อัญชะลี ไพรีรัก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อัญชะลี ไพรีรัก
Anchalee Paireerak.jpg
เกิด25 ตุลาคม พ.ศ. 2505 (58 ปี)
จังหวัดสมุทรปราการ ประเทศไทย
สัญชาติไทย
ชื่ออื่นอัญชลี
มีชื่อเสียงจากแกนนำการชุมนุม กปปส. ในวิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557
ขบวนการ
กปปส.
ถูกกล่าวหา
กบฏ

อัญชะลี ไพรีรัก[remark 1] (25 ตุลาคม พ.ศ. 2505 ที่อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ; ชื่อเล่น: ปอง มาจากคำว่า "ปิงปอง"[1]) สื่อมวลชนอิสระ รู้จักกันดีในชื่อ "เจ๊ปอง" เป็นผู้มีบทบาทสำคัญทั้งในการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ทั้งเมื่อปี พ.ศ. 2549 และ พ.ศ. 2551 โดยเป็นผู้จัดรายการเล่าข่าวยามเช้าบนเวทีปราศรัย รวมถึงในช่วงปี พ.ศ. 2556–2557 เป็นพิธีกรประจำเวทีการชุมนุมของ กปปส.

การทำงาน[แก้]

อัญชะลีเริ่มต้นทำงานด้านสื่อสารมวลชนด้วยการเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์ และเนื่องจากอัญชะลีชำนาญในงานนี้มาถึง 20 ปี จึงได้ทำงานค่อนข้างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์ ทำข่าวประกวด ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวการเมือง ข่าวตลาดหุ้น ข่าวการตลาด จนกระทั่งเป็นผู้ประกาศข่าวในสถานีโทรทัศน์ครั้งแรกทางช่อง 7 สี และในปี พ.ศ. 2539 ได้เป็นพิธีกรรายการ "กู๊ด มอร์นิ่ง บางกอก" แทนบุญยอด สุขถิ่นไทย ที่ลาป่วย 2 วัน

อัญชะลีเริ่มเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในช่วงรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยความเป็นนักจัดรายการวิทยุที่กล้าวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา และมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง ซึ่งในตอนนั้นอัญชะลีจัดรายการวิทยุอยู่ที่คลื่น F.M. 96.5 MHz รายการ "จับชีพจรข่าว"

ต่อมาถูกยุติการทำรายการ เนื่องจากถูกแทรกแซงทางการเมืองจากรัฐบาลในสมัยนั้น จึงหันไปจัดรายการเกี่ยวกับผู้หญิงทางช่อง 3 ได้ 2 สัปดาห์[2] ก่อนจะได้รับการเชื้อเชิญจากประชัย เลี่ยวไพรัตน์ เจ้าของธุรกิจทีพีไอ ให้มาทำวิทยุคลื่นประชาธิปไตย F.M. 92.25 MHz โดยเป็นผู้ริเริ่ม ทั้งวางผังและจัดรายการเองทั้งหมด แต่ต่อมาก็ถูกแทรกแซงอีกครั้งจนต้องลาออกมา

จนกระทั่งในต้นปี พ.ศ. 2549 ที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้เริ่มต้นการขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อย่างจริงจังแล้ว อัญชะลีจึงได้เข้าร่วมและได้ร่วมจัดรายการบนเวทีและในรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร คอนเสิร์ตการเมือง คู่กับยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที ในรายการชื่อ "ติดดาบปลายปืน" แต่มิได้เป็นพนักงานในเครือผู้จัดการแต่อย่างใด

หลังการรัฐประหารเมื่อปี พ.ศ. 2549 ได้เดินทางไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลียได้ระยะหนึ่ง จึงเดินทางกลับมา จากนั้นในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 อัญชลีได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในจังหวัดสมุทรปราการ สังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน อันเนื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวที่มีกับแกนนำพรรค แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง

อัญชะลีได้กลับมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรอีกครั้งในการชุมนุมในปี พ.ศ. 2551 โดยจัดรายการเล่าข่าวตอนเช้าบนเวทีคู่กับกมลพร วรกุล ภายหลังการชุมนุมยุติลงก็ได้ทำหน้าที่เป็นพิธีกรรายการเคาะข่าวริมโขงและแขกรับเชิญรายการสภาท่าพระอาทิตย์ทุกวันจันทร์และศุกร์ และมีรายการประจำ ชื่อ "จับตาประเทศไทย" ทางเอเอสทีวี เป็นรายการเล่าข่าวทั่วไป

ต่อมา อัญชะลีได้ยุติรายการทั้งหมดทางเอเอสทีวี และสื่อต่าง ๆ ในเครือผู้จัดการทั้งหมด โดยมีเสียงร่ำลือกระแสหนึ่งกล่าวว่า ได้ออกไปทำงานส่วนตัว และเป็นเลขานุการของจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร[3] ส่วนอีกกระแสหนึ่งกล่าวว่าเป็นบรรณาธิการให้กับนิตยสารท่องเที่ยว[4]

