สุเทพ วงศ์กำแหง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
สุเทพ วงศ์กำแหง
Suthepweb.jpg
ชื่อเล่นนักร้องเสียงขยี้แพรบนฟองเบียร์
เกิด 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2477 (84 ปี)
นครราชสีมา
คู่สมรส ผุสดี อนัฆมนตรี
อาชีพ ทหารอากาศ, นักร้อง, นักแสดง, ผู้กำกับภาพยนตร์, นักการเมือง
ศิลปินแห่งชาติ
พ.ศ. 2533 - สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล-ขับร้อง)
[สกุลไทย/ เว็บทางการ]

เรืออากาศตรีสุเทพ วงศ์กำแหง เกิดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2477 ที่จังหวัดนครราชสีมา ท่านได้รับการศึกษาตั้งแต่เบื้องต้นจนจบชั้นมัธยมปีที่ 6 ที่จังหวัดบ้านเกิด ความมีแววของการเป็นนักร้องเริ่มมีขึ้นตั้งแต่สมัยที่เป็นนักเรียน โดยมักจะได้รับมอบหมายให้เป็นต้นเสียงร้องเพลงชาติที่โรงเรียนเสมอ ๆ

ครั้นเรียนจบชั้นมัธยมปีที่ 6 แล้ว คุณสุเทพก็ได้ย้ายเข้ามาอาศัยอยู่กับญาติที่กรุงเทพมหานคร และด้วยนิสัยรักการวาดเขียนและงานศิลปะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ท่านจึงได้สมัครเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนเพาะช่าง ซึ่งระหว่างที่เรียนอยู่นั้นนอกจากท่านจะแสดงฝีมืออย่างโดดเด่นในทางศิลปะแล้ว ท่านยังเป็นนักร้องเสียงดีประจำห้องเรียนอีกด้วย ในยามว่างท่านมักจะฝึกซ้อมร้องเพลงเสมอตามแบบอย่างของนักร้องที่ท่านชื่นชอบ เช่น วินัย จุลละบุษปะ สถาพร มุกดาประกร ปรีชา บุณยเกียรติ ฯลฯ

คุณสุเทพได้มีโอกาสรู้จักและคุ้นเคยกับครูไศล ไกรเลิศ นักแต่งเพลงผู้มีชื่อเสียงเนื่องจากบ้านอยู่ใกล้กัน เมื่อครูไศลมองเห็นแววความสามารถของคุณสุเทพก็คิดจะช่วยสนับสนุนส่งเสริมจึงชักชวนให้มาช่วยงาน เช่น ช่วยเขียนโน้ตเพลง เขียนตัวหนังสือ ตลอดจนติดตามไปช่วยงานในธุรกิจบันเทิงต่าง ๆ เสมอ ทำให้คุณสุเทพเริ่มคุ้นเคยกับบุคคลในวงการเพลงมากหน้าหลายตา ทั้งยังได้รับโอกาสให้ร้องเพลงสลับฉากละคร ร้องเพลงตามงานบันเทิงต่าง ๆ รวมไปถึงการทดลองเสียงแทนนักร้องตัวจริงก่อนที่จะทำการอัดเสียงเสมอ จากการที่ร้องเพลงได้อย่างดีเด่น ทำให้คุณสุเทพได้ร้องเพลงบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ จนได้รับคัดเลือกให้ร้องเพลงบันทึกแผ่นเสียงของตนเองบ้าง ต่อมาท่านได้รับการสนับสนุนจาก พลอากาศเอก ทวี จุลละทรัพย์ ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ชื่นชอบการร้องเพลงของท่านโดยช่วยส่งเสริมท่านในทางต่าง ๆ ครั้นคุณสุเทพมีอายุครบกำหนดกฎเกณฑ์ทหาร พลอากาศเอกทวีจึงได้ชักชวนให้ท่านเข้ารับราชการในกองทัพอากาศ โดยได้ประจำอยู่ที่วงดุริยางค์ทหารอากาศ ซึ่งมี ครู ปรีชา เมตไตรย์ เป็นผู้ควบคุมวง ระหว่างนั้น คุณสุเทพได้บันทึกแผ่นเสียงมากขึ้นอีก และสถานีวิทยุต่าง ๆ ก็ได้นำเพลงที่ท่านร้องบันทึกแผ่นเสียงนี้ไปเปิดจนเป็นที่รู้จักแพร่หลายอย่างรวดเร็ว

