เจตนา นาควัชระ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ เจตนา นาควัชระ (เกิดวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2480 —) เป็นอดีตคณบดีคณะอักษรศาสตร์ และอดีตรองอธิการบดี แห่งมหาวิทยาลัยศิลปากร ดร. เจตนา ยังเป็นนักวิจารณ์วรรณกรรมที่มีชื่อเสียงและโดดเด่นคนหนึ่งในสังคมไทย นอกจากนี้ยังเป็นผู้ประดิษฐ์คำว่า "วัฒนธรรมแห่งการวิจารณ์"[1] "สายกลางแห่งการวิจารณ์"[2] และ "วานรชำราบ"[3] เป็นต้น

ประวัติ[แก้]

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ เจตนา นาควัชระ หรือ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.เจตนา นาควัชระ เกิดเมื่อ พ.ศ. 2480 ที่กรุงเทพฯ จบมัธยมปลายที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ เมื่อ พ.ศ. 2497 โดยสอบได้เป็นที่ 1 ของประเทศในแผนกอักษรศาสตร์ จากนั้นจึงศึกษาต่อในคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนจบชั้นปีที่ 1 ได้รับทุนรัฐบาลไปศึกษา ณ ประเทศอังกฤษ จบปริญญาตรีสาขาภาษาปัจจุบันจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ แล้วศึกษาต่อระดับปริญญาเอก สาขาวรรณคดีเปรียบเทียบ ณ มหาวิทยาลัยทือบิงเงน ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน ศาสตราจารย์ ดร.เจตนา นาควัชระ กลับมารับราชการในกระทรวงศึกษาธิการ จนถึง พ.ศ. 2511 จากนั้นท่านจึงย้ายไปเป็นอาจารย์รุ่นแรกของมหาวิทยาลัยศิลปากร ณ พระราชวังสนามจันทร์ เมื่อ พ.ศ. 2514 แล้วจึงออกจากราชการไปปฏิบัติราชการในองค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asia Ministers of Education Organization หรือ SEAMEO) ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้รักษาการแทนต่อมาได้กลับเข้ารับราชการในมหาวิทยาลัยศิลปากร ในตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวางแผนพัฒนา จนกระทั่งเกษียณอายุราชการในตำแหน่งศาสตราจารย์ระดับ 11 ใน พ.ศ. 2540

รางวัล[แก้]

  • มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก
  • Goethe Medal และ Bundesverdienstkreuz (First Class) จากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน
  • Chevalier dans l’ordre des arts et des lettres จากฝรั่งเศส
  • เป็น Fulbright Visiting Professor ที่ U.C. Berkeley สหรัฐอเมริกา
  • ได้รับ Research Prize in the Humanities จากมูลนิธิ Alexander von Humboldt เยอรมนี
  • ได้รับเชิญให้เป็นปาฐถก ในการแสดงปาฐกถาปฐมฤกษ์ของสถาบันปรีดี พนมยงค์
  • ได้รับเชิญให้เป็นปาฐก การศึกษาเพื่อความเป็นไทสนทนาครั้งปฐมฤกษ์ ซึ่งจัดโดยกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท

แนวคิด[แก้]

คนจนนั้นใช่ว่าจะถูกกำหนดด้วยสิ่งแวดล้อมจนเป็นทาสของวัตถุไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คนจนยังมีความเป็นมนุษย์ คนจนยังมีทางเลือกที่จะเป็นอิสระ เป็นไทแก่ตัวเอง นั้นก็คือการเปลี่ยนสภาพ เปลี่ยนถิ่นฐาน จากความจนชนิดหนึ่งไปสู่ความจนอีกแบบหนึ่งนั่นเอง[4]

– เจตนา นาควัชระ

หนังสือที่เขียนขึ้น[แก้]

  • กวีนิพนธ์เยอรมัน : บทวิเคราะห์และสรรนิพนธ์ : รายงานการวิจัย 2541
  • จากตะวันออก-ตะวันตก สู่โลกาภิวัฒน์ทางปัญญา 2546
  • เก่ากับใหม่อะไรดี : มนุษยศาสตร์ไทยในกระแสของความเปลี่ยนแปลง 2548
  • ครุ่นคิดพินิจนึก 2544
  • ความอยู่รอดของมนุษยศาสตร์ไทย 2552
  • คู่มือ Leben des Galilei ของ Bertolt Brecht 2522
  • จากแผ่นดินแม่สู่แผ่นดินอื่น : รวมบทความวิชาการและบทวิจารณ์ 2548
  • ทฤษฎีเบื้องต้นแห่งวรรณคดี 2521

อ้างอิง[แก้]

  1. เจตนา นาควัชระ.(2552) พลังปัญญาทางมนุษยศาสตร์(พิมพ์ครั้งที่1). กรุงเทพฯ โครงการวิถีทรรศน์ (หน้า 59)
  2. เจตนา นาควัชระ.(2555) ทางสายกลางแห่งวิจารณ์(พิมพ์ครั้งที่1). กรุงเทพฯ Openbooks (หน้า 9)
  3. เจตนา นาควัชระ.(2542) ลบเส้นพรมแดนแห่งศิลปะ(พิมพ์ครั้งที่1). กรุงเทพฯ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (หน้า 12)
  4. เจตนา นาควัชระ (2530). ทางอันไม่รู้จบของวัฒนธรรมแห่งการวิจารณ์ (พิมพ์ครั้งที่1). กรุงเทพฯ: เทียนวรรณ

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]