จะจัดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ซึ่งมีทหารหนุนหลัง และจะนำไปสู่การสิ้นสุดลงของช่วงเวลาเผด็จการทหารที่ยาวนานที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของไทย[7]

วันเลือกตั้ง[แก้]

ไม่นานหลังรัฐประหาร พลเอกประยุทธ์กล่าวว่าการเลือกตั้งน่าจะจัด "ภายในสิ้นปี 2558" ทว่า เมื่อสิ้นปี 2557 เจ้าหน้าที่ของรัฐหลายคนกล่าวต่อสาธารณะว่า จะไม่จัดการเลือกตั้งจนถึงประมาณกลางปี 2559[8] ในเดือนพฤษภาคม 2558 รองนายกรัฐมนตรี วิษณุ เครืองาม กล่าวว่า บัดนี้จะจัดการเลือกตั้ง "ประมาณเดือนสิงหาคมหรือในเดือนกันยายน" 2559 หลังรัฐบาลประกาศเจตนาว่าจะจัดการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งคาดว่าจะจัดในช่วงต้นปี 2559[9] ในเดือนมิถุนายน 2558 พลเอกประยุทธ์กล่าวว่า เขาเต็มใจรั้งตำแหน่งอีกสองปีหาก "ประชาชนต้องการ" หลังสภาปฏิรูปแห่งชาติผลักดันเพื่อจัดการลงคะแนนว่าการปฏิรูปของรัฐบาลควรเสร็จสิ้นก่อนจัดการเลือกตั้งหรือไม่ หมายความว่า การเลือกตั้งทั่วไปอาจไม่จัดจนกว่าต้นปี 2561 แต่ไม่กี่วันต่อมา เขาวางตัวห่างจากการริเริ่มของสภาปฏิรูปแห่งชาติหลังเผชิญปฏิกิริยาสะท้อนสำหรับความเห็นของเขา[10] ทว่า การนี้เปิดประตูไว้ให้ "การสำเร็จการปฏิรูป" ภายใต้รัฐบาลใหม่ซึ่งจะเลื่อนการเลือกตั้งไปอีก หากการริเริ่มของสภาปฏิรูปแห่งชาติสำเร็จ

ในเดือนตุลาคม 2560 พลเอกประยุทธ์ให้คำมั่นว่าจะจัดการเลือกตั้งทั่วไปประมาณเดือนพฤศจิกายน 2561 ทว่า การเลือกวันเลือกตั้งทำให้เกิดข่าวลือว่าเขาพยายามรั้งอำนาจหลังการเลือกตั้งครั้งถัดไปผ่านพรรคการเมืองที่กองทัพหนุนหลัง ในเดือนมกราคม 2561 สภานิติบัญญัติแห่งชาติลงมติเลื่อนการใช้บังคับกฎหมายการเลือกตั้งใหม่อีก 90 วัน ซึ่งยิ่งเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปอีก ในเวลานั้น รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การตัดสินใจของสภานิติบัญญัติแห่งชาติอาจเลื่อนการเลือกตั้งไปจนเดือนกุมภาพันธ์ 2562[11]

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 ตัวแทนกลุ่มการเมืองเข้าร่วมประชุมกับ กกต. เพื่อรับทราบข้อมูลในการยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560[12]

ภายหลังจากการประชุมหารือ 4 ฝ่ายประกอบไปด้วย ครม. กรธ. กกต. และพรรคการเมืองที่สโมสรทหารบกเมื่อวันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561 วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมายได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าได้กำหนดวันเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการครั้งแรก โดยมีตัวเลือกได้แก่ 24 กุมภาพันธ์, 31 มีนาคม, 28 เมษายน หรือ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 วิษณุแจ้งกับพรรคการเมืองที่เข้าร่วมประชุมว่า พระราชพิธีบรมราชาภิเษกในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดวันเลือกตั้ง[13]

ความรุนแรง[แก้]

ในวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2561 นาย พร้าว บับพาน ผู้สมัคร ส.ส. พรรคทางเลือกใหม่ จังหวัดมุกดาหาร เสียชีวิตด้วยอาวุธปืน[14]

ในวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2562 นาย วาริน แสงจันทร์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังชาติไทย จังหวัดยะลา เสียชีวิตด้วยอาวุธปืน[15]

ระบบเลือกตั้งใหม่[แก้]

รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เปลี่ยนแปลงวิธีการออกเสียงเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเดิมจะมีบัตรเลือกตั้งสองบัตร บัตรหนึ่งเลือกสมาชิกฯ แบบแบ่งเขต และอีกบัตรหนึ่งเลือกสมาชิกฯ แบบบัญชีรายชื่อ แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะลดบัตรเลือกตั้งเหลือบัตรเดียว โดยเลือกทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ[16]

โดยรัฐธรรมนูญกำหนดระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม (Mixed Member Apportionment System: MMA) โดยกำหนดให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต 350 คน ซึ่งมาจากผู้ที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดในเขตนั้น ๆ และมากกว่าคะแนนไม่ประสงค์ลงคะแนน ส่วนถ้าคะแนนเท่ากันให้จับสลากต่อหน้า กกต. ฝ่ายสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อมาจากคะแนนเสียงของพรรคการเมืองที่ได้รับทั้งประเทศหารด้วย 500 ได้เป็นจำนวน สส. ที่พึงมีของพรรคการเมืองนั้น ๆ แล้วนำจำนวนดังกล่าวมาเพิ่มให้ สส. เขตที่พรรคการเมืองดังกล่าวได้อยู่ก่อนแล้ว[17] ซึ่งการคำนวณ สส. แบบดังกล่าวทำให้มีความเป็นไปได้น้อยที่พรรคการเมืองพรรคเดียวจะครองเสียงข้างมากในสภาเกินกึ่งหนึ่ง พรรคเพื่อไทยใช้วิธีการตั้งพรรคพี่-พรรคน้อง ส่วนพรรคการเมืองขนาดกลางและขนาดเล็กพยายามดึงตัว สส. และ "ผู้สมัครสอบตก" เข้าร่วมพรรค ด้านบีบีซีไทยคำนวณว่าหากใช้ระบบดังกล่าวไปคิดในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2554 พรรคเพื่อไทยจะได้ที่นั่งน้อยลง 61 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์จะได้ที่นั่งน้อยลง 14 ที่นั่ง ส่วนพรรคภูมิใจไทยจะได้ที่นั่งเพิ่มขึ้น 16 ที่นั่ง และพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินจะได้ที่นั่งเพิ่มขึ้น 11 ที่นั่ง[18]

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภาทั้ง 250 คน ซึ่งมีอำนาจลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ดังนั้น ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจึงต้องการคะแนนเสียงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภารวมกันตั้งแต่ 376 คนขึ้นไป ทั้งนี้ สมาชิกวุฒิสภาชุดดังกล่าวมีวาระ 5 ปี นักวิจารณ์กล่าวว่าวุฒิสภาชุดนี้ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่ประยุทธ์จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปแม้พรรคที่นิยมประยุทธ์จะได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรน้อยกว่า ทั้งนี้ หากสมาชิกวุฒิสภาทั้ง 250 คนสนับสนุนประยุทธ์ ทำให้พรรคการเมืองที่นิยมประยุทธ์ต้องการอีกเพียง 126 ที่นั่งก็สามารถเลือกเขาเป็นนายกรัฐมนตรีได้[19] อย่างไรก็ดี นักวิจารณ์ทำนายว่าพรรคพลังประชารัฐและพรรคการเมืองอื่นที่นิยมทหารอาจได้ที่นั่งรวมกันไม่ถึง 126 ที่นั่ง และจะต้องการการสนับสนุนของพรรคประชาธิปัตย์

การเปลี่ยนแปลงเขตเลือกตั้ง[แก้]

รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 กำหนดเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไว้ 350 เขต ลดลงจากการเลือกตั้งครั้งก่อนที่กำหนดไว้ 400 เขต[20] ในปี 2561 กกต. มีหน้าที่วาดเขตเลือกตั้งใหม่ แต่ก่อนมีการประกาศ นายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชาใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งเลื่อนการประกาศเขตเลือกตั้ง นอกจากนี้ กกต. ยังได้รับยกเว้นจากกฎหมายเขตเลือกตั้งเดิม ทำให้ กกต. สามารถวาดเขตเลือกตั้งใหม่อย่างไรก็ได้ ฝ่ายพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ตลอดจนมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตยแสดงการคัดค้านรุนแรง[21] ซึ่งแย้งว่าการเลื่อนเวลาจะทำให้ กกต. วาดแผนที่ให้เอื้อต่อพรรคพลังประชารัฐ นักหนังสือพิมพ์และนักวิจารณ์เปรียบเทียบการณ์นี้ว่าเหมือนกับการแบ่งเขตเลือกตั้งแบบเอาเปรียบในสหรัฐ บางคนออกความเห็นว่า คสช. ชนะการเลือกตั้งแล้ว[22][19][23] วันที่ 29 พฤศจิกายน กกต. วาดเขตเลือกตั้งใหม่แล้วเสร็จและประกาศ[24] ซึ่งพรรคการเมืองหลายพรรคและองค์การควบคุมดูแลพบว่ามีการแบ่งเขตเลือกตั้งแบบเอาเปรียบซึ่งพรรคพลังประชารัฐจะได้ประโยชน์หลายกรณี[25][26]

เขตเลือกตั้ง 350 เขต แบ่งจำนวนเขตเลือกตั้งตามจังหวัดดังต่อไปนี้ [27]

พื้นที่ จำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
กรุงเทพมหานคร 30
นครราชสีมา 14
ขอนแก่น และอุบลราชธานี 10
เชียงใหม่ 9
ชลบุรี, นครศรีธรรมราช, บุรีรัมย์, ศรีสะเกษ, สงขลา และอุดรธานี 8
เชียงราย, ร้อยเอ็ด, สมุทรปราการ และสุรินทร์ 7
ชัยภูมิ, นครสวรรค์, นนทบุรี, ปทุมธานี, สกลนคร และสุราษฎร์ธานี 6
กาญจนบุรี, กาฬสินธุ์, นครปฐม, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, มหาสารคาม และราชบุรี 5
กำแพงเพชร, ฉะเชิงเทรา, นครพนม, นราธิวาส, ปัตตานี, พระนครศรีอยุธยา, ระยอง, ลพบุรี, ลำปาง และสุพรรณบุรี 4
จันทบุรี, ชุมพร, ตรัง, ตาก, น่าน, ประจวบคีรีขันธ์, ปราจีนบุรี, พะเยา, พัทลุง, พิจิตร, เพชรบุรี, ยโสธร, ยะลา, เลย, สมุทรสาคร, สระแก้ว, สระบุรี, สุโขทัย, หนองคาย และหนองบัวลำภู 3
กระบี่, ชัยนาท, บึงกาฬ, แพร่, ภูเก็ต, มุกดาหาร, ลำพูน, สตูล, อำนาจเจริญ, อุทัยธานี และอุตรดิตถ์ 2
ตราด, นครนายก, พังงา, แม่ฮ่องสอน, ระนอง, สิงห์บุรี สมุทรสงคราม และอ่างทอง 1

พรรคการเมืองและชื่อบุคคลที่จะเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี[แก้]

ภาพรวม[แก้]

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ กกต. สรุปยอดผู้สมัคร ส.ส. พบมีผู้สมัครแบบแบ่งเขตจำนวน 11,128 คน จากพรรคการเมือง 80 พรรค และแบบบัญชีรายชื่อ 2,718 คนจาก 72 พรรค รวม 13,846 คน เทียบกับผู้สมัครในปี 2554 จำนวน 3,832 คน[28]

ที่ผ่านมานับแต่ปี 2544 พรรคการเมืองซึ่งเป็นพันธมิตรทางการเมืองของทักษิณ ชินวัตร ชนะการเลือกตั้งทั่วไปทุกครั้ง (ได้แก่ พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชนและพรรคเพื่อไทย) ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่พรรคเพื่อไทยส่งผู้สมัครแบบแบ่งเขตไม่ครบทุกเขตทั่วประเทศ[29] ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคการเมืองใหญ่อันดับสองในสภาผู้แทนราษฎร กติกาการเลือกตั้งใหม่ทำให้นักวิเคราะห์เห็นพ้องกันว่าจะเกิดพรรคการเมืองขนาดเล็กจำนวนมาก แต่ รศ. สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำนายว่าพรรคที่จะได้ที่นั่งเกิน 25 ที่นั่งน่าจะมีไม่เกิน 5 พรรค[30]