ภายหลังจากออกจากกองทัพอากาศแล้ว คุณสุเทพก็ได้ร้องเพลงเป็นอาชีพหลักอย่างเต็มตัว ท่านได้เข้าร่วมกับคณะชื่นชุมนุมศิลปิน และได้มีโอกาสร้องเพลงทั้งในรายการวิทยุและโทรทัศน์อยู่เนือง ๆ ทำให้ชื่อเสียงของท่านเริ่มเพิ่มขึ้น งานต่าง ๆ จึงหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย และยิ่งในช่วงนั้น วงการภาพยนตร์ไทยกำลังเฟื่องฟู ท่านจึงได้งานร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ไทยเป็นจำนวนมาก รวมทั้งได้ร่วมแสดงภาพยนตร์บางเรื่องด้วย ท่านได้มีโอกาสร้องเพลงคู่กับนักร้องรุ่นพี่ท่านหนึ่งคือ คุณสวลี ผกาพันธุ์ อยู่เสมอ ในเวลานั้น คุณสวลีเป็นนักร้องยอดนิยมแห่งยุคที่มีแฟนเพลงชื่นชอบมากมาย ดังนั้นเมื่อใครซื้อแผ่นเสียงของคุณสวลีไป ก็มักจะมีเสียงคุณสุเทพติดไปด้วย ชื่อเสียงของคุณสุเทพจึงโด่งดังขึ้นเป็นอย่างมาก ดังนั้น คุณสุเทพจึงถือว่าความสำเร็จในเบื้องต้นส่วนหนึ่งของท่านนั้น ได้รับอานิสงส์มาจากการที่ได้ร้องเพลงคู่กับคุณสวลี ผกาพันธุ์ด้วย

จุดเด่นของคุณสุเทพก็คือการที่ท่านมีน้ำเสียงที่ดีเป็นเลิศ มีลีลาในการร้องเพลงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนุ่มนวลชวนฟัง อีกทั้งอารมณ์ที่แสดงออกมาทางน้ำเสียงและสีหน้านั้นก็สามารถสะกดใจผู้ฟังให้คล้อยตามและเข้าถึงอารมณ์ของเพลงนั้นได้อย่างพิเศษ ประกอบกับการที่ท่านเป็นผู้ที่เอาใจใส่อย่างจริงจังในการทำงาน ทำให้ท่านเป็นนักร้องที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงภายในระยะเวลารวดเร็ว จนได้รับฉายาจาก รงค์ วงษ์สวรรค์ว่า "นักร้องเสียงขยี้แพรบนฟองเบียร์" มีผลงานดีเด่นเป็นเวลาต่อเนื่องมานานกว่า 40 ปี

ในช่วงก่อนปีพุทธศักราช 2500 คุณสุเทพได้ร่วมเดินทางไปฮ่องกง และสาธารณรัฐประชาชนจีนกับศิลปินแขนงต่าง ๆ กลุ่มใหญ่ จากนั้น ท่านก็ได้เดินทางต่อไปยังประเทศญี่ปุ่นเพื่อศึกษาทางด้านการวาดรูปที่ท่านเคยรักมาก่อนในอดีต ระหว่างนั้นท่านก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากแฟนเพลงคนไทยที่นั่น ท่านได้เรียนวาดรูปตามความประสงค์และร้องเพลงขับกล่อมคนไทยที่ไปพำนักยังแดนอาทิตย์อุทัยประมาณ 3 ปี จึงได้เดินทางกลับประเทศไทย

งานร้องเพลงของ สุเทพ วงศ์กำแหง สามารถแบ่งออก 3 ช่วง ตามช่วงเวลาดังนี้

  • - งานในช่วงแรก คือช่วงเริ่มต้นก่อนที่จะเดินทางไปอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น งานส่วนมากเป็นงานร้องเพลงประกอบละครและภาพยนตร์ งานอัดแผ่นเสียง และงานร้องเพลงตามไนต์คลับเพลงดังที่สร้างชื่อเสียงให้คุณสุเทพมากเป็นพิเศษในช่วงนั้นก็คือเพลงรักคุณเข้าแล้ว ซึ่งเป็นผลงานแต่งทำนองโดย ครูสมาน กาญจนผลิน และแต่งคำร้องโดย สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์ เพลง ๆ นี้ถือได้ว่าเป็นเพลงอมตะที่ยังเป็นที่นิยมต่อเนื่องตลอดมาจนทุกวันนี้ นอกจากนั้นยังมีเพลงคุณจะงอนมากไปแล้ว ผมต้องวิวาห์เสียที เพียงคำเดียว นางอาย สวรรค์มืด เท่านี้ก็ตรม และลาก่อนสำหรับวันนี้ เป็นต้น
  • - งานช่วงที่ 2 อยู่ในช่วงเวลาประมาณปี 2503 ภายหลังจากที่เดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่นในช่วงนั้น แฟนเพลงให้การต้อนรับการกลับบ้านของคุณสุเทพอย่างอบอุ่น คุณสุเทพจึงมีงานร้องเพลงเข้ามามากมายไม่ขาดสาย งานเพลงดัง ๆ ที่ท่านขับร้องในช่วงนั้นได้แก่เพลง เกิดมาอาภัพ อาลัยโตเกียว อนิจจา น้ำตาลใกล้มด สัญญารัก เธออยู่ไหน และเย้ยฟ้าท้าดิน เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพลงเย้ยฟ้าท้าดินนั้นเป็นเพลงที่นับว่าทำให้คุณสุเทพประสบความสำเร็จมากที่สุดเพลงหนึ่งในชีวิต
  • - ช่วงที่สาม ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณปี 2512 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนั้น นับว่าเป็นช่วงที่คุณสุเทพก้าวไปถึงจุดสูงสุดแล้วทั้งด้านชื่อเสียงและผลงาน ดังเช่นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

