ระวี หิรัญโชติ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ระวี หิรัญโชติ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม
ดำรงตำแหน่ง
5 ตุลาคม พ.ศ. 2541 – 29 มิถุนายน พ.ศ. 2542
นายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 19 สิงหาคม พ.ศ. 2500 (60 ปี)
จังหวัดร้อยเอ็ด
พรรคการเมือง กิจสังคม (2529-2543)
ไทยรักไทย (2544-2549)

นายระวี หิรัญโชติ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ในรัฐบาลของนายชวน หลีกภัย อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด อดีตเลขาธิการพรรคกิจสังคม และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย

ประวัติ[แก้]

ระวี หิรัญโชติ เกิดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2500 ที่ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นบุตรของร้อยตรีอำพัน หิรัญโชติ (อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด) กับนางผ่องผิว หิรัญโชติ[1] สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ จากวิทยาลัยจักรพงษ์ภูวนาถ (ปัจจุบันคือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก) และระดับปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง

การทำงาน[แก้]

ระวี หิรัญโชติ เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด 5 สมัย โดยได้รับเลือกตั้งสมัยแรกในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2529 สังกัดพรรคกิจสังคม เคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคกิจสังคม ในช่วงที่มีนายสุวิทย์ คุณกิตติ เป็นหัวหน้าพรรค และเคยได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ในรัฐบาลของนายชวน หลีกภัย ระหว่างปี พ.ศ. 2541 ถึงปี พ.ศ. 2542

ต่อมาได้ลาออกจากพรรคกิจสังคมมาร่วมงานกับพรรคไทยรักไทย ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2544 กระทั่งศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคไทยรักไทย และตัดสิทธิทางการเมืองคณะกรรมการบริหารพรรค เป็นเวลา 5 ปี ซึ่งนายระวี ได้ถูกตัดสิทธิ์ในครั้งนี้ด้วย[2]

เครื่องราชย์อิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ประวัติผู้สมัคร ส.ส.กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
  2. เปิดรายชื่อ ทั้ง 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นระยะเวลา 5 ปี !!!
  3. ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย (ชั้นสายสะพาย ในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒ จำนวน ๔,๘๙๖ ราย) เล่ม 116 ตอนที่ 20ข วันที่ 2 ธันวาคม 2542
  4. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ชั้นสายสะพาย จำนวน ๕,๐๑๖ ราย ในวโรกาสพระราชพิธีฉัตรมงคล วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๔๑)