หลวงเดชาติวงศ์วราวัฒน์ (หม่อมหลวงกรี เดชาติวงศ์)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พันตรี หลวงเดชาติวงศ์วราวัฒน์ (หม่อมหลวงกรี เดชาติวงศ์)

อำมาตย์ตรี นายพันตรี หลวงเดชาติวงศ์วราวัฒน์ อดีตนักการเมือง และรัฐมนตรีหลายกระทรวง หลวงเดชาติวงศ์วราวัฒน์ มีชื่อจริงว่า หม่อมหลวงกรี เดชาติวงศ์ เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2445 ณ ถนนตรีเพชร อำเภอพระนคร จังหวัดพระนคร โดยเป็นบุตรคนที่ 2 ของ หม่อมราชวงศ์เล็ก และหม่อมหลวงปุ้ย เดชาติวงศ์

การศึกษา[แก้]

หลวงเดชาติวงศ์วราวัฒน์ จบการศึกษาจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ จากนั้นได้ทุนของกรมรถไฟหลวงไปศึกษาวิชาวิศวกรรมโยธา ที่ประเทศอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. 2463 จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม จากนั้นกลับมารับราชการที่กรมรถไฟหลวงเมื่อปี พ.ศ. 2469 จนกระทั่ง พ.ศ. 2477 ย้ายเข้ารับราชการในตำแหน่งนายช่างชั้น 2 กองทาง กรมโยธาเทศบาล และได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้ากองทาง นายช่างใหญ่ กรมโยธาเทศบาล และดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวง เมื่อปี พ.ศ. 2484 โดยระหว่างรับราชการในกองทางและกรมทางหลวง โดยมีผลงานอำนวยการสร้างทางหลวงหลายสาย เช่น ทางสายตาก-แม่สอด, สายแม่สาย-เชียงตุง เป็นต้น ต่อมาขึ้นเป็นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อปี พ.ศ. 2486

การเมือง[แก้]

หลวงเดชาติวงศ์วราวัฒน์ ได้เข้าร่วมกับคณะราษฎรฝ่ายพลเรือน ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี พ.ศ. 2475 และได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เป็นการชั่วคราว[1]และเป็นรัฐมนตรีที่ไม่ได้ประจำกระทรวง (ร.ม.ต.ลอย) อีกทั้งในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา ก็ได้เข้าร่วมกับขบวนการเสรีไทย

และเคยดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม 2 สมัย ในรัฐบาลที่มี จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี, เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในรัฐบาลที่มี นายปรีดี พนมยงค์ เป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในรัฐบาล พลเรือตรี ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี

ชีวิตครอบครัว[แก้]

หลวงเดชาติวงศ์วราวัฒน์ สมรสกับเจ้าหวลกลิ่น เดชาติวงศ์ (นามสกุลเดิม: ศรุตานนท์) ธิดาเจ้าหอมนวล ศรุตานนท์ (ราชธิดาในเจ้าพิริยเทพวงษ์ เจ้าผู้ครองนครแพร่องค์สุดท้าย) มีบุตรธิดารวมทั้งสิ้น 3 คน

อนิจกรรม[แก้]

หลวงเดชาติวงศ์วราวัฒน์ ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2490 สิริอายุได้ 45 ปี ด้วยอุบัติเหตุขณะนั่งรถยนต์รางเดินทางไปตรวจสภาพทางรถไฟสายกาญจนบุรี-พม่า (ทางรถไฟสายมรณะ) ซึ่งฝ่ายสัมพันธมิตรยึดมาจากญี่ปุ่น เพื่อสำรวจความเป็นไปได้ที่จะใช้ประโยชน์ทางรถไฟสายนี้ในเชิงพาณิชย์ ขบวนรถยนต์รางดังกล่าวได้ตกเหวลึก 8 เมตร ที่สะพานข้ามห้วยคอยทา หลักกิโลเมตรที่ 262 ระหว่างสถานีรถไฟปรังกาสีกับนิเถะ เนื่องจากรางรถไฟเกิดการทรุดตัว โดยหลวงเดชาติวงศ์วราวัฒน์ถึงแก่อนิจกรรมหลังประสบอุบัติเหตุเพียง 1 ชั่วโมง[2]

หลังจากถึงแก่อนิจกรรมไปแล้ว ทางรัฐบาลได้ทำการตั้งชื่อสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบนถนนพหลโยธินในเขตตัวอำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ว่า "สะพานเดชาติวงศ์" เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงด้วย [3] [4]

อ้างอิง[แก้]

  1. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 49 หน้า 1338 วันที่ 17 กรกฎาคม 2475
  2. โรม บุนนาค (11 สิงหาคม 2560). "กรมรถไฟไทยขอเวลาสร้างทางรถไฟสายมรณะ ๘ ปี แต่ญี่ปุ่นใช้เทคโนโลยีแบบอียิปต์สร้างพีรามิด เสร็จใน ๑๐ เดือน ๑๐ วัน!!!". เรื่องเก่า เล่าสนุก. ผู้จัดการออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 11 สิงหาคม 2560. 
  3. หม่อมหลวงกรี เดชาติวงศ์
  4. สะพานเดชาติวงศ์ จังหวัดนครสวรรค์