คำประกาศเกียรติคุณ[แก้]

นายสุเทพ วงศ์กำแหง เกิดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พุทธศักราช 2477 ที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นศิลปินนักร้องเพลงไทยสากลที่มีผลงานดีเด่นทั้งในและนอกประเทศเป็นเวลาอันต่อเนื่องกันมากว่า 40 ปี มีผลงานขับร้องที่ประจักษ์ชัดเจนในความสามารถอันสูงส่ง ได้พัฒนาวิธีการขับร้องเพลงไทยสากลอย่างไพเราะ และทวีความงดงามในศิลปะแขนงนี้ยิ่งขึ้นเป็นลำดับ เป็นผู้ตั้งใจทำงานอย่างต่อเนื่องจนปรากฏผลงานเพลงมากมาย เช่น ขับร้องเพลงประกอบในภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ เพลงไทยสากลทั่วไปเพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลปัจจุบัน เพลงอันเกี่ยวด้วยพระศาสนา และจริยธรรม ตลอดจน ได้ใช้ความสามารถในเชิงศิลปะสร้างสรรค์อำนวยคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติเสมอมา ทั้งได้ถ่ายทอดความรู้ความสามารถแก่ศิษย์เป็นจำนวนมาก จากความสามารถอันสูงส่งดังกล่าวยังส่งผลให้คุณสุเทพ วงกำแหงได้รับพระราชทานรางวัลแผ่นเสียงทองคำ ไม่น้อยกว่า 5 ครั้ง รางวัลเสาอากาศทองคำในฐานะนักร้องยอดเยี่ยม 2 ครั้ง และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย ปัจจุบันคุณสุเทพ ยังบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติเป็นอเนกประการคุณงามความดีที่ได้กระทำอย่างต่อเนื่องมานี้เป็นที่ชื่นชมชัดเจนในหมู่ประชาชนคนไทยโดยทั่วไป คุณสุเทพ วงศ์กำแหง จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล – ขับร้อง) ปีพุทธศักราช 2533

การศึกษา[แก้]

  • โรงเรียนวัดสมอราย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
  • โรงเรียนประจำอำเภอ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

การทำงาน[แก้]

  • ร้านตัดเสื้อ ตำแหน่งเขียนตัวหนังสือ
  • กองทัพอากาศ ยศจ่าอากาศตรี

รางวัล & เกียรติคุณ[แก้]

จากพรสวรรค์ ความสามารถ และความมุ่งมั่นในการทำงาน ทำให้คุณสุเทพ วงศ์กำแหง ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน และรางวัลเสาอากาศทองคำ หลายครั้ง ดังนี้

  • รางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน
  • รางวัลเสาอากาศทองคำ
  • โล่เพชร
  • โล่เกียรติยศ สมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย
  • ปริญญาบัตรศึกษาศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ศิลปกรรม
  • โล่เกียรติยศ วัดไทยในลอสแอนเจลิส
  • ปริญญาศึกษาศาสตรบัณฑิตกิติมาศักดิ์ (ศิลปกรรม) สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
  • โล่เกียรติยศพระราชทาน สมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2525
  • รางวัลศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล-ขับร้อง) สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2533

งานการเมือง[แก้]

สุเทพ วงศ์กำแหง เป็นศิลปินที่สนใจการเมือง มีส่วนสนับสนุนนักศึกษาให้เรียกร้องประชาธิปไตยสมัยเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 เป็นสมาชิกพรรคแนวร่วมสังคมนิยมแห่งประเทศไทย ต่อมาได้ได้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎร สังกัดพรรคพลังใหม่ และได้รับเลือกตั้งหลายสมัย มีโอกาสทำงานรับใช้สังคมมากขึ้น นับเป็นศิลปินที่ตั้งใจทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติอย่างสม่ำเสมอตลอดมา

