วรงค์ เดชกิจวิกรม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
นายแพทย์ วรงค์ เดชกิจวิกรม
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2504 (58 ปี)
อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย
พรรคการเมือง ไทยรักไทย (2544-2547)
ประชาธิปัตย์ (2548-2562)
รวมพลังประชาชาติไทย (2562-ปัจจุบัน)
คู่สมรส พญ.สุวรี เดชกิจวิกรม
ลายมือชื่อ

นายแพทย์ วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต​สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก สังกัดพรรคประชาธิปัตย์

ประวัติ[แก้]

น.พ. วรงค์ เดชกิจวิกรม มีชื่อเล่นว่า "โก๋"[1] เกิดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2504 ที่อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษา จากโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร กรุงเทพมหานคร ระดับปริญญาตรี แพทยศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระดับปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) และวุฒิบัตรแพทย์ผู้ชำนาญเฉพาะทาง สาขาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่[2] ซึ่งในขณะศึกษานั้น ได้รับเลือกให้เป็นนายกสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (อ.มช.) อีกด้วย

ด้านชีวิตครอบครัว น.พ.วรงค์ สมรสกับแพทย์หญิงสุวรี เดชกิจวิกรม (ชื่อเล่น: น้อง) โดยทั้งคู่คบหากันมาตั้งแต่สมัยเรียนระดับชั้นอุดมศึกษา มีบุตร-ธิดา 2 คน[1]

การทำงาน[แก้]

การรับราชการ[แก้]

น.พ.วรงค์ เคยรับราชการเป็นนายแพทย์ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข และเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลโซ่พิสัย จ.หนองคาย เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลพรเจริญ จ.หนองคาย เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลพุทธชินราช จ.พิษณุโลก ต่อมาจึงได้ลาออกจากราชการเพื่อเข้าสู่งานการเมือง

งานการเมือง[แก้]

น.พ.วรงค์ เริ่มต้นงานการเมืองภายหลังลาออกจากราชการ โดยแรกเริ่มอยู่ในสังกัดพรรคไทยรักไทย แต่ทว่าได้ลาออกจากพรรคไทยรักไทย เมื่อทางพรรคได้เปลี่ยนแปลงตัวผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก เมื่อปี พ.ศ. 2547 ดังนั้น เจ้าตัวจึงย้ายไปอยู่ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์แทน และได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก ในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2548 และได้รับเลือกตั้งอีกในปี พ.ศ. 2550 และ พ.ศ. 2554[3] สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เขาเคยได้รับแต่งตั้งเป็นรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร

น.พ.วรงค์ มีบทบาทในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในเรื่องนโยบายจำนำข้าว และเป็นที่ยอมรับของฝ่ายค้านด้วยกัน[4]

กระทั่งวันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 นายแพทย์วรงค์ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ ต่อนาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์โดยให้มีผลทันที [5] และเตรียมแถลงชี้แจงเหตุผลการลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ในวันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 [6] โดยในวันเดียวกันนายแพทย์วรงค์ได้สมัครเป็นสมาชิก พรรครวมพลังประชาชาติไทย แบบตลอดชีพ [7]

และในปัจจุบัน นายแพทย์วรงค์ยังได้กล่าวโจมตีคนของพรรคการเมืองขั้วตรงข้ามอยู่อย่างต่อเนื่องโดยใช้การล้มเจ้าหรือล้มระบอบกษัตริย์มาเป็นประเด็นในการกล่าวหา ( หรือที่รู้จักกันในนามการ ‘โหน’ ) โดยอ้างว่าพรรคขั้วตรงข้ามเป็นพวกชังชาติและคิดล้มล้างระบอบกษัตริย์ เนื่องจากในสมัยที่นายแพทย์วรงค์ยังอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ ตนได้สอบตกและพ่ายแพ้ให้กับ สส.จังหวัดพิษณุโลกของพรรคที่กล่าวอ้าง จึงอาจเป็นเหตุให้ตนพยายามเข้ามามีบทบาททางการเมืองโดยการโจมตีไปยังหัวหน้าพรรคและรองหัวหน้าพรรคนั้น อีกทั้งยังบล็อกคนเห็นต่างในเพจเฟซบุ๊กของตน ซึ่งการไม่รับฟังความเห็นต่างจากประชาชนก็นับได้ว่าเป็นสิ่งที่ผิดจากระบอบประชาธิปไตย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

  • มหาวชิรมงกุฏ (ม.ว.ม.)
  • ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.)

อ้างอิง[แก้]