หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สุขุมพันธุ์ บริพัตร
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
29 มีนาคม พ.ศ. 2556
ดำรงตำแหน่ง
11 มกราคม พ.ศ. 2552 – 9 มกราคม พ.ศ. 2556
ก่อนหน้า อภิรักษ์ โกษะโยธิน
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศ
ดำรงตำแหน่ง
14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 – 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543
นายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย
ก่อนหน้า ธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่
ถัดไป ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 22 กันยายน พ.ศ. 2495 (64 ปี)
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
พรรคการเมือง นำไทย (พ.ศ. 2537-39)
ประชาธิปัตย์ (พ.ศ. 2539-59)
คู่สมรส นุชวดี บำรุงตระกูล (หย่า)
สาวิตรี บริพัตร ณ อยุธยา
ศาสนา พุทธ

รองศาสตราจารย์[1] หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร (22 กันยายน 2495 -) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนที่ 15 อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ประวัติ[แก้]

หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นโอรสในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุขุมาภินันท์ กับดุษฎี ณ ถลาง มีชื่อเล่นว่า คุณชายหมู นอกจากนี้เขายังมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับสินนภา สารสาส เมื่อนับจากฝ่ายบิดา เขาสมรสครั้งที่ 1 กับนุชวดี บำรุงตระกูล มีบุตรคือ อาจารย์ ดร. หม่อมหลวงพินิตพันธุ์ บริพัตร (อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) และสมรสครั้งที่สองกับ นางสาวิตรี บริพัตร ณ อยุธยา (สาวิตรี ภมรบุตร) มีบุตรคือ หม่อมหลวงวราภินันท์ บริพัตร

การศึกษา[แก้]

หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตรระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ณ โรงเรียน Cheam และโรงเรียน Rugby ประเทศอังกฤษ ระหว่าง พ.ศ. 2506-พ.ศ. 2513 ต่อมาจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี (เกียรตินิยมอันดับ 2) และระดับปริญญาโทจากวิทยาลัยเพมโบร์ก มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด และสาขาวิชาปรัชญาการเมืองและเศรษฐศาสตร์ (PPE) ในปี พ.ศ. 2520 และจบการศึกษาในระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ สหรัฐอเมริกา สาขาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในปี พ.ศ. 2521 im

งานการเมือง[แก้]

หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคนำไทย ร่วมกับอำนวย วีรวรรณ เมื่อ พ.ศ. 2537 และเคยดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการพรรคนำไทย จนต่อมา เขาเข้าเป็นกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากกรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 6 (บางรัก สัมพันธวงศ์ สาทร แขวงยานนาวาและแขวงทุ่งมหาเมฆ) เมื่อปี พ.ศ. 2539 และ 2544

ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2540[2] ถึงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2543 เนื่องจากการยุบสภา[3] และปฏิบัติหน้าที่รักษาการไปจนกระทั่งได้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544[4]

หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 24 ของพรรคประชาธิปัตย์ จากการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2548 นอกจากนี้ยังดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการพรรค และดูแลงานทางด้านต่างประเทศและความมั่นคง ในการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2550 หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในระบบสัดส่วนโซน 6 กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และนนทบุรี ลำดับที่ 3 และชนะการเลือกตั้ง

ภายหลังการเลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550 และมีการจัดตั้งรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช พรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นฝ่ายค้านพรรคเดียวได้ประกาศตั้งคณะรัฐมนตรีเงาขึ้น ในเดือนกุมภาพันธ์ 2551 และหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้รับเลือกจากที่ประชุมพรรค ให้ทำหน้าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเงา

การตกลงเป็นตัวประกันในเหตุการณ์ยึดสถานทูตพม่า พ.ศ. 2542[แก้]

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2542 ในรัฐบาลชวน หลีกภัย เกิดเหตุการณ์ก๊อด อาร์มี่ กองกำลังติดอาวุธของนักศึกษาพม่า บุกเข้ายึดสถานเอกอัครราชทูตพม่า ประจำประเทศไทย ที่ถนนสาทรเหนือ และจับเจ้าหน้าที่สถานทูตเป็นตัวประกัน

