สาธิต ปิตุเตชะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สาธิต ปิตุเตชะ
ม.ป.ช., ม.ว.ม.
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
10 กรกฎาคม 2562
นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ก่อนหน้า นายแพทย์ สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (สัดส่วนภาคกลาง)
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
31 มกราคม 2557
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2510 (54 ปี)
จังหวัดระยอง ประเทศไทย
สัญชาติ ไทย
พรรคการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ (2544–ปัจจุบัน)
คู่สมรส นพเกตุ ปิตุเตชะ
บุตร ด.ญ.เฌอ ปิตุเตชะ
ลายมือชื่อ ลายมือชื่อของ สาธิต ปิตุเตชะ

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ (ชื่อเล่น: ตี๋; เกิด: 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2510) เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์[1] ดูแลพื้นที่ภาคกลาง 3 สมัย และ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง 4 สมัย ในอดีตเคยดำรงตำแหน่ง สมาชิกสภาจังหวัดระยอง และรองประธานสภาจังหวัดระยอง ที่มีอายุน้อยที่สุดในสภาจังหวัดระยอง

ประวัติ[แก้]

นายสาธิต ปิตุเตชะ มีชื่อเล่นว่า ตี๋ เกิดเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2510[2] ที่ ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เป็นบุตรของ นายสาคร ปิตุเตชะ อดีตกำนันตำบลบางบุตร (เสียชีวิตเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561) กับ นางทอด ปิตุเตชะ และเป็นน้องชายของนายปิยะ ปิตุเตชะ อดีต ส.ส. ระยอง 3 สมัย และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง สมรสกับ น.ส.นพเกตุ (บี) บุตรสาวของ นายสมเกียรติ นพเกตุ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง โดยมีบุตรสาวด้วยกันคนเดียว คือ ด.ญ.เฌอ ปิตุเตชะ (ต้นไม้)

นายสาธิต เข้ารับการศึกษาที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เนื่องจากสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยของรัฐไม่ติด และเข้าสู่แวดวงการเมือง จากการได้รับแรงบันดาลใจจากการเข้าร่วมชุมนุมในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ในปี พ.ศ. 2535 หลังจากสำเร็จการศึกษาไม่นาน ขณะที่เป็นทนายความฝึกหัดอยู่ โดยเข้าร่วมชุมนุมในฐานะผู้ชุมนุมทั่วไป พร้อมกับเพื่อน ๆ อีกหลายคนที่ต่อมาได้กลายเป็นดารา นักแสดงที่มีชื่อเสียง เช่น ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง, ชลิตา พานิชการ รวมไปถึงคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, จำลอง ศรีเมือง, วัชระ เพชรทอง, จาตุรนต์ ฉายแสง, กรุณา บัวคำศรี ฯลฯ อดีตหนึ่งในแนวร่วมการชุมนุมดังกล่าวในขณะนั้น ซึ่งเขาได้ถูกทหารทำร้ายร่างกายด้วยการตบหน้าโดยด้ามปืนด้วย[3]

การศึกษา[แก้]

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ สำเร็จการศึกษา ปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต จาก มหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์ นโยบายสาธาณะ จาก มหาวิทยาลัยบูรพา และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ในสาขาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต (บริหารธุรกิจอุตสาหกรรม) ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เมื่อ พ.ศ. 2561

การทำงาน[แก้]

นายสาธิต ปิตุเตชะ ประกอบอาชีพทนายความ โดยเปิดสำนักงานทนายความแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง ก่อนเข้าสู่วงการเมืองครั้งแรกโดยลงรับสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาจังหวัด (ส.จ.) เมื่อปี พ.ศ. 2535 ที่อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ทั้งที่มีฐานคะแนนเสียงส่วนใหญ่ในพื้นที่อำเภอบ้านค่าย ทำให้ไม่ได้รับเลือกตั้ง ต่อมาลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัดอีกครั้ง ในปี พ.ศ. 2538 และได้รับเลือกตั้งเป็นอันดับที่ 3 ของจำนวนสมาชิกสภาจังหวัด 9 คน และได้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาจังหวัดระยอง โดยมีอายุน้อยที่สุดในสภาจังหวัดขณะนั้น และได้ดำรงตำแหน่งอยู่จนครบวาระ

