ข้ามไปเนื้อหา

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

หน้าถูกกึ่งป้องกัน
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบรมฉายาลักษณ์ใน พ.ศ. 2560
พระมหากษัตริย์ไทย
รัชสมัย13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 – ปัจจุบัน
(9 ปี 11 เดือน)
บรมราชาภิเษก4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
ทายาทโดยสันนิษฐานสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เปรม ติณสูลานนท์
(14 ตุลาคม – 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559)
นายกรัฐมนตรี
ก่อนหน้าพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
ราชวงศ์จักรี
ราชสกุลมหิดล
พระบรมราชสมภพ28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 (74 พรรษา)
พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต จังหวัดพระนคร ประเทศไทย
สมโภชเดือน15 กันยายน พ.ศ. 2495
พระบรมวงศานุวงศ์
พระราชบิดาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
พระราชมารดาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
พระอัครมเหสีสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี (สมรส 2562)
พระสนม / พระชายา
พระราชโอรส-ธิดา
ข้อมูลอื่น ๆ
ที่ประทับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
ผนวช6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2521
ศาสนาพุทธ (เถรวาท)
ลายพระปรมาภิไธยลายพระปรมาภิไธย
พระราชลัญจกร

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระราชสมภพ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495) เป็นพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี และพระองค์ที่ 54 ของราชอาณาจักรไทย ทรงครองราชสมบัติมาตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 จนถึงปัจจุบัน[1]

พระองค์เป็นพระราชโอรสพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระนามเดิมว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ครั้นทรงเจริญพระชันษาครบ 20 พรรษา ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระองค์ที่ 3 แห่งราชอาณาจักรไทย เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2515 โดยเฉลิมพระนามาภิไธยว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร

หลังการสวรรคตของสมเด็จพระบรมชนกนาถเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 พระองค์มีพระราชประสงค์ให้เลื่อนการขึ้นทรงราชย์ออกไปก่อนเพื่อไว้ทุกข์ถวายสมเด็จพระบรมชนกนาถร่วมกับประชาชน[2] จนกระทั่งวันที่ 1 ธันวาคม จึงทรงตอบรับการอัญเชิญขึ้นทรงราชย์ แต่รัฐบาลกำหนดให้เริ่มต้นรัชสมัยย้อนหลังไปตั้งแต่วันสวรรคตของสมเด็จพระบรมชนกนาถ และด้วยพระชนมพรรษา 64 พรรษาในขณะนั้น จึงทำให้พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยที่มีพระชนมพรรษามากที่สุดในวันที่ขึ้นทรงราชย์[3] โดยเฉลิมพระปรมาภิไธยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

หลังจากพระองค์ทรงประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระบรมชนกนาถเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560 แล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 โดยเฉลิมพระปรมาภิไธยว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว[4]

พระราชประวัติ

พระบรมราชสมภพ

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระบรมราชสมภพเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 เวลา 17:45 น.[5]พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เป็นพระราชโอรสพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระเชษฐภคินี คือ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และมีพระขนิษฐภคินีสองพระองค์ คือ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี[6]

ขณะพระชันษาได้ 1 ปี พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ตั้งพระนามสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอของพระองค์ ถวายตามดวงพระชะตาว่า[7] "สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ บรมจักรยาดิศรสันตติวงศ เทเวศรธำรงสุบริบาล อภิคุณูปการมหิตลาดุลเดช ภูมิพลนเรศวรางกูร กิตติสิริสมบูรณสวางควัฒน์ บรมขัตติยราชกุมาร" โดยพระนาม "วชิราลงกรณ" นั้นทรงตั้งจาก "วชิระ" อันเป็นพระนามฉายาในขณะผนวชของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผนวกกับ "อลงกรณ์" จากพระนามเดิมของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว[8][9] มีความหมายว่า "ทรงเครื่องเพชรหรืออสนีบาต"[10]

พระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่

พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ในวันที่ 14 และ 15 กันยายน พ.ศ. 2495[11] โดยสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงเป็นประธานเจริญพระพุทธมนต์ในเย็นวันที่ 14 กันยายน[12] เช้าวันรุ่งขึ้น (15 กันยายน) จึงมีพิธีสงฆ์และพิธีพราหมณ์ในห้องพิธี สภาวัฒนธรรมแห่งชาติได้จัดขับไม้มโหรีขับกล่อมถวายพระพรในวาระนี้ด้วย และมีการถ่ายทอดเสียงพระราชพิธีไปทั่วประเทศผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย[11][13][14]

การศึกษา

รัชกาลที่ 10 ทรงฉลองพระองค์ในชุดนักเรียนทหาร ณ วิทยาลัยการทหารบก ดันทรูน ในปี พ.ศ. 2515

สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ เริ่มรับการศึกษาในปี พ.ศ. 2499 เมื่อทรงเข้าเรียนชั้นอนุบาลที่โรงเรียนจิตรลดา ซึ่งในช่วงแรกตั้งอยู่ที่พระที่นั่งอุดรภาคภายในพระที่นั่งอัมพรสถาน ก่อนจะย้ายมาตั้งอยู่ภายในพระตำหนักจิตรลดารโหฐานจนถึงปัจจุบัน หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 (เทียบเท่ากับเกรด 7) พระองค์ถูกส่งไปศึกษาต่อที่โรงเรียนเอกชนในสหราชอาณาจักร โดยเริ่มที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาคิงส์มีด เมืองซีฟอร์ด เทศมณฑลซัสเซกซ์ และต่อมาได้ศึกษาที่โรงเรียนมิลล์ฟีลด์ เทศมณฑลซัมเมอร์เซต[15] ซึ่งพระองค์สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2513[16] ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2513 พระองค์เข้าร่วมหลักสูตรฝึกอบรมทหารเป็นเวลา 5 สัปดาห์ ที่โรงเรียนเดอะคิงส์สกูล นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย[16]

มหาวิทยาลัย

ในปี พ.ศ. 2515 สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ เข้าศึกษาที่วิทยาลัยทหารดันทรูน กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย การศึกษาที่ดันทรูนนั้นแบ่งเป็น 2 ภาค คือ ภาควิชาการทหารโดยกองทัพบกออสเตรเลีย และภาคการศึกษาวิชาสามัญระดับปริญญาตรีโดยมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาเมื่อ พ.ศ. 2519 ทรงได้รับการถวายสัญญาบัตรจากวิทยาลัยการทหารดันทรูน และปริญญาอักษรศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอักษรศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์[17][18]

เมื่อนิวัติประเทศไทย ทรงรับราชการทหาร แล้วทรงศึกษาต่อที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก รุ่นที่ 46 เมื่อ พ.ศ. 2520 ทรงเข้าศึกษาในสาขาวิชานิติศาสตร์ รุ่นที่ 2 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เมื่อ พ.ศ. 2525 ทรงสำเร็จการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 2) และใน พ.ศ. 2533 ทรงเข้ารับการศึกษา ณ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร แห่งสหราชอาณาจักร[19]

สยามมกุฎราชกุมาร

นิลเด อีออตตี ประธานสภาผู้แทนราษฎรอิตาลี เข้าเฝ้าสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

เมื่อมีพระชันษา 20 ปี และทรงบรรลุนิติภาวะแล้ว ในวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2515 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยมีพระราชพิธีสถาปนาในวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2515 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต[20] มีพระนามาภิไธยตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า "สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สิริกิตยสมบูรณสวางควัฒน์ วรขัตติยราชสันตติวงศ์ มหิตลพงศอดุลยเดช จักรีนเรศยุพราชวิสุทธิ สยามมกุฎราชกุมาร"[21] โดยเป็นสยามมกุฎราชกุมารพระองค์ที่ 3 ของไทย[22]

