ข้ามไปเนื้อหา

วรงค์ เดชกิจวิกรม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วรงค์ เดชกิจวิกรม
หัวหน้าพรรคไทยภักดี
เริ่มดำรงตำแหน่ง
16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568
(28 วัน)
ก่อนหน้ากรรญดา ณ หนองคาย
ดำรงตำแหน่ง
24 สิงหาคม พ.ศ. 2564  5 สิงหาคม พ.ศ. 2566
(1 ปี 11 เดือน 12 วัน)
ก่อนหน้าก่อตั้งพรรค
ถัดไปอิสราพร นรินทร์
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก
ดำรงตำแหน่ง
6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548  8 ธันวาคม พ.ศ. 2556
(8 ปี 10 เดือน 2 วัน)
ก่อนหน้าพิทักษ์ สันติวงศ์เดชา
ถัดไปปดิพัทธ์ สันติภาดา
ประธานพรรคไทยภักดี
ดำรงตำแหน่ง
5 สิงหาคม พ.ศ. 2566  16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568
(2 ปี 3 เดือน 11 วัน)
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด1 พฤษภาคม พ.ศ. 2504 (64 ปี)
อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ประเทศไทย
พรรคการเมืองไทยรักไทย (2546–2547)
ประชาธิปัตย์ (2547–2562)
รวมพลัง (2562–2563)
ไทยภักดี (2564–ปัจจุบัน​)
คู่สมรสสุวรี เดชกิจวิกรม
ลายมือชื่อ

นายแพทย์ วรงค์ เดชกิจวิกรม ม.ว.ม. ป.ช. (เกิด 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2504) เป็นนักการเมืองและอดีตแพทย์ชาวไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคไทยภักดี อดีตประธานพรรคไทยภักดี อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย แกนนำกลุ่มไทยภักดี

ประวัติ

[แก้]

นพ.วรงค์ มีชื่อเล่นว่า "โก๋" เกิดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2504 ที่ตำบลธานี อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ด้านครอบครัวสมรสกับ พญ.สุวรี เดชกิจวิกรม (ชื่อเล่น:น้อง) โดยทั้งคู่คบหากันมาตั้งแต่สมัยเรียนระดับมหาวิทยาลัย มีบุตร-ธิดา 2 คน[1]

สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษา จากโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร กรุงเทพมหานคร ระดับปริญญาตรี แพทยศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระดับปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) และวุฒิบัตรแพทย์ผู้ชำนาญเฉพาะทาง สาขาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่[2] ซึ่งในขณะศึกษานั้น ได้รับเลือกให้เป็นนายกสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (อ.มช.) อีกด้วย

การทำงาน

[แก้]

การรับราชการ

[แก้]

นพ.วรงค์ เคยรับราชการเป็นนายแพทย์ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข และเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลโซ่พิสัย อ.โซ่พิสัย จ.หนองคาย เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลพรเจริญ อ.พรเจริญ จ.หนองคาย เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลพุทธชินราช จ.พิษณุโลก ต่อมาจึงได้ลาออกจากราชการเพื่อเข้าสู่งานการเมือง

งานการเมือง

[แก้]
วรงค์ ขณะสังกัดพรรคไทยภักดี

นพ.วรงค์ มีความสนใจงานการเมืองตั้งแต่สมัยเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เขาวางเส้นทางชีวิตเพื่อก้าวสู่ถนนการเมืองอย่างเป็นลำดับขั้นตอน รับใช้ เรียนรู้ ชีวิตปัญหาประชาชนพื้นที่ชนบทในช่วงแรกเริ่มของการเป็นนายแพทย์ การตัดสินใจเข้าศึกษาระดับปริญญาโท สาขารัฐประศาสนาศาสตร์ สถาบันพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) คือการแสวงหาความรู้ทางการเมือง และเริ่มเป็นที่รู้จักของผู้คนแวดวงต่างๆ โดยแรกเริ่มอยู่ในสังกัดพรรคไทยรักไทย (ทรท.) แต่ทว่าได้ลาออกจากพรรคไทยรักไทย เมื่อทางพรรคได้เปลี่ยนแปลงตัวผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก เมื่อปี พ.ศ. 2547 ดังนั้น เจ้าตัวจึงย้ายไปอยู่ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แทน และได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก ในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2548 และได้รับเลือกตั้งอีกในปี พ.ศ. 2550 และ พ.ศ. 2554[3] สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เขาเคยได้รับแต่งตั้งเป็นรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร เขามีบทบาทในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในเรื่องนโยบายจำนำข้าว และเป็นที่ยอมรับของฝ่ายค้านด้วยกัน[4] นพ.วรงค์ ใช้กลไกรัฐสภาตรวจสอบนโยบายจำนำข้าวจนนำไปสู่การดำเนินคดีจนถึงที่สุดกับผู้เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายการเมือง ข้าราชการและเอกชน[5] ล่าสุด วันที่ 22 พฤษภาคม 2568 ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดให้ นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน กรณีปล่อยปละละเลยคดีทุจริตระบายข่าวแบบจีทูจี วงเงิน 10,028 ล้านบาท นพ.วรงค์ระบุว่า เป็นชัยชนะของประชาชน[6]

เขาลงสมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง[7] กระทั่งวันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 วรงค์ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ต่อ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์โดยให้มีผลทันที [8] และเตรียมแถลงชี้แจงเหตุผลการลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ในวันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 [9] โดยในวันเดียวกัน เขาได้สมัครเป็นสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) แบบตลอดชีพ [10] ต่อมาเขาได้จัดตั้งพรรคไทยภักดีประเทศไทย และทำหน้าที่หัวหน้าพรรค

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 เขาลงสมัครรับเลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรคไทยภักดี แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง

วันที่ 5 สิงหาคม 2566 มีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ นพ.วรงค์ ดำรงตำแหน่งประธานพรรคไทยภักดี[11]

ในบทบาทประธานพรรคไทยภักดี นพ.วรงค์ร่วมเคลื่อนไหวกับภาคประชาชน ทำหน้าที่ฝ่ายค้านนอกสภา ติดตามตรวจสอบหลายประเด็นสำคัญ อาทิ การบังคับโทษทักษิณ ชินวัตร[12] การล่ารายชื่อยกเลิก MOU44[13] การล่ารายชื่อคัดค้าน นโยบายเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ + กาสิโน[14] การเสนอยกเลิก MOU43[15]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. บ้านนี้สีฟ้า รีรัน, รายการทางบลูสกายแชนแนล: เสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2556
  2. "สภาผู้แทนราษฎร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-03-04. สืบค้นเมื่อ 2011-12-24.
  3. "ผลการเลือกตั้ง ส.ส. จังหวัดพิษณุโลก". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-03-04. สืบค้นเมื่อ 2011-12-24.
  4. วิปค้านยกนิ้ว “วรงค์” บี้โกงจำนำข้าว ตอก “เจริญ” ไม่เป็นกลาง หวังลักไก่ล้างผิด[ลิงก์เสีย]
  5. "คดีจำนำข้าว". ฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า. 2020-10-14. สืบค้นเมื่อ 2025-10-30.
  6. ""วรงค์" ชี้ คดีจำนำข้าวจบบนชัยชนะประชาชน หลังศาลสั่ง "ยิ่งลักษณ์" ชดใช้ 10,000 ล้าน". www.thairath.co.th. 2025-05-22. สืบค้นเมื่อ 2025-10-30.
  7. แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ เตรียมหย่อนบัตรปี 62 ส.ส. ลด 23 จังหวัด อีสานหด 10 ที่นั่ง
  8. คอนเฟิร์ม'วรงค์'ลาออกพ้นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์
  9. ปชป.กระเพื่อมอีกแล้ว! ช็อก'วรงค์'ยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรค
  10. ‘หมอวรงค์’ ย้ายซบเป็นสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย
  11. "อิสราพร นรินทร์ Archives". THE STANDARD. สืบค้นเมื่อ 2025-10-30.
  12. หยู (2025-07-31). "'หมอวรงค์' เจาะทุกประเด็นไต่สวนคดีชั้น 14 ครบ 7 นัด ก่อนระทึก!ศาลนัดฟังคำสั่ง 9 กันยา". สืบค้นเมื่อ 2025-10-30.
  13. https://www.pptvhd36.com (2024-11-22). ""หมอวรงค์" นำกลุ่มคนคลั่งชาติ ยื่นกว่าแสนรายชื่อ ร้องยกเลิก MOU 44". pptvhd36.com. สืบค้นเมื่อ 2025-10-30. {{cite web}}: แหล่งข้อมูลอื่นใน |last= (help)
  14. หนึ่ง (2025-03-03). "ม็อบค้านกาสิโน-พนันออนไลน์ ยื่น 1 แสนรายชื่อ จี้นายกฯหยุดมอมเมาประชาชน". สืบค้นเมื่อ 2025-10-30.
  15. ""หมอวรงค์"วิเคราะห์บทสรุป 24 ข้อ ทำไมต้องยกเลิก MOU". mgronline.com. 2025-10-07. สืบค้นเมื่อ 2025-10-30.
  16. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๔, เล่ม ๑๒๘ ตอนที่ ๒๔ ข หน้า ๑๓, ๒ ธันวาคม ๒๕๕๔
  17. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย, เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๑๗ ข หน้า ๓๑, ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๑

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]