เถลิง ธำรงนาวาสวัสดิ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ศาสตราจารย์พิเศษ
เถลิง ธำรงนาวาสวัสดิ์
ม.ป.ช., ม.ว.ม., ท.จ.ว.
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ดำรงตำแหน่ง
30 พฤษภาคม พ.ศ. 2517 – 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518
นายกรัฐมนตรี สัญญา ธรรมศักดิ์
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2473
เสียชีวิต 24 สิงหาคม พ.ศ. 2551 (77 ปี)
คู่สมรส นวลนาถ ธำรงนาวาสวัสดิ์

ศาสตราจารย์พิเศษ เถลิง ธำรงนาวาสวัสดิ์ เป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทย ในรัฐบาลของนายสัญญา ธรรมศักดิ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ประวัติ[แก้]

เถลิง ธำรงนาวาสวัสดิ์ เกิดเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2473 เป็นบุตรของถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี กับนางธำรงนาวาสวัสดิ์ (แฉล้ม ธารีสวัสดิ์) เป็นุตรคนที่ 2 และเขาสมรสกับนวลนาถ (สกุลเดิม อัชราชทรงสิริ) มีบุตรสามคน[1] หนึ่งในนั้นคือ ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

เถลิง เป็นนักเรียนทุนเล่าเรียนหลวงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493[2] เขาสำเร็จการศึกษาระดัปริญญาตรีสาขาเกษตรศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยคอนเนตทิคัต รัฐคอนเนตทิคัต ประเทศสหรัฐอเมริกา และระดับปริญญาโทและปริญญาเอก สาขาเศรษฐศาสตร์การเกษตร จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน แมดิสัน รัฐวิสคอนซิน

เถลิง รับราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยได้ดำรงตำแหน่งสูงสุดคือ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์[3] เป็นประธานคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติเป็นเวลา 15 ปี ซึ่งตลอดวาระการดำรงตำแหน่ง ดร.เถลิง มีส่วนช่วยจัดตั้งอุทยานแห่งชาติกว่า 80 แห่ง โดยจำนวน 12 แห่งในนั้นเป็นพื้นที่คุ้มครองทางทะเล[4]

ต่อมามีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้แต่งตั้งเป็น ศาสตราจารย์พิเศษ คณะเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์[5]

เถลิง ถึงแก่อนิจกรรมในวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2551 สิริอายุ 77 ปี

การเมือง[แก้]

เถลิง ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2515 ภายหลังการปฏิวัติตัวเองของ จอมพล ถนอม กิตติขจร เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 ต่อมาในปี พ.ศ. 2516 ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติอีกครั้ง[6]

ในปี พ.ศ. 2517 เถลิงได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาลของนายสัญญา ธรรมศักดิ์[7] จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 หลังการเลือกตั้งทั่วไป และมีรัฐบาลใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทน

เถลิง ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติอีกครั้ง ในปี พ.ศ. 2520 และเป็นสมาชิกวุฒิสภา ในปี พ.ศ. 2539[8]

นอกจากนั้น เถลิง ยังเคยได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2535[9] เป็นที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง ในปี พ.ศ. 2548[10]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. สิริ เปรมจิตต์. ชีวิตและงาน ของพลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีคนที่ 8 ของไทย. กรุงเทพฯ : ธรรมสาร, 2532, หน้า 18-19
  2. ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์. ส่งต่อเพื่อสืบทอด. กรุงเทพ : บ้านพระอาทิตย์. 2551
  3. เขาพนมเบญจา
  4. Optimise Magazine
  5. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2512/D/074/2450.PDF
  6. พระบรมราชโองการ แต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญํติแห่งชาติ
  7. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี (๓๐ ราย)
  8. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา (แต่งตั้งขึ้นใหม่ทั้งคณะ จำนวน 260 ราย)
  9. คณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
  10. "มติคณะรัฐมนตรี". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2020-06-24. สืบค้นเมื่อ 2020-06-22.
  11. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๙๗ ตอนที่ ๖๓ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๓๓, ๑๘ เมษายน ๒๕๒๓
  12. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๙๔ ตอนที่ ๓ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๓๘, ๖ มกราคม ๒๕๒๐
  13. ราชกิจจานุเบกษา, | title = แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๙๘ ตอนที่ ๗๒ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๔, ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๒๔
  14. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชน, เล่ม ๙๗ ตอนที่ ๑๘๒ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๖๔, ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๒๓
  15. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญราชการชายแดน, เล่ม ๙๗ ตอนที่ ๑๖๘ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๗, ๓ พฤศจิกายน ๒๕๒๓
  16. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา, เล่ม ๑๐๒ ตอนที่ ๑๗ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๓๐๓, ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๘
  17. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์, เล่ม ๑๐๑ ตอนที่ ๑๘๖ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๒๔, ๑๔ ธันวาคม ๒๕๒๗