วีรพงษ์ รามางกูร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วีรพงษ์ รามางกูร
รองนายกรัฐมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
15 สิงหาคม พ.ศ. 2540 – 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540
นายกรัฐมนตรี พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ดำรงตำแหน่ง
26 สิงหาคม พ.ศ. 2533 – 14 ธันวาคม พ.ศ. 2533
นายกรัฐมนตรี พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ
ก่อนหน้า ประมวล สภาวสุ
ถัดไป บรรหาร ศิลปอาชา
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
ดำรงตำแหน่ง
6 มีนาคม พ.ศ. 2534 – 22 มีนาคม พ.ศ. 2535
นายกรัฐมนตรี อานันท์ ปันยารชุน
ก่อนหน้า ชวลิต ธนะชานันท์
ถัดไป ชวลิต โอสถานุเคราะห์
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 1 สิงหาคม พ.ศ. 2486 (72 ปี)
กรุงเทพ ประเทศไทย

ดร. วีรพงษ์ รามางกูร หรือ ดร.โกร่ง[1] ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร[1] อดีตประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทยในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร[2] อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลของพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลของพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตที่ปรึกษาเศรษฐกิจของพันตำรวจโท ดร. ทักษิณ ชินวัตร และอดีตประธานที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจในรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน และอดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์

ชาติภูมิ[แก้]

ดร.วีรพงษ์ รามางกูร เดิมชื่อนายประดับ บุคคละ เกิดวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2486 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรของ ร้อยตำรวจตรีประดิษฐ์ รามางกูร หรือนายประดิษฐ์ บุคคละ และนางบุญศรี รามางกูร (สกุลเดิม เกิดเล็ก) เชื้อสายฝ่ายคุณปู่เป็นเจ้านายเมืองธาตุพนม เชื้อสายฝ่ายคุณย่าเป็นเจ้านายเมืองเรณูนคร คุณปู่ของดร. วีรพงษ์ รามางกูร มีนามว่า เจ้าพระอุปฮาต (เฮือง รามางกูร) เป็นผู้ตั้งสกุลรามางกูรแห่งอำเภอธาตุพนม เป็นบุตรชายคนที่ 3 ของอาชญาหลวงกลางน้อยศรีมงคล (ศรี รามางกูร) เจ้าเมืองธาตุพนมคนที่ 2 กับอาชญานางบุษดี รามางกูร ธิดาหมื่นนำรวง กรมการเมืองธาตุพนม หลานสาวของกวานหลวงอามาตย์ อดีตนายกองข้าโอกาสพระธาตุพนมและอดีตกวานเวียงชะโนด ในอำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร คุณย่าของ ดร. วีรพงษ์ รามางกูร มีนามว่าอาชญานางสูนทอง รามางกูร (สกุลเดิม บัวสาย) ธิดาของอาชญานางผายี บัวสาย หลานของเพียพรรณละบุตร์ (พัน บัวสาย) กับอาชญานางซืม บัวสาย แห่งอำเภอเรณูนคร ต้นตระกูลฝ่ายคุณปู่ชื่อ ขุนรามราชรามางกูร (ราม รามางกูร) หรือเจ้าพ่อขุนรามเจ้าเมืองธาตุพนม (เมืองพนม) องค์แรก[3] กับอาชญานางสิริบุญมา ธิดาเจ้าอุปละ (ศรีสุมังค์) แห่งนครจำปาศักดิ์ ต้นตระกูลฝ่ายคุณย่าชื่อ เจ้าอุปฮาต (บุตร บัวสาย) อุปฮาตคนแรกแห่งเมืองเรณูนคร กับอาชญานางเอื้อยกก พี่สาวของพระแก้วโกมล (เพชร โกพลรัตน์) เจ้าเมืองเรณูนคร (เมืองเว) องค์แรก และพระแก้วโกมล (สาย แก้วมณีชัย) เจ้าเมืองเรณูนคร (เมืองเว) องค์ที่ 2

ประวัติ[แก้]

