กลุ่ม 10 มกรา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

กลุ่ม 10 มกรา กลุ่มการเมืองที่ก่อตัวขึ้นภายใน พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีส่วนสำคัญทำให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นต้องประกาศยุบสภา

กลุ่ม 10 มกรา ก่อตั้งโดยนายเฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์ อดีตเลขาธิการพรรคช่วงปี พ.ศ. 2522 และนายวีระ มุสิกพงศ์ เลขาธิการพรรคในขณะนั้น โดยที่มาของชื่อกลุ่มมาจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2530 ณ โรงแรมเอเชีย ที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ได้ทำการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค ซึ่งกลุ่มของนายวีระได้เสนอชื่อนายเฉลิมพันธ์ ส่วนกลุ่มของนายชวน หลีกภัย ได้เสนอชื่อนายพิชัย รัตตกุล หัวหน้าพรรคในขณะนั้น ส่วนตัวนายวีระได้ลงชิงตำแหน่งเลขาธิการพรรคแข่งกับ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ปรากฏว่าทั้งนายเฉลิมพันธ์และนายวีระพ่ายแพ้ต่อนายพิชัยและพล.ต.สนั่น

ทั้งนี้ กลุ่ม 10 มกรานี้มีความไม่พอใจในการบริหารงานของนายพิชัย หัวหน้าพรรคมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วในหลายประการ เช่น ไม่เห็นด้วยที่นายพิชัยสนับสนุนนายพิจิตต รัตตกุล ลูกชายของตนเองที่เพิ่งได้รับเลือกตั้งซ่อมเป็น ส.ส. กรุงเทพมหานคร แทนที่นายดำรง ลัทธพิพัฒน์ ที่ถึงแก่กรรมไปด้วยการกระทำอัตวินิบาตกรรม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการพลังงาน ด้วยเห็นด้วยพรรษาทางการเมืองของนายพิจิตตนั้นยังน้อยอยู่ หรือการที่เสนอรายชื่อบุคคลเป็นรัฐมนตรี ที่ทางกลุ่มเห็นว่าไม่เหมาะสม เป็นต้น[1]

ต่อมากลุ่ม 10 มกรา ได้ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์พร้อมกับกลุ่มวาดะห์ ภายหลังจากการที่ทั้งสองกลุ่มไม่ยกมือสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์และสิทธิบัตรจนทำให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี ต้องประกาศยุบสภา เมื่อปี พ.ศ. 2531 ซึ่งกลุ่ม 10 มกราบางส่วนและทางกลุ่มวาดะห์ได้ร่วมมือกันจัดตั้งพรรคการเมืองโดยใช้ชื่อว่า พรรคประชาชน ในการเลือกตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2531 พรรคประชาชนได้ ส.ส. ในสภาทั้งสิ้น 19 คน ซึ่งในเวลาต่อมาพรรคประชาชนได้ยุบรวมเข้ากับพรรคเอกภาพ ทำให้นายวีระได้แยกตัวไปสังกัดพรรคความหวังใหม่ พร้อมกับกลุ่มวาดะห์ และภายหลังสมาชิกพรรคเอกภาพบางส่วนซึ่งรวมถึงกลุ่ม 10 มกราได้ย้ายเข้าไปสังกัด พรรคสามัคคีธรรม ที่ก่อตั้งขึ้นใหม่[2]

กลุ่ม 10 มกรา หมดบทบาทลงภายหลังการวางมือทางการเมืองของนายเฉลิมพันธ์หัวหน้ากลุ่ม หลังจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ[3]

สมาชิกกลุ่ม 10 มกรา (เรียงตามตัวอักษร)[4][แก้]

  1. นายกริช กงเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม
  2. นายไกรสร ตันติพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่
  3. นายไขแสง สุกใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม
  4. นายจริญญา พึ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน
  5. นายจัตุรนต์ คชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร
  6. นายจาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา
  7. นายเฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร (หัวหน้ากลุ่ม)
  8. ว่าที่ร้อยตรีณัฐ ศรีเฟื่องฟุ้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ
  9. นายณรงค์ นุ่นทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช
  10. นายเดโช สวนานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร
  11. นายถวิล ไพรสณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช[5]
  12. นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤๅชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร
  13. นายธงชาติ รัตนวิชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช
  14. นายธวัชชัย อนามพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี
  15. นายนฤชาติ บุญสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา
  16. นายบุญส่ง ชำนาญกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช
  17. พันเอกบุลศักดิ์ โพธิเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี
  18. นายประวัฒน์ อุตโมท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี
  19. นายพร้อม บุญฤทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง[3]
  20. นายพิชัย มงคลวิรกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์
  21. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร
  22. นายมานะศักดิ์ อินทรโกมาลย์สุต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา
  23. นายยงยุทธ นพเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง
  24. นายระวี กิ่งคำวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร
  25. นายวิชิต วิเศษสุวรรณภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร
  26. นายวิเชียร สอนน้อย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์
  27. นายวิทยา ขันอาสา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี
  28. นายวิทยา ภูมิเหล่าแจ้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์
  29. นายวีระ มุสิกพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง
  30. นายสมบูรณ์ สิทธิมนต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่
  31. นายสวัสดิ์ สืบสายพรหม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ
  32. นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร
  33. นายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช
  34. พันเอกสาคร กิจวิริยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด
  35. นายสุชาติ ตันเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา
  36. นายสุรใจ ศิรินุพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา
  37. นายเสริมศักดิ์ การุญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง
  38. พลเอกหาญ ลีนานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร
  39. นายเอี่ยม ทองใจสด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์
  40. นายโอภาส รองเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง[3]

อ้างอิง[แก้]

  1. ศักดิ์ดวง, ศุภเดช (2014-03-08). "ย้อนเส้นทางการเมืองตระกูล"ศรีวิกรม์" "พ่อ-พี่-ทยา" เมื่อเลือดข้นน้อยกว่าน้ำ!". สำนักข่าวอิสรา. สืบค้นเมื่อ 2017-06-15.
  2. บางปะกง, บางนา (2014-03-10). "4 ทศวรรษ'ศรีวิกรม์' ภาพสะท้อนธุรกิจการเมือง". กรุงเทพธุรกิจ. สืบค้นเมื่อ 2014-06-15.
  3. 3.0 3.1 3.2 วัฒน์ วรรลยางกูรชีวิตเพื่อประชาธิปไตย คน 4 คุก ไข่มุกดำ. กรุงเทพฯ : เค.เค.พับลิชชิ่ง, 5/2008. 382 หน้า. ISBN 9789740686996
  4. บทเรียนสอนไม่จำ 32ปี กลุ่ม "10 มกรา" คนประชาธิปัตย์ ซ้ำรอยเสี้ยมกันเอง
  5. นายหัวไทร (2007-09-08). "ถวิล ไพรสณฑ์ กบฏ 10 มกรา..คืนรังประชาธิปัตย์...???". โอเคเนชั่น. สืบค้นเมื่อ 2017-06-15.