อัญชะลีเคยเป็นผู้จัดรายการ "ร้อยข่าวบลูสกาย" และ "ร้อยข่าวสุดสัปดาห์" ทางช่องบลูสกายแชนแนล

ในวิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557 อัญชะลีได้เข้าร่วมกับกลุ่ม กปปส. (คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข) โดยมีบทบาทเป็นโฆษกบนเวทีการชุมนุม และผู้บรรยายในการเดินรณรงค์การชุมนุมตามถนนสายต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร รวมถึงยังเป็นแกนนำเองด้วยในหลายครั้งที่มีการเคลื่อนขบวนไปชุมนุมยังที่ต่าง ๆ[5] นอกจากนี้แล้ว ยังได้ถ่ายแบบลงปกนิตยสารแพราว และให้สัมภาษณ์ถึงความในใจด้วย สำหรับการชุมนุมในครั้งนี้[6]

ต่อมาในวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 จากการชุมนุมในครั้งนี้ศาลอาญาจึงอนุมัติหมายจับแกนนำ กปปส. รวม 43 คน ผู้ต้องหาคดีกบฏ และความผิดอื่น รวม 8 ข้อหา เพื่อติดตามตัวมาดำเนินกระบวนการตามกฎหมาย โดยอัญชะลีมีชื่อเป็นผู้ต้องหาหมายเลขที่ 10[7][8]

หลังการรัฐประหารเมื่อปี พ.ศ. 2557 อัญชะลีได้ร่วมงานกับสถานีโทรทัศน์นิวทีวี ในเครือหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ โดยเป็นผู้ดำเนินรายการ "หมายข่าวนิวทีวี" (ภายหลังเปลี่ยนชื่อรายการเป็น "นิวหมายข่าว") ออกอากาศในช่วงเย็น โดยเริ่มออกอากาศตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2557[9] ซึ่งจัดมาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งอัญชะลีได้ลาออกจากนิวทีวี เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2561 เพื่อเข้ามาร่วมงานกับเนชั่นทีวี[10] ตามคำชวนของสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ประธานกรรมการของเนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น[11]

โดยร่วมดำเนินรายการ "เนชั่นทันข่าว" ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2561[11] ขณะเดียวกัน อัญชะลีก็ได้กลับมาจัดรายการที่ช่องฟ้าวันใหม่อีกครั้ง ในรายการ "ข่าวคาใจ" ซึ่งมีรายการเทปหนึ่งที่วิพากษ์วิจารณ์กรณีการเข้าจับกุมสุวิทย์ ทองประเสริฐ (อดีตพระพุทธะอิสระ) และโจมตีบุคคลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือบุคคลที่เห็นด้วยกับการจับกุม เช่น ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, เสกสรรค์ ศุขพิมาย (เสก โลโซ) ด้วยถ้อยคำหยาบคายและรุนแรง[12] ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์และเรียกร้องไปยัง กสทช. และผู้เกี่ยวข้องให้ดำเนินการทางปกครองกับช่องฟ้าวันใหม่[13] แต่ กสทช. ตรวจสอบแล้วพบว่ายังไม่พบการกระทำที่ผิดกฎ กสทช. ของรายการและช่องดังกล่าว[14]

ต่อมาในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกอัญชะลี 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา จากความผิดสืบเนื่องจากกลุ่มพันธมิตรที่มีอัญชะลีร่วมด้วย ร่วมกันบุกรุกสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ก่อนที่จะได้รับประกันตัวสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไปด้วยวงเงิน 200,000 บาทโดยไม่มีเงื่อนไข[15] เดือนต่อมาในวันที่ 26 มีนาคม ในรายการเนชั่นทันข่าว อัญชะลีเผยแพร่ข่าวปลอมว่าผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศอิตาลีมีจำนวนมากจนโรงพยาบาลรองรับไม่เพียงพอ ผู้ป่วยต้องออกมารอบนถนน แต่กลับใช้ภาพเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศโครเอเชียมาอธิบายข่าวดังกล่าว[16] ทำให้เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทยประณามการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนของอัญชะลีและทีมข่าวเนชั่น[17]

หลังจากเกิดการดำเนินกิจกรรมของผู้บริโภคเป็นกระแส #แบนสปอนเซอร์เนชั่น จากการที่เนชั่นทีวีนำเสนอข่าวเพื่อด้อยค่ากลุ่มผู้ประท้วง และมีผู้สื่อข่าวของตนปิดบังสังกัดในการสัมภาษณ์ผู้ประท้วงในการประท้วงในปี พ.ศ. 2563 ส่งผลให้เนชั่นต้องปฏิรูปองค์กร อัญชะลีจึงได้ลาออกจากเนชั่นทีวีพร้อมกับบุคลากรกลุ่มเดียวกันในวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563[18] และได้เปิดสถานีโทรทัศน์ท็อปนิวส์เพื่อทำรายการข่าวออกอากาศทางโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมและสื่อสังคมออนไลน์ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564[19] และในวันที่ 24 เดือนและปีเดียวกัน ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกอัญชะลี 1 ปี รอลงอาญา 2 ปี และปรับ 13,333 บาท จากการชุมนุมของ กปปส.[20]