ตระกูลฝ่ายบิดาของ ดร. วีรพงษ์ รามางกูร นับได้ว่าสืบเชื้อสายจากเจ้าเมืองธาตุพนม นายกอง และเจ้านายชั้นสูง (เจ้าขุนโอกาส) ผู้ดูแลรักษาพระบรมธาตุพนมมาหลายชั่วอายุคน รับราชกาลในเมืองนครจำปาศักดิ์ และสืบเชื้อสายปฐมวงศ์จากราชวงศ์เวียงจันทน์สายสมเด็จพระเจ้าสิริบุญสารเมื่อวัยเยาว์นั้นกรุงเทพมหานครเกิดสงคราม จึงได้ย้ายไปอาศัยอยู่กับยายซึ่งมีอาชีพทำนา ที่อำเภอบางบ่อ โดยมีป้าเป็นผู้เลี้ยงดูใกล้ชิด ส่วนบิดาทำงานอยู่ที่โรงพักบางรักแล้วย้ายไปอยู่พญาไท ต่อมาได้ย้ายถิ่นฐานตามบิดาไปอยู่ที่อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม โดยอาศัยอยู่กับเจ้าพระอุปฮาต (เฮือง รามางกูร) ผู้เป็นปู่ที่ธาตุพนมเป็นเวลาถึง 7 ปี ด้วยปัญหาความขัดแย้งของตระกูลเจ้านายธาตุพนมเดิม เป็นเหตุให้เจ้าพระอุปฮาต (เฮือง รามางกูร) ซึ่งแต่เดิมใช้สกุล บุคคละ ตามพี่ชายคนโตคือ เจ้าพระอัคร์บุตร (บุญมี บุคคละ) เจ้าพระอุปฮาตได้ปรึกษากับบุตรชายคนรองคือ นายดวง รามางกูร (ป.ธ. 3, พระราชทานเพลิง) ผู้มีศักดิ์เป็นลุงของ ดร. วีรพงษ์ รามางกูร ตั้งสกุลรามางกูรขึ้นใหม่ เป็นเหตุให้ทายาทสกุลบุคคละเดิม รวมถึง ดร. วีรพงษ์ ต้องเปลี่ยนสกุลจากบุคคละมาเป็นรามางกูรตามปู่และบิดาของตน ดร. วีรพงษ์ รามางกูร เป็นคนเฉลียวฉลาดมีสติปัญญาดีมาก และมีความขยันขันแข็งพากเพียร ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนจนเป็นอันดับ 1 ในชั้นเรียนมาโดยตลอด จนเป็นที่เล่าลือและชื่นชมในหมู่ญาติและครูอาจารย์ เมื่อวัยเยาว์ได้เข้าศึกษาชั้นประถมศึกษาที่ตัวจังหวัดนครพนม คือโรงเรียนเทศบาล 2 และโรงเรียนสุนทรวิจิตร จนจบประถม 4 ก่อนจะย้ายตามบิดาเข้ากรุงเทพมหานคร อีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. 2496 ฝ่ายบิดานั้นได้ประจำอยู่ที่สถานีตำรวจนครบาลยานนาวา เข้าศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนศรีอยุธยา เข้าศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย จากนั้นศึกษาต่อที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แผนกวิทยาศาสตร์ รุ่นเดียวกับ ศ. สุรศักดิ์ นานานุกูล ดร. เมธี ครองแก้ว และศิริบุญ เนาถิ่นสุข จากนั้นจบการศึกษาระดับปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทอง เป็นคนแรกจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในขณะที่ศึกษาอยู่ก็สอบได้เป็นอันดับ 1 มาตลอดทุกเทอม ต่อมาได้เข้าเป็นอาจารย์ประจำแผนกวิชาการต่างประเทศและการทูต ร่วมมือกับ ศ. บำรุงสุข สีหอำไพ ก่อตั้งแผนกอิสระสื่อสารมวลชน ซึ่งต่อมาคือคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่นานจึงได้รับทุนจากมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ เข้าศึกษาต่อทางด้านวิชาเศรษฐมิติ (Economatrix) ที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ใช้ชีวิตที่ประเทศสหรัฐอเมริกานาน 5 ปีครึ่ง และมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์มอบทุนค่าใช้จ่ายให้มากสุดถึงเดือนละ 300 เหรียญ เป็นเหตุให้หลังจากกลับจากการศึกษาต่อ ดร. วีรพงษ์สามารถสร้างบ้านส่วนตัวหลังแรกได้สำเร็จ ต้นปี พ.ศ. 2515 ได้กลับมาเป็นอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วดำรงตำแหน่งเป็นคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ พ.ศ. 2519 อุปสมบทที่วัดบวรนิเวศวิหาร สังกัดธรรมยุติกนิกาย โดยมีอดีตสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก (เจริญ สุวฑฺฒโน) เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังปี พ.ศ. 2526 เข้าทำงานที่สถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย จากนั้น พ.ศ. 2533 ได้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐบาลประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในการวางแผนเศรษฐกิจจากระบบสังคมนิยมมาเป็นระบบทุนนิยม ตามนโยบายเปิดประเทศ เป็นเวลาเกือบ 6 เดือน และยกย่องกันว่าทางรัฐบาลลาวได้ไว้วางใจและนับถือ ดร. วีรพงษ์ รามางกูร ว่าเป็นบุคคลสำคัญที่มีส่วนในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเป็นอย่างมาก อันเนื่องมาจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศธนาคารโลกเพื่อการพัฒนา หรือ Asian development Bank (ADB) ได้ให้ ดร.วีรพงษ์ เข้าไปช่วยเหลือการสร้างแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติและการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับระบบการเงินและเศรษฐกิจของลาว[4]

