สุวิทย์ ทองประเสริฐ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สุวิทย์ ทองประเสริฐ
Suvid.jpg
เกิด 1 มกราคม พ.ศ. 2499 (62 ปี)
กรุงเทพมหานคร
สัญชาติ ไทย
ชื่ออื่น สุวิทย์
เป็นที่รู้จักจาก ผู้นำการชุมนุมกปปส.ในวิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557
ขบวนการ
กปปส.
ถูกกล่าวหา
กบฏ
บิดามารดา ชมภู และอัมพร ทองประเสริฐ

สิบตรีสุวิทย์ ทองประเสริฐ[1] หรือที่รู้จักในนามว่า อดีตพระพุทธะอิสระ หรือ อดีตหลวงปู่พุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

ประวัติ

สุวิทย์[2] เกิดที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2499 เป็นบุตรของนายชมภู และนางอัมพร ทองประเสริฐ [3] อุปสมบทครั้งแรกเมื่ออายุ 20 ปี ที่วัดคลองเตยใน เขตคลองเตย จากนั้นได้สึกไปรับราชการทหาร และอุปสมบทอีกครั้งจังหวัดพัทลุงเมื่อ พ.ศ. 2526 มีฉายาว่า "ธมฺมธีโร" เป็นผู้ริเริ่มสร้างวัดอ้อน้อยจากที่ดินบริจาคที่ตำบลห้วยขวาง อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ตั้งแต่ พ.ศ. 2532 และได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อยเมื่อ พ.ศ. 2538 [3] ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลห้วยขวาง แทนเจ้าคณะรูปเดิมที่มรณภาพไปเมื่อ พ.ศ. 2542[3]

สุวิทย์[4] ได้ลาออกจากตำแหน่งเจ้าคณะตำบลห้วยขวาง [3] พร้อมกับสึกและอุปสมบทใหม่ เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2544 [5] มีฉายาใหม่ว่า " ธีรธมฺโม"

ในวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 นายสุวิทย์ยื่นหนังสือต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อให้อายัดทรัพย์พระธัมมชโย[6]

วิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557

ในวิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557 นายสุวิทย์ ได้เข้าร่วมกับกปปส. (คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข) ในการชุมนุมขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยได้ขึ้นเวทีแสดงธรรมและให้กำลังใจผู้ชุมนุมหลายครั้ง ในหลายสถานที่ ทั้งอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย, กระทรวงการคลัง และศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ[7][8]

ตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2557 ที่ทางกปปส.ได้เริ่มให้มีการชุมนุมแบบปิดการจราจรในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร และแยกเวทีชุมนุมออกเป็นหลายเวที นายสุวิทย์ได้เป็นแกนนำของผู้ชุมนุมที่เวทีแจ้งวัฒนะอีกด้วย โดยถือเป็นเวทีที่อยู่ห่างไกลเวทีอื่นและแกนนำคนอื่น ๆ มากที่สุด[9] [10]

ในวันที่ 14 พฤษภาคม ปีเดียวกัน ศาลอาญาอนุมัติหมายจับแกนนำ กปปส. รวม 43 คน ผู้ต้องหาคดีกบฏ และความผิดอื่น รวม 8 ข้อหา โดยมีชื่อของนายสุวิทย์รวมอยู่ด้วย[11] [12]

ถูกจับกุมตัว

หลังจากการยึดอำนาจของ คสช. นายสุวิทย์ซึ่งยังบวชเป็นพระภิกษุอยู่ที่วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ก็เคลื่อนไหวแสดงตนอยู่ฝ่าย คสช. มาโดยตลอด และไล่แจ้งจับศัตรูทางการเมืองของตนเอง และผู้ที่เขาไปด่าทอตนเองในเฟชบุ๊ค ซึ่งเป็นที่ไม่พอใจให้กับประชาชนชาวไทยอย่างมาก