หลังการเจรจาต่อรองเป็นเวลาหลายชั่วโมง ผู้ก่อการร้ายยินยอมปล่อยตัวประกัน แลกกับให้ทางการไทยจัดเฮลิคอปเตอร์ไปส่งที่ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นชายแดนไทย-พม่า โดย หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในขณะนั้น เสนอตัวเป็นตัวประกันนั่งโดยสารไปด้วยเพื่อรับรองความปลอดภัยจนกระทั่งถึงที่หมาย ทำให้เหตุการณ์ครั้งนั้นยุติลงได้โดยไม่มีการสูญเสียชีวิต[ต้องการอ้างอิง]

การลงนามในบันทึกข้อตกลงปักปันเขตแดนไทย-กัมพูชา พ.ศ. 2543[แก้]

ในปี พ.ศ. 2543 หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศขณะนั้น ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย - กัมพูชา (ฝ่ายไทย) ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก ในระหว่างการเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการของ นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 14 - 16 มิถุนายน พ.ศ. 2543

บันทึกความเข้าใจดังกล่าว มีสาระสำคัญส่วนหนึ่ง คือ การสำรวจและปักหลักเขตแดนทางบกจะดำเนินการโดยใช้เอกสารหลักฐานที่ผูกพันไทยและกัมพูชาตามกฎหมายระหว่างประเทศ คืออนุสัญญาฉบับลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1904 สนธิสัญญาฉบับลงวันที่ 23 มีนาคม ค.ศ. 1907 กับพิธีสารแนบท้าย และ แผนที่แสดงเส้นเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชามาตราส่วน 1:200,000 ซึ่งจัดทำขึ้นตามผลงานของ คณะกรรมการปักปันเขตแดนระหว่างสยามกับอินโดจีน

ต่อมาในปี พ.ศ. 2551 หลังเกิดกรณี นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ลงนามในเอกสารแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ซึ่งอาจมีผลเปลี่ยนแปลงเขตแดนประเทศไทยโดยมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เกิดการโจมตีหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์และพรรคประชาธิปัตย์ เกี่ยวกับการลงนามในบันทึกความเข้าใจไทย-กัมพูชา พ.ศ. 2543 ที่ระบุให้การจัดทำหลักเขตแดนยึดตามแผนที่ฝรั่งเศส-สยาม (ค.ศ. 1904) เป็นแนวทาง โดยไม่ระบุแผนที่แอล 7017 ของสหรัฐอเมริกาที่ไทยใช้อ้างอิง ซึ่งอาจตีความได้ว่ามีผลเปลี่ยนแปลงเขตแดนประเทศ มาตั้งแต่ พ.ศ. 2543 ก่อนการลงนามของนายนพดล ปัทมะ เรื่องดังกล่าว ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ได้ชี้แจงว่าการระบุถึงแผนที่ ค.ศ. 1904 เป็นการระบุประกอบเอกสารหลักคือ อนุสัญญา ค.ศ. 1904 และ สนธิสัญญา ค.ศ. 1907 ซึ่งแผนที่จะขัดหรือแย้งไม่ได้ การลงนามในปี พ.ศ. 2543 จึงไม่มีผลเปลี่ยนแปลงเขตแดนประเทศแต่อย่างใด [5]

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสมัยแรก[แก้]

ภายหลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีชี้มูลความผิด นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในคดีทุจริตโครงการจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิง และอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยของกรุงเทพมหานคร มูลค่า 6,800 ล้านบาท และนายอภิรักษ์ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบนั้น คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ จึงมีมติเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ส่งชื่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เป็นผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตรได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร การบริหารงานของสุขุมพันธ์ไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบของชาวกรุงเทพมากนัก และมักจะได้รับเสียงก่นด่าอยู่เสมอจากการบริการงานที่ล่าช้าและไม่โปร่งใส อาทิ การสร้างสนามบางกอกอารีนาไม่ทันการแข่งขันฟุตซอลโลก, กล้องซีซีทีวีปลอม, การต่อสัญญาสัมปทานบีทีเอส 30 ปี, ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก[6] ซึ่งหลายครั้งที่เขาตำเป็นประเด็นก็จะเก็บตัวเงียบไม่พบสื่อ จนถูกตั้งฉายาว่า "หม่อมเอ๋อ"

