ข้ามไปเนื้อหา

วีระชัย วีระเมธีกุล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วีระชัย วีระเมธีกุล
วีระชัย ใน พ.ศ. 2553
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ดำรงตำแหน่ง
6 มิถุนายน พ.ศ. 2553 – 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554
นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ก่อนหน้ากัลยา โสภณพนิช
ถัดไปปลอดประสพ สุรัสวดี
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
20 ธันวาคม พ.ศ. 2551 – 6 มิถุนายน พ.ศ. 2553
นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ก่อนหน้าสุขุมพงศ์ โง่นคำ
สุทิน คลังแสง
ถัดไปองอาจ คล้ามไพบูลย์
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด8 กรกฎาคม พ.ศ. 2510 (59 ปี)
จังหวัดพระนคร ประเทศไทย
พรรคการเมืองไทยรักไทย (2543–2550)
ประชาธิปัตย์ (2551–ปัจจุบัน)
คู่สมรสทิพาภรณ์ เจียรวนนท์ (หย่า)

วีระชัย วีระเมธีกุล (เกิด 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2510) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์

ประวัติ

[แก้]

วีระชัย เกิดเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2510 ที่จังหวัดพระนคร เป็นบุตรนายสุชัย กับนางสุมาลี วีระเมธีกุล สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตร์ สาขาบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2528 ระดับปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยคลาร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2529 และในปี พ.ศ. 2537 และระดับปริญญาเอก บัญชีดุษฎีบัณฑิต จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การทำงาน

[แก้]

การรับราชการ

[แก้]

หลังจบการศึกษาปริญญาเอกทางด้านบัญชีดุษฎีบัณฑิต วีระชัย ได้เริ่มต้นชีวิตการทำงานในปี พ.ศ. 2533 โดยเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ประจำที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และในขณะเดียวกันก็ยังได้รับเกียรติ เชิญให้เข้าเป็นอาจารย์สอนพิเศษในมหาวิทยาลัยต่างๆ อีกหลายแห่ง อาทิเช่น มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ภาคธุรกิจเอกชน

[แก้]

วีระชัย รับราชการเป็นอาจารย์สอนหนังสือไม่กี่ปี ก็ลาออกจากราชการในปี พ.ศ. 2537 เพื่อเข้าไปทำงานในภาคเอกชน ประกอบกับเป็นเวลาเดียวกันที่สุชัย วีระเมธีกุล บิดาของเขา ซึ่งเป็นนักธุรกิจไทยเชื้อสายจีนที่มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ในประเทศจีน ได้รับการชักชวนให้ไปร่วมลงทุนในกิจการธนาคาร และสถาบันการเงินในช่วงที่ประเทศจีนกำลังมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในด้านเศรษฐกิจ ที่จีนมุ่งหวังจะปรับเปลี่ยนประเทศให้เป็นทุนนิยมมากขึ้นวีระชัย จึงเข้าไปดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ในธนาคาร TM International ตามลำดับ และสุดท้ายมาดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการธนาคาร Business Development Bank

งานการเมือง

[แก้]

พรรคไทยรักไทย

[แก้]

วีระชัย เริ่มเข้าสู่เส้นทางการเมืองในปี พ.ศ. 2543 โดยการเข้าร่วมงานกับพรรคไทยรักไทย และได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากการเลือกตั้งใน พ.ศ. 2544 มีโอกาสได้ทำงานในฝ่ายนิติบัญญัติ โดยในปี พ.ศ. 2544 จนถึง พ.ศ. 2546 เป็นรองประธานคนที่หนึ่ง คณะกรรมาธิการการเงินการคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน และเป็นรองประธานคนที่หนึ่ง คณะกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจ

สมัยรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร

[แก้]