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 คณะกรรมการการเลือกตั้งออกประกาศ กกต. เรื่อง การแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองจะเสนอให้รัฐสภาพิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วยพรรคการเมืองที่เสนอรายชื่อ จำนวน 44 พรรคการเมือง รวม 68 รายชื่อ

ชื่อบุคคลที่จะเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี[แก้]

ภูมิใจไทย
ผู้ได้รับเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี
พรรคภูมิใจไทย
ชาติพัฒนา
ผู้ได้รับเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีลำดับที่หนึ่ง
พรรคชาติพัฒนา
ชาติพัฒนา
ผู้ได้รับเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีลำดับที่สอง
พรรคชาติพัฒนา
ชาติพัฒนา
ผู้ได้รับเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีลำดับที่สาม
พรรคชาติพัฒนา
พรรคชาติไทยพัฒนา
ผู้ได้รับเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี
พรรคชาติไทยพัฒนา
อนุทิน ชาญวีรกูล สุวัจน์ ลิปตพัลลภ วรรณรัตน์ ชาญนุกูล เทวัญ ลิปตพัลลภ กัญจนา ศิลปอาชา
อนุทิน ชาญวีรกุล.jpeg
Suwat Liptapanlop 2.jpg
Wannarat channukul.jpg
เทวัญ ลิปตพัลลภ.jpg
กัญจนา ศิลปอาชา.jpg
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
(2544–2548)
รองนายกรัฐมนตรี
(2548–2549)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
(2554–2555)
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
(2548–2549)
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
(2542–2544)
13 กันยายน พ.ศ. 2509 (52 ปี)
กรุงเทพมหานคร
9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498 (64 ปี)
จังหวัดราชบุรี
8 มีนาคม พ.ศ. 2492 (69 ปี)
จังหวัดนครราชสีมา
29 ธันวาคม พ.ศ. 2502 (59 ปี)
จังหวัดราชบุรี
15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2503 (59 ปี)
จังหวัดสุพรรณบุรี
Democrat TH Logo.svg
ผู้ได้รับเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี
พรรคประชาธิปัตย์
พรรคอนาคตใหม่
ผู้ได้รับเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี
พรรคอนาคตใหม่
พรรคพลังประชารัฐ
ผู้ได้รับเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี
พรรคพลังประชารัฐ
พรรคเพื่อไทย
ผู้ได้รับเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีลำดับที่หนึ่ง
พรรคเพื่อไทย
พรรคเพื่อไทย
ผู้ได้รับเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีลำดับที่สอง
พรรคเพื่อไทย
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประยุทธ์ จันทร์โอชา สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
Abhisit 2009 official.jpg
Thanathorn J. cropped.jpg
Prayut Chan-o-cha (cropped) 2016.jpg
Sudarat at Batman V Superman Dawn of Justice Midnight Run Bangkok.jpg
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์.jpg
นายกรัฐมนตรีไทย
(2551–2554)
รองประธานกรรมการบริหาร
กลุ่มบริษัทไทยซัมมิท (2545–2562)
นายกรัฐมนตรีไทย
(2557–ปัจจุบัน)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
(2548–2549)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
(2555–2557)
3 สิงหาคม พ.ศ. 2507 (54 ปี)
วอลเซนด์ ประเทศอังกฤษ
25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2521 (40 ปี)
กรุงเทพมหานคร
21 มีนาคม พ.ศ. 2497 (64 ปี)
จังหวัดนครราชสีมา
1 พฤษภาคม พ.ศ. 2504 (57 ปี)
กรุงเทพมหานคร
24 พฤษภาคม พ.ศ. 2509 (52 ปี)
กรุงเทพมหานคร
พรรคเพื่อไทย
ผู้ได้รับเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีลำดับที่สาม
พรรคเพื่อไทย
พรรคประชาชาติ
ผู้ได้รับเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีลำดับที่หนึ่ง
พรรคประชาชาติ
พรรคประชาชาติ
ผู้ได้รับเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีลำดับที่สอง
พรรคประชาชาติ
พรรคประชาชาติ
ผู้ได้รับเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีลำดับที่สาม
พรรคประชาชาติ
พรรคเสรีรวมไทย
ผู้ได้รับเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี
พรรคเสรีรวมไทย
ชัยเกษม นิติสิริ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ทวี สอดส่อง ณหทัย ทิวไผ่งาม เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส
ชัยเกษม นิติสิริ.jpg
วันมูหะมัดนอร์ มะทา.jpeg
Nathathai 20b.jpg
Seri.jpg
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
(2556–2557)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
(2547–2548)
เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (2554–2557) รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
(2544–2547)
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
(2550–2551)
26 สิงหาคม พ.ศ. 2491 (70 ปี)
กรุงเทพมหานคร
11 พฤษภาคม พ.ศ. 2487 (74 ปี)
จังหวัดยะลา
23 กันยายน พ.ศ. 2502 (59 ปี)
จังหวัดอ่างทอง
24 มิถุนายน พ.ศ. 2513 (48 ปี)
กรุงเทพมหานคร
3 กันยายน พ.ศ. 2491 (70 ปี)
จังหวัดนนทบุรี

