ข้ามไปเนื้อหา

สกลธี ภัททิยกุล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สกลธี ภัททิยกุล
สกลธี ในปี พ.ศ. 2561
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ดำรงตำแหน่ง
10 เมษายน พ.ศ. 2561  7 มีนาคม พ.ศ. 2565[1]
(3 ปี 10 เดือน 25 วัน)
ผู้ว่าการอัศวิน ขวัญเมือง
ก่อนหน้าชินทัต มีศุข
ถัดไปศานนท์ หวังสร้างบุญ
จักกพันธุ์ ผิวงาม
วิศณุ ทรัพย์สมพล
ทวิดา กมลเวชช
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
เริ่มดำรงตำแหน่ง
18 ตุลาคม พ.ศ. 2568
(9 เดือน 30 วัน)
หัวหน้าพรรคอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ก่อนหน้าสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร
ดำรงตำแหน่ง
23 ธันวาคม พ.ศ. 2550  10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
(3 ปี 4 เดือน 17 วัน)
ก่อนหน้าลลิตา ฤกษ์สำราญ
ถัดไปชื่นชอบ คงอุดม
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
แบบบัญชีรายชื่อ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
(6 เดือน 9 วัน)
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด14 ตุลาคม พ.ศ. 2520 (48 ปี)
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
พรรคการเมืองประชาธิปัตย์ (2550–2561, 2568–ปัจจุบัน)
พลังประชารัฐ (2561–2564, 2566–2567)
การเข้าร่วม
พรรคการเมืองอื่น
กปปส.
คู่สมรสนันท์นัดดา ภัททิยกุล
บุตร2 คน
บุพการี

สกลธี ภัททิยกุล ป.ช. ป.ม. (เกิด 14 ตุลาคม พ.ศ. 2520) ชื่อเล่น จั๊ม เป็นนักกฎหมายและนักการเมืองชาวไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ[2] และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร อดีต​แกนนำกปปส.

ประวัติ

[แก้]

สกลธี เกิดเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2520[3] ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรชายคนโตของนางศศิณี ภัททิยกุลกับ พลเอกวินัย ภัททิยกุล ประธานกรรมการ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), ประธานกรรมการ บริษัท สบายดี แอร์เวย์ส จากัด อดีตราชองครักษ์พิเศษ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม อดีตเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เป็นหนึ่งในผู้ดูแลการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย และเป็นนายทหารระดับสูงคนแรกที่ พล.อ.สนธิชักชวนมาร่วมการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 ด้วย

เขาจบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียลและโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จบปริญญาตรีจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจบปริญญาโทด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยอินเดียน่าและ มหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เคยรับราชการอยู่ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และถูกดึงตัวโดยจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้ไปช่วยงานเป็นเลขานุการส่วนตัว

ชีวิตส่วนตัว เขาสมรสกับนางนันท์นัดดา ภัททิยกุล ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์การค้าระหว่างประเทศ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ มีบุตร 2 คน เป็นบุตรสาว 1 คนและบุตรชาย 1 คน นอกจากนี้สกลธี เคยเป็นผู้จัดการทีมมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ 2009 ที่เวียงจันทน์ ประเทศลาว และเอเชียนเกมส์ 2010 ที่กว่างโจว ประเทศจีน

การทำงาน

[แก้]

สกลธี เข้ารับราชการในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ต่อมาได้ทำหน้าที่เลขานุการของจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม กระทั่งในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2550 สกลธี ได้ลาออกจากราชการเพื่อไปสมัครลงรับเลือกตั้งกับทางพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งจากการเป็นบุตรชายของ พลเอกวินัย เลขาธิการ คมช. จึงทำให้ถูกมองว่าเป็นการสืบทอดอำนาจของ คมช. แต่ทั้งตัวเอง พลเอกวินัย และทางพรรคประชาธิปัตย์ได้ปฏิเสธเรื่องนี้อย่างสิ้นเชิง

ในการเลือกตั้งในปลายปี พ.ศ. 2550 เขาได้ลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในกรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 4 คือ เขตพญาไท จตุจักร, บางซื่อ และ หลักสี่ คู่กับบุญยอด สุขถิ่นไทย และอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ซึ่งได้รับเลือกตั้งทั้ง 3 คน

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทย พ.ศ. 2554 เขาได้ลงสมัครในกรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 11 คือ เขตหลักสี่และดอนเมือง (เฉพาะแขวงสนามบิน) โดยมีคู่แข่งคือ สุรชาติ เทียนทอง บุตรชายของเสนาะ เทียนทอง แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง

ในปี พ.ศ. 2561 เขาได้เข้าดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตามคำสั่งกรุงเทพมหานครที่ 1215/2561[4] ลงนามโดย พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง สืบต่อจาก พลตำรวจเอกชินทัต มีศุข ซึ่งย้ายไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2561

วันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2561 เขาได้ไปร่วมงานเปิดตัว พรรคพลังประชารัฐ[5] ต่อมาในวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2562 สกลธีได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคพลังประชารัฐ ประจำปี 2562 ที่ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์[6] แต่หลังจากนั้นในปลายเดือนธันวาคม พ.ศ. 2564 สกลธีก็ได้ลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ[7]