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสมัยสอง[แก้]

แม้ว่าจะไม่เป็นที่ชื่นชอบของประชาชนมากนัก แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็ตัดสินใจส่งสุขุมพันธ์ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่ากรุงเทพมหานครสมัยที่สอง[7] ในการเลือกตั้งเมื่อ 3 มีนาคม พ.ศ. 2556 ซึ่งสุขุมพันธ์ต้องแข่งขันกับ พลตำรวจเอก พงศพัศ พงษ์เจริญ คู่แข่งจากพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรครัฐบาล การสำรวจโดยสำนักโพลต่างๆก่อนการเลือกตั้ง พบว่าพงศพัศ มีคะแนนนำสุขุมพันธ์ในการสำรวจทุกครั้ง[8] และมวลชนที่เคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์ก็หันไปสนับสนุนผู้สมัครคนอื่นๆ จนพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งดิ้นรนที่จะรักษาฐานอำนาจทางการเมืองจำเป็นต้องหาเสียงโดยใช้วาทกรรม "ไม่เลือกเรา เขามาแน่" และกล่าวหาฝ่ายตรงข้ามว่าเป็นพวก "เผาบ้านเผาเมือง"[9] เพื่อจูงใจคนที่ไม่ชอบพรรคเพื่อไทยหันมาเทคะแนนให้พรรคประชาธิปัตย์แทนที่จะไปเลือกผู้สมัครคนอื่นซึ่งจะเป็นคะแนนที่เสียเปล่า การหาเสียงด้วยวาทกรรมนี้ ช่วยให้สุขุมพันธ์พลิกกลับมาชนะการเลือกตั้ง ด้วยคะแนนเสียง 1,256,349 เสียง ซึ่งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร [10]

ความล้มเหลวด้านบริหาร[แก้]

ในช่วงของวาระที่สอง สุขุมพันธ์ได้ให้ความช่วยเหลือในการชุมนุมของกปปส.ในการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลพรรคเพื่อไทย โดยมีการอำนวยความสะดวกทั้งในเรื่องของระบบไฟฟ้าและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แม้ว่าเขาจะออกมาแก้ต่างว่าเป็นหน้าที่ของกทม.ที่ควรจะทำโดยไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย[11] สุขุมพันธ์ใช้งบประมาณไปอย่างสิ้นเปลืองในโครงการต่างๆของกรุงเทพมหานคร มีการใช้งบกว่า 1.28 พันล้านบาท จัดซื้อเครื่องดนตรีให้แก่โรงเรียนในสังกัดทั้งๆที่ไม่มีบุคลากรครูผู้สอน[12] และยังมีการใช้งบ 39 ล้านบาทในการประดับตกแต่งไฟบริเวณลานคนเมืองและขั้นตอนไม่โปร่งใส[13] การบริหารงานของสุขุมพันธ์นั้นดื้อดึงและย่ำแย่ถึงขนาดที่พรรคประชาธิปัตย์พยายามพูดคุยกับสุขุมพันธ์แต่ก็ถูกเพิกเฉย จนพรรคต้องออกมาประกาศตัดสัมพันธ์กับสุขุมพันธ์ในวันที่ 21 มกราคม 2559 [14]

ทั้งที่สุขุมพันธ์ผู้ว่ามาหลายปีและไปดูงานการจัดการน้ำในยุโรปหลายครั้ง แต่สุขุมพันธ์ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในกรุงเทพมหานครได้ จนประชาชนต้องออกมาโจมตีเขา เขาได้ออกมากล่าวว่า "...ถ้าไม่อยากมีจุดเสี่ยงเรื่องน้ำท่วม ต้องไปอยู่บนดอยครับ"[15] ซึ่งทวีความไม่พอใจในหมู่ประชาชน และกรณีอื่นๆ อาทิ การปฏิเสธโครงการความช่วยเหลือแบบให้เปล่าด้านโรงไฟฟ้าขยะจากรัฐบาลญี่ปุ่น เนื่องจากมีโครงการอยู่กับบริษัทจากจีน[16] นอกจากนี้ยังมีการใช้งบประมาณกว่า 16.5 ล้านบาทในการตกแต่งห้องทำงานส่วนตัว[17] และยังมีการจัดซื้อรถดับเพลิงขนาดเล็กพวงมาลัยซ้ายสมรรถนะต่ำในราคาคันละ 8 ล้าน และเรือดับเพลิงขนาดเล็กคันละ 10 ล้าน แม้จะถูกสตง.ท้วงติงในโครงการต่างๆว่าไม่ควรตรวจรับ แต่กทม.ภายใต้การบริหารของสุขุมพันธ์ก็ดำเนินการต่อจนแล้วเสร็จ[18]