จนกระทั่งวันที่ 24 พฤษภาคม 2561 เวลา 06.00 น. พล.ต.ต.อภิชาติ สิริสิทธิ์ รองผบช.ก. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5.บก.ป. นำกำลังเจ้าหน้าที่กก.5.บก.ป. พ.ต.อ.เด่นหล้า รัตนกิจ ผกก.ปพ.บก.ป. และคอมมานโด อาวุธครบมือ นำหมายจับศาลอาญา เข้าจับกุมนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือพุทธะอิสระ ที่วัดอ้อน้อย อ.เมือง จ.นครปฐม ในข้อหาสนับสนุนให้มีการปล้นทรัพย์ จากกรณีเมื่อครั้งการชุมนุมของ กปปส.เมื่อปี 2557 ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมกปปส.ที่นำโดยพระสุวิทย์ ที่เวทีแจ้งวัฒนะ ปล้นทรัพย์เป็นอาวุธปืนของตำรวจสันติบาลไป

ขณะตรวจค้นและจับกุมตัว พบว่ากุฏิของพระสุวิทย์มีการ์ดดูแลอยู่รอบๆ เจ้าหน้าที่จึงกระจายกันควบคุมตัวการ์ดไว้ และตรวจสอบหมายจับว่าบุคคลใดมีหมายจับหรือไม่ จากนั้นจึงบุกเข้าไปในกุฏิ พบว่าพระสุวิทย์ อยู่ภายในห้องนอน ไม่ได้ห่มจีวร เพียงแต่นุ่งสบงและสวมอังสะ และมิได้ออกปฏิบัติกิจของสงฆ์แต่อย่างใด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายจับก่อนจับกุมตัว ก่อนนำตัวเข้ามาสอบสวนดำเนินคดีที่กองปราบฯ ทันที

ข้อหารุนแรงและสึกจากการเป็นพระ

พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกศ ผกก.1 บก.ป.พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโดประมาณ 60 นาย นำตัวนายสุวิทย์ ทองประเสริฐหรือพระพุทธะอิสระ กลับมายังกองปราบฯ โดยแจ้งข้อหาคือ -เป็นผู้ใช้ผู้อื่นทำร้ายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่จนได้รับบาดเจ็บสาหัส -เป็นผู้ใช้ให้ร่วมหน่วงเหนี่ยวกักขัง เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นข่มขืนใจ -เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นปล้นทรัพย์ -เป็นหัวหน้าอั้งยี่ซ่องโจรที่สมาชิกไปกระทำผิดตามความมุ่งหมายของอั้งยี่ ซ่องโจร -ปลอมแปลงพระปรมาภิไธย จากคดีสร้างพระเครื่อง “พระนาคปรก” รุ่น “หนึ่งในปฐพี” โดยใช้เลือด หรือกระทำปะสะโลหิต

โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขออำนาจศาลอาญาเพื่อขอฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค.-4 มิ.ย.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น

ในส่วนของคำร้องฝากขังคดีปลอมพระปรมาภิไธย ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 10 เม.ย.60 นายวิชัย ประเสริฐสุดสิริ เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. ให้ดำเนินคดีกับ ผู้ต้องหาที่นำอักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. และอักษรพระนามาภิไธย ส.ก. มาประดิษฐานหลังองค์พระเครื่อง โดยไม่ได้รับพระราชทานพระบรม ราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9

โดยนายวิชัย ผู้กล่าวหา ตรวจพบทางเว็บไซต์ว่าพระเครื่องดังกล่าว มีการสร้างเมื่อช่วงเข้าพรรษาปี 2554 บรรจุปรอทเมื่อวันที่ 15 ส.ค.2554 ซึ่งถือว่าเป็นวันที่สร้างพระสำเร็จ ผู้กล่าวหาเห็นว่าการกระทำดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ปลอมขึ้นซึ่งพระปรมาภิไธย และใช้พระปรมาภิไธยที่มีการปลอมขึ้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, 250, 252

โดยมีการสอบสวนพยานบุคคล พร้อมทั้งตรวจสอบไปยัง “สำนักพุทธศาสนา” ยืนยันตรงกันว่า ผู้ต้องหาไม่ได้รายงานขอพระราชทานพระบรม ราชานุญาต ตามกฎระเบียบของมหาเถรสมาคม และจากการสอบสวนพยานบุคคลเจ้าหน้าที่กรมราชเลขานุการในพระองค์ ยืนยันว่าผู้ต้องหาไม่ได้ขออนุญาตใช้พระปรมาภิไธยย่อ และอักษรย่อพระนามาภิไธย ตามพฤติการณ์และพยานหลักฐาน จึงยืนยันว่า ผู้ต้องหาเป็นผู้สร้างพระนาคปรก อุดปรอทรุ่นหนึ่งในปฐพี ที่เป็นปัญหาในคดีนี้จริง โดยไม่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญอักษรพระปรมาภิไธย และอักษรพระนามาภิไธยย่อไปประดิษฐานหลังองค์พระเครื่องดังกล่าว เหตุเกิดที่วัดอ้อน้อย ต.ห้วยขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ระหว่างปี 2554-15 ส.ค.2554

