คำสิงห์ ศรีนอก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
คำสิงห์ ศรีนอก
Khamsing Srinawk.jpg
เกิด25 ธันวาคม พ.ศ. 2473 (90 ปี)
อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา
นามปากกาลาว คำหอม
ค.ส.น.
ชโย สมภาค
อาชีพนักเขียน
ผลงานที่สำคัญ
  • ฟ้าบ่กั้น (2501)
  • กำแพง (2518)
  • แมว (2526)
รางวัลสำคัญศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณกรรม (2535)[1]
คู่สมรสนางประวี ศรีนอก
บุตร3 คน

คำสิงห์ ศรีนอก (เกิด 25 ธันวาคม พ.ศ. 2473 - ) ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ใน พ.ศ. 2535 มีนามปากกาว่า ลาว คำหอม เกิดที่บ้านหนองบัวสะอาด ตำบลหนองบัวสะอาด อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ในครอบครัวชาวนา ต่อมาสำเร็จการศึกษาที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยได้รับรางวัลนักเขียนเรื่องสั้นดีเด่น วาระครอบ 100 ปี เรื่องสั้นไทย งานของลาว คำหอม นอกจากจะเป็นที่ยอมรับและนิยมยกย่องในวงวรรณกรรมไทยแล้ว ยังได้รับความสนใจจากวงวรรณกรรมต่างประเทศ โดยมีการแปลงานของเขาเป็นภาษาอังกฤษ สวีเดน เดนมาร์ก ดัตช์ ญี่ปุ่น สิงหล มลายู เยอรมัน (จัดพิมพ์ 6 เรื่อง) และภาษาฝรั่งเศส (จัดพิมพ์ 4 เรื่อง)[2] เบเนดิก แอนเดอร์สันโต้แย้งว่าคำสิงห์เป็นนักแต่งเรื่องสั้นที่ดีที่สุดของประเทศไทย[3]

ประวัติ[แก้]

คำสิงห์เกิดเมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2473 ณ บ้านหนองบัวสะอาด ตำบลบัวใหญ่ อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา[4] บิดาคือ นายสวย ศรีนอก มารดาคือ นางขำ ศรีนอก มีญาติพี่น้อง 7 คน และเป็นบุตรคนที่ 6 ของครอบครัว[5] เขาเกิดในแถบชนบททางภาคอีสานของไทย ในสมัยเด็กเขาได้อ่านหนังสือมากมายโดยรับการสนับสนุนจากลุงที่เป็นพระและบิดามารดา[6] และหลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมบางใหญ่ ก็เดินทางเข้ากรุงเทพฯและเข้าเรียนในคณะวารสารศาสตร์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและคณะเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พร้อมกัน[7] ในช่วงนี้เองที่ท่านได้ตกอยู่ในช่วงที่ไม่มีเงินจะซื้อกินซื้ออยู่ เลยต้องไปอยู่ในวัดแห่งหนึ่งและเริ่มงานผู้สื่อข่าวการเมืองของหนังสือแนวหน้ารายวัน และเขียนเรื่องสั้นในนามปากการ ค.ส.น. ตีพิมพ์ในหนังสือแนวหน้าฉบับวันจันทร์ในช่วง พ.ศ. 2493 - 2494 และใน พ.ศ. 2495 เริ่มเข้ารับราชการเป็นพนักงานป่าไม้เขตจังหวัดเชียงใหม่ แต่ประจำอยู่ที่อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน อยู่ราวสามปี ก่อนลาออกจากราชการกลับมากรุงเทพฯ เป็นผู้ช่วยนักวิจัย สถาบันค้นคว้าของมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ ประจำประเทศไทย เมื่อพ.ศ. 2499 ในช่วงเวลานี้เองที่เขาได้รู้จักกับชาวต่างชาตินาม ดำเนิน การเด่น ผู้ซึ่งเป็นเพื่อนฝรั่งที่ร่วมก่อตั้งสำนักพิมพ์เกวียนทองในเวลาต่อมา โดยชื่อ ดำเนิน การเด่นก็ได้ ศรีบูรพาตั้งให้ ตอนแรก ศรีบูรพาตั้งให้ว่า ดำเนิน ฝ่าพายุ แต่ก็ถูกชนิดแก้ให้เป็น ดำเนิน การเด่น จากชื่อ ภาษาอังกฤษ Robert Golden

นอกจากนี้ยังเป็นผู้ที่ทำให้คำสิงห์ได้รู้จักกับศรีบูรพา หรือ กุหลาบ สายประดิษฐ์ โดยผ่านทางภรรยาของท่าน จูเลียต หรือ ชนิด สายประดิษฐ์ อันเป็นเพื่อนร่วมงานของดำเนิน อีกด้วย[8]

การก่อตั้งสำนักพิมพ์เกวียนทอง[แก้]

