เจ้าพระยามหาเสนา (ปิ่น)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เจ้าพระยามหาเสนา
(ปิ่น)
สมุหพระกลาโหม
พ.ศ. 2348 - พ.ศ. 2352
กษัตริย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ก่อนหน้าเจ้าพระยาอรรคมหาเสนา (บุนนาค)
ถัดไปเจ้าพระยาอรรคมหาเสนา (บุญมา)
เสนาบดีกรมนา
พ.ศ. 2325– พ.ศ. 2348
กษัตริย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ก่อนหน้าเจ้าพระยาพลเทพ (ทองอิน)
ถัดไปเจ้าพระยาพลเทพ (บุญมา บ้านแม่ลา)
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิดไม่ปรากฏ
กรุงศรีอยุธยา
อสัญกรรมไม่ปรากฏ
พระนคร ประเทศสยาม  สยาม
บิดาเจ้าพระยามหาสมบัติ(ผล)
มารดาไม่ปรากฏ
คู่สมรสท่านผู้หญิงนิ่มนวล(ฟัก)
บุตร-ธิดาเจ้าพระยาบดินทรเดชา(สิงห์ สิงหเสนี)
หลวงพิพิธ(ม่วง สิงหเสนี)
เจ้าจอมฉิม ในรัชกาลที่ 1
ศาสนาพุทธ

เจ้าพระยามหาเสนา (ปิ่น) ที่สมุหพระกลาโหมในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช บิดาของเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี ) เป็นเสมียน พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่ง เจ้าพระยาจักรี ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

เจ้าพระยามหาเสนา (ปิ่น) เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยในรัชกาลที่ 1 เป็นอย่างยิ่ง เมื่อยังเป็น เจ้าพระยาพลเทพ (ปิ่น) นั้นปรากฏหลักฐานใน พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์(ขำ บุนนาค) ปรากฏว่าเมื่อมีราชการสงครามกับพม่า รัชกาลที่ 1 และ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ต้องเสด็จพระราชดำเนินออกไปรับศึกนอกพระนครแล้ว มักทรงโปรดเกล้าฯ ให้พระยาพลเทพ(ปิ่น) เป็นผู้รักษาพระนคร เช่น สงครามคราวรบพม่าที่ท่าดินแดงใน พ.ศ.2328 ดังความในพระราชพงศาวดารว่า

"...พระบาทสมเดจ์พระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ ได้ทรงทราบข่าวศึกอันยกมานั้น จึ่งมีพระราชดำรัสให้เกณฑ์กองทับในกรุงฯ แลหัวเมืองไว้ให้พร้อมสัพ ครั้นถึง ณ วันพฤหัสบดีเดือนสามขึ้นสิบสี่ค่ำเพลาเช้าสามนาฬิกากับหกบาท สมเดจพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ ก็เสดจ์พระราชดำเนินพยุหยาตรานาวาทับหลวงจากกรุงเทพฯ ไปโดยทางชลมารค พร้อมด้วยเรือท้าวพระยาข้าทูละอองฯ ทั้งหลายโดยเสดจ์ตามขบวนน่าหลังพรั่งพร้อมเสร็จ โปรดให้สมเดจพระอนุชาธิราชเจ้ากรมพระราชวังบวรฯ แลกองทับเจ้าพระยารัตนาพิพิธ ผู้ว่าที่สมุหนายกไปกองน่า พลโยธาหาร ทั้งพระบรมมหาราชวัง พระราชวังบวร เปนคนสามหมื่นยกล่วงน่าไปก่อน จึ่งเสดจ์ยกพยุหโยธาทับหลวงกับทั้งกรมพระราชวังหลังแลเจ้าต่างกรมทั้งปวงเปนพลสามหมื่นเสศหนุนไป แล้วโปรดให้พระยาพลเทพอยู่รักษาพระนคร..."