ผนวช

พระองค์มีพระทัยศรัทธาจะอุปสมบทในพระพุทธศาสนา[23] ทรงหาโอกาสในวันหยุดเสด็จไปเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชและทรงเยี่ยมพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ทรงสนทนาศึกษาธรรมะคำสั่งสอนของพระโคตมพุทธเจ้า[24] พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงโปรดให้พระองค์ทรงผนวชในวันจันทร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2521 เวลา 15:37 น. ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม[25] มีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ เป็นพระอุปัชฌาย์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และสมเด็จพระธีรญาณมุนี (ธีร์ ปุณฺณโก) ถวายอนุสาสน์ ผนวชแล้วเสด็จไปทำทัฬหีกรรม ณ พระอุโบสถพระพุทธรัตนสถาน เมื่อเวลา 16:59 น. ของวันนั้น[26] เสร็จแล้วเสด็จไปประทับ ณ พระตำหนักปั้นหย่า วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร[27] มีพระมหารัชมงคลดิลก (บุญเรือน ปุณฺณโก) เป็นพระอภิบาล[28] ทรงได้รับพระนามฉายาว่า "วชิราลงกรโณภิกขุ"[29] ผนวชอยู่ 15 วัน จึงลาพระผนวช ณ พระตำหนักปั้นหย่า ในวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2521 เวลา 10:15 น.[30]

จดหมายเหตุเนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 28 กรกฎาคม 2555 ซึ่งกรมศิลปากรเป็นผู้จัดทำนั้น ระบุว่า "ตลอดระยะเวลาแห่งการผนวชนั้น ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานาประการ เช่น ทรงร่วมทำวัตรเช้าเย็น ทำสังฆกรรม สดับพระธรรม เทศนา และทรงศึกษาพระธรรมวินัย ร่วมกับพระภิกษุอื่น ๆ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงรับภัตตาหารบิณฑบาต จากพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และประชาชน ณ สถานที่ต่าง ๆ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงสักการะสมเด็จพระสังฆราชและพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ณ พระอาราม ต่าง ๆ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงสักการะพระพุทธรูปสำคัญ เจดียสถาน และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในส่วนภูมิภาค และเสด็จออกให้คณะสงฆ์และคณะบุคคลต่าง ๆ เข้าเฝ้าถวายสักการะ เป็นต้น"[31]

การทหาร

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงฝึกเครื่องบินรบแบบ บ.ข.18 (เอฟ-5)

พระองค์สนพระราชหฤทัยในกิจการกองทัพมาแต่ทรงพระเยาว์ และขณะประทับอยู่ในประเทศไทย ได้ทรงเยี่ยมที่ตั้งทหารหลายแห่ง[32] เมื่อทรงสำเร็จการศึกษาด้านการทหารจากประเทศออสเตรเลียและทรงเข้ารับการฝึกหลักสูตรอื่น ๆ แล้ว ทรงเข้าร่วมปฏิบัติการรบในการต่อต้านการก่อการกำเริบคอมมิวนิสต์ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ทั้งยังทรงเยี่ยมให้กำลังใจตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครในบริเวณพื้นที่อันตราย[33]

ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2508 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานยศทหารให้แก่พระองค์ คือ ร้อยตรี เรือตรี พรรคนาวิน และเรืออากาศตรี แห่งกองทัพไทย[34] นอกจากนี้ ยังทรงดำรงตำแหน่งทางทหารตั้งแต่ระดับรองผู้บังคับกองพัน, ผู้บังคับกองพัน, ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ และผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ คู่มือทหารที่หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ผลิตขึ้น อ้างว่า "ทรงดำรงพระองค์เป็นแบบอย่าง และพระราชทานคำสั่งสอนแก่ข้าราชบริพารทุกหมู่เหล่าด้วยพระองค์เอง" และ"มีการเทิดทูนยกย่องพระองค์เป็น บรมครูทางการทหาร"[35]

