ระพี สาคริก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ระพี สาคริก
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ดำรงตำแหน่ง
24 พฤษภาคม พ.ศ. 2522 – 3 มีนาคม พ.ศ. 2523
นายกรัฐมนตรี พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์
ก่อนหน้า พลตำรวจตรี สง่า กิตติขจร
ถัดไป ดร.ปรีดา กรรณสูต
อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ดำรงตำแหน่ง
13 พฤษภาคม 2518 – 16 กันยายน 2522
ก่อนหน้า หม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธ์
ถัดไป ศาสตราจารย์ ดร.ไพฑูรย์ อิงคสุวรรณ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 4 ธันวาคม พ.ศ. 2465
เสียชีวิต 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 (95 ปี)

ศาสตราจารย์ ระพี สาคริก (4 ธันวาคม พ.ศ. 246517 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561) ราษฎรอาวุโส นักวิจัย นักวิชาการเกษตรผู้บุกเบิกวงการกล้วยไม้ของประเทศไทยสู่สากล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นอดีตนายกสภาสถาบันอาศรมศิลป์

เยาว์วัยและการศึกษา[แก้]

ศาสตราจารย์ระพี สาคริกเกิดที่วรจักร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรชายคนโตของขุนตำรวจเอก พระมหาเทพกษัตริยสมุห (เนื่อง สาคริก) และคุณแม่สนิท ภมรสูตร เริ่มต้นการศึกษาระดับประถมที่โรงเรียนสามเสนวิทยาคาร และจากนั้นได้ย้ายโรงเรียนอีกหลายแห่ง ตั้งแต่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียนจิตรลดา โรงเรียนนาฏศิลป์ โรงเรียนวัดเบญจมบพิตรหรือ โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตรในปัจจุบัน จนจบชั้นมัธยมบริบูรณ์ และได้รับประกาศนียบัตรจากกระทรวงศึกษาธิการถึง 2 ใบจากนั้น จึงได้เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเตรียมวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ต่อมาสถาปนาขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลักสูตรปริญญาตรี 5 ปี เมื่อ พ.ศ. 2486) ซึ่งเปิดสอนระดับเตรียมมหาวิทยาลัยที่แม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ (แม่โจ้รุ่น 7) โดยศึกษาในคณะเกษตร ศาสตราจารย์ระพี สาคริกได้เลือกศึกษาด้านกสิกรรมและสัตวบาล สาขาปฐพีวิทยาระดับปริญญาตรีและได้รับพระราชทานปริญญาบัตรเมื่อ พ.ศ. 2490 ศาสตราจารย์ระพี ยังได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานวัตกรรมเกษตรจาก มหาวิทยาลัยรังสิต ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558[1]

การทำงาน[แก้]

ศาสตราจารย์ระพี สาคริกได้รับการทาบทามจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่กรุงเทพฯ ให้เข้าเป็นอาจารย์ประจำ แต่เนื่องจากความชอบทำงานค้นคว้าภาคสนามจึงเลือกไปทำงานที่สถานีทดลองกสิกรรมที่แม่โจ้ในตำแหน่งลูกจ้างชั่วคราว ได้รับมอบหมายให้ทำการวิจัยพันธุ์ข้าว พันธุ์ผักและยาสูบ ในขณะเดียวกันก็ทำการศึกษาค้นคว้าด้าน "กล้วยไม้" ไปด้วยด้วยทุนส่วนตัว ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นกิจวัตรในชีวิตของท่านทีได้อุทิศให้กับงานค้นคว้าวิจัยด้านกล้วยไม้ตลอดมาจนได้รับการยอมรับจากวงการกล้วยไม้ของโลกว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญมากที่สุดผู้หนึ่ง เมื่อทำงานวิจัยได้ 2 ปี จึงกลับเข้ามารับราชการเป็นอาจารย์ประจำที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ผลงานการค้นคว้าและส่งเสริมกล้วยไม้ทั้งในด้านการปรับปรุงพันุธุ์ ขยายพันธุ์ตลอดจนด้านธุรกิจการส่งออก ทำให้กล้วยไม้ไทยกลายเป็นสินค้าส่งออกด้านเกษตรที่สำคัญชนิดหนึ่งของประเทศไทย ด้วยเหตูนี้ ศาสตราจารย์ระพี สาคริกจึงได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา สาขาเกษตรศาสตร์ (พ.ศ. 2511)[2] นอกจากนี้ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ (พ.ศ. 2513) อีกด้วย

ศาสตราจารย์ระพี สาคริกเคยดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในรัฐบาลพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ รวมทั้งตำแหน่งอื่นๆ ที่สำคัญอีกมากมาย แม้จะเกษียณอายุราชการนานแล้วก็ตาม ศาสตราจารย์ระพี สาคริกก็ยังได้รับความเคารพยกย่องเป็นปูชนียบุคคล โดยเฉพาะในวงการศึกษาและวงการกล้วยไม้ จนได้รับการกล่าวขานว่าเป็น บิดาแห่งกล้วยไม้ไทย