ชื่อบุคคลที่ถูกตัดสิทธิ์จากการเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี[แก้]

Thai Raksa Chart Party Logo.png
ผู้ได้รับเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี
พรรคไทยรักษาชาติ
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ มหิดล
Princess Ubolratana 2010-12-7 2 cropped1.jpg
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี
(2544–ปัจจุบัน)
(ถูกตัดสิทธิ์โดยคณะกรรมการเลือกตั้ง วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562)
5 มกราคม พ.ศ. 2494 (68 ปี)
โลซาน, ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

กรณีเสนอชื่อทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ มหิดล[แก้]

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 ผู้ดำเนินรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ช่องนาว 26 กล่าวว่า "8 กุมภา จะเป็นจุดเปลี่ยนการเมืองระดับแผ่นดินไหว" และอีกตอนหนึ่งว่า "เปิด[ชื่อ]ออกมาเมื่อไร แผ่นดินไหวทางการเมืองทันที... ไม่ใช่คนตระกูลชินวัตร หรือวงศ์สวัสดิ์ จะเป็นชื่อที่อึกทึกครึกโครมทั้งแผ่นดิน"[31] ด้านหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ลงข่าวพาดหัวว่า "ประยุทธ์ยอมรับ เผื่อใจแล้ว! ไม่ได้เป็นนายกฯ"[32]

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พรรคไทยรักษาชาติยื่นพระนามทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ มหิดล เป็นผู้ที่จะเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีเพียงชื่อเดียว ด้านปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติให้สัมภาษณ์ว่า "พระองค์ท่านเองทรงมีพระเมตตาตอบรับและให้พรรคไทยรักษาชาติเสนอพระนามในบัญชีนายกฯ ของพรรค"[33][34] วันเดียวกัน ไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ยื่นหนังสือต่อประธาน กกต. ขอให้พิจารณาการเสนอพระนามทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ว่าเข้าข่ายขัดระเบียบ กกต. เรื่องลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ เนื่องจากทรงเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยอ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในอดีตว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ต้องอยู่เหนือการเมือง[35][36]

ต่อมา เมื่อเวลา 22.40 น. โดยประมาณ โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยประกาศพระราชโองการของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เรื่อง สถาบันพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย สรุปว่า การนำพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ แม้จะทรงกราบถวายบังคมลาออกจากฐานันดรศักดิ์ไปแล้ว มาเกี่ยวข้องกับระบบการเมือง ไม่ว่าจะโดยทางใดก็ตาม เป็นการกระทำที่ขัดต่อโบราณราชประเพณี ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของชาติ ถือเป็นการกระทำที่มิบังควรไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง[37][38]

ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 มีการเผยแพร่ทางสื่อมวลชนว่า กกต. ประกาศรับรองบัญชีรายชื่อทั้ง 45 พรรค 69 รายชื่อ โดยไม่ปรากฏชื่อทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ เพราะยังถือว่าเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ต้องอยู่เหนือการเมือง นอกจากนี้ กกต. จะหารือต่อไปว่าการกระทำดังกล่าวของพรรคไทยรักษาชาติเข้าข่ายต้องยุบพรรคหรือไม่[39] ต่อมาได้มีประกาศ กกต. ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 แจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองจะเสนอให้รัฐสภาพิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี จำนวน 44 พรรคการเมือง 68 รายชื่อ[40]

อ้างอิง[แก้]

  1. [1] Channel News Asia, 11 December 2018
  2. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/A/010/T_0001.PDF
  3. ได้แก่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 267 (1), พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา 267 (2), พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตามมาตรา 267 (3) , และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ตามมาตรา 267 (4)
  4. พระราชกฤษฎีกา ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ. ๒๕๖๒ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๘ ก หน้า ๑ วันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๒
  5. "ย้อนที่มาเลื่อนเลือกตั้ง 5 ครั้ง ยุค คสช. จากปลายปี 2558 สู่ก่อนพระราชพิธีสำคัญ". THE STANDARD. 2019-01-09. สืบค้นเมื่อ 2019-01-13.
  6. 6.0 6.1 Thailand to hold fresh election on 20 July BBC News, 30 April 2014
  7. Nguyen, Anuchit; Thanthong-Knight, Randy (2019-01-23). "Thailand to Hold First General Election Since Coup in 2014". Bloomberg. สืบค้นเมื่อ 23 January 2019.
  8. Yueh, Linda (26 November 2014). "Thailand's elections could be delayed until 2016". BBC World News. BBC. สืบค้นเมื่อ 10 June 2015.
  9. Peel, Michael (19 May 2015). "Generals postpone Thailand elections for at least six more months". Financial Times. สืบค้นเมื่อ 10 June 2015. (Subscription required (help)).
  10. "PM backpedals on staying on". The Nation. Nation Multimedia Group. 9 June 2015. สืบค้นเมื่อ 10 June 2015.
  11. Peel, Michael (30 January 2018). "Thailand's PM Prayut Chan-o-cha says he needs more time in office to prepare for election". Straits Times. สืบค้นเมื่อ 30 January 2018.
  12. "มีอะไรน่าสนใจ เมื่อ กกต. เปิดจดทะเบียนพรรคใหม่ 2 มี.ค." 1 มีนาคม 2561. สืบค้นเมื่อ 9 มีนาคม 2561.
  13. "การเมือง'วิษณุ' วางไทม์ไลน์เลือกตั้งช้าสุด 5 พ.ค. 62". Workpoint. 26 June 2018. สืบค้นเมื่อ 4 September 2018.
  14. มุกดาหารเดือด! ลอบยิงว่าที่ผู้สมัครส.ส.ดับ
  15. คนร้ายบุกยิงว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังชาติไทย เสียชีวิตพร้อมภรรยา ลูก 2 คนรอดหวุดหวิด
  16. Limited, Bangkok Post Public Company. "Young voters find voice". bangkokpost.com. สืบค้นเมื่อ 2018-11-30.
  17. สงสกุล, พลวุฒิ (03.10.2018). "ทำความเข้าใจก่อนไปเลือกตั้ง ส.ส. ใช้บัตรใบเดียว เลือกได้เพียงหนึ่ง 'คนที่รัก' หรือ 'พรรคที่ใช่'". The Standard. สืบค้นเมื่อ 2562-02-08. Check date values in: |date= (help)
  18. "เลือกตั้ง 2562: พลิกสูตรคำนวณยอด ส.ส. กับยุทธศาสตร์ "แตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อย"". บีบีซีไทย. สืบค้นเมื่อ 2019-02-08.
  19. 19.0 19.1 "Election has already been won, so what now? - The Nation". The Nation (in อังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2018-11-29.
  20. "EC completes redrawing of constituencies - The Nation". The Nation (in อังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2018-11-29.
