วิลาศ โอสถานนท์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พันตรี
วิลาศ โอสถานนท์
ป.ม., ท.ช., ต.จ.
ประธานรัฐสภา
และ ประธานพฤฒสภา
ดำรงตำแหน่ง
4 มิถุนายน พ.ศ. 2489 – 24 สิงหาคม พ.ศ. 2489
(0 ปี 81 วัน)
กษัตริย์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร
พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ก่อนหน้า พระยามานวราชเสวี (ปลอด วิเชียร ณ สงขลา)
ถัดไป พระยาศรยุทธเสนี (กระแส ประวาหะนาวิน)
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2442
จังหวัดพระนคร ประเทศสยาม
เสียชีวิต 13 มกราคม พ.ศ. 2540 (97 ปี)
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
คู่สมรส คุณหญิงอมร โอสถานนท์(สีบุญเรือง)
นางบุญเรือน โอสถานนท์
ลายมือชื่อ
รับใช้กรมราชองครักษ์
ชั้นยศRTA OF-3 (Major).svg พันตรี
บังคับบัญชาสมุหราชองครักษ์

พันตรี วิลาศ โอสถานนท์ หนึ่งในคณะราษฎรสายพลเรือน ผู้ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อ พ.ศ. 2475 อดีตประธานพฤฒสภาและประธานรัฐสภา

ประวัติ[แก้]

พันตรีวิลาศ หรือ นายวิลาศ โอสถานนท์ เกิดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2442 ณ บ้านริมคลองโอ่งอ่าง อำเภอสำราญราษฎร์ จังหวัดพระนคร เป็นบุตรคนโตของ พระยาประชากิจกรจักร (ชุบ โอสถานนท์) และ คุณหญิงนิล (สกุลเดิม ศรีไชยยันต์) โดยมีชื่อ "วิลาศ" นั้น เป็นชื่อที่ได้รับประทานจาก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ มีความหมายว่า "ฝรั่งชาติอังกฤษ" เนื่องจากบิดาเป็นนักเรียนเก่าของประเทศอังกฤษ โดยมีน้องร่วมมารดา 8 คน และต่างมารดาอีก 2 คน

การศึกษา[แก้]

จบการศึกษาจากโรงเรียนมหาดเล็กหลวง โดยใช้เวลาศึกษาเป็นเวลา 9 ปี จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 8 ต่อจากนั้นจึงได้รับพระราชทานทุนจาก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ จนสำเร็จการศึกษาเทียบเท่าปริญญาตรี [B.D.F.A] จาก City & Guild Engineering College School of University of London ทางวิศวกรรม และทางด้านเกษตรกรรม จาก Sylhale Agricultural Collage Devenshire

การรับราชการ[แก้]

เริ่มเข้ารับราชการครั้งแรก เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานนา กรมเกษตร เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2472 ถึง 1 เมษายน พ.ศ. 2474 จึงได้เป็นผู้จัดการนาทดลองรังสิต

พันตรีวิลาศ ได้เข้าร่วมเปลี่ยนแปลงการปกครองกับคณะราษฎร จากการชักชวนของ นายทวี บุณยเกตุ[1] ซึ่งเป็นเพื่อนข้าราชการกรมเกษตรเช่นเดียวกัน ในวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ก่อนปฏิบัติการจริงแค่วันเดียวเท่านั้น โดยในเช้าวันที่ 24 มิถุนายน อันเป็นวันปฏิบัติการนั้น นายวิลาศ ได้สวมชุดทหารมหาดเล็ก เข้าร่วมในการตัดสายโทรศัพท์และโทรเลขร่วมกับ หลวงโกวิทอภัยวงศ์ (ควง อภัยวงศ์), นายประยูร ภมรมนตรี และนายประจวบ บุนนาค ณ กรมไปรษณีย์โทรเลข เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า โดยเริ่มกันตั้งแต่เวลา 04.00 น. และต้องเสร็จให้ทันภายในเวลา 05.00 น. [2]

วิลาศ เป็นหัวหน้าสำนักงานโฆษณาการ (กรมประชาสัมพันธ์) ในปี พ.ศ. 2481 - 2484[3]

การเมือง[แก้]

ต่อมา พันตรีวิลาศ โอสถานนท์ ได้รับการจัดตั้งเป็นผู้แทนราษฎร (ชั่วคราว) ตามพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475 และเมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ปีเดียวกัน นายวิลาศได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ประเภทที่ 2 ในรัฐสภา และได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี (ลอย) และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในคณะรัฐมนตรี ชุดที่ 9 ซึ่งมี เป็นนายกรัฐมนตรี

ในวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 พันตรีวิลาศ ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกพฤฒสภา และได้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานรัฐสภาและประธานพฤฒสภา ระหว่างวันที่ 4 มิถุนายน ปีเดียวกัน ถึง 24 สิงหาคม ปีเดียวกัน[4]หลังจากพ้นจากตำแหน่งได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในคณะรัฐมนตรี ชุดที่ 17 ซึ่งมี พลเรือตรี ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีนอกจากนั้นแล้วยังได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในปี พ.ศ. 2502 อีกด้วย และยังได้รับตำแหน่งทางราชการอีก อาทิ อธิบดีกรมโฆษณา (กรมประชาสัมพันธ์) เป็นคนแรก และผู้พิพากษากลางเมือง เป็นต้น

นอกจากนี้แล้ว ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ได้รับพระราชทานตำแหน่งเป็น ทหารราชองครักษ์ สังกัดทหารสื่อสาร และยังได้ร่วมเป็นสมาชิกขบวนการเสรีไทยด้วย ทั้งนี้มีบันทึกไว้ว่าทางญี่ปุ่นได้ตั้งข้อรังเกียจ ดร.วิลาศ ร่วมกับ หลวงประดิษฐมนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์) ว่าอาจมีใจเอนเอียงไม่ช่วยเหลือทางญี่ปุ่นอย่างแท้จริง เนื่องจาก ดร.วิลาศ ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มีภริยา (คุณหญิงอมร สีบุญเรือง) ซึ่งเป็นบุตรสาวของ นายเซียว ฮุดเช็ง ซึ่งเป็นประธานพรรคก๊กมินตั๋งในประเทศไทย ที่มีแนวทางทางการเมืองสนับสนุน นายพลเจียง ไคเช็ค ซึ่งต่อต้านญี่ปุ่นอยู่[5]

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

ด้านชีวิตครอบครัว พันตรีวิลาศ สมรส 2 ครั้ง ครั้งแรกกับ คุณหญิงอมร สีบุญเรือง มีบุตร 2 คน คือ นายวีระ โอสถานนท์ และ นายอภิลาศ โอสถานนท์

ถึงแก่อสัญกรรม[แก้]

พันตรี วิลาศ โอสถานนท์ ได้ใช้ชีวิตช่วงปลายอย่างสุขสงบ ท่ามกลางครอบครัวและบุตรหลาน มีสุขภาพและความทรงจำดีกว่าคนในวัยเดียวกัน แม้ว่าจะเข้ารับการรักษาโรคความดันโลหิตสูงเป็นครั้งคราว จนกระทั่งเมื่อล้มเจ็บลงด้วยโรคหวัด ตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม 2539 ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมิติเวช เรื่อยมา และถึงแก่อสัญกรรมด้วยระบบหัวใจล้มเหลว ด้วยอาการสงบ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2540 สิริอายุได้ 97 ปี 67 วัน [6]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. หน้า 101, ตรัง โดย ยืดหยัด ใจสมุทร (สำนักพิมพ์มติชน, พ.ศ. 2539) ISBN 974-7115-60-3
  2. ส่วนร่วมสังคมไทย ตอน 24 มิถุนายน (3) โดย นรนิติ เศรษฐบุตร จากเดลินิวส์
  3. https://www.prd.go.th/download/management.pdf
  4. ทำเนียบประธานวุฒิสภา จากเว็บไซต์รัฐสภา
  5. หน้า 25, อำนาจ ๒ โดย รุ่งมณี เมฆโสภณ (มีนาคม, พ.ศ. 2555) ISBN 978-616-536-079-1
  6. วิลาศ โอสถานนท์, อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ดร.วิลาศ โอสถานนท์ ป.ม., ท.ช., ต.จ., (กรุงเทพฯ : ศิริชัยการพิมพ์), 2540, หน้า 20.
  7. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๗๙, ตอน ๔๖ ง, ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๕, หน้า ๑๒๔๙
ก่อนหน้า วิลาศ โอสถานนท์ ถัดไป
- 2leftarrow.png Seal of the National Assembly of Thailand.png
ประธานพฤฒสภา
(4 มิถุนายน 2489 - 24 สิงหาคม 2489)
2rightarrow.png พระยาศรยุทธเสนี (กระแส ประวาหะนาวิน)