อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 26 มีนาคม พ.ศ. 2521 (41 ปี)
คู่สมรส พิณ สุวรรณภักดี
ศาสนา พุทธ
ลายมือชื่อ
ชื่อเล่น เอ๋

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย และคณาจารย์สถาบันทิศทางไทย อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กทม. เขตจตุจักร พรรคประชาธิปัตย์ ประธานกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย กรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า และอดีตคณะทำงานเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์

ประวัติ[แก้]

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เกิดวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2521 ชื่อเล่น เอ๋[1] เป็นบุตรของ นายสมพงศ์ สุวรรณภักดี อดีตอัยการ กับ นางภคินี สุวรรณภักดี อดีตรองกรรมการผู้จัดการธนาคารมหานคร ซึ่งเคยถูกกล่าวหาในคดีทุจริตการปล่อยสินเชื่อของธนาคารมหานคร ต่อมาศาลพิพากษาถึงที่สุดว่านางภคินีเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่มีความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ตามคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ อ.3481/2559[2]

ชีวิตครอบครัว นายอรรถวิชช์ สมรสกับพิณ สุวรรณภักดี (สกุลเดิม บูรพชัยศรี) มีบุตร 2 คน[3]

นายอรรถวิชช์ มีงานอดิเรกคือ การสะสมรถโบราณ โดยได้ดำรงตำแหน่งเป็น เลขาธิการสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย และเป็นเลขาธิการที่อายุน้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมาอีกด้วย[4] นอกจากนี้แล้วยังมีค่ายมวยเป็นของตัวเอง ชื่อ "ส.สุวรรณภักดี" ที่มีนักมวยในสังกัดเป็นแชมเปี้ยนของเวทีมวยลุมพินีในรุ่นแบนตั้มเวต (118 ปอนด์) คือ ขวานเพชร ส.สุวรรณภักดี[5]

การศึกษา[แก้]

-   ประถมศึกษา มัธยมศึกษา โรงเรียนเซนต์คาเบรียล รุ่น 75 (ศิษย์เก่าดีเด่น)

-   ปริญญาตรี  นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่นรหัส 38 (ศิษย์เก่าดีเด่น)

-   ปริญญาโท  นิติศาสตรมหาบัณฑิต  สาขา กฎหมายการเงินการธนาคาร  มหาวิทยาลัยบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา

-  ประกาศนียบัตรผู้ผ่านการฝึกอบรมวิชาว่าความแห่งสภาทนายความ

-   ประกาศนียบัตรแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับการจัดการความขัดแย้งด้านนโยบายสาธารณะโดยสันติวิธี สถาบันพระปกเกล้า

-   ประกาศนียบัตรชั้นสูง หลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง สถาบันพระปกเกล้า ปปร. รุ่น12

-   ประกาศนียบัตร หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงสถาบันวิทยาการตลาดทุน วตท. รุ่น13

-   ประกาศนียบัตร หลักสูตรการพัฒนากรรมการบริษัทมืออาชีพ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) DCP รุ่น107

-   ประกาศนียบัตร หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการบริหารงานพัฒนาเมือง  มหานคร รุ่น 3                       

-   ประกาศนียบัตร หลักสูตรนักบริหารระดับสูง “ธรรมศาสตร์เพื่อสังคม” นมธ.รุ่น1

นายอรรถวิชช์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคได้แนะนำให้ไปเรียนต่อระดับปริญญาโท จนสำเร็จการศึกษา นิติศาสตรมหาบัณฑิต (กฎหมายการธนาคารและการเงิน) จาก มหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐอเมริกาและลงสมัคร ส.ส.ครั้งแรกกับพรรคประชาธิปัตย์จนได้รับการเลือกตั้งในเวลาต่อมา

การทำงาน[แก้]

นายอรรถวิชช์ เคยรับราชการสังกัดสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง มีผลงานเด่นหลายเรื่อง อาทิ การปรับโครงสร้างหนี้ภาคประชาชน การกำกับดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลให้อยู่ในระดับร้อยละ 28 ต่อปี ซึ่งโดยมากในยุคนั้น สินเชื่อส่วนบุคคล เช่น บัตรอิออน และแคปปิตอล โอเค จะคิดดอกเบี้ยในอัตราที่สูง และการควบรวมกิจการบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรม ธนาคารทหารไทย และธนาคารดีบีเอสไทยทนุ รวมถึงงานร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน การธนาคาร หลายฉบับ

พ.ศ. 2551 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ลงสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 4 คือ เขตจตุจักร, บางซื่อ, หลักสี่ ในนามพรรคประชาธิปัตย์ โดยร่วมทีมกับนายบุญยอด สุขถิ่นไทย และนายสกลธี ภัททิยกุล สามารถชนะเลือกตั้งแบบยกทีม

พ.ศ. 2554 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้รับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 9 คือ จตุจักร

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง

ต่อมาในวันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563 นายอรรถวิชช์ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่าได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563 โดยได้กราบลานาย ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ที่นายอรรถวิชช์ให้ความเคารพนับถือเมื่อวันพุธที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2563 [6]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ข้อมูล ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์
  2. https://pantip.com/topic/31295704/comment13
  3. บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี
  4. คบเด็กฯ : อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กับงานชุบชีวิตรถโบราณ
  5. อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี - ปชป
  6. 'อรรถวิชช์'ลาปชป.อีกราย!เผยตกลงกับ'กรณ์'ทำงานการเมืองแบบ'ถึงไหนถึงกัน'
  7. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๖
  8. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี 2553
  9. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทยประจำปี 2552
  10. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทยประจำปี 2551

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]