แม้ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย จะออกมาเรียกร้องให้สุขุมพันธ์แสดงความรับผิดชอบต่อข้อครหาต่างๆโดยการลาออกจากตำแหน่ง แต่สุขุมพันธ์ก็ยืนยันที่จะไม่ลาออก [19] ในขณะที่มีกระแสบางส่วน ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลใช้อำนาจตามมาตรา 44 ปลดสุขุมพันธ์ออกจากตำแหน่งผู้ว่า[20]จนในที่สุดในวันที่ 25 สิงหาคม 2559 การเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครของเขาก็จบลงทางพฤตินัย โดยอำนาจตามมาตรา 44

ความไม่โปร่งใสระหว่างดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร[แก้]

ในวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินแถลงว่าได้ยื่นเรื่องการตรวจสอบโครงการติดไฟประดับอุโมงค์ไฟแอลอีดี จำนวน 5 ล้านดวง งบประมาณ 39.5 ล้านบาทแก่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติและกระทรวงมหาดไทย [21]เพื่อให้แจ้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการมหาดไทย แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.และนายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าฯกทม. ตามพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 มาตรา 123 และพิจารณากำหนดแนวทางการปฏิบัติในการใช้จ่ายเงินงบประมาณ เงินงบกลาง ประเภทเงินสำรองจ่ายทั่วไป กรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นให้ใช้จ่าย แจ้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ในฐานะพนักงานสอบสวนตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 ให้ดำเนินคดีแก่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ต่อมาโครงการติดไฟประดับอุโมงค์ไฟแอลอีดี มีปปช.มีมติตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง นาย จุมพล สำเภาพล รองผู้ว่ากทม. และบุคคลอื่นอีก 14 รายแต่ไม่สอบสวน หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร[22]

พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน แถลงอีกว่ากำลังตรวจสอบ โครงการจัดซื้อจ้ดจ้างของกทม. อีก 2-3 อาทิโครงการจัดซื้อเครื่องดนตรี โครงการตกแต่งห้องทำงานส่วนตัว 16.5 ล้านบาท โครงการจัดซื้อรถกู้ภัยขนาดเล็กในราคาแพงเกินจริง[23]

จนเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2559 ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 50/2559 ให้สุขุมพันธุ์ระงับการปฏิบัติราชการ หรือหน้าที่ในกรุงเทพมหานครเป็นการชั่วคราวโดยยังไม่พ้นจากตําแหน่ง จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงคําสั่ง โดยอาศัยอํานาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557[24]ซึ่งมีการแต่งตั้ง ผุสดี ตามไท รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้ดำรงตำแหน่งรักษาการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในวันเดียวกัน[25]โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เหตุผลว่าเพื่อให้การดำเนินการตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อกล่าวหาใดที่ ฟ้องร้อง สุขุมพันธุ์ บริพัตร โดยตรง

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย[แก้]

เครื่องอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ[แก้]