เชิงอรรถ[แก้]

  1. เดิมชื่อ อัญชลี ไพรีรัก ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อตัวเป็น "อัญชะลี" เมื่อ พ.ศ. 2552 ตามความเชื่อเรื่องการเปลี่ยนชื่อเพื่อเสริมดวง[ต้องการอ้างอิง]

อ้างอิง[แก้]

  1. ร้อยข่าวบลูสกาย โดย อัญชะลี ไพรีรัก และ สันติสุข มะโรงศรี ทางบลูสกายแชนแนล: พฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม 2556
  2. Suthichai Live กับ “เจ๊ปอง” อัญชะลี ไพรีรัก! | 8/3/2561. Youtube. suthichai live. 9 มีนาคม 2561. เกิดเหตุเมื่อ 55:00. สืบค้นเมื่อ 14 มีนาคม 2561. Check date values in: |accessdate=, |publicationdate= (help)
  3. ทำไม "ม็อบแดง" เติบโต ทำไม "ม็อบเหลือง" ถดถอย จับตา 19 ก.พ. "สึนามิแดง" มาแล้ว
  4. ทำไม ปอง อัญชะลี หายไปจากเวทีพันธมิตร (19 ก.พ.2554)
  5. ""เจ๊ปอง" ลั่นกบฏดอกไม้ กปปส.ปักหลักชุมนุมหน้าบ้าน "ปู" จนกว่าไขก๊อกนายกฯ". ผู้จัดการออนไลน์. 26 ธันวาคม 2556. สืบค้นเมื่อ 25 เมษายน 2558. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  6. "เจ๊ปอง อัญชะลี ไพรีรัก แกนนำ กปปส. เปลี่ยนลุคเป็นนางแบบราชดำเนิน". สนุกดอตคอม. 10 มกราคม 2557. สืบค้นเมื่อ 25 เมษายน 2558. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  7. "ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ 30 แกนนำ กปปส. ที่เหลือยกคำร้อง". Thairath.co.th. 14 พฤษภาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 17 พฤษภาคม 2557. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  8. "ศาลอนุมัติออกหมายจับแกนนำ กปปส. 30 ราย-ยกคำร้อง 13". Posttoday.com. 14 พฤษภาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 17 พฤษภาคม 2557. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  9. "เจ๊ปอง อัญชะลี" คืนจอ นั่งแทนพิธีกรข่าวช่อง 18 "นิวทีวี", จากเว็บบอร์ดผู้จัดการออนไลน์.
  10. "'เจ๊ปอง'โบกลานิวทีวี ย้ายลุยรายการข่าว'เนชั่น'". เดลินิวส์. 2018-03-14. สืบค้นเมื่อ 2021-03-25.
  11. 11.0 11.1 "ส่องป้อมค่าย "เนชั่น" วันที่ "ปอง อัญชะลี" ยึดข่าวค่ำ เปลี่ยนพิธีกรกันขาขวิด!". ผู้จัดการออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 2021-03-25.
  12. https://www.youtube.com/watch?v=tA0KNN3Jrck
  13. "'อาจารย์เจษ' ทวงถาม กสทช. ปมปล่อย 'ป้าปอง' อ่านข่าวสุดหยาบคาย !!". ข่าวสด. 2018-05-30. สืบค้นเมื่อ 2021-03-25.
  14. "กสทช.ชี้ไม่เกินเลย ปม'เจ๊ปอง'เดือดพล่านออกรายการ-พูดหยาบ". ข่าวสด. 2018-05-30. สืบค้นเมื่อ 2021-03-25.
  15. "จำคุก 5 พธม. บุก NBT หวังเชื่อมสัญญาณ ASTV "เจ๊ปอง"โดนด้วย". ไทยรัฐ. 2020-02-12. สืบค้นเมื่อ 2021-03-25.
  16. "สรุปข่าว 27 มี.ค." เฟซบุ๊ก. 2020-03-27. สืบค้นเมื่อ 2021-03-25.
  17. "เอกอัครราชทูตอิตาลี ประณาม Nation TV ให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน". www.soccersuck.com. 2020-03-28. สืบค้นเมื่อ 2021-03-25.
  18. "'สันติสุข-อัญชะลี'อำลาเนชั่น แจงเหตุลาออก-เจอกัน'นิวทีวี'". เดลินิวส์. 2020-11-06. สืบค้นเมื่อ 2021-03-05.
  19. "ข่าวเที่ยงตรง | 1 กุมภาพันธ์ 2564", ท็อปนิวส์, 2021-02-01, สืบค้นเมื่อ 2021-03-25
  20. "ศาลตัดสินคดีกลุ่มกบฏ กปปส. คุก "สุเทพ" 5 ปี ที่เหลือ 4 เดือน-9 ปี". ประชาชาติธุรกิจ. 2021-02-24. สืบค้นเมื่อ 2021-03-25.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]