พระราชกรณียกิจครั้งสำคัญของพระองค์ในด้านการทหารคือ เมื่อครั้งนำกำลังปฏิบัติหน้าที่หมู่บ้านหมากแข้ง อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย สู้รบกับกลุ่มคอมมิวนิสต์อย่างรุนแรง 40 ปีก่อน ทรงประทับแรมที่ฐานปฏิบัติการณ์เยี่ยงทหารธรรมดาและเป็นผู้บัญชาการรบอย่างกล้าหาญ สร้างขวัญกำลังใจให้ทหาร ตำรวจราษฎร โดยทรงสู้รบกับกลุ่มคอมมิวนิสต์ด้วยพระปรีชาสามารถทางการทหาร โดยไม่หวั่นเกรงอันตรายได้สร้างขวัญกำลังใจให้กับตำรวจ ทหาร และชาวบ้านที่ร่วมเป็นอาสาสมัครสู้รบด้วยจิตใจที่ฮึกเหิม ทำให้สามารถปกป้องหมู่บ้านจากการโจมตีได้สำเร็จ ปัจจุบันฐานปฏิบัติการสู้รบแห่งนี้ได้รับการดูแลรักษา โดยกองทัพภาคที่ 3 ได้สร้างเป็นอุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานที่พสกนิกรทุกหมู่เหล่าได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

พระจริยวัตร

พอล วอลโฟวิทซ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐในขณะนั้น (ขวา) โดยเสด็จสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารเข้าสู่เพนตากอนเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2546

พระชนมชีพส่วนพระองค์เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ชนอย่างกว้างขวาง[36] บีบีซีไทยอ้างว่า พระองค์มักตกเป็นข่าว โดยเฉพาะในเรื่องสตรี การพนัน และเรื่องผิดกฎหมาย จนเป็นที่กังขาเกี่ยวกับความเหมาะสมของพระองค์[10] เดือนตุลาคม พ.ศ. 2524 พระราชชนนีของพระองค์ทรงกล่าวเปรียบเปรยว่า พระองค์ทรงเหมือนดอนฆวน ที่โปรดการใช้เวลาว่างสุดสัปดาห์ไปกับหญิงงามมากกว่าการประกอบพระราชกรณียกิจ[10][37]

ฉันขอพูดตามตรงจริง ๆ ว่า ลูกชายฉัน มกุฎราชกุมาร ออกจะเหมือนดอนฆวน สักหน่อย เวลาให้สัมภาษณ์ฉันต้องพูดตามตรง เขาเรียนดี เป็นเด็กดี แต่สาว ๆ มองว่าเขาน่าสนใจ และเขาก็ยิ่งมองว่าสาว ๆ น่าสนใจกว่า ดังนั้น ครอบครัวเขาจึงไม่ราบรื่นนัก[37][38]

วันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2545 นิตยสาร ฟาร์อิสเทิร์นอีโคโนมิกรีวิว ลงบทความว่า พระองค์ทรงมีความสัมพันธ์แนบแน่นกับทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย[39] อย่างไรก็ดี ใน พ.ศ. 2553 หลังจากที่ทักษิณ พ้นจากตำแหน่งไปโดยการรัฐประหารแล้ว พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ องคมนตรี ยอมรับว่า "แน่นอนว่า เจ้าฟ้าชายยังทรงรักษาสัมพันธภาพบางอย่างกับอดีตนายกฯ ทักษิณเอาไว้ พระองค์ทรงพบกับทักษิณเป็นช่วง ๆ"[40] วันที่ 12 ธันวาคม ปีเดียวกัน บิลาฮารี เคาสิกัน (Bilahari Kausikan) ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ แถลงว่า พระองค์ทรงติดการพนัน และทรงได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากทักษิณ[41] โอกาสเดียวกัน เปรมเสริมว่า "ทักษิณเสี่ยงทำลายตัวเอง เขาอาจคิดว่า เจ้าฟ้าชายจะทรงปฏิบัติกับเขาเหมือนดังเขาเป็นพระสหายหรือผู้สนับสนุนเพียงเพราะเขาส่งเสริมการเงินให้แก่พระองค์ แต่เจ้าฟ้าชายไม่ทรงชอบพระทัยความสัมพันธ์แบบนั้นสักเท่าไร"[42]

