ปิยะณัฐ วัชราภรณ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ปิยะณัฐ วัชราภรณ์
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 – 24 ตุลาคม พ.ศ. 2540
นายกรัฐมนตรี พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ
ดำรงตำแหน่ง
18 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 – 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539
นายกรัฐมนตรี บรรหาร ศิลปอาชา
ดำรงตำแหน่ง
17 เมษายน พ.ศ. 2535 – 10 มิถุนายน พ.ศ. 2535
นายกรัฐมนตรี พลเอก สุจินดา คราประยูร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ดำรงตำแหน่ง
9 ธันวาคม พ.ศ. 2533 – 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534
นายกรัฐมนตรี พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ
ก่อนหน้า ประจวบ ไชยสาส์น
ถัดไป ไพโรจน์ นิงสานนท์
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 13 เมษายน พ.ศ. 2492 (69 ปี)
จังหวัดศรีสะเกษ
พรรคการเมือง ธรรมสังคม
เสรีธรรม
ชาติไทย
รวมไทย
เอกภาพ
กิจสังคม ( ? - ? )
ความหวังใหม่ ( ? - ? )
ไทยรักไทย ( ? - ?)
พลังพลเมืองไทย
คู่สมรส นางวิจิตรา วัชราภรณ์
ศาสนา พุทธ

ปิยะณัฐ วัชราภรณ์ เป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ อดีตรัฐมนตรีหลายสมัย และอดีตรองหัวหน้าพรรคเอกภาพ[1] เจ้าของวลีทางการเมือง "เก็บอุดมการณ์ใส่ลิ้นชัก"[2] และเป็นนักการเมืองที่ได้รับการยอมรับในเรื่องการพูด จนได้รับฉายา "ดาวสภา" และเคยทำหน้าที่โฆษกพรรคกิจสังคม

ประวัติ[แก้]

นายปิยะณัฐ วัชราภรณ์ เกิดวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2492[3] เป็นบุตรชายของนายสง่า วัชราภรณ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร[4]กับนางวัฒนชัย วัชราภรณ์ สำเร็จการศึกษา นิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขามีน้องชายเป็นนักการเมือง คือ ดนัยฤทธิ์ วัชราภรณ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ

ชีวิตส่วนตัวสมรสกับ นางวิจิตรา วัชราภรณ์ มีบุตรธิดา 3 คน

การทำงาน[แก้]

ปิยะณัฐ วัชราภรณ์ ประกอบอาชีพทนายความ และเข้าสู่งานการเมืองในปี พ.ศ. 2518 โดยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ สังกัดพรรคธรรมสังคม ซึ่งมีนายทวิช กลิ่นประทุม เป็นหัวหน้าพรรค จากนั้นเขาได้รับเลือกตั้งต่อเนื่องอีกหนึ่งสมัยในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2519 สังกัดพรรคธรรมสังคมเช่นเดิม ต่อมาเขาย้ายไปสังกัดพรรคเสรีธรรมในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2522 จากนั้นเขาได้เข้าร่วมงานกับพรรคประชาราษฎร์ ซึ่งนำโดยนายไชยศิริ เรืองกาญจนเศรษฐ์[5]

ต่อมาย้ายไปพรรคชาติไทยในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2526 ย้ายไปพรรครวมไทยในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2529 พรรคเอกภาพ พ.ศ. 2531 และพรรคกิจสังคมในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2535 ทั้งสองครั้ง จากนั้นได้ย้ายกลับไปสังกัดพรรคชาติไทยอีกครั้งในปี พ.ศ. 2538 และสังกัดพรรคความหวังใหม่ พ.ศ. 2539

ปิยะณัฐ เคยดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในปี พ.ศ. 2518 และเลขานุการรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2519 ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฏร ในปี พ.ศ. 2526

ต่อมาในรัฐบาลของพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (พ.ศ. 2534) กระทั่งสิ้นสุดลงจากการยึดอำนาจของ รสช. จนเป็นที่มาของวลีทางการเมืองที่นายปิยะณัฐ กล่าวไว้ว่า

