เสริม ณ นคร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พลเอก
เสริม ณ นคร
ม.ป.ช., ม.ว.ม., ท.จ.ว.
เสริม ณ นคร ขณะที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด
รองนายกรัฐมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
12 พฤษภาคม 2521 – 3 มีนาคม 2523
นายกรัฐมนตรี เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์
ก่อนหน้า สมภพ โหตระกิตย์
ถัดไป เล็ก แนวมาลี
ดำรงตำแหน่ง
3 มีนาคม 2523 – 19 มีนาคม 2526
นายกรัฐมนตรี เปรม ติณสูลานนท์
ก่อนหน้า ประมาณ อดิเรกสาร
ถัดไป ถนัด คอมันตร์
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
ดำรงตำแหน่ง
1 ตุลาคม 2521 – 30 กันยายน 2524
ก่อนหน้า เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์
ถัดไป สายหยุด เกิดผล
ผู้บัญชาการทหารบก
ดำรงตำแหน่ง
1 ตุลาคม 2519 – 30 กันยายน 2521
ก่อนหน้า พลเอก บุญชัย บำรุงพงศ์
ถัดไป พลเอก เปรม ติณสูลานนท์
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 2 มีนาคม พ.ศ. 2464
จังหวัดพระนคร ประเทศสยาม
เสียชีวิต 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 (88 ปี)
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
คู่สมรส คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร
ศาสนา ศาสนาพุทธ
การเข้าเป็นทหาร
รับใช้  ไทย
ยศ RTA OF-9 (General).svg พลเอก
RTN OF-9 (Admiral).svg พลเรือเอก
RTAF OF-9 (Air Chief Marshal).svg พลอากาศเอก

พลเอก เสริม ณ นคร (2 มีนาคม พ.ศ. 2464 - 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552) เป็นอดีตผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้อำนวยการรักษาพระนคร[1]และอดีตรองนายกรัฐมนตรี และเป็นเจ้าของฉายา นายพลแก้มแดง

ประวัติ[แก้]

พลเอก เสริม ณ นคร เป็นบุตรของพันโท ชุบ และนาง ละมุน ณ นคร จบการศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

ครอบครัว[แก้]

สมรสกับ คุณหญิง แสงเดือน ณ นคร มีธิดา 2 คน

เสียชีวิต[แก้]

พลเอก เสริม ณ นคร ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล เนื่องจากติดเชื้อในกระแสเลือดจากโรคมะเร็ง สิริอายุได้ 88 ปี มีการสวดพระอภิธรรมศพที่วัดมกุฏกษัตริยาราม และงานพระราชทานเพลิงศพมีขึ้น ณ วัดเทพศิรินทราวาส ในวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2553 โดยมี สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธี

งานราชการ[แก้]

เข้ารับราชการครั้งแรกเป็นผู้บังคับหมวดกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 4 จากนั้นจึงเลื่อนขั้นและยศตามลำดับ อาทิ เสนาธิการทหารบก ผู้บัญชาการทหารบก[2] และผู้บัญชาการทหารสูงสุด[3] โดยได้รับพระราชทานยศ พลเอก[4] พลเรือเอก และพลอากาศเอก นอกจากนี้ยังได้รับพระมหากรุณาธิกุลโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เป็นองครักษ์เวร และตุลาการศาลทหารสูงสุด ทั้งยังเคยปฏิบัติราชการพิเศษ อาทิ ราชการสนามกรณีพิพาทอินโดจีน สงครามมหาเอเชียบูรพา สงครามเกาหลี และสงครามเวียดนาม จนได้รับเหรียญเดอะลีเจียนออฟเมอริท จากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ในฐานะปฏิบัติหน้าที่ดีเด่นระหว่างดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองกำลังทหารไทยในสาธารณรัฐเวียดนาม

เขานับได้ว่าเป็นผู้พัฒนากองทัพบกทุกด้านตามพื้นฐานนโยบายแห่งชาติ โดยเสริมสร้างกำลังรบให้สามารถเผชิญกับภัยคุกคามทั้งภายในและภายนอกประเทศ รวมทั้งเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดจัดตั้งกองกำลังทหารพราน เพื่อเป็นกำลังสำรองเพื่อนำไปใช้ในการต่อสู้การป้องกันการก่อการร้าย

งานการเมือง[แก้]

เขาเคยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ (คณะรัฐบาลชุดที่ 41)[5] และในรัฐบาล พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ (คณะรัฐมนตรีชุดที่ 42)[6] เคยได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2516[7] อีกทั้งยังมีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์กบฏ 26 มีนาคม พ.ศ. 2520 ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการรักษาพระนครในเหตุการณ์ รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2520

ในเหตุการณ์กบฏเมษาฮาวาย ระหว่างวันที่ 1 - 3 เมษายน พ.ศ. 2524 และเหตุการณ์กบฏ 9 กันยา โดยเฉพาะในเหตุการณ์กบฏ 9 กันยา ได้ถูกคณะผู้ก่อการประกาศชื่อให้เป็นหัวหน้าด้วย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ประกาศแต่งตั้ง ผู้อำนวยการรักษาพระนคร
  2. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 93 ตอน 115 ง หน้า 2634 28 กันยายน พ.ศ. 2519
  3. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 95 ตอน 106 ง หน้า 1 1ตุลาคม พ.ศ. 2521
  4. ได้รับพระราชทานยศพลเอก
  5. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี (จำนวน ๔๔ ราย)
  6. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี (จำนวน ๓๗ ราย)
  7. พระบรมราชโองการ แต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
  8. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๙๒ ตอนที่ ๒๖๓ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๔๖, ๒๖ ธันวาคม ๒๕๑๘
  9. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๘๔ ตอนที่ ๑๒๘ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๒๙, ๓๐ ธันวาคม ๒๕๑๐
  10. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๙๒ ตอนที่ ๙๕ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๑๒, ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๑๘
  11. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญชัยสมรภูมิ, เล่ม ๗๙ ตอนที่ ๘๓ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๕, ๘ กันยายน ๒๕๐๕
  12. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญชัยสมรภูมิ, เล่ม ๗๐ ตอนที่ ๒๗ ง หน้า ๑๘๙๗, ๒๙ เมษายน ๒๔๙๖
  13. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องหมายเปลวระเบิดสำหรับประดับแพรแถบเหรียญชัยสมรภูมิ, เล่ม ๙๐ ตอนที่ ๑๘๑ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๑๑๕, ๓๑ ธันวาคม ๒๕๑๖
  14. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชน, เล่ม ๙๒ ตอนที่ ๑๑๐ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๑, ๑๒ มิถุนายน ๒๕๑๘
  15. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญราชการชายแดน, เล่ม ๘๕ ตอนที่ ๘๙ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๒, ๓ ตุลาคม ๒๕๑๑
  16. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๗๐ ตอนที่ ๗๘ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๒๔๓, ๒๓ ธันวาคม ๒๔๙๖
  17. รายพระนามและนามผู้ที่สมควรได้รับพระราชทานเหรียญลูกเสือสดุดี ประจำปี ๒๕๒๔ จากเว็บไชต์ thaiscouts
  18. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์, เล่ม ๘๑ ตอนที่ ๘๕ ง หน้า ๒๓๓๗, ๘ กันยายน ๒๕๐๗

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]