  21. Limited, Bangkok Post Public Company. "Watchdog demands govt stop meddling with EC". bangkokpost.com. สืบค้นเมื่อ 2018-11-29.
  22. "EC under microscope for gerrymandering over designing of boundaries - The Nation". The Nation (in อังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2018-11-29.
  23. Limited, Bangkok Post Public Company. "New EC boundary ruling under fire". bangkokpost.com. สืบค้นเมื่อ 2018-11-29.
  24. "EC completes redrawing of constituencies". The Nation (in อังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2018-12-26.
  25. "Parties accuse EC of bias in constituency mapping". The Nation (in อังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2018-12-26.
  26. Rojanaphruk, Pravit; Writer, Senior Staff (2018-11-30). "Parties Fume Over New 'Gerrymandered' Electoral Map". Khaosod English (in อังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2018-12-26.
  27. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง การแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, เล่ม ๑๓๕, ตอน ๑๐๑ ก, ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๑,
  28. "เลือกตั้ง 2562 ผู้สมัครส.ส.ทะลุหมื่นคน มากกว่าปี 2554 กว่า 3 เท่า". ไทยรัฐ. 8 ก.พ. 2562. สืบค้นเมื่อ 2562-02-08.
  29. "เลือกตั้ง 2562 : เพื่อไทย ส่งผู้สมัคร ไม่ครบทั่วประเทศ ครั้งแรกในรอบ 17 ปี". บีบีซีไทย. 4 กุมภาพันธ์ 2019. สืบค้นเมื่อ 2019-08-02. Check date values in: |access-date= (help)
  30. หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ (21 มกราคม 2019). "เลือกตั้ง 2562 : ที่สุดที่คุณอาจยังไม่รู้ก่อนเข้าคูหา". บีบีซีไทย. สืบค้นเมื่อ 2019-08-02. Check date values in: |access-date= (help)
  31. ดนัย เอกมหาสวัสดิ์, อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์” (2019-02-06). เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand (Full) | 6 ก.พ. 62 | เจาะลึกทั่วไทย (YouTube). กรุงเทพมหานคร: SpringNews. Event occurs at 8:00. สืบค้นเมื่อ 2019-02-09.
  32. "เลือกตั้ง 2562 : 8 ก.พ. ไทยรักษาชาติ กับ จุดเปลี่ยนการเมือง "ระดับแผ่นดินไหว" ?". บีบีซีไทย. 7 กุมภาพันธ์ 2019. สืบค้นเมื่อ 2019-02-08.
  33. "ครั้งประวัติศาสตร์! ทูลกระหม่อมฯ ตอบรับ ไทยรักษาชาติ ลงชิงนายกฯ". ข่าวสด. 8 กุมภาพันธ์ 2562. สืบค้นเมื่อ 2019-02-08.
  34. "Princess Ubolratana: Thai royal to stand as PM candidate". Thailand General Election 2019. Bangkok: BBC. 2019-02-08. Archived from the original on 2019-02-09. สืบค้นเมื่อ 2019-02-09.
  35. "เลือกตั้ง 2562 : ไพบูลย์ ยื่น กกต. ระงับ ทษช. หยุดเสนอพระนามทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ". บีบีซีไทย. 2019-02-08. สืบค้นเมื่อ 2019-02-08.
  36. ""ไพบูลย์" ขอ กกต.ระงับแคนดิเดตนายกฯ ทษช". กรุงเทพมหานคร: ไทยพีบีเอส. 2019-02-08. Archived from the original on 2019-02-09. สืบค้นเมื่อ 2019-02-09.
  37. "Thailand's king condemns bid by sister to become PM". BBC. กรุงเทพมหานคร. 2019-02-08. Archived from the original on 2019-02-08. สืบค้นเมื่อ 2019-02-08.
  38. "ประกาศ สถาบันพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย" (PDF) (Press release). Bangkok: ราชกิจจานุเบกษา. 2019-02-08. Archived from the original (PDF) on 2019-02-09. สืบค้นเมื่อ 2019-02-08.
  39. "กกต.ประกาศชื่อแคนดิเดตนายกฯพรรคการเมืองแล้ว 45 พรรค ไม่มีชื่อพรรคไทยรักษาชาติ". มติชนออนไลน์. 11 กุมภาพันธ์ 2562. สืบค้นเมื่อ 11-02-2562. Check date values in: |access-date= (help)
  40. https://www.ect.go.th/ect_th/download/article/article_20190215221446.pdf

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]