ผมหมดหวังทางการเมืองแล้ว ที่เล่นการเมืองต่อไปก็เพื่อประคับประคองไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลงกว่านี้ ตอนนี้ไม่มีอะไรมากกว่าการรักษาอำนาจเอาไว้ เรื่องของอุดมคติ อุดมการณ์ เก็บไว้ในลิ้นชักก่อน

ต่อมาเขาก็ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลพลเอกสุจินดา คราประยูร ในรัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา และในรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ[6] จนกระทั่งเขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ และลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีในที่สุด

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2544 เขาลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคไทยรักไทย ลำดับที่ 33 และได้รับเลือกตั้ง[7] เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยที่ 11 แม้ว่าเขาจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาล แต่ก็ลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีฝ่ายเดียวกัน รวมทั้งยังร่วมกับฝ่ายค้านในการลงชื่อยื่นถอดถอน กรรมการ ปปช. อีกด้วย[8]

ในปี พ.ศ. 2561 เขาได้ร่วมกับนักการเมืองหลายคนในการจัดตั้งพรรคการเมืองในชื่อพรรคพลังพลเมืองไทย[9]

อุบัติเหตุ[แก้]

ปิยะณัฐ วัชราภรณ์ ประสบอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักชนรถบรรทุกบนถนนมิตรภาพ ระหว่างจังหวัดสระบุรีและนครราชสีมา เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2540[10] ในระหว่างที่เขากำลังจะเดินทางจากจังหวัดศรีสะเกษเพื่อไปเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีในวันรุ่งขึ้น จากอุบัติเหตุในครั้งนั้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเขา แต่เขายังคงเดินทางไปฏิบัติหน้าที่แม้สภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย แต่ในที่สุดเขาก็ต้องลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี ในเดือนตุลาคมของปีเดียวกัน คงเหลือแต่หน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ภายหลังจากนั้นเขายังเล่นการเมืองอยู่อีก 1 สมัย แต่ในที่สุดอุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้เขาต้องวางมือทางการเมือง เนื่องจากปัญหาสุขภาพและสายตา ปัจจุบันเขาใช้ชีวิตส่วนตัวอาศัยอยู่ที่จังหวัดศรีสะเกษ

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง พรรคเอกภาพเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรค
  2. ปฏิรูปช่อง 11 ทำได้จริงๆ เหรอ?
  3. ประวัติผู้สมัคร ส.ส.
  4. เสียชีวิตแล้ว! “สง่า วัชราภรณ์” อดีต ส.ส.10 สมัยศรีสะเกษ
  5. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การจดทะเบียนพรรคการเมือง (พรรคประชากรไทย พรรคชาติประชาธิปไตย พรรคพลังใหม่ พรรคกิจสังคม พรรคประชาราษฎร์ พรรคแรงงานประชาธิปไตย พรรคเสรีนิยม และพรรคสังคมประชาธิปไตย พรรคเสรีนิยม และพรรคสังคมประชาธิปไตย)
  6. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี (จำนวน ๔๙ ราย)
  7. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (จำนวน ๑๐๐ คน)
  8. หลายคำถามหลังศาลฎีกาฯรับคดี ป.ป.ช.
  9. อดีตสส. 30 คน ตั้งพรรคพลังพลเมืองสู้เลือกตั้ง
  10. วิเคราะห์ข่าว เล่มที่ 7 ประจำเดือน กันยายน-ตุลาคม-พฤศจิกายน 2540
  11. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ชั้นสายสะพาย จำนวน ๔,๒๓๘ ราย)
  12. แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่อราชอิสริยาภรณ์ (เครื่องราชชั้นสายสะพาย ๕ ธันวาคม ๒๕๒๘)

ดูเพิ่ม[แก้]

ก่อนหน้า ปิยะณัฐ วัชราภรณ์ ถัดไป
ประจวบ ไชยสาส์น 2leftarrow.png Emblem of MOPH, Thailand.png
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
(9 ธันวาคม - 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2533)
2rightarrow.png ไพโรจน์ นิงสานนท์