ศุภชัย โพธิ์สุ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ระวังสับสนกับ ศุภชัย ใจสมุทร
ศุภชัย โพธิ์สุ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ดำรงตำแหน่ง
29 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 – 8 สิงหาคม พ.ศ. 2554
นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ก่อนหน้า ชาติชาย พุคยาภรณ์
ถัดไป พรศักดิ์ เจริญประเสริฐ
รองประธานสภาผู้แทนราษฎรไทย คนที่สอง
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
28 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
(0 ปี 239 วัน)
ก่อนหน้า วิสุทธิ์ ไชยณรุณ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 1 มกราคม พ.ศ. 2501 (62 ปี)
อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ประเทศไทย
พรรคการเมือง ไทยรักไทย (2544 – 2550)
พลังประชาชน (2550 – 2551)
ภูมิใจไทย (2551 – ปัจจุบัน)
คู่สมรส พูนสุข โพธิ์สุ
ศาสนา พุทธ

ศุภชัย โพธิ์สุ (เกิด: 1 มกราคม พ.ศ. 2501; ชื่อเล่น: แก้ว) เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรไทยคนที่ 2[1] อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน พรรคภูมิใจไทย

ประวัติ[แก้]

ศุภชัย โพธิ์สุ เกิดเมื่อ 1 มกราคม พ.ศ. 2501 เกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะยากจน พ่อแม่ประกอบอาชีพเกษตรกร พำนักอยู่ที่บ้านแค ตำบลสามผง อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม หลังจากนั้น เมื่อเขาอายุ 11 ปี พ่อของเขาได้เสียชีวิตลง เขาต้องอยู่กับแม่พร้อมกับพี่น้อง 7 คน[2]

เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2519 เขาได้ออกไปร่วมการต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย หลังจากต่อสู้ได้ 4 ปี ไม่ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงประเทศ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยล่มสลาย เขาจึงออกมามาสอบบรรจุเป็นข้าราชการครู หลังจากนั้น เขาได้ลาออกมาลงสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งไม่ได้รับเลือก 3 ครั้ง

เขาจึงมาลงสมัครสมาชิกสภาจังหวัดนครพนม และได้รับการเลือกตั้ง ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาจังหวัด 1 สมัย จากนั้นได้มาสมัครผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่งเมื่อปี พ.ศ. 2544 ในนามพรรคความหวังใหม่ จนประสบความสำเร็จได้เป็นสมาชิกผู้แทนราษฏรครั้งแรก ต่อมา เขาได้รับเลือกเป็นสมาชิกผู้แทนราษฏรติดต่อกัน 3 สมัย หลังจากพรรคพลังประชาชนถูกยุบ ได้ออกมาร่วมกับเนวิน ชิดชอบ ได้ก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย และได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในปี พ.ศ. 2552 -2554

ในการเลือกตั้งสมาชิกผู้แทนราษฏร พ.ศ. 2562 เขาได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย เขต 1 จังหวัดนครพนม และได้รับการลงมติจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาให้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง ด้วยคะแนน 256 เสียง[3][4][5]

งานการเมือง[แก้]

นายศุภชัย เป็นแกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน ที่ให้การสนับสนุนให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล โดยสนับสนุนให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากที่คณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ต้องพ้นสภาพไปเนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติยุบพรรคพลังประชาชน เมื่อปลายปี พ.ศ. 2551

นายศุภชัย โพธิ์สุ ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์[6] ภายหลังจากที่พรรคภูมิใจไทยมีมติให้นายชาติชาย พุคยาภรณ์ พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อเปิดทางให้นายศุภชัย ดำรงตำแหน่งแทน ในระหว่างดำรงตำแหน่ง นายศุภชัย โพธิ์สุ ได้รับฉายาว่า "พี่แก้วไม่มีวันร้าว"

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2554 นายศุภชัยลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดนครพนม แต่แพ้ให้กับนายยุทธจักร เรืองวรบูรณ์ จากพรรคเพื่อไทย

ภายหลังจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเลือกศุภชัยให้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาคนที่ 2 โดยเอาชนะนายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ด้วยคะแนนเสียง 256-239 เสียง[7]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "ประกาศแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 31 พฤษภาคม 2562. สืบค้นเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2562.
  2. 'ศุภชัย โพธิ์สุ'จากลูกชาวนาสู่ส.ส.ของคนนครพนม
  3. ""สุชาติ-ศุภชัย" นั่ง รองประธานสภาฯ คนที่ 1 และ 2". ไทยพีบีเอส. 26 พฤษภาคม 2562. สืบค้นเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2562.
  4. "ศุภชัย ชนะ นพ.ประสงค์ 256 ต่อ 239 คว้า รองประธานสภา คนที่ 2 ฉลุย". ไทยรัฐ. 26 พฤษภาคม 2562. สืบค้นเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2562.
  5. "ประชุมสภา : พลังประชารัฐ-ภูมิใจไทย คว้าสองเก้าอี้รองประธานสภาฯ". บีบีซี. 26 พฤษภาคม 2562. สืบค้นเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2562.
  6. "พระบรมราชโองการ ประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี (นายศุภชัย โพธิ์สุ)" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 29 พฤษภาคม 2552. สืบค้นเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2562.
  7. "ศุภชัย ชนะ นพ.ประสงค์ 256 ต่อ 239 คว้า รองประธานสภา คนที่ 2 ฉลุย". ไทยรัฐ. 26 พฤษภาคม 2562. สืบค้นเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2562.
  8. "ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 5 ธันวาคม 2552. สืบค้นเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2562.
  9. "ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 18 ธันวาคม 2551. สืบค้นเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2562.