ใน พ.ศ. 2551 ราล์ฟ แอล. บอยซ์ นักการทูตชาวอเมริกัน รายงานต่อรัฐบาลสหรัฐว่า พระองค์เคยตรัสปฏิเสธกับเขาเรื่องข่าวที่ว่าทรงมีความสัมพันธ์กับทักษิณ บอยซ์กล่าวว่า[43]

"[มกุฏราชกุมาร] ทรงเห็นเป็นเรื่องตลกร้ายที่นายกฯ ทักษิณ สามารถทำตัวเป็นเผด็จการได้ทั้งที่มาจากการเลือกตั้ง...ในช่วงแรก ๆ ของรัฐบาลทักษิณ ดูเหมือนเขาจะลงทุนอย่างหนักเพื่อสร้างความใกล้ชิดกับมกุฎราชกุมาร ทั้งสองมีเรื่องผิดใจกันอย่างเห็นได้ชัดในเวลาต่อมา เป็นเหตุให้มกุฎราชกุมารละทิ้งพระตำหนักนนทบุรีที่ทักษิณซื้อและตกแต่งถวายให้ แล้วย้ายมาประทับ ณ วังศุโขทัยซึ่งตั้งอยู่ในย่านกลางเมือง

"มีเรื่องเล่ากันไปต่าง ๆ นานาเกี่ยวกับการพบปะระหว่างทักษิณกับมกุฎราชกุมารที่ลอนดอนเมื่อช่วงต้นปีนี้ [พ.ศ. 2551] ซึ่งเรื่องที่เรามองว่า น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด คือ ทักษิณขอเข้าเฝ้ามกุฎราชกุมาร และเมื่อไม่ได้รับอนุญาต เขาจึงไปร่วมเข้าแถวรับเสด็จ ณ โรงแรมที่มกุฎราชกุมารประทับ และได้สนทนาอย่างไม่มีสาระสำคัญอะไรเพียง 45 วินาที"

อย่างไรก็ดี ผู้แปลโทรเลขดังกล่าวเป็นภาษาไทยในนิตยสาร ฟ้าเดียวกัน ระบุไว้ว่า "ความสำคัญของโทรเลขทูตที่เผยแพร่จากวิกิลีกส์ จึงอาจจะไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ส่งไปยังสหรัฐ"[44]

ปัญหาการสืบราชสันตติวงศ์หลังจากรัชกาลที่ 9 ก็เป็นที่กล่าวถึงมากในสังคม นักวิชาการตั้งข้อสังเกตว่า ตัวแปรสำคัญในเรื่องนี้มีอยู่สามสิ่ง คือ องคมนตรี กองทัพ และความเหมาะสมของพระองค์[45] ใน พ.ศ. 2545 นิตยสาร ดิอีโคโนมิสต์ ลงข้อความว่า "ผู้คนเคารพเจ้าฟ้าชายวชิราลงกรณน้อยมาก (กว่าพระราชบิดา) ชาวกรุงเทพมหานครพากันร่ำลือเรื่องชีวิตส่วนพระองค์อันมัวหมอง...ไม่มีผู้สืบราชบัลลังก์พระองค์ใดจะประสบความสำเร็จอย่างที่กษัตริย์ภูมิพลทรงได้รับมาในช่วงเวลาทรงราชย์ 64 ปี..." และรัฐบาลไทยได้สั่งห้ามจำหน่ายนิตยสารฉบับดังกล่าว ใน พ.ศ. 2553 ดิอีโคโนมิสต์ ลงบทความอีกว่า พระองค์ "ทรงเป็นที่รังเกียจและเกรงกลัวอย่างกว้างขวาง" และ"ทรงแปลกประหลาดอย่างคาดไม่ถึง" และฉบับนี้ก็มิได้จำหน่ายในประเทศไทยเช่นกัน[46