ในปี พ.ศ. 2549 ศาสตราจารย์ระพี ได้ร่วมกันลงนามทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอนายกรัฐมนตรีพระราชทาน เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2549 โดยอ้างอิงความตามมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 และรับเป็นที่ปรึกษาพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย[3]

ชีวิตครอบครัว[แก้]

ศาสตราจารย์ระพี สาคริกสมรสกับคุณกัลยา มนตริวัตร (บุตรีขุนพิชัยมนตรี หัวหน้าเสรีไทยสายกาญจนบุรีในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2) มีบุตร 4 คน เป็นชาย 3 คน ได้แก่ นาย รวิวรรณ สาคริก นาย พีระพงศ์ สาคริก อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย นาย วงษ์ระวี สาคริก ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร บริษัท พีพี พาราวูด จำกัด[4] หญิง 1 คน ได้แก่ นางสาว มาลีกันยา สาคริก

เมื่อ พ.ศ. 2533 ศาสตราจารย์ระพี สาคริกได้ลาออกจากตำแหน่งประจำต่างๆ ที่ท่านดำรงทั้งภาคราชการ กึ่งราชการและภาคเอกชน เพื่อหันมาใช้ชีวิตที่สงบและเรียบง่าย เหลือเพียงการเป็นที่ปรึกษาให้วิทยาทานด้วยการบรรยาย สัมมนา โดยเฉพาะด้านการพัฒนาชนบทและเยาวชนที่เน้นด้านคุณธรรมและจริยธรรม

สุขภาพ[แก้]

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2560 ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางศาลมีคำสั่งให้ศาสตราจารย์ระพี สาคริก เป็นคนไร้ความสามารถ ให้อยู่ในความอนุบาลของนางมาลีกันยา สาคริก ผู้ร้อง ตามคดีแพ่งหมายเลขดำที่ พ 712/2560 คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ พ 996/2560 โดยระบุว่ายื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งให้ศาสตราจารย์ระพีเป็นคนไร้ความสามารถและให้อยู่ในความอนุบาลของ มาลีกันยา สาคริก ภรรยาของศาสตราจารย์ระพี เนื่องจากป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ โรคพาร์กินสัน มีอาการสมองเสื่อม และโรคถุงลมเรื้อรัง ไม่สามารถทำงานและช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องมีคนคอยดูแลตลอดเวลา ถือว่าเป็นบุคคลวิกลจริต ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 28 โดยประกาศในวันที่ 18 สิงหาคม 2560 [5][6]

ศาสตราจารย์ระพีถึงแก่อนิจกรรมในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 จากภาวะพิษเหตุติดเชื้อ สิริรวมอายุ 95 ปี[7]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ม.รังสิต มอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ 3 บุคคลสำคัญ
  2. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา, เล่ม ๘๕, ตอน ๙๑ ง, ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๑, หน้า ๒๙๙๖
  3. เปิดตัว “พันธมิตรกู้ชาติ” สานภารกิจขับไล่ “แม้ว”
  4. สภาอุตฯ โชว์ "3ธุรกิจ"ดาวเด่นCobra - BLCP - PAPAWOOD
  5. ศาลมีคำสั่ง “ศ.ระพี สาคริก” เป็นคนไร้ความสามารถ เหตุป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้, มติชน, 5 ตุลาคม 2560
  6. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เรื่อง ศาลมีคำสั่งให้ นายระพี สาคริก (เลขบัตรประจำตัวประชาชน ๓-๑๐๐๕-๐๐๒๒๙-๔๕-๑) เป็นคนไร้ความสามารถ และให้อยู่ในความอนุบาลของ นางมาลีกันยา สาคริก ผู้ร้อง, เล่ม ๑๑๔, ตอน ๘๐ ง, ๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐, หน้า ๑๑๖
  7. บิดากล้วยไม้ ศ.ระพี สาคริก โลหิตติดเชื้อ เสียชีวิตสงบ! (คลิป), ไทยรัฐออนไลน์, 17 กุมภาพันธ์ 2561
  • ประภาภัทร นิยม หอมทวนลม -The Language Of Orchids, A Treasure of Wisdom & Inspiration. กรุงเทพฯ:ลิปส์ พับบลิชชิง, 2549.
  • ระพี สาคริก 80 ปี ศาสตราจารย์ระพี สาคริก, กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, คณะเกษตร, 2545.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

  • http://www.rapee.org รวบรวมผลงาน บทความ หนังสือ กล้วยไม้ ของศาสตราจารย์ ระพี สาคริก