พระยาศราภัยพิพัฒ (เลื่อน ศราภัยวานิช)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
นาวาเอก
พระยาศราภัยพิพัฒ
(เลื่อน ศราภัยวานิช)

ท.จ.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ดำรงตำแหน่ง
11 พฤศจิกายน 2490 – 21 กุมภาพันธ์ 2491
นายกรัฐมนตรี ควง อภัยวงศ์
ก่อนหน้า เดือน บุนนาค
ถัดไป หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2432
เสียชีวิต 21 กันยายน พ.ศ. 2511 (79 ปี)
สัญชาติ ชาวไทย
คู่สมรส หม่อมหลวงฉลอง ศราภัยวานิช
อาชีพ นักหนังสือพิมพ์, นักเขียน, นักการเมือง, ทหารเรือ
นามปากกา ศราภัย

นาวาเอก พระยาศราภัยพิพัฒ ร.น. (6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2432 - 21 กันยายน พ.ศ. 2511) [1] นามเดิม เลื่อน ศราภัยวานิช เป็นนักหนังสือพิมพ์ชาวไทย ดำรงตำแหน่งปลัดทูลฉลอง กระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และวุฒิสมาชิก

ประวัติ[แก้]

พระยาศราภัยพิพัฒ มีชื่อจริงว่า เลื่อน ศราภัยวานิช สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญรุ่นเดียวกับพระยาอนุมานราชธน และไปศึกษาต่อด้านสื่อสารมวลชน จาก School of Journalism เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย สมรสกับ หม่อมหลวงฉลอง ศราภัยวานิช

ก่อนปฏิวัติสยาม[แก้]

พระยาศราภัยพิพัฒ ได้รับราชการเป็นนายเวรวิเศษ เลขาประจำตัวของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ตำแหน่งสุดท้ายเป็นเจ้ากรมเสมียนตรา และปลัดทูลฉลอง กระทรวงกลาโหม ถูกปลดออกจากราชการหลังการปฏิวัติ พ.ศ. 2475 พร้อมกับทำงานด้านหนังสือพิมพ์กรุงเทพเดลิเมล์ ไปพร้อมกับนายหลุย คีรีวัต นายสอ เศรษฐบุตร เป็นต้น

หลังปฏิวัติสยาม[แก้]

หนังสือพิมพ์กรุงเทพเดลิเมล์ที่พระยาศราภัยพิพัฒ นั้นได้ถูกเพ่งเล็งจากฝ่ายรัฐบาล ว่าเป็นสื่อที่สนับสนุนการปกครองแบบเก่า หลังเหตุการณ์กบฏบวรเดช ในปี พ.ศ. 2476 และพระยาศราภัยพิพัฒเขียนบทความชื่อ "ฟ้องในหลวง" โจมตี กรณีนายถวัติ ฤทธิ์เดช ยื่นฟ้องพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อศาลอาญา อีกทั้งยังเดินทางไปเข้าเฝ้าสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต ที่ปีนัง [2] พระยาศราภัยพิพัฒและพวกถูกหมายจับในข้อหาแจกใบปลิวเถื่อนและปลุกระดมการกบฏ จึงหลบหนีด้วยการลงเรือตังเกหนีลงทะเล แต่ถูกจับได้ที่อ่าวไทย

หลังจากนั้นจึงถูกส่งไปจำคุกในฐานะนักโทษการเมือง ที่เกาะตะรุเตา พร้อมกับนักโทษคนสำคัญอีกหลายคน จนกระทั่งในวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2482 เวลาประมาณ 23.00 น. พระยาศราภัยพิพัฒ พร้อมกับเพื่อนนักโทษอีก 4 คน คือ พระยาสุรพันธ์เสนี, ขุนอัศนีรัถการ, นายหลุย คีรีวัต และ นายแฉล้ม เลี่ยมเพ็ชรรัตน์ ได้หลบหนีจากที่คุมขังเกาะตะรุเตา ในคืนเดือนหงาย พร้อมกับพกมีดชายธงคนละเล่ม ซ่อนตัวในแหเรือตังเก ไปยังเกาะลังกาวีของมาเลเซีย พร้อมกับได้ขอลี้ภัยการเมือง ณ ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งขณะนั้นยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษอยู่ ซึ่งทั้งหมดได้สาบานกันว่าจะสู้ตายหากถูกจับได้

บุตรชายของพระยาศราภัยพิพัฒ ชื่อ เลอพงษ์ ศราภัยวานิช เป็นนิสิตคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เดินทางไปเยี่ยมบิดาระหว่างปิดภาคเรียน และเขียนบทความชื่อ "เยี่ยมพ่อ" ตีพิมพ์ในวารสารของมหาวิทยาลัย เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2484 ได้ถูกคำสั่งของ พันเอกประยูร ภมรมนตรี รองอธิการบดีมหาวิทยาลัย ให้คัดชื่อออกจากการเป็นนักศึกษา [1]

ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตร ทำหน้าที่เป็นโฆษกสถานีวิทยุของออสเตรเลีย ภาคภาษาไทย ให้การสนับสนุนเสรีไทย ภายหลังสงครามที่ได้มีการนิรโทษกรรมนักโทษการเมืองทั้งหมดแล้ว พระยาศราภัยพิพัฒได้พ้นโทษออกมา และได้แต่งหนังสือชื่อ ฝันร้ายของข้าพเจ้า ที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตทางการเมืองและการถูกคุมขังที่คุกตะรุเตา พร้อมกับได้ร่วมกับเพื่อน ๆ นักเขียนและผู้มีอุดมการณ์ทางการเมืองเดียวกัน ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้น ในปี พ.ศ. 2489 และได้เป็น ส.ส.ของพรรคอีกด้วย และได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในรัฐบาลนายควง อภัยวงศ์ หลังการรัฐประหารในปี พ.ศ. 2490

ในบั้นปลายชีวิต พระยาศราภัยพิพัฒ ได้รับเชิญให้เขียนบทวิเคราะห์การเมือง ในหนังสือพิมพ์ "ปิยมิตร" เป็นครั้งคราว ต่อมาในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2503 ในรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้เขียนพาดพิงถึงเรือนจำลาดยาว ว่าเป็น "สถานที่ราชการที่ไม่มีวันเดือนปี" (หมายความว่า มีนักโทษการเมืองที่ถูกคุมขังโดยไม่รู้ว่าจะได้รับการปล่อยตัวเมื่อไร) ทำให้ตำรวจสันติบาลเรียกตัวบรรณาธิการไปสอบสวน พระยาศราภัยพิพัฒจึงได้ประกาศหยุดเขียน จากนั้นไม่นาน เจ้าพนักงานการพิมพ์ก็ได้มีคำสั่งปิดหนังสือพิมพ์ปิยมิตรลง

อนิจกรรม[แก้]

พระยาศราภัยพิพัฒ ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2511 ด้วยโรคหัวใจ อายุ 79 ปี

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 แถมสิน รัตนพันธุ์ตำนาน "ลึก(ไม่)ลับ"' ฉบับ ทระนง ฅนหนังสือพิมพ์. กรุงเทพ : สำนักพิมพ์ร่วมด้วยช่วยกัน, พ.ศ. 2548. 160 หน้า. หน้า หน้าที่. ISBN 974-9785-33-9
  2. [http://hello-siam.blogspot.com/2007_12_16_archive.html "กบฏ" ที่ไม่ "ขบถ"!!? : ความเข้าใจในตนเองของ "คณะกู้บ้านกู้เมือง"]
  3. "แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 85 (44): 26. 15 พฤษภาคม 2511. สืบค้นเมื่อ 25 มกราคม 2564. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)