พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
ดำรงตำแหน่ง
14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 – 6 มกราคม พ.ศ. 2544
นายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2487 (73 ปี)
สุราษฎร์ธานี ประเทศไทย
พรรคการเมือง ประชาธิปัตย์
คู่สมรส ลลิดา พันธุ์วิชาติกุล[1]
ศาสนา พุทธ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง[2]

ประวัติ[แก้]

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล เกิดวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2487 (เกิดจริง 4 เมษายน พ.ศ. 2487[3]) ที่บ้านริมแม่น้ำตาปี อำเภอพุนพิน[4] จังหวัดสุราษฎร์ธานี[5] โดยอยู่ใกล้กับบ้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นบุตรชายของนายจรุง และนางวันเพ็ญ พันธุ์วิชาติกุล[4]

จบการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร จบปริญญาตรี สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ชีวิตครอบครัว สมรสกับนางลลิดา พันธุ์วิชาติกุล (นามสกุลเดิม: เอกาพันธุ์) มีบุตรหญิง–ชาย ทั้งหมด 3 คน คือ น.ส.พิมพ์ระพี พันธุ์วิชาติกุล, น.ส.พิมพ์รำไพ พันธุ์วิชาติกุล และนายปาฏิหารย์ พันธุ์วิชาติกุล[4]

การทำงาน[แก้]

นายพิเชษฐ ประกอบวิชาชีพทนายความมาอย่างยาวนาน ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย และยังประกอบธุรกิจหลายด้านในพื้นที่ภาคใต้ โดยมีบทบาทสำคัญในสภาหอการค้า ทำให้มีความเชี่ยวชาญในด้านธุรกิจการค้า เข้าสู่วงการเมืองโดยลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกที่จังหวัดกระบี่ เมื่อปี พ.ศ. 2535 และชนะเลือกตั้งมาโดยตลอดทุกครั้งที่ลงสมัคร เคยดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังเคยดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมาธิการการคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลที่มีนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 และเป็นหนึ่งในแกนนำทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ในเวลาต่อมา

นอกจากทำงานการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์ นายพิเชษฐ ยังเป็นคอลัมนิสต์ประจำ ให้กับ หนังสือพิมพ์แนวหน้า มีผลงานตีพิมพ์เผยแพร่ต่อสาธารณะในชื่อของตัวเอง โดยสม่ำเสมออีกด้วย และยังมีธุรกิจส่วนตัวมากมาย เช่น โรงแรม หรือรีสอร์ต ในจังหวัดกระบี่

ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดตั้ง คณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) ขึ้นมาเป็นครั้งแรก นายพิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล ได้รับเลือกจาก ที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ ให้ทำหน้าที่ รองนายกรัฐมนตรีเงา ดูแลตรวจสอบ กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา[6] ระหว่างการอภิปรายผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ที่มี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญในปลายเดือนมีนาคม พ.ศ. 2555 อยู่นั้น นายพิเชษฐได้ใช้คำพูดในการอภิปรายที่ไม่เหมาะสมหลายครั้ง เช่น "ไอ้สัตว์นรก", "ก็พวกมึงเผา" เป็นต้น ซึ่งทำให้เกิดการประท้วงไปมาระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาลอยู่นาน โดยมี จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ ลุกขึ้นประท้วงแล้วกล่าวหาว่า "ไม่เต็มบาท ไอ้แก่ตัณหากลับ" โดยมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ ส.ส.อาวุโสของพรรคประชาธิปัตย์เป็นวงกว้างถึงการไม่เหมาะสม

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 ภายหลังการประชุมใหญ่เลือกกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เขต 3 จังหวัดกระบี่ นายพิเชษฐได้เขียนข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวว่าได้ตัดสินใจประกาศยุติบทบาททางการเมือง เนื่องจากปัญหาสุขภาพ [7] และต่อมาในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 72 ปี ได้มีการจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดที่โรงแรมกระบี่เมอร์ริไทม์ จังหวัดกระบี่ อย่างคึกคัก ซึ่งนายพิเชษฐก็ได้ประกาศย้ำอีกครั้งว่ายุติบทบาททางการเมืองทั้งหมด และจะผลักดันบุตรสาวของตน คือ น.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ให้สืบสานต่อ[3]

เครื่องราชย์อิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. รู้จักคน รู้จักข่าว พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล
  2. คณะรัฐมนตรีคณะที่ 53
  3. 3.0 3.1 ล้างมือ จากไทยรัฐ
  4. 4.0 4.1 4.2 หน้า 2, 'พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล' ตัวจริงชัดเจน!. "คนในข่าว". คมชัดลึกปีที่ 16 ฉบับที่ 5682: วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
  5. ประวัติผู้สมัคร ส.ส.กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
  6. เว็บไซต์ ครม.เงา พรรคประชาธิปัตย์
  7. [1]
  8. ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย (ชั้นสายสะพาย ในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒ จำนวน ๔,๘๙๖ ราย) เล่ม 116 ตอนที่ 20ข วันที่ 2 ธันวาคม 2542
  9. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ชั้นสายสะพาย จำนวน ๕,๐๑๖ ราย ในวโรกาสพระราชพิธีฉัตรมงคล วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๔๑)