เจ้าพระยาวิชิตวงศ์วุฒิไกร (หม่อมราชวงศ์คลี่ สุทัศน์)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เจ้าพระยาวิชิตวงศ์วุฒิไกร
{{{alt}}}
เสนาบดีว่าการกระทรวงธรรมการ คนที่ 2
พ.ศ. 2445 - พ.ศ. 2454
กษัตริย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ก่อนหน้า เจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค)
ถัดไป เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล)
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 20/21 สิงหาคม พ.ศ. 2386
พระนคร ประเทศสยาม
อสัญกรรม 19 เมษายน พ.ศ. 2456 (69 ปี)
ศาสนา พุทธ
    

มหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาวิชิตวงศ์วุฒิไกร (นามเดิม: หม่อมราชวงศ์คลี่ สุทัศน์; 20/21 สิงหาคม พ.ศ. 2386 - 19 เมษายน พ.ศ. 2456) อดีตปลัดทูลฉลอง และเสนาบดีกระทรวงธรรมการ

ประวัติ[แก้]

เจ้าพระยาวิชิตวงศ์วุฒิไกร เดิมชื่อ หม่อมราชวงศ์พรรณราย ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น หม่อมราชวงศ์คลี่ เกิดเมื่อวันจันทร์ แรม 10 ค่ำ เดือน 9 ปีเถาะเบญจศก จุลศักราช 1205 ตรงกับวันที่ 20 หรือ 21 สิงหาคมพ.ศ. 2386 เป็นโอรสในหม่อมเจ้าจินดา สุทัศน์กับหม่อมอ่วม สุทัศน์ ณ อยุธยา หม่อมเจ้าจินดา สุทัศน์เป็นพระโอรสในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทัศน์ กรมหมื่นไกรสรวิชิต กับหม่อมน้อย สุทัศน์ ณ อยุธยา ได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2407 ช่วยราชการในกรมสังฆการีธรรมการ ที่บิดารับราชการอยู่ ปี พ.ศ. 2416 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็นพระวุฒิการบดี และเลื่อนเป็นพระยาวุฒิการบดี ศรีวิสุทธิสาสนวโรประการ

ในปี พ.ศ. 2432 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้รวมกรมธรรมการสังฆการี กรมศึกษาธิการและกรมพยาบาลเข้าเป็นกระทรวงธรรมการ มีเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค) เป็นเสนาบดีคนแรก และพระยาวุฒิการบดีเป็นปลัดทูลฉลองคนแรก

พระยาวุฒิการบดี ได้ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงธรรมการ เมื่อ พ.ศ. 2445 ได้เป็นองคมนตรี รัฐมนตรี เป็นกรรมการศาลฎีกา และเมื่อ พ.ศ. 2447 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาท่านขึ้นเป็นเจ้าพระยา มีสมญาจารึกในสุพรรณบัฏว่า เจ้าพระยาวิชิตวงษ์วุฒิไกร ศุภไนยนิติธารี ศรีวิสุทธิสาสนวโรประการ บรมนฤบาลสวามิภักดิ์ สุขุมศักดิสมบุรณ์ สุนทรพจนวิจิตร์ ราชกิจจานุกิจโกศล พหลกัลยาณวัตร์ ศรีรัตนสรณาภรณ์ สถาวรเมตตาทยาไศรย อภัยพิริยปรากรมพาหุ[1] และกราบบังคมทูลลาออกจากตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงธรรมการ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. 2454

ชีวิตส่วนตัว ท่านมีภรรยาหลายคน จะกล่าวแต่ ๒ คนคือ

1. หม่อมราชวงศ์ลออ สุทัศน์ ราชตระกูลสายกรมหมื่นไกรสรวิชิตร่วมกัน มีธิดา 1 คนคือ หม่อมหลวงโต สุทัศน์

2.ท่านผู้หญิงวิชิตวงศ์วุฒิไกร (เผื่อน สุทัศน์ ณ อยุธยา) มีธิดา 3 คนคือ 1.หม่อมหลวงพร้อม สุทัศน์ 2.หม่อมหลวงเลื่อน สุทัศน์(หม่อมหลวงเลื่อน จักรพันธุ์)ชายาในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทศศิริวงศ์ และ3.หม่อมหลวงวาด สุทัศน์ [2]

เจ้าพระยาวิชิตวงศ์วุฒิไกร ป่วยเป็นโรคชรามานานและมีโรคไตพิการแทรกซ้อน ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2456 เวลาเช้า 5 โมง 10 นาที สิริอายุได้ 69 ปี 242 วัน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมาพระราชทานน้ำอาบศพ เจ้าพนักงานยกลองในตั้งบนแว่นฟ้า 2 ชั้น ประกอบโกศมณฑป แวดล้อมด้วยฉัตรเครื่อง 9 คัน มีพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมทั้งกลางวันกลางคืนตลอด 1 เดือน[3]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศตั้งกรม และตั้งเจ้าพระยา, เล่ม ๒๑, ตอน ๓๔, ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๗, หน้า ๖๐๙
  2. ราชินิกูลรัชกาลที่3,ในสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช
  3. ราชกิจจานุเบกษา, ข่าวอสัญญกรรม, เล่ม ๓๐, ตอน ๐ ง, ๒๗ เมษายน ๒๔๕๖, หน้า ๑๙๗-๘
  4. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าฝ่ายใน, เล่ม ๒๑, ตอน ๓๔, ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๗, หน้า ๖๑๖