พิมพา จันทร์ประสงค์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
นางพิมพา จันทร์ประสงค์
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
25 ตุลาคม พ.ศ. 2537 – 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2538
นายกรัฐมนตรี นายชวน หลีกภัย
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
ดำรงตำแหน่ง
3 กรกฎาคม พ.ศ. 2539 – 14 สิงหาคม พ.ศ. 2539
นายกรัฐมนตรี นายบรรหาร ศิลปอาชา
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 16 สิงหาคม พ.ศ. 2496
จังหวัดนนทบุรี ประเทศไทย
เสียชีวิต 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 (64 ปี 271 วัน)
พรรคการเมือง ประชาธิปัตย์
คู่สมรส นายถวิล จันทร์ประสงค์ (ถึงแก่อนิจกรรม)
ศาสนา พุทธ

พิมพา จันทร์ประสงค์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลของนายชวน หลีกภัย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลของนายบรรหาร ศิลปอาชา และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี 5 สมัย และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ต่อมาได้เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์

ประวัติ[แก้]

นางพิมพา จันทร์ประสงค์ เกิดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2496[1] สำเร็จการศึกษา สาขาการจัดการทั่วไป จากมหาวิทยาลัยเกริก[2] สมรสกับนายถวิล จันทร์ประสงค์ มีบุตร ได้แก่ นายธรรมศักดิ์ จันทร์ประสงค์ นางสาวจิตรา จันทร์ประสงค์ นางสาวสุภาวดี จันทร์ประสงค์ นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ นางสาวทิวลิป จันทร์ประสงค์ และนายวันชนะ จันทร์ประสงค์

นางพิมพาถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 ด้วยโรคไตวายขณะอายุได้ 64 ปี [3]

การทำงาน[แก้]

นางพิมพา จันทร์ประสงค์ เข้าสู่การเมืองครั้งแรกในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2535 จากนั้นก็ได้รับการเลือกตั้งติดต่อกันเรื่อยมา รวมทั้งสิ้น 5 สมัย เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลของนายชวน หลีกภัย ในปี พ.ศ. 2537 หรือคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 50[4] ซึ่งได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีเดียวกันกับผู้เป็นสามี คือ ถวิล จันทร์ประสงค์ และได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีอีกครั้งในรัฐบาลของนายบรรหาร ศิลปอาชา หรือคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 51 ในปี พ.ศ. 2539 ในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549[5]

ต่อมาในปี พ.ศ. 2556 ภายหลังจากพ้นโทษถูกตัดสิทธิทางการเมืองแล้ว พิมพาพร้อมกับนายมานะศักดิ์ บุตรชาย ได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ [6] และได้รับการทาบทามจากทางพรรค เพื่อวางตัวให้เป็นผู้สมัคร ส.ส.ในการเลือกตั้งฯ พ.ศ. 2562 ในนามพรรคประชาธิปัตย์ แต่ได้ถึงแก่อนิจกรรมเสียก่อน [7]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]