ธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ดำรงตำแหน่ง
13 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 – 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 (1 ปี 127 วัน)
นายกรัฐมนตรี บรรหาร ศิลปอาชา
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
ดำรงตำแหน่ง
25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 – 24 ตุลาคม พ.ศ. 2540 (0 ปี 334 วัน)
นายกรัฐมนตรี พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
ดำรงตำแหน่ง
24 ตุลาคม พ.ศ. 2540 – 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 (0 ปี 15 วัน)
นายกรัฐมนตรี พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 14 ธันวาคม พ.ศ. 2488 (71 ปี)
จังหวัดเชียงใหม่
พรรคการเมือง ประชาธิปัตย์
คู่สมรส กิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่
บุตร ร้อยเอกหญิง ดร. เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่
• แสงตะวัน ณ เชียงใหม่ คัมภีรญาณนนท์

นายกองโท[1] ธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่ (คำเมือง: LN-Thawatwong Na Chiang Mai.png) หรือ เจ้าหนุ่ย[2] อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในรัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ 5 สมัย อดีตรองหัวหน้าพรรคความหวังใหม่ และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่

ธวัชวงศ์ สืบทอดเชื้อสายราชตระกูล ณ เชียงใหม่ (เจ้าเจ็ดตน) สายของพระเจ้าช้างเผือกธรรมลังกา ซึ่งเป็นสายเดียวกันกับนางยินดี ชินวัตร มารดาของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ประวัติ[แก้]

ธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่ เกิดเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2488 เป็นบุตรของเจ้าไชยสุริวงศ์ ณ เชียงใหม่ นักธุรกิจเจ้าของโรงภาพยนตร์แห่งแรกของจังหวัดเชียงใหม่ กับแม่นายเต็ม ณ เชียงใหม่ มีศักดิ์เป็นหลานของเจ้าไชยณรงค์ ณ เชียงใหม่ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ และมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับยินดี ชินวัตร (มารดาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร)[3] ธวัชวงศ์ มีพี่สาวคือ ช่อแก้ว วิสุทธิ์เสรีวงศ์

ธวัชวงศ์ สมรสกับกิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่ (สกุลเดิม: โกไศยกานนท์) มีธิดา 2 คน คือ ร้อยเอกหญิง ดร. เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ อดีตนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ และแสงตะวัน ณ เชียงใหม่ คัมภีรญาณนนท์ กรรมการผู้อำนวยการกลุ่มบริษัทโกลบอล

เจ้านายฝ่ายเหนือ[แก้]

ธวัชวงศ์ เป็นบุตรชายของเจ้าไชยสุริวงศ์ ซึ่งมิได้เป็นเจ้าห้าขันในวงศ์เจ้านายฝ่ายเหนือ กับมารดาที่เป็นสามัญชน จึงมิได้มีฐานันดรเป็น "เจ้า" ตามบิดา แต่จังหวัดเชียงใหม่ ก็ยังให้ความสำคัญในฐานะเจ้านายฝ่ายเหนือ[4] รวมถึงยังมีบทบาทในการเป็นกรรมการมูลนิธินวราชดำริอนุรักษ์ฝ่ายเหนือ[5] ซึ่งเป็นมูลนิธิที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นเพื่อสืบทอดวัฒนธรรมของฝ่ายเหนือ

การศึกษา[แก้]

ธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่ ศึกษาชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา จากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ ระดับปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา จากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนาสเตต ประเทศสหรัฐอเมริกา และระดับปริญญาโท สาขารัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

งานธุรกิจ[แก้]

ธวัชวงศ์ เป็นผู้เริ่มก่อตั้งกิจการโรงแรมมีชื่อว่า "โรงแรมดวงตะวัน" (ปัจจุบันคือ โรงแรมเซ็นทาราดวงตะวัน) ร่วมกับเจ้าบิดา และพี่สาว เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2533 และเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2536 ต่อมาได้ขายกิจการให้นายวัฒนา อัศวเหม ในปี พ.ศ. 2539[6]

งานการเมือง[แก้]

ธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่ ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2529 มีหมายเลขประจำตัวคือ หมายเลข 13 สังกัดพรรครวมไทย แต่ได้คะแนนเป็นลำดับที่ 4 โดยแพ้ให้กับนายสุรพันธ์ ชินวัตร จากพรรคชาติไทย[7] ต่อมาเขาได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งแรกในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2531 สังกัดพรรคกิจสังคม จากนั้นจึงย้ายมาร่วมงานกับพรรคความหวังใหม่ และได้รับเลือกต่อมาในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2535/1 การเลือกตั้ง พ.ศ. 2535/2 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2538 และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2539 ซึ่งเป็น ส.ส.ที่ได้รับคะแนนสูงที่สุด[8] ต่อมาในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2544 ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในสังกัดพรรคความหวังใหม่ แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง โดยได้คะแนนเป็นอันดับที่ 3 รองจากนายพรชัย อรรถปรียางกูร จากพรรคไทยรักไทย และนายพงศ์ประยูร ราชอาภัย จากพรรคประชาธิปัตย์[9]