ในปี พ.ศ. 2525 เคยเข้าร่วมก่อตั้งและเป็นเลขาธิการพรรคพลังใหม่ ซึ่งนำโดยนายแพทย์กระแส ชนะวงศ์ หัวหน้าพรรค ร้อยตรีสมหวัง ศรีชัย รองหัวหน้าพรรค และแกนนำคนสำคัญอาทิเช่น ชัชวาลย์ ชมภูแดง บรรลือ ชำนาญกิจ ทินวัฒน์ มฤคพิทักษ์[1] ในปี พ.ศ. 2530 ได้รับแต่งตั้งเป็นรองหัวหน้าพรรคกิจประชาคม[2]

นายสุเทพ เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคพลังธรรม ในปี พ.ศ. 2531

สุเทพ ได้ร่วมลงนามทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอนายกรัฐมนตรีพระราชทาน เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2549 โดยอ้างอิงความตามมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540[3]

ในวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2551 ได้ขึ้นเวทีชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ร้องเพลง “คน” และ “อำนาจเงิน” สด ๆ โดยไม่มีดนตรีประกอบอีกด้วย[4]

เพลงที่ร้องประกอบภาพยนตร์และละครโทรทัศน์[แก้]

  • ป่าลั่น จากภาพยนตร์เรื่อง เทพบุตรนักเลง
  • สกาวเดือน จากภาพยนตร์เรื่อง สกาวเดือน
  • สุรีรัตน์ล่องหน จากภาพยนตร์เรื่อง สุรีรัตน์ล่องหน
  • แผ่นดินของเรา จากภาพยนตร์เรื่อง โพระดก
  • มนต์รักบ้านนา จากภาพยนตร์เรื่อง มนต์รักบ้านนา
  • ดอกอ้อ จากภาพยนตร์เรื่อง ดอกอ้อ
  • แววมยุรา จากภาพยนตร์เรื่อง แววมยุรา
  • ยอดพธูเมืองแปร จากละครโทรทัศน์เรื่อง ผู้ชนะสิบทิศ
  • ปองใจรัก จากละครโทรทัศน์เรื่อง จุฬาตรีคูณ
  • จุฬาตรีคูณ จากละครโทรทัศน์เรื่อง จุฬาตรีคุณ
  • ปูจ๋า สกุลกา ร้อยป่า น้ำค้าง จากภาพยนตร์ชื่อเดียวกัน
  • ดอกแก้ว (เอื้อ สุนทรสนาน-เนื้อร้อง-ทำนอง) จากภาพยนตร์ ดอกแก้ว ไชยา สุริยัน-เพชรา เชาวราษฎร์ ฉายที่เอ็มไพร์ 2 มีนาคม 2505
  • พะเนียงรัก (สมาน กาญจนผลิน-ชาลี อินทรวิจิตร) จากภาพยนตร์ พะเนียงรัก มิตร ชัยบัญชา-ภาวนา ชนะจิตร ฉายที่ คาเธ่ย์ 2 มีนาคม 2506
  • สวรรค์มืด (สมาน กาญจนผลิน-ชาลี อินทรวิจิตร) เทขยะ พิศภาพดวงใจ มนต์รักดวงใจ จากภาพยนตร์ สวรรค์มืด
  • ละอองดาว (สมาน กาญจนผลิน-ชาลี อินทรวิจิตร) จากภาพยนตร์ ละอองดาว ปี 2507 สมบัติ เมทะนี-พิศมัย วิไลศักดิ์
  • รักแท้ ร้องคู่ - พิศมัย วิไลศักดิ์ จากภาพยนตร์ ในม่านเมฆ ปี 2509
  • หนึ่งนุช จากภาพยนตร์เรื่อง หนึ่งนุช

เพลงประเภททั่วไป[แก้]

  • ในโลกแห่งความฝัน (แผ่นเสียงทองคำพระราชทาน)
  • ใจพี่ (แผ่นเสียงทองคำพระราชทาน)
  • ครวญ (แผ่นเสียงทองคำพระราชทาน)
  • ตัวไกลใจยัง (แผ่นเสียงทองคำพระราชทาน 2522)
  • ดาวลอย
  • เพียงคำเดียว
  • ดอกแก้ว
  • คำคน ลาก่อนสำหรับวันนี้
  • ไม่อยากให้โลกนี้มีความรัก
  • ชั่วนิจนิรันดร
  • โลกนี้คือละคร
  • คนจะรักกัน
  • บทเรียนก่อนวิวาห์
  • คืนหนึ่ง
  • วิญญาณในภาพถ่าย
  • หวานรัก
  • ชื่นรัก
  • เสน่หา

เพลงประเภทปลุกใจและศาสนา[แก้]

  • เทิดพระเกียรติพระปิยมหาราช
  • สดุดีมหาราชา
  • พลังไทย
  • พระรัตนตรัย
  • พุทธธรรม
  • เดือนเพ็ญตรัสรู้
  • องคุลีมาร

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]