พนักงานสอบสวน จึงแจ้งข้อหาฐานปลอมขึ้นซึ่งพระปรมาภิไธย และใช้พระปรมาภิไธยที่มีการปลอมขึ้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 250, 252

ต่อมาเมื่อเวลา 18.00 น. ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราว พุทธะอิสระ หรือพระสุวิทย์ ทองประเสริฐ อายุ 59 ปี เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม และอดีตแกนนำ กปปส. โดยศาลพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี ความหนัก-เบาของข้อหาในส่วนคดีอั้งยี่ซ่องโจร ที่มีอัตราโทษจำคุกสูงและหลายข้อหา อีกทั้งมีผู้ร่วมกระทำผิดอีกหลายราย และ ผู้ต้องหาก็ยังเป็นบุคคลเดียวกับผู้ต้องหาในคดี ปลอมพระปรมาภิไธยฯ (พ.1107/2561) ประกอบกับพนักงานสอบสวน ก็คัดค้านการประกันตัวด้วย หากปล่อยชั่วคราวก็เกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ในชั้นนี้จึงยังไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา ให้ยกคำร้อง

ส่วนคดี พ.1107/2561 ปลอมพระปรมาภิไธยฯ ศาลพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี ความหนัก-เบาของข้อหาแล้ว เห็นว่าการกระทำของผู้ต้องเป็นความผิดร้ายแรง และเกี่ยวพันกับคดีอั้งยี่ซ่องโจร (พ.1106/2561) หากปล่อยชั่วคราวก็เกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ในชั้นนี้จึงยังไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา ให้ยกคำร้อง

ภายหลังศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวแล้ว เจ้าหน้าที่นิมนต์ พระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ 3 รูป จากวัดเสมียนนารี และเจ้าหน้าที่อีก 3 คนจาก พศ. มาสึกจากความเป็นพระ โดยถอดผ้าเหลือง แล้วให้สวมชุดขาว ภายในห้องควบคุมผู้ต้องขังของราชทัณฑ์ ใต้ถุนศาล ก่อนคุมตัวนายสุวิทย์ขึ้นรถกระบะของเรือนจำ ไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ


อ้างอิง

  1. https://www.sanook.com/news/6549390/
  2. https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_1128620
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 ชีวประวัตินายสุวิทย์ ทองประเสริฐ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จังหวัดนครปฐม
  4. https://www.thairath.co.th/content/1290749
  5. อดีตหลวงปู่สึกลดพรรษา กองบรรณาธิการ นิตยสารอาทิตย์
  6. http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9590000051649
  7. "อดีตหลวงปู่พุทธะอิสระ นำสวดมนต์ม็อบกระทรวงการคลัง พร้อมปัจฉิมโอวาท". tlcthai.com. 26 พฤศจิกายน 2556. สืบค้นเมื่อ 16 เมษายน 2558.
  8. "อดีตหลวงปู่พุทธะอิสระ บนเวทีมวลมหาประชาชน ราชดำเนิน". foop.tv. 8 พฤศจิกายน 2556. สืบค้นเมื่อ 16 เมษายน 2558.
  9. "ชัตดาวน์ บางกอก 13 ม.ค.57'กปปส.' VS 'ปู' ใครอึดกว่ากัน". ไทยโพสต์. 13 มกราคม 2557. สืบค้นเมื่อ 16 เมษายน 2558.
  10. "นักวิชาการ ชี้"เวทีแจ้งวัฒนะ-พุทธะอิสระ" เสี่ยงแต่อยู่รอดปลอดภัย". สำนักข่าวอิสรา. 8 มีนาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 16 เมษายน 2558.
  11. "ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ 30 แกนนำ กปปส. ที่เหลือยกคำร้อง". Thairath.co.th. 14 พฤษภาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 17 พฤษภาคม 2557.
  12. "ศาลอนุมัติออกหมายจับแกนนำ กปปส. 30 ราย-ยกคำร้อง 13". Posttoday.com. 14 พฤษภาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 17 พฤษภาคม 2557.