ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ดำรงตำแหน่ง
5 ตุลาคม พ.ศ. 2541 – 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543
นายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
ดำรงตำแหน่ง
25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 – 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540
นายกรัฐมนตรี พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ
ดำรงตำแหน่ง
17 ธันวาคม พ.ศ. 2537 – 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2538
นายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 21 ธันวาคม พ.ศ. 2479 (82 ปี)
เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
พรรคการเมือง เพื่อไทย
คู่สมรส รำไพ โล่ห์สุนทร
ศาสนา พุทธ

นายไพโรจน์ โล่สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง เขต 2 พรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในรัฐบาลนายชวน หลีกภัย (2) อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ และในรัฐบาลนายชวน หลีกภัย (1) และเป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปางหลายสมัย (2531, 2535/1, 2535/2, 2538, 2539, 2544, 2548, 2562)

ประวัติ[แก้]

ไพโรจน์ โล่สุนทร เกิดมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2479 เป็นบุตรของนายชัย กับนางทองหยิบ โล่ห์สุนทร[1] สำเร็จการศึกษา รัฐศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง[2] สมรสกับนางรำไพ มีบุตร 5 คน คือ นางสาวตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร นางสาวศรินทร โล่ห์สุนทร นายกิตติกร โล่ห์สุนทร นางสาวณฐาพร โล่ห์สุนทร และนายธนาธร โล่ห์สุนทร[3] ซึ่งในจำนวนนี้มีบุตรถึง 3 คน ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ตำแหน่งทางการเมือง[แก้]

นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง ครั้งแรกในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2531 สังกัดพรรคเอกภาพ ต่อมาเปลี่ยนชื่อพรรคเป็นพรรคสามัคคีธรรม นำโดยนายณรงค์ วงศ์วรรณ หัวหน้าพรรค กระทั่งในการเลือกตั้งเดือนกันยายน พ.ศ. 2535 จึงย้ายมาสังกัดพรรคชาติพัฒนา และได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ในปี พ.ศ. 2537 และในรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ[4] ในปี พ.ศ. 2539 จากนั้นได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในรัฐบาลนายชวน หลีกภัยอีกครั้ง ในปี พ.ศ. 2541

ในปี พ.ศ. 2544 ได้เข้าร่วมกับพรรคไทยรักไทย และได้รับเลือกตั้งอีกสมัย กระทั่งถูกตัดสิทธิทางการเมืองเนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรค[5]

ในปี พ.ศ. 2562 ได้รับเลือกตั้ง เป็น ส.ส. สมัยที่ 9 ในสังกัดพรรคเพื่อไทย และเป็น ส.ส. เขตที่อายุมากที่สุดที่ได้รับเลือกตั้ง คือ 82 ปี

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]