ไกรสร ตันติพงศ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไกรสร ตันติพงศ์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
ดำรงตำแหน่ง
21 มีนาคม พ.ศ. 2523 – 5 มีนาคม พ.ศ. 2524
นายกรัฐมนตรี พลเอกเปรม ติณสูลานนท์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ดำรงตำแหน่ง
5 ตุลาคม พ.ศ. 2519 – 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519
นายกรัฐมนตรี หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช
ดำรงตำแหน่ง
21 เมษายน พ.ศ. 2519 – 23 กันยายน พ.ศ. 2519
นายกรัฐมนตรี หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช
ดำรงตำแหน่ง
15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 – 13 มีนาคม พ.ศ. 2518
นายกรัฐมนตรี หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 12 มีนาคม พ.ศ. 2473 (85 ปี)
จังหวัดเชียงใหม่
พรรคการเมือง ประชาธิปัตย์
ศาสนา พุทธ

ไกรสร ตันติพงศ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในรัฐบาลของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้รับการเลือกตั้งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของเชียงใหม่ คือ 7 สมัย[1]

ประวัติ[แก้]

ไกรสร ตันติพงศ์ เกิดเมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2473 ที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวในบรรดาบุตร ทั้ง 6 คนของนายหิรัญ และนางทองสุก ตันติพงศ์ (สกุลเดิม ชุติมา) โดยเป็นบุตรคนที่ 3 เริ่มการศึกษาที่โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย ต่อมาได้ย้ายไปศึกษาต่อที่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยจนกระทั่งจบมัธยมปลาย[2]

ไกรสร มีศักดิ์เป็นหลานน้าของนายสุวิชช พันธเศรษฐ และนายทองดี อิสราชีวิน

งานการเมือง[แก้]

หลังจากจบการศึกษา จึงได้ไปอาศัยอยู่กับญาติซึ่งเป็น ส.ส.เชียงใหม่ คือ นายสุวิชช พันธเศรษฐ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้ชื่นชอบการเมือง จนกระทั่งได้เข้าสู่งานการเมือง โดยได้รับเลือกเป็น ส.ส.เชียงใหม่ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 - พ.ศ. 2531 รวมถึง 7 สมัย เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาลหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช (ครม.35, 37)[3] จนกระทั่งพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากนายกรัฐมนตรีลาออก และได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์[4] อีกสมัยหนึ่ง แต่ดำรงตำแหน่งเพียง 12 วัน และได้เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณเพียงวันเดียวก็ต้องพ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากการรัฐประหารของพลเรือเอก สงัด ชลออยู่ และในปี พ.ศ. 2523 เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์[5]

ในปี พ.ศ. 2528 ไกรสร ได้เสนอร่างกฎหมายพระราชบัญญัติเชียงใหม่มหานคร เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรเพื่อยกฐานะจังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นมหานคร มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ชาวเชียงใหม่เลือกผู้บริหารของตัวเอง คือผู้ว่าราชการเชียงใหม่มหานคร แต่ร่างพระราชบัญญัติไปค้างอยู่ในสภา ฯ เท่านั้น รอการบรรจุเป็นวาระเพื่อพิจารณา แต่มีการยุบสภาเสียก่อน เรื่องนี้จึงยุติแต่เพียงเท่านี้

ในปี พ.ศ. 2531 เขาได้ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกับนายเฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์ เพื่อตั้งพรรคการเมืองคือ พรรคประชาชน และเขารับตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค[6]

ปัจจุบัน ได้วางมือทางการเมืองแล้ว สุขภาพร่างกายยังแข็งแรงดีอยู่ ยังพักอาศัยอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ และศึกษาสนใจในโหราศาสตร์ มักออกมาทำนายเหตุการณ์บ้านเมืองเสมอ ๆ ตามหลักโหราศาสตร์ จนได้ชื่อว่าเป็น "หมอดูการเมือง" อีกคนหนึ่ง

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. นักการเมืองท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่. กรุงเทพฯ : สถาบันพระปกเกล้า. 2551
  2. เชียงใหม่ พ.ศ. 2512 (1)
  3. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี (จำนวน 35 ราย)
  4. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี (จำนวน ๓๓ ราย)
  5. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี (จำนวน ๓๗ ราย)
  6. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง พรรคประชาชนเปลี่ยนแปลงชื่อพรรค ภาพเครื่องหมายพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรค
  7. แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย) เล่ม ๑๐๐ ตอน ๒๐๗ ฉบับพิเศษ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๖
  8. ราชกิจจานุเบกษา,แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ฉบับพิเศษ หน้า ๔๐ เล่ม ๙๘ ตอนที่ ๒๐๙ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๒๔

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

  • รายงานวิจัยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2529. กรมการปกครอง. 2529