วีระชัย ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง เช่น ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง และผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ แต่บทบาทการทำงานของวีระชัย ในกระทรวงต่างๆ ที่เข้าไปดำรงตำแหน่งจะเป็นการทำงานเบื้องหลัง ทั้งการประสานงาน และการบริหารภายใน จึงมิได้โดดเด่นเป็นที่รับรู้ของสาธารณชนมากนัก แต่ก็เป็นที่ไว้วางใจของรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงที่ทำงานด้วยอย่างมาก เช่น สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และสุรเกียรติ์ เสถียรไทย ถึงขั้นมอบหมายงานสำคัญให้ดำเนินการอยู่เสมอ โดยเฉพาะงานวิชาการ

สมัยรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์

[แก้]

เมื่อสุรยุทธ์ จุลานนท์ เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี วีระชัย จึงได้รับการสนับสนุนให้ไปดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เนื่องจากเคยทำงานในสมัยรัฐบาลไทยรักไทย จนทำให้สุรยุทธ์ จุลานนท์ ต้องออกมาตอบคำถามสื่อมวลชนหลายครั้งถึงความเป็นมืออาชีพของเขา แต่ยังคงได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากวีระชัยได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีอย่างกว้างขวาง จนเป็นที่กล่าวกันว่าเพียงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แต่กลับมีอำนาจยิ่งใหญ่เหนือรัฐมนตรีหลายๆ คน

การดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

[แก้]

วีระชัย ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ในคณะรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยดูแลงานด้านเศรษฐกิจกับการบริหารจัดการ รวมทั้งได้รับมอบหมายให้ดูแลความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีน ทั้งในระดับรัฐบาลกลางและรัฐบาลมณฑล และมักถูกใช้งานไปแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกี่ยวข้องกับจีนหลายครั้งโดยเฉพาะเรื่องการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว

ต่อมาในวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ได้มีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี[1] โดยในช่วงดำรงตำแหน่งต้องทำงานอย่างหนักเพื่อเรียกความเชื่อมั่นเกี่ยวกับด้านความปลอดภัยจากผลกระทบของรังสีที่รั่วไหลกลับสู่สังคมไทย เมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิชิระเบิด

ต่อมาในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2554 ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์[2] และได้รับเลือกตั้งเป็น สส. กระทั่งการเลือกตั้ง พ.ศ. 2562 เขาได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เช่นเดิมและได้รับเลือกตั้งอีกสมัยกระทั่งวันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2565 วีระชัยได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีไชยยศ จิรเมธากร เลื่อนขึ้นมาทำหน้าที่แทน[3]

ตำแหน่งสำคัญต่างๆ

[แก้]
  • รองประธานกรรมการธนาคาร Business Development Bank ประเทศจีน
  • พ.ศ. 2544 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ
  • พ.ศ. 2544 และพ.ศ. 2546 รองประธานคนที่หนึ่ง คณะกรรมาธิการ การเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน
  • พ.ศ. 2544 และพ.ศ. 2546 รองประธานคนที่หนึ่ง คณะกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจ
  • พ.ศ. 2551 - พ.ศ. 2553 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • พ.ศ. 2553 - พ.ศ. 2554 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • พ.ศ. 2562 ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ[4]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. ↑ พระบรมราชโองการ ประกาศ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี (รวม ๑๘ ราย) ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 127 ตอน พิเศษ 72ง วันที่ 8 มิถุนายน 2553
  2. ↑ ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (พรรคประชาธิปัตย์)
  3. ↑ "วีระชัย วีระเมธีกุล" ลาออกจาก "ส.ส.ปชป." อีกราย
  4. ↑ "ประกาศคณะกรรมการการเลือกต้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 8 พฤษภาคม 2562. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ 2019-05-08. สืบค้นเมื่อ 2019-05-10.
  5. ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๓ เก็บถาวร 2011-01-24 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๑๔ ข หน้า ๒, ๘ ธันวาคม ๒๕๕๓
  6. ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๒ เก็บถาวร 2011-10-11 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๒๖ ตอนที่ ๑๖ ข หน้า ๙, ๔ ธันวาคม ๒๕๕๒

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]