ต่อมาในปี พ.ศ. 2547 ได้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดโดยตรงเป็นครั้งแรก และธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่ ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ในครั้งนั้น โดยการสนับสนุนของพรรคไทยรักไทย เช่นเดียวกับนายอุดรพันธ์ จันทรวิโรจน์ ผู้สมัครอีกคนหนึ่ง แต่ในการเลือกตั้งครั้งต่อมาในปี พ.ศ. 2551 ธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่ ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย และลงสมัครรับเลือกตั้งอีกสมัย แต่แพ้การเลือกตั้งให้กับบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ผู้สมัครที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคไทยรักไทย หลังจากนั้นธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่ จึงได้วางมือทางการเมืองชั่วคราว

ธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่ เข้ามามีบทบาททางการเมืองอีกครั้งเมื่อเขาสนับสนุนภรรยาของเขา ลงสมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2555 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง และการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 3 เชียงใหม่ พ.ศ. 2556 ของภรรยาของเขา ในนามพรรคประชาธิปัตย์

การดำรงตำแหน่งทางการเมือง[แก้]

ธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่ เคยดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้แก่ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในปี พ.ศ. 2532 และเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ) ในปี พ.ศ. 2535[10]

ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในรัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา[11] โดยมีผลงานในการริเริ่มให้มีการจัดตั้งองค์กรสนับสนุนและพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพ เมื่อปี พ.ศ. 2539[12] จนเป็นที่มาของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ในปัจจุบัน และได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ[13] ซึ่งต่อมาถูกปรับไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ[14] ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2540 ก่อนจะสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีเนื่องจากนายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง ในเดือนพฤศจิกายนของปีเดียวกัน

การดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง[แก้]

ธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่ ได้รับแต่งตั้งเป็นรองเลขาธิการพรรคความหวังใหม่ ในการประชุมสามัญ ประจำปี 2534 เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2534 และได้รับแต่งตั้งเป็นรองหัวหน้าพรรคความหวังใหม่ ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2541 เมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2542

งานด้านการศึกษา[แก้]

ธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่ ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548[15] ซึ่งเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยชุดแรก นับตั้งแต่ได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่[16] จนถึงปี พ.ศ. 2552

งานสังคม[แก้]

ธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่ เคยได้รับแต่งตั้งเป็นนายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย ในระหว่างปี พ.ศ. 2521 ถึงปี พ.ศ. 2522[17] และเป็นที่ปรึกษาสมาคมฯ ในปี พ.ศ. 2549[18]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

ลำดับสาแหรก[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2536/D/020/1.PDF
  2. "แม่แดง" ท้าชน "เจ๊แดง" ฐานการเงินแกร่ง 2 ตระกูลดังเชียงใหม่"
  3. คัมภีร์ คัมภีรญาณนนท์ , นาวาอากาศเอก. เจ้านายฝ่ายเหนือ.
  4. เจ้านายฝ่ายเหนือ. ทำเนียบส่วนราชการของจังหวัดเชียงใหม่สืบค้นวันที่ 21 มิถุนายน 2555
  5. ประกาศนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดเชียงใหม่ เรื่อง จดทะเบียนจัดตั้ง "มูลนิธินวราชดำริอนุรักษ์ฝ่ายเหนือ"
  6. โสภณ เกียรติเชิดแสงสุข. การศึกษาการดำเนินงานของ โรงแรมเซ็นทารา ดวงตะวัน เชียงใหม่. เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่. 2555
  7. รายงานวิจัยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2529. กรมการปกครอง. 2529
  8. จากเว็บไซต์ข้อมูลการเลือกตั้งกรมการปกครอง
  9. ผลการเลือกตั้ง ส.ส.เชียงใหม่
  10. คำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 734/2535 เรื่อง แต่งตั้งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่)
  11. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี (จำนวน 49 ราย)ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 112 ตอนพิเศษ 29ง วันที่ 18 กรกฎาคม 2538
  12. กรณีศึกษาการจัดตั้งสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  13. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี (จำนวน 49 ราย)ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 113 ตอนพิเศษ 44ง วันที่ 29 พฤศจิกายน 2539
  14. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรีราชกิจจานุเบกษา เล่ม 114 ตอนพิเศษ 100ง วันที่ 24 ตุลาคม 2540
  15. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ (จำนวน 12 ราย)
  16. กรรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ชุดที่ 1 (ปี พ.ศ. 2548 - 2552)
  17. มงฟอร์ตสาร ฉบับที่ 6 ประจำปีการศึกษา 2556
  18. สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย
  19. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ชั้นสายสะพาย ในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๐ จำนวน ๔,๗๙๙ ราย)
  20. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ชั้นสายสะพาย จำนวน ๔,๕๒๔ ราย)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

  • ปราณี ศิริธร ณ พัทลุง. เพ็ชร์ล้านนา. (ครั้งที่ 2) เชียงใหม่ :ผู้จัดการ ศูนย์ภาคเหนือ, 2538.