ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา
นามปากกา: อุชเชนี
นิด นรารักษ์
เกิด: 6 กันยายน พ.ศ. 2462
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
ถึงแก่กรรม: 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 (96 ปี)
โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ กรุงเทพมหานคร
อาชีพ: นักเขียน, นักแปล
บิดา: แสง กรองทอง
มารดา: ประคอง กรองทอง
คู่สมรส: หม่อมหลวงจิตรสาร ชุมสาย

ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา (สกุลเดิม กรองทอง; 6 กันยายน พ.ศ. 2462 — 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559) มีนามปากกาว่า อุชเชนี และ นิด นรารักษ์ เป็นนักเขียนและนักแปลชาวไทย[1]

ประวัติ[แก้]

ประคิณเกิดเมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2462 ในครอบครัวคริสตัง เป็นธิดาของแสง กรองทอง (นามทางศาสนา ยอห์น บัปติสตา) กับประคอง กรองทอง (นามทางศาสนา โรซา) เธอมีเชื้อสายจีนจากปู่ มีชื่อทางศาสนาว่าเออเชนี ตั้งตามชื่อนักบุญเอวเยน (Eugène) ส่วนชื่อจริงมารดาตั้งตามพจนานุกรมปัลเลอกัวซ์ แปลว่า "ประคับประคอง"[2]

สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 8 ภาษาฝรั่งเศส จากโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ และเรียนซ้ำมัธยม 8 ทางภาษาอังกฤษ ก่อนเข้าศึกษาระดับอุดมศึกษาคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้เป็นที่หนึ่งของประเทศ จบปริญญาโทเกียรตินิยม ภาษาฝรั่งเศส พ.ศ. 2488 และได้ทุนไปศึกษาต่อที่ปารีส 1 ปี รับประกาศนียบัตรการศึกษาระดับสูงด้านวรรณคดีฝรั่งเศสร่วมสมัย มหาวิทยาลัยเซอร์บอน[3]

เริ่มเขียนกลอนตั้งแต่เข้าเรียนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีรุ่นพี่ชื่อสุจิต ศิกษมัต ตั้งนามปากกาให้ว่า "อุชเชนี" ตามชื่อเดิม จนในปี พ.ศ. 2489 เธอเริ่มเขียนกลอนสั้น "มะลิแรกแย้ม" ลงพิมพ์ในหนังสือบ้าน- กับโรงเรียน ในนาม "มลิสด" ต่อมาในปี พ.ศ. 2491 เปลี่ยนแนวการแต่งจากรักเป็นเรื่องของคนทุกข์ยากคือ "ใต้- โค้งสะพาน" ลงในหนังสือการเมือง จนในปี พ.ศ. 2499 มีการรวมพิมพ์เป็นเล่มระหว่าง อุชเชนี และนิด นรารักษ์ ชื่อ "ขอบฟ้าขลิบทอง" บอกเล่าเรื่องราวเพื่อเสริมสร้างการมองโลกในแง่ดี โดยเฉพาะเคียงความรู้สึกของชนชั้นกลาง ที่เห็นคุณค่าของชนชั้นที่ต่ำกว่า ไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะ ระหว่างความรวยและความจน

ต่อมาเธอกลับมาเป็นอาจารย์ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้สมรสกับหม่อมหลวงจิตรสาร ชุมสาย (มีชื่อทางศาสนาว่า ยอห์น)[2] มีบุตร-ธิดา 3 คน[3]

ระหว่างศึกษาที่ฝรั่งเศส ได้อ่านหนังสือวรรณคดีชั้นเยี่ยมของฝรั่งเศสจำนวนมาก ซึ่งมีอิทธิพลต่อความคิดที่จะสร้างสรรค์งานที่มีค่าต่อสังคม เมื่อกลับมาเป็นอาจารย์มีโอกาสได้ติดตามนายแพทย์และบาทหลวงเข้าไปทำงานที่แหล่งเสื่อมโทรม และมีจิตสำนึกแบบชาวคาทอลิกที่เคร่งครัดว่าควรจะต้องทำอะไรเพื่อคนจน ทำให้เธอเขียนบทกวีที่สะท้อนภาพสังคมในเชิงมนุษยธรรม

ได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์) พร้อมกับเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ในปี พ.ศ. 2536[4]

หนังสือเรื่อง "ขอบฟ้าขลิบทอง" เป็นหนังสือที่ได้รับการคัดเลือกว่าเป็นงานวรรณกรรมที่น่าอ่าน มีคุณค่าทางศิลปวรรณกรรม ครบถ้วนตามแนวทางของวรรณกรรมโลกหรือวรรณกรรมสากลมีเนื้อหาสาระที่แสดงออกถึงความริเริ่มสร้างสรรค์ ช่วยให้ผู้อ่านมีทัศนะต่อชีวิตและต่อโลกกว้างขึ้น ได้รับความรู้ ความคิดอ่าน ความบันเทิงทางศิลปวัฒนธรรม ปรากฏแจ้งใน หนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน

ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา เสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 ด้วยโรคมะเร็งลำไส้ ณ โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ สิริอายุ 96 ปี โดยจัดพิธีสวด ณ วัดพระมหาไถ่ และมีพิธีฝังศพที่สุสานศานติคาม จังหวัดนครปฐม[5][6]

ผลงาน[แก้]

ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา มีผลงานเขียนและงานแปลดังนี้[7]

อ้างอิง[แก้]

  1. "เบื้องหลังการแปล 'สาธนา' กับ 'หิ่งห้อย' บังเอิญ/โลกกลม/พรหมลิขิต?" (Press release) (ใน ไทย). กรุงเทพธุรกิจ. 31 กรกฎาคม 2554. สืบค้นเมื่อ 24 สิงหาคม 2555. 
  2. 2.0 2.1 "พิธีปลงศพ อ. ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา". โรเงรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์. สืบค้นเมื่อ 18 กันยายน 2559. 
  3. 3.0 3.1 ภาพคณะเซอเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร (7 พฤษภาคม 2559). "ขอร่วมแสดงความเสียใจต่อการจากไปของอาจารย์ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา". แวดวงคาทอลิก. สืบค้นเมื่อ 18 กันยายน 2559. 
  4. ศิลปินแห่งชาติ
  5. "อาลัยศิลปินแห่งชาติ กวี ‘อุชเชนี’ สิ้นด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่". มติชนออนไลน์. 8 พฤษภาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 18 กันยายน 2559. 
  6. "สิ้นกวีเอก 'อุชเชนี' มะเร็งคร่าชีวิตวัย 97 ปี". คมชัดลึก. 8 พฤษภาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 18 กันยายน 2559. 
  7. ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์) พ.ศ. ๒๕๓๖ โดย นิติกร กรัยวิเชียร ฉบับที่ 2384 ปีที่ 46 ประจำวัน อังคาร ที่ 27 มิถุนายน 2543

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]