อนุชา นาคาศัย
อนุชา นาคาศัย | |
|---|---|
อนุชา ใน พ.ศ. 2563 | |
| รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ | |
| ดำรงตำแหน่ง 1 กันยายน พ.ศ. 2566 – 27 เมษายน พ.ศ.2567 (7 เดือน 26 วัน) ดำรงตำแหน่งร่วมกับ ไชยา พรหมา | |
| นายกรัฐมนตรี | เศรษฐา ทวีสิน |
| รัฐมนตรีว่าการ | ธรรมนัส พรหมเผ่า |
| ก่อนหน้า | |
| ถัดไป | อรรถกร ศิริลัทธยากร |
| สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท | |
| ดำรงตำแหน่ง 24 มีนาคม พ.ศ. 2562 – 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568 (6 ปี 8 เดือน 18 วัน) | |
| ก่อนหน้า | พรทิวา นาคาศัย |
| รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี | |
| ดำรงตำแหน่ง 5 สิงหาคม พ.ศ. 2563 – 1 กันยายน พ.ศ. 2566 (3 ปี 27 วัน) | |
| นายกรัฐมนตรี | ประยุทธ์ จันทร์โอชา |
| ก่อนหน้า | เทวัญ ลิปตพัลลภ |
| ถัดไป | พวงเพ็ชร ชุนละเอียด |
| เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ | |
| ดำรงตำแหน่ง 27 มิถุนายน พ.ศ. 2563 – 18 มิถุนายน พ.ศ. 2564 (11 เดือน 22 วัน) | |
| ก่อนหน้า | สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ |
| ถัดไป | ธรรมนัส พรหมเผ่า |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |
| เกิด | 15 เมษายน พ.ศ. 2503 อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ประเทศไทย |
| พรรคการเมือง | ไทยรักไทย (2543–2550) เพื่อไทย (2555–2561, 2568–ปัจจุบัน) พลังประชารัฐ (2561–2566) รวมไทยสร้างชาติ (2566–2568) |
| คู่สมรส | พรทิวา ศักดิ์ศิริเวทย์กุล (สมรส 2531 หย่า 2557)[1] |
| ญาติ | จิตร์ธนา ยิ่งทวีลาภา (พี่สาว) อนุสรณ์ นาคาศัย (น้องชาย) อนุรุทธิ์ นาคาศัย (น้องชาย) |
อนุชา นาคาศัย ม.ป.ช. ม.ว.ม. (เกิด 15 เมษายน พ.ศ. 2503) ชื่อเล่น แฮงค์ เป็นนักการเมืองชาวไทย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท สังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นหนึ่งในอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเมื่อ พ.ศ. 2550
ประวัติ
[แก้ไขต้นฉบับ]อนุชา นาคาศัย มีชื่อเล่นว่า "แฮงค์" เกิดเมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2503 ที่ตำบลโพนางดำตก อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท เป็นบุตรของนายสุธน นาคาศัย กับนางสุจิตรา นาคาศัย จบมัธยมศึกษาจาก โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี สาขานิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อปี พ.ศ. 2527[2]มีพี่สาวหนึ่งคน น้องชายสองคน ชื่อนายอนุสรณ์ นาคาศัย นายกสมาคมกีฬาชัยนาท อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท และนายอนุรุทธิ์ นาคาศัย ประธานสโมสรฟุตบอลชัยนาท ฮอร์นบิล และมีพี่สาวชื่อ จิตร์ธนา ยิ่งทวีลาภา เป็น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท
ด้านชีวิตครอบครัว อนุชาเคยสมรสกับพรทิวา นาคาศัย อดีต ส.ส.ชัยนาท อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย มีบุตร-ธิดา 2 คน ปัจจุบันได้หย่ากับภรรยาแล้ว[3]
การทำงาน
[แก้ไขต้นฉบับ]อนุชาเริ่มงานทางการเมืองครั้งแรก ด้วยการเป็นคณะทำงานของ สมศักดิ์ เทพสุทิน สส.สุโขทัย พรรคกิจสังคม[4] จนในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2544 อนุชาได้ลงสมัครในสังกัดพรรคไทยรักไทย ซึ่งเป็นพรรคที่สมศักดิ์ย้ายมาสังกัดอีกด้วย และได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาทครั้งแรก เช่นเดียวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2548 เขาได้รับเลือกเป็นสมัยที่สอง จนในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2549 อนุชาได้ย้ายไปลงสมัครแบบบัญชีรายชื่อแทน โดยเขาได้ลำดับที่ 47 และได้สนับสนุน อนุสรณ์ นาคาศัย ลงสมัครในพื้นที่เดิมของเขา ปรากฎว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ
และต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549[5] โดยใน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2550 อนุชาได้หันมาสนับสนุน พรทิวา นาคาศัย ภรรยาในขณะนั้น ลงสมัครในนาม พรรคมัชฌิมาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรคที่กลุ่มมัชฌิมาของ สมศักดิ์ เทพสุทิน สังกัดอยู่ ภายหลังพรรคถูกยุบ จึงได้มาสนับสนุน พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคที่สืบเนื่องมา และได้ผลักดันให้อดีตภรรยาของตนเป็นเลขาธิการพรรคอีกด้วย
ใน พ.ศ. 2561 นายอนุชาได้ย้ายมาร่วมงานกับ พรรคพลังประชารัฐ พร้อมกับรับตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค และก้าวขึ้นมาเป็นเลขาธิการพรรคเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2563 ต่อมาในเดือนสิงหาคมของปีเดียวกัน เขาได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 อนุชาได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทำให้ต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ปัจจุบันสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ[6]
ต่อมาเขาได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ในปี พ.ศ. 2566[7] ก่อนจะถูกปรับออกจากคณะรัฐมนตรีในปี พ.ศ. 2567
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
[แก้ไขต้นฉบับ]- พ.ศ. 2553 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นสูงสุด มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)[8] - พ.ศ. 2552 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสูงสุด มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)[9]
อ้างอิง
[แก้ไขต้นฉบับ]- ↑ เบื้องหลัง ไร้เงา ‘พรทิวา’ ในวัน ‘เสี่ยแฮงค์-อนุชา’ พบบิ๊กตู่
- ↑ ประวัติผู้สมัคร ส.ส.[ลิงก์เสีย]
- ↑ เบื้องหลัง ไร้เงา ‘พรทิวา’ ในวัน ‘เสี่ยแฮงค์-อนุชา’ พบบิ๊กตู่
- ↑ "'3 สหาย' ใต้เงานายใหญ่ วิถีจอมยุทธ์ 'พวก' เหนือพรรค". bangkokbiznews. 2023-09-10. สืบค้นเมื่อ 2025-10-10.
- ↑ "เปิดรายชื่อ ทั้ง 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นระยะเวลา 5 ปี !!!". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-11-08. สืบค้นเมื่อ 2011-06-02.
- ↑ เปิดรายชื่อสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ
- ↑ "โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง คณะรัฐมนตรี "เศรษฐา" นายกฯ ควบ "รมว.คลัง"". Thai PBS. 2023-09-02. สืบค้นเมื่อ 2025-10-10.
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๓, เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๑๔ ข หน้า ๘, ๘ ธันวาคม ๒๕๕๓
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๒, เล่ม ๑๒๖ ตอนที่ ๑๖ ข หน้า ๒๒, ๔ ธันวาคม ๒๕๕๒
- บุคคลที่เกิดในปี พ.ศ. 2503
- บุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่
- บุคคลจากอำเภอสรรพยา
- นักการเมืองไทย
- คู่สมรสของนักการเมืองไทย
- รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไทย
- สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท
- นักการเมืองพรรคไทยรักไทย
- พรรคภูมิใจไทย
- นักการเมืองพรรคพลังประชารัฐ
- นักการเมืองพรรครวมไทยสร้างชาติ
- บุคคลจากโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
- บุคคลจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
- ผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ม.ป.ช.
- ผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ม.ว.ม.