สรรพสิริ วิรยศิริ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

สรรพสิริ วิรยศิริ (10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2463 - 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555) อดีตกรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด (ปัจจุบันคือ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ) อดีตผู้อำนวยการ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 9 (ปัจจุบันคือ สถานีโทรทัศน์ช่อง 9 เอ็มคอตเอชดี) และอดีตผู้อำนวยการ สถานีวิทยุกระจายเสียง ท.ท.ท. (ปัจจุบันคือ สถานีวิทยุ อสมท โมเดิร์นเรดิโอ) อดีตผู้สื่อข่าวสงคราม เป็นบุคคลผู้บุกเบิกวงการโทรทัศน์ ข่าวโทรทัศน์ และโฆษณาโทรทัศน์ของไทย

ประวัติ[แก้]

สรรพสิริเกิดเมื่อวันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2463[1] เป็นบุตรชายคนเล็กของพระยามหาอำมาตยาธิบดี (เสง วิรยศิริ) อดีตราชเลขานุการในพระองค์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว[2] กับนาฎ วิรยศิริ มีพี่สามคนคือ ทวีศักดิ์ เข็มน้อย และอนงค์นาฏ จบการศึกษาชั้นมัธยมจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ อนุปริญญาทางกฎหมายจากมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง (ปัจจุบันคือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) และวิชาการถ่ายภาพจากสถาบันการถ่ายภาพแห่งนิวยอร์ก

สรรพสิริเริ่มทำงานตั้งแต่ พ.ศ. 2484 เป็นเจ้าหน้าที่ข่าวต่างประเทศ ของกรมโฆษณาการ (ปัจจุบันคือ กรมประชาสัมพันธ์) และมีงานอดิเรกเป็นผู้สร้างสรรค์ภาพยนตร์โฆษณา โดยสร้างแอนิเมชันในประเทศไทยเป็นคนแรก จากภาพยนตร์โฆษณาชุดหนูหล่อ ของยาหม่องบริบูรณ์บาล์ม, ชุดหมีน้อย ของนมตราหมี ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศ โฆษณาดีเด่นระดับภูมิภาคเอเชีย ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อ พ.ศ. 2486 และชุดแม่มดกับสโนไวท์ ของแป้งน้ำควินนา[3][4]

จากนั้นเมื่อ พ.ศ. 2492 เป็นบุคคลแรกที่เขียนบทความเรื่อง วิทยุภาพ ขึ้น และจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้อ่านบทความดังกล่าวในปี พ.ศ. 2493 จึงมีดำริในการก่อตั้งสถานีวิทยุโทรทัศน์ขึ้น โดยจัดตั้งในรูปบริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2495[5] โดยสรรพสิริเข้าร่วมงานในสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 (ปัจจุบันคือ สถานีโทรทัศน์ช่อง 9 เอ็มคอตเอชดี) ด้วยการเป็นช่างภาพ ผู้รับผิดชอบฝ่ายข่าว และเป็นผู้ประกาศข่าวทางโทรทัศน์รุ่นแรกๆ ร่วมกับอาคม มกรานนท์[6]

ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 สรรพสิรินั่งรถข่าวพร้อมนำกล้องภาพยนตร์ ไปบันทึกภาพเหตุการณ์ความรุนแรง บริเวณรอบนอกมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากนั้นก็นำกลับมาตัดต่อ และบรรยายภาพด้วยตนเอง ตามความเป็นจริงที่พบเห็นมา แล้วนำออกอากาศในช่วงบ่าย ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 9 ส่งผลให้คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ที่นำโดยพลเรือเอก สงัด ชลออยู่ ซึ่งกระทำรัฐประหารในเย็นวันนั้น สั่งให้ปลดสรรพสิริออกจากทุกตำแหน่งใน บจก.ไทยโทรทัศน์ โดยทันที[7] เป็นผลให้ต้องหลบไปพำนักที่จังหวัดระยองเป็นเวลาหลายปี

เมื่อ พ.ศ. 2533 สรรพสิริก่อตั้งชมรมเรารักรถไฟ และหอเกียรติภูมิรถไฟ ซึ่งตั้งอยู่ภายในสวนจตุจักร[8][9] รวมทั้งจัดทำหนังสือ เพื่อนรถไฟ และ รถไฟของเรา ปัจจุบัน จุลศิริ วิรยศิริ ผู้เป็นบุตรชาย รับหน้าที่ดูแลแทน เนื่องจากสรรพสิริ ล้มป่วยลงด้วยอาการอัลไซเมอร์ ตั้งแต่ราวหลายปีก่อน ทั้งนี้ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยประกาศเกียรติคุณ ให้เป็นนักเขียนอาวุโส ผู้มีผลงานเป็นที่ยกย่องกว้างขวาง จึงเป็นหนึ่งในผู้ได้รับรางวัลนราธิป ครั้งที่ 2 ประจำปี พ.ศ. 2545 สรรพสิริถึงแก่กรรมเมื่อวันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555 ขณะมีอายุ 92 ปี[10]

อ้างอิง[แก้]

  1. สรรพสิริ วิรยศิริ, เรารักรถไฟ, หนังสือชุดความรู้ไทยขององค์การค้าแห่งคุรุสภา, 2535
  2. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์เกิดวังปารุสก์ สมัยประชาธิปไตย. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้ง, พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2494, พิมพ์ครั้งที่สิบ พ.ศ. 2532. 360 หน้า. ISBN 974-86938-5-6 ภาคผนวกโดย สรรพสิริ วิรยศิริ
  3. http://www.kartoon-discovery.com/history/history1.html
  4. http://after2k.net/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&p=8547
  5. http://72.14.235.104/search?q=cache:abvhlusv7UoJ:uconnect.dpu.ac.th/dpupost/user/siwanard/folder/41/206.doc+%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B4+%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87+4&hl=th&ct=clnk&cd=3
  6. http://intranet.prd.go.th/journal/content.php?No=1473
  7. http://www.2519.net/autopage/show_page.php?t=10&s_id=21&d_id=2&page=29&start=21
  8. http://www4.sac.or.th/museumdatabase/detail_museum.php?get_id=01-090
  9. http://www.muangboranjournal.com/modules.php?name=News&file=article&sid=867
  10. "สรรพสิริ วิรยศิริ" ผู้บุกเบิกวงการโทรทัศน์ไทย-ผู้บันทึกภาพเหตุการณ์6 ตุลา 19 เสียชีวิตแล้ว จากมติชนออนไลน์