ในปี พ.ศ. 2565 เขาได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามผู้สมัครอิสระ แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง

เขาได้ปรากฏตัวในงานเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สังกัดพรรคพลังประชารัฐ[8] ในวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566 ณ ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ[9] โดยสกลธีกลับเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐอีกครั้ง[10] และรับหน้าที่หัวหน้าทีมดูแลการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครของพรรค ร่วมกับ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์[11]

วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 เขาได้ประกาศผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวว่า ขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคและตำแหน่งอื่น ๆ ของพรรคดังกล่าว [12]

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

[แก้]

สกลธี ภัททิยกุล ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว 2 สมัย คือ

  1. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2550 กรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคประชาธิปัตย์
  2. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2569 แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์

วิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557

[แก้]

ในวิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557 เขาถือเป็นหนึ่งในแนวร่วมคนสำคัญคนหนึ่งของ กปปส. ร่วมกับคนอายุคราวเดียวกัน คือ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, ชุมพล จุลใส และพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์[13][14]

ในกลางดึกของคืนวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2557 เขาได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวระหว่างเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ ตามหมายศาลที่ออกมาในข้อหาการชุมนุม แต่ได้ถูกประกันตัวไปในวงเงิน 600,000 บาท หลังจากนั้นไม่นานนัก[15]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. “สกลธี” ไขก๊อกรองผู้ว่าฯ-ประกาศลงชิงเก้าอี้ “พ่อเมืองหลวง” ในนามอิสระ
  2. "'บิ๊กป้อม'ร่วมครั้งแรก พปชร.ถกใหญ่ เพิ่ม 17 กก.บห. 'สุริยะ'นอนมาจากร.พ." ข่าวสด. 2019-12-21.{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  3. "ข้อมูล ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2010-07-14. สืบค้นเมื่อ 2010-07-03.
  4. คำสั่งกรุงเทพมหานครที่ 1215/2561 จาก ราชกิจจานุเบกษา 7 May 2018
  5. "เปิดตัวยกแรก พลังประชารัฐอ่วม". posttoday. 2018-10-02. สืบค้นเมื่อ 2023-01-25.{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  6. "พปชร.เคาะแล้ว'กก.บห.'ทัพใหญ่ เปลี่ยนโลโก้พรรคลบทิ้งเหลี่ยมคมทิ่มแทงตัวเอง". ไทยโพสต์. 2019-12-21. สืบค้นเมื่อ 2023-01-25.{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  7. ""สกลธี"ลาออกพลังประชารัฐ ลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม". posttoday. 2021-12-24. สืบค้นเมื่อ 2023-01-25.{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  8. "'พลังประชารัฐ' เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. 71 คน ให้ 'สกลธี' นำทัพ กทม". workpointTODAY. 2023-01-24. สืบค้นเมื่อ 2023-01-25.{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  9. ""พล.อ.ประวิตร"นำทีมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พลังประชารัฐ ชุดใหญ่ 71 คน "บิ๊กเนม-คนดัง-ย้ายค่าย"มาเพียบ!". มติชนสุดสัปดาห์. 2023-01-24. สืบค้นเมื่อ 2023-01-25.{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  10. ""ยังเป็นสกลธีคนเดิมที่ทุกคนเคยรัก" 'สกลธี' เปิดตัวคุมทีมเลือกตั้ง กทม. กับพรรคพลังประชารัฐ". The MATTER. 2023-01-24. สืบค้นเมื่อ 2023-01-25.{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  11. "สกลธีกลับพลังประชารัฐ ขอบคุณประวิตร ขอใช้ทุกความสามารถทำนโยบายเลือกตั้งให้ตอบโจทย์คนกรุงเทพฯฯ". THE STANDARD. 2023-01-24. สืบค้นเมื่อ 2023-01-25.{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  12. ‘สกลธี’ไขก๊อกสมาชิกพปชร. ขอทบทวน-ศึกษาการเมืองแนวทางใหม่
  13. ""4 คุณหนู" ฮาร์ดคอร์ สุดยอดคอนเนกชัน-ใครอย่าแตะ!". ผู้จัดการออนไลน์. 6 ก.พ. 2014. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2014-08-03. สืบค้นเมื่อ 16 เม.ย. 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  14. "4 เสือ กปปส. เวทีสวนลุมพินี 27 04 57". youtube.com. 27 เม.ย. 2014. สืบค้นเมื่อ 16 เม.ย. 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  15. "ตม.จับคาด่านฯ 'สกลธี'แกนนำกปปส". ไทยรัฐออนไลน์. 27 เม.ย. 2014. สืบค้นเมื่อ 16 เม.ย. 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  16. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๓ เก็บถาวร 2011-01-24 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๑๔ ข หน้า ๖๑, ๘ ธันวาคม ๒๕๕๓
  17. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๒ เก็บถาวร 2011-10-11 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๒๖ ตอนที่ ๑๖ ข หน้า ๗๙, ๔ ธันวาคม ๒๕๕๒
  18. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ประจำปี ๒๕๕๓, เล่ม ๑๒๘ ตอนที่ ๓ ข หน้า ๕, ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