พระยาโกมารกุลมนตรี (ชื่น โกมารกุล ณ นคร)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระยาโกมารกุลมนตรี
(ชื่น โกมารกุล ณ นคร)
เสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ
ดำรงตำแหน่ง
26 ตุลาคม พ.ศ. 2472 – 9 เมษายน พ.ศ. 2475
ก่อนหน้า กรมหมื่นทิวากรวงศ์ประวัติ
ถัดไป พระยามโนปกรณนิติธาดา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ
ดำรงตำแหน่ง
21 มิถุนายน พ.ศ. 2476 – 29 มีนาคม พ.ศ. 2477
ก่อนหน้า เจ้าพระยาวงษานุประพัทธ์
ถัดไป พระสารสาสน์พลขันธ์
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 16 สิงหาคม พ.ศ. 2434
เสียชีวิต 31 มกราคม พ.ศ. 2504
คู่สมรส คุณหญิงโสภาพรรณ โกมารกุลมนตรี
ศาสนา พุทธ

มหาอำมาตย์เอก พระยาโกมารกุลมนตรี (ชื่น โกมารกุล ณ นคร) (16 สิงหาคม พ.ศ. 2434 - 31 มกราคม พ.ศ. 2504) เป็นอดีตเสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ ในรัฐบาลพระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน)

ประวัติ[แก้]

พระยาโกมารกุลมนตรี (ชื่น โกมารกุล ณ นคร) เกิดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2434 เป็นบุตรของนายพลพ่าย (ชวน โกมารกุล ณ นคร) และคุณจวง บุนนาค จบการศึกษาชั้นต้นที่โรงเรียนสุขุมาลัย และที่โรงเรียนอุดมวิทยายน วัดอนงคาราม

รับราชการ[แก้]

พระยาโกมารกุลมนตรี ได้เข้าฝึกราชการในกรมตรวจและกรมสารบาญชี กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ต่อมาใน พ.ศ. 2452 ได้เป็นเสมียนในกรมตรวจและกรมสารบาญชี พ.ศ. 2460 ได้รับราชการในตำแหน่งพนักงานอัยการ สังกัดกระทรวงยุติธรรม พ.ศ. 2462 โอนไปรับราชการในกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ พ.ศ. 2469 ได้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมบาญชีกลาง[1] ภายหลังที่ได้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมบาญชีกลางอยู่ประมาณ 3 ปี ก็ได้โปรดเกล้า ฯ ให้รั้งตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2472 ต่อมา 1 เมษายน พ.ศ. 2473 ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงพระคลังสมบัติ ถึงเดือนเมษายน พ.ศ. 2475 จึงได้กราบถวายบังคมลาออก[2]

งานการเมือง[แก้]

พ.ศ. 2476 ได้มีการก่อตั้งกระทรวงเศรษฐการ พระยาโกมารกุลมนตรีจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ ในรัฐบาลพระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน)[3] จนกระทั่งพ.ศ. 2477 ได้กราบถวายบังคมลาออกจากตำแหน่ง โดยอ้างเหตุผลว่าป่วย ไม่สามารถรับราชการได้เต็มที่[4]

ครอบครัว[แก้]

พระยาโกมารกุลมนตรี (ชื่น โกมารกุล ณ นคร) สมรสกับคุณหญิงโสภาพรรณ โกมารกุล ณ นคร เมื่อพ.ศ. 2461 มีบุตรธิดา 10 คน[5]

พระยาโกมารกุลมนตรี (ชื่น โกมารกุล ณ นคร) ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อ 31 มกราคม พ.ศ. 2504 พระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส 23 มีนาคม พ.ศ. 2504[6]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]