นายสาธิต ปิตุเตชะ เข้าสู่วงการเมืองระดับประเทศครั้งแรก โดยลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขต 1 ในนามพรรคประชาธิปัตย์ แข่งขันกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 4 สมัย จาก พรรคไทยรักไทย สามารถชนะการเลือกตั้งโดยทิ้งห่างคู่แข่งกว่า 10,000 คะแนน และได้รับรางวัล ส.ส. ที่ไม่เคยขาดประชุม เมื่อปี พ.ศ. 2546 จาก นายอุทัย พิมพ์ใจชน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ต่อมาได้ดำรงตำแหน่งรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ อีกด้วย

ในการเลือกตั้ง 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 เขาได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 1 จังหวัดระยอง ชนะการเลือกตั้งได้คะแนนเป็นอันดับ 1 ของจังหวัด ต่อมาเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 เขาได้รับเลือกจากที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ ให้ทำหน้าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เงา[4]

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ตามข้อบังคับพรรค และเขาได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคดังกล่าว

ต่อมาในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2554 เขาได้ลงสมัคร ส.ส.จังหวัดระยอง เขต 1 ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.อีกหนึ่งสมัย

ต่อมาในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2562 เขาได้ลงสมัคร ส.ส.จังหวัดระยอง เขต 1 ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.อีกหนึ่งสมัย ซึ่งเป็น ส.ส.จังหวัดระยอง สมัยที่ 4 ได้รับเลือกจากที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ ให้ทำหน้าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

การดำรงตำแหน่งทางการเมือง[แก้]

ตำแหน่งภายในพรรค[แก้]

1. รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ดูแลพื้นที่สัดส่วนภาคกลาง

2. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เงา

3. กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์

4. รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์

ตำแหน่งทางการเมือง[แก้]

1. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขต 1 จำนวน 4 สมัย คือ ปี พ.ศ. 2544, พ.ศ. 2550, พ.ศ. 2554 และ พ.ศ. 2562

2. ประธานกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร

3. ประธานกรรมาธิการวิสามัญร่างกฎหมาย พรบ.ตำรวจแห่งชาติและ พรบ.เงินเดือน

4. กรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณปี 2547

5. รองประธานกรรมาธิการการพาณิชย์สภาผู้แทนราษฎร

6. เลขาธิการกรรมาธิการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน

7. สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง

ผลงานในพรรคประชาธิปัตย์[แก้]

1. เป็นผู้เริ่มปักธง ส.ส. ในนามพรรคประชาธิปัตย์ใน จ.ระยอง คนแรกหลังพรรคดังกล่าวไม่มี ส.ส. มาหลายสมัย และเป็นผู้จัดการทำให้พรรคดังกล่าวได้ ส.ส. 4 คน ยกทั้งจังหวัดมา 2 สมัยติดต่อกัน และยังรักษาที่นั่ง ส.ส.ในจังหวัดระยอง ไว้ได้ 3 ใน 4 เขต อย่างเหนี่ยวแน่นในสถานการณ์ที่ตกต่ำที่สุดของพรรคในการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2562

2. ต่อสู้ จับผิด ก.ก.ต. จนได้ที่นั่ง ส.ส. จังหวัดนครปฐม เขต 1 จากการนับคะแนนผิดพลาดของ กกต. กลับมาเป็นของพรรคดังกล่าว

ความสนใจ[แก้]

กีฬา เขาสนใจกีฬาฟุตบอลตั้งแต่เด็ก โดยตำแหน่งที่เล่นคือกองหน้า และเบอร์เสื้อที่ชื่นชอบที่สุด คือ เบอร์ 11 โดยสโมสรฟุตบอลที่ชื่นชอบ คือ สโมสรฟุตบอลอาร์เซนอล

ดนตรี เขาชอบเล่นดนตรีตั้งแต่สมัยเรียน และได้ตั้งวงดนตรีกับเพื่อน ๆ โดยเครื่องดนตรีที่ชอบเล่นที่สุด คือ กีตาร์ไฟฟ้า และชอบฟังเพลง Rock วงดนตรีที่ชอบที่สุดคือวง สกอร์เปียนส์

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. เปิดรายชื่อกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 39 คน
  2. ประวัติผู้สมัคร ส.ส. Archived 2010-02-09 ที่ เวย์แบ็กแมชชีนกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
  3. บ้านนี้สีฟ้า (รีรัน), รายการทางบลูสกายแชนแนล: เสาร์ที่ 1 มิถุนายน 2556
  4. "เว็บไซต์ ครม.เงา พรรคประชาธิปัตย์". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2019-05-25. สืบค้นเมื่อ 2021-08-30.
  5. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทยประจำปี 2554

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]