ลำดับสาแหรก[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. เปิดประวัติ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ว่าที่ ผู้ว่าฯ กทม. 2556
  2. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี
  3. คณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 53
  4. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี (จำนวน 35 ราย)
  5. ตามไม่ทันเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เรียกดูข้อมูลเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2551
  6. “คุณชาย” ยันต่อสัญญา BTS 30 ปี ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่เอี่ยวการเมือง
  7. ประชาธิปัตย์ เคาะชื่อ สุขุมพันธุ์ ชิงผู้ว่า กทม. 27 ธันวาคม 2555
  8. สวนดุสิตโพลสำรวจเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งที่ 3 “พงศพัศ” ยังนำ “สุขุมพันธุ์” 15 ก.พ. 2556
  9. มหานครแห่งความเกลียด คมชัดลึก. 4 ก.พ. 2556
  10. สุขุมพันธุ์ ชนะเลือกตั้งผู้ว่าฯทุบสถิติคะแนนสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์
  11. จุดแข็งของสุขุมพันธุ์ โพสต์ทูเดย์. 14 กรกฎาคม 2559
  12. ราคาซื้อโหดไป! สตง.ตั้ง 3 ประเด็น ลุยสอบเครื่องดนตรี 'สุขุมพันธุ์' 1.2 พันล. อิศรา. 15 ธันวาคม 2558
  13. สุขุมพันธุ์ ชี้งบแต่งไฟลานคนเมือง 39 ล้าน แค่ได้เห็นก็คุ้มค่าแล้ว
  14. Nation TV "เบื้องหลัง ปชป.กดดัน“สุขุมพันธุ์” พ้นพรรค-ทิ้งผู้ว่าฯกทม." 21 มกราคม 2559. เนชั่นทีวี
  15. เราเป็นเมืองน้ำ เราเป็นเมืองฝน ถ้าไม่อยากมีจุดเสี่ยงเรื่องน้ำท่วม ต้องไปอยู่บนดอย สปริงนิวส์. 26 มี.ค. 58
  16. ญี่ปุ่นมึนแจกเตาเผาขยะฟรีแต่ กทม.ไม่รับ "กรอ." ถกมหาดไทยหาพื้นที่ใหม่ติดตั้งแทน ไทยรัฐ 15 กรกฎาคม 2558
  17. ส่องเลย รายการปรับปรุงห้องทำงาน “สุขุมพันธ์”16.5ล้าน บ้าระห่ำ-ฟุ่มเฟือย ทีนิวส์. 14 มิถุนายน 2559
  18. "ผู้ว่าสตง."สอน"ชายหมู" ใช้จ่ายเงินประชาชน ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่า เนชั่น. 16 กรกฎาคม 2559
  19. “บุญยอด” แนะ “สุขุมพันธุ์” ควรลาออกพ้นผู้ว่าฯ หากป.ป.ช. สอบไฟ 39 ล้าน 5 พ.ค. 59
  20. ม.44ปลด'สุขุมพันธุ์'ขึ้นกับนายกฯ คมชัดลึก. 22 ม.ค. 2559
  21. https://www.isranews.org/investigative/investigate-procure/item/46994-ืnews_46994.html
  22. http://www.manager.co.th/UpToDate/ViewNews.aspx?NewsID=9590000048414
  23. http://thaipublica.org/2016/08/sukumpan-boripat-15-8-2559/
  24. ราชกิจจานุเบกษา, คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕๐/๒๕๕๙ เรื่อง ประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบเพิ่มเติม ครั้งที่ ๖ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๑๘๘ ง วันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๙
  25. "“ผุสดี ตามไท”นั่งรักษาการผู้ว่าฯกทม.". มคมชัดลึกออนไลน์. 2559, 25 สิงหาคม. สืบค้นเมื่อ 25-08-2559. 
  26. ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย (ชั้นสายสะพาย ในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒ จำนวน ๔,๘๙๖ ราย) เล่ม 116 ตอนที่ 20ข วันที่ 2 ธันวาคม 2542
  27. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ชั้นสายสะพาย จำนวน ๕,๐๑๖ ราย ในวโรกาสพระราชพิธีฉัตรมงคล วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๔๑)
  28. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ประจำปี 2554
  29. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ นายชวน หลีกภัย, นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ, หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธ์ บริพัตร, เล่ม ๑๑๗, ตอน ๕ ข, ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓, หน้า ๑

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ถัดไป
อภิรักษ์ โกษะโยธิน 2leftarrow.png Seal Bangkok green trans.png
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
(สมัยที่ 1 11 มกราคม พ.ศ. 2552 - 9 มกราคม พ.ศ. 2556

สมัยที่ 2 29 มีนาคม พ.ศ. 2556 - ปัจจุบัน)

2rightarrow.png ยังอยู่ในตำแหน่ง