ดร. วีรพงษ์ รามางกูร มีพี่น้องทั้งหมด 6 ท่าน ได้แก่

  1. ดร. วีรพงษ์ รามางกูร
  2. นางสาวนพรัตน์ รามางกูร (หนูแดง)
  3. จ.ส.ต. วีรศักดิ์ รามางกูร
  4. นางวิไลลักษณ์ รามางกูร (นีโบน) สมรสกับนายเควิน นีโบน (Kevin Kneebone)
  5. นางศิริพร รามางกูร (ธะเศรษฐ) สมรสกับนายกฤตย์ ธะเศรษฐ
  6. เด็กชายวิโรจน์ รามางกูร (ถึงแก่กรรมเมื่อยังเด็ก)

ดร.วีรพงษ์ รามางกูร สมรสมาแล้ว ๒ ครั้ง ๑ ใน ๒ ท่านนั้นคือนางลดาวัลย์ รามางกูร (สกุลเดิม ติรสวัสดิชัย) พี่น้องของนายอภิชาติ ติรสวัสชัย อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร อดีตเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ดร. วีรพงษ์ รามางกูร มีบุตร์ธิดา 3 ท่าน ได้แก่[5]

  1. นางสาววรมน รามางกูร
  2. นายวีรมน รามางกูร
  3. นายวรวงศ์ รามางกูร

ปัจจุบัน ดร. วีรพงษ์ รามางกูร พำนักอยู่ที่ จวนขุนราม เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา[6] และยังเป็นเจ้าของที่ดินบางส่วนบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านหัวบึง ทิศเหนือของวัดหัวเวียงรังษี ที่ได้รับส่วนแบ่งจากบรรพบุรุษในอำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ที่ดินอันเป็นมรดกบริเวณนี้ เดิมเคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาบริเวณที่ตั้งโฮงที่ประทับของเจ้าเมืองธาตุพนมและเชื้อสายในอดีต นอกจากนี้ ดร. วีรพงษ์ รามางกูร ยังเป็นผู้นำบุตรหลานตระกูลรามางกูรในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เป็นผู้นำการบูรณะปฏิสังขรณ์ วัดหัวเวียงรังสี ซึ่งเป็นวัดประจำตระกูลเจ้าเมืองธาตุพนมมาแต่โบราณ เป็นผู้ร่วมมือกับนายดวง รามางกูร ผู้มีศักดิ์เป็นลุง ทำการรวบรวมสายสกุลของตระกูลเจ้าเมืองธาตุพนม รวมทั้งได้รับการนับถือว่าเป็นผู้มีอาวุโสสูงสุดของตระกูลรามางกูร และที่สำคัญยังเป็นผู้อัญเชิญกฐินพระราชทานไปทอดถวายยังวัดสำคัญๆ ของประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวด้วย

การทำงาน[แก้]

อาจารย์ประจำ[แก้]

หลังจากจบการศึกษาในปี พ.ศ. 2508 ดร.วีรพงษ์ ได้บรรจุเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ประจำ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีโอกาสเข้าไปทำงานในฐานะผู้บุกเบิกสร้างแผนกอิสระสื่อสารมวลชนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งต่อมาเป็นคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังจากนั้น ดร.วีรพงษ์ ได้ทุนการศึกษาต่อต่างประเทศ จบปริญญาโท และปริญญาเอกทางเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย (University of Pennsylvania) เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

ดร.วีรพงษ์ ได้เข้าเป็นอาจารย์สอนที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นอาจารย์คนแรกของไทยที่สอนทางด้านเศรษฐมิติ ต่อมาได้ดำรงตำแหน่งเป็นคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

งานการเมือง[แก้]

ดร.วีรพงษ์ เคยดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน[7] รองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ[8] ที่ปรึกษาของทีมเศรษฐกิจรัฐบาล พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร และประธานที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจในรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช

ในเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ พ.ศ. 2554 ดร.วีรพงษ์ รามางกูร ได้รับตำแหน่งจากคณะรัฐมนตรี ในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ซึ่งมีบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายท่าน อาทิ ดร.วิษณุ เครืองาม ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ พันศักดิ์ วิญญรัตน์ และกิจจา ผลภาษี ร่วมเป็นกรรมการด้วย โดยทำหน้าที่สร้างความมั่นใจของนักลงทุนต่างชาติกลับคืนมายังประเทศไทย และวางแผนการลงทุนระบบน้ำทั้งหมด[1]และเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ(กนอช.) ร่วมกับ นายสุเมธ ตันติเวชกุล มรว.ดิศนัดดา ดิศกุล นายดิศธร วัชโรทัย นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา นายกิจจา ผลภาษี [9]