คำสิงห์กลับมาเขียนเรื่องสั้นอีกครั้งลงหนังสือพิมพ์ ปิยมิตร ด้วยนามปากกา "ลาวคำหอม" โดยมี "เขียดขาดำ" เป็นเรื่องแรกที่แต่ง และก่อตั้งสำนักพิมพ์เกวียนทองร่วมกับดำเนิน การเด่น พิมพ์หนังสือเล่มแรกคือ ข้าพเจ้าได้เห็นมา ของ ศรีบูรพา โดย เข้าใจกันว่าอยากช่วยเหลือครอบครัวสายประดิษฐ์ที่ กุหลาบเพิ่งออกจากคุกในคดีกบฏสันติภาพ เล่มต่อมาที่ตีพิมพ์นั่นคือ ปีศาจ ของ เสนีย์ เสาวพงศ์ ซึ่งรวมเล่มมาจากเรื่องสั้นของท่านอันพิมพ์กับนตยสารสามสมัย ตามมาด้วย ความเป็นอนิจจังของสังคม ของปรีดี พนมยงค์[9]

ในปี 2501 ฟ้าบ่กั้น ของคำสิงห์ก็ถูกรวมเล่มจากเรื่องสั้นในปิยมิต พิมพ์ออกมา คาดว่าเป็นหนังสือเล่มสุดท้ายของสำนกพิมพ์เกวียนทอง

ดำเนิน การเด่น ผู้แปล ฟ้าบ่กั้นป็นภาษาอังกฤษ และผู้แต่ง พจนานุกรม ไทย-อังกฤษ เขาเสียชีวิตในปี 2009
ดำเนิน การเด่น ผู้แปล ฟ้าบ่กั้นป็นภาษาอังกฤษ และผู้แต่ง พจนานุกรม ไทย-อังกฤษ เขาเสียชีวิตในปี 2009

น่าเสียดายที่หลังจากวางแผงได้เพียงไม่นาน ก็เกิดการรัฐประหารยึดอำนาจของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ขึ้น ทำให้ต้องถูกเก็บไปนาน จนกระทั่งปี 2512 สุลักษณ์ ศิวรักษ์ มาเยี่ยมบ้านคำสิงห์พร้อม เทพศิริ สุขโสภา ค้นพบหนังสือเล่มนี้จึงนำมาตีพิมพ์ครั้งที่ 2 โดยสำนักพิมพ์ศึกษิตสยาม และได้รับการแปลไปหลายภาษา โดยเฉพาะกับภาษาอังกฤษที่ได้รับสนับสนุนแปลจากสำนักพิมพ์ อ๊อกฟอร์ดสาขากัวลาลัมเปอ และแปลโดย ดำเนิน การเด่น เพื่อนฝรั่งของเขานั่นเอง[10]

ชีวิตในยุค 6 ตุลา และการลี้ภัยในต่างแดน[แก้]

ในขณะที่จอมพลสฤษดิ์ครองอำนาจ คำสิงห์ก็ถูกบีบบังคับให้จำต้องหลบลี้หนีภัยออกไปทำไร่ทำสวนอยู่ที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เนื่องจากการปิดบังและปราปรามสื่อฝ้ายก้าวหน้า รวมถึงมีการจับกุม และสังหารปัญญาชนมากมาย นั่นทำให้สวนที่ปากช่องกลายเป็นแหล่งพักพิงของปัญญาชนหลายคนในช่วงนั้นด้วย คำสิงห์ไม่ได้เขียนงานอีกเลยจนกระทั่งจอมพลสฤกษดิ์สิ้นอำนาจหลังจากเสียชีวิตลงในวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2506

ในช่วงปี พ.ศ. 2510–2511 คำสิงห์ได้เดินทางไปรับรางวัล Time Life ที่สหรัฐอเมริกา และระหว่างทางกลับไทยก็ได้แวะไปในหลยประเทศทั้งฝรั่งเศส เยรมัน อิสราเอล และที่โกตดิวัวร์ หรือ ไอวอรีโคสต์ ในแอฟริกาและบรรยายเกี่ยวกับวรรณคดีและวรรณกรรมไทยในหลายมหาลัย ก่อนจะกลับไทยและมีส่วนร่วมในวารสารของ สุชาติ สวัสดิ์ศรี ชื่อ สังคมศาสตร์ปริทัศน์ บทความงส่วนใหญ่ซึ่งเกี่ยวข้องกับความไม่เที่ยงธรรมในสังคมไทยนี้ได้ถูกรวบรวมตีพิมพ์เมื่อปี 2518 ในชื่อ กำแพง

คำสิงห์ยังคงทำงานเขียนของตนและทำงานในไร่ที่ปากช่องต่อไปจนกระทั่งหลังการปราบปรามชุมนุมนักศึกษาในเหตุการณ์ 14 ตุลา คำสิงห์ก็เริ่มมีบทบทาทางการเมืองมากขึ้น คำสิงห์เข้าร่วมกับพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทยและได้รับเลือกเป็นรองประธานพรรค โดยมี นายบุญสนอง บุณโยทยาน เป็นเลขาธิการพรรค และหลังจากเหตุการณ์ 6 ตุลา คำสิงห์ได้หนีเข้าป่าไปจนถึงลาวจากการที่งานเขียนของเขาถูกสั่งห้ามทั้งหมดเช่นเดียวกับนักเขียนปัญญาชนคนอื่นๆ หลายเดือนต่อมา คำสิงห์ก็เกิดขัดแย้งกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยทำให้เขาและครอบครัวถูกเนรเทศไปยังสวีเดน ในช่วงปี 2520 ระหว่าง 5 ปีนั้นเองเขาก็ได้รับการดูแลจากพรรคสังคมนิยมแห่งสวีเดนและได้รับเกรีตริมห้เป็นสมาชิกสมาคมนักเขียนแห่งสวีเดน และในช่วงเวลานี้เองที่เขาเอางานเรื่อง แมว อันเป็นนวนิยายเรื่องแรกกลับมาเขียนอีกครั้ง หลังจากที่ต้นฉบับแรกหายไปในช่วงความวุ่นวายช่วงปี 2519 ก่อนจะตีพิมพ์ในปี 2526 หลังจากที่คำสิงกลับมากรุงเทพฯในปี 2524 ประสบการในสวีเดนของเขาถูกเล่าในหนังสือ กระเตงลูกเลียบขั้วโลกซึ่งตีพิมพ์ในอีกหลายปีให้หลัง[11]

ผลงาน[แก้]

  • ฟ้าบ่กั้น (รวมเรื่องสั้น: พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์เกวียนทอง)พ.ศ. 2501
  • กำแพง (รวมเรื่องสั้นและบทความ: พิมพ์ครั้งแรกสำนักพิมพ์ปุถุชน) พ.ศ.
  • แมว (นวนิยาย: พิมพ์ครั้งแรกสำนักพิมพ์ดวงตา) พ.ศ. 2527
  • ลมแล้ง(รวมเรื่องสั้น: พิมพ์ครั้งแรกสำนักพิมพ์ลลนา ในการพิมพ์ครั้งแรกใช้ชื่อว่านิทานชาวบ้าน - ลมแล้ง) พ.ศ. 2529
  • กระเตงลูกเลียบขั้วโลก (บทบันทึกในต่างแดน: พิมพ์ครั้งแรกสำนักพิมพ์แก้วประกาย) พ.ศ. 2531
  • กำแพงลม (ทัศนะว่าด้วยการเมืองและชนบท: พิมพ์ครั้งแรกสำนักพิมพ์ใบบัว เป็นผลงานที่เคย ตีพิมพ์ในชุด "กำแพง" โดยเพิ่มบทความที่ยังไม่เคยตีพิมพ์มารวมเล่ม) พ.ศ. 2533
  • ประเวณี (รวมเรื่องสั้น: พิมพ์ครั้งแรกแพรวสำนักพิมพ์) พ.ศ. 2539
  • เวียตนาม: ความห่างเหินที่อยู่ติดรั้วบ้าน (บทบันทึก: พิมพ์ครั้งแรกแพรวสำนักพิมพ์)พ.ศ. 2545
  • ฟ้าไร้แดน (บทบันทึก) พ.ศ. 2544
  • ทองปาน (บทภาพยนตร์)(ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ฉายครั้งแรกในเทศกาลภาพยนตร์ลอนดอน (London Film Festival) และได้รับรางวัลเกียรติยศ Outstanding Film of Southeast Asia เข้ามาฉายในประเทศไทย ครั้งแรกช่วงปลายปี พ.ศ. 2520 ที่สถาบันเกอเธ่ บ้านพระอาทิตย์และที่สยามสมาคม)

นามปากกา[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://art.culture.go.th/index.php?case=artistDetail&pic_id=374&art_id=46
  2. คำสิงห์ ศรีนอก
  3. Anderson, Benedict R.O'G and Ruchira Mendiones editors, In The Mirror: Literature and Politics In Siam in the American Era, (Bangkok: Editions Duang Kamol, 1985), 291.
  4. Anderson, 291.
  5. Martin Platt, "Khamsing Srinawk (Lao Khamhom)" in Dictionary of Literary Biography, Vol. 348: Southeast Asian Writers (New York: Gale Cengage Learning, 2009)
  6. Khamsin Srinawk, The Politician and Other Stories, edited by Domnern Garden and Herbert P. Phillips, introduction by Herbert P. Phillips, (Chiang Mai: Silkworm Press, 2000), viii.
  7. Anderson, 291.
  8. ประวัติ นายคำสิงห์ ศรีนอก
  9. คำสิงห์ ศรีนอก นักเขียนประชาธิปไตย
  10. 88 ปี "ลาวคำหอม" 60 ปี ฟ้าบ่กั้น วรรณกรรมแห่งฤดูกาลอันยาวนาน
  11. 75 ปี ใต้ผืนฟ้า ของ "ลาวคำหอม"

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]