งานสังคม[แก้]

ดร.วีรพงษ์ ดำรงตำแหน่ง นายกสมาคมไทย-ลาว เพื่อ มิตรภาพ ตั้งปี พ.ศ. 2547[10] เคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย อุปนายกสมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย กรรมการสมาคมไทย-อเมริกาศึกษา กรรมการสมาคมรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรรมการบริหารสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ กรรมการนักวิจัยมหาวิทยาลัยไทย เป็นต้น

งานภาคเอกชน[แก้]

ดร.วีรพงษ์ มีตำแหน่งสำคัญทางภาคเอกชนหลายตำแหน่งโดยดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ 8 บริษัท และ กรรมการหรือที่ปรึกษาอีก 20 บริษัท และหนึ่งในนั้นคือ ตำแหน่งประธานกรรมการบริหารบริษัท แอดวานซ์ อะโกร จำกัด (มหาชน) เจ้าของผลิตภัณฑ์ กระดาษดับเบิ้ลเอ

ทรัพย์สิน[แก้]

ในปี พ.ศ. 2540 เมื่อครั้ง ดร. วีรพงษ์ รามางกูร ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ โดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นรองนายกรัฐมนตรีร่วมด้วย ช่วงนั้นเป็นยุคฟองสบู่แตก ดร. วีรพงษ์ รามางกูร ได้แจ้งบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีทรัพย์สินรวม 42,381,147.13 บาท ประกอบด้วยเงินฝาก 386147.13 บาท หลักทรัพย์จดทะเบียน 8,755,000 บาท ที่ดิน 31,240,000 บาท และสิ่งปลูกสร้างอื่น 1,500,000 บาท รถยนต์ 500,000 บาท พร้อมทั้งไม่มีหนี้สิน

ส่วนนางลดาวัลย์ รามางกูร ผู้เป็นภรรยา มีทรัพย์สินทั้งหมด 139,269,673.05 บาท ประกอบด้วย เงินฝาก 107,839.72 บาท ที่ดิน 87,172,833.33 บาท บ้านอาศัย 25,000,000 บาท สิ่งปลูกสร้างอื่น 22,639,000 บาท ยานพาหนะ 350,000 บาท ทรัพย์สินอื่น 4,000,000 บาท ส่วนหนี้สินนั้น มีเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมธนาคาร 30,173,504.34 บาท เงินกู้จากสถาบันการเงินอื่น 475,012.22 บาท รวมหนี้สิน 30,648,516.49 บาท มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 108,621,156.49 บาท รวมทั้ง 2 คนสามีภริยามีทรัพย์สิน 181,650,820.18 บาท ในจำนวนนี้เป็นที่ดินมูลค่า 118,412,833.33 บาท รั้งอันดับต้นๆ ของประเทศไทย [11]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 เปิดใจ...วีรพงษ์ รามางกูร ขอ 1 ปี ปรับโฉมประเทศฟื้นเชื่อมั่น-เศรษฐกิจ
  2. http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9560000085950
  3. http://viratts.wordpress.com/
  4. http://info.gotomanager.com/news/details.aspx?id=9942
  5. http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1361413162
  6. http://news.bugaboo.tv/
  7. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี (จำนวน ๓๔ ราย)เล่ม 108 ตอนที่ 45 วันที่ 6 มีนาคม 2534
  8. พระบรมราชโองการ ประกาศ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี และแต่งตั้งรัฐมนตรี
  9. http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=554358
  10. http://vientiane.thaiembassy.org/vientiane/th/cooperation/cooperation8/
  11. http://www.isranews.org/about-us/71-investigate/4477-
  12. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (จำนวน ๓,๐๘๒ ราย) เล่ม ๑๐๘ ตอน ๒๐๘ ง ฉบับพิเศษ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๔ หน้า ๑
  13. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
  14. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ประจำปี 2554
ก่อนหน้า วีรพงษ์ รามางกูร ถัดไป
พลอากาศเอก สมบุญ ระหงษ์
พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ
สมัคร สุนทรเวช
อำนวย วีรวรรณ
หม่อมราชวงศ์เกษมสโมสร เกษมศรี
มนตรี พงษ์พานิช
2leftarrow.png Seal Prime Minister of Thailand.png
รองนายกรัฐมนตรี (ครม. 52)
(15 สิงหาคม พ.ศ. 2540 – 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540)
2rightarrow.png พิชัย รัตตกุล
ศุภชัย พานิชภักดิ์
ปัญจะ เกสรทอง
ประมวล สภาวสุ 2leftarrow.png ตรากระทรวงการคลัง.png
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (ครม. 45)
(26 สิงหาคม พ.ศ. 2533 – 14 ธันวาคม พ.ศ. 2533)
2rightarrow.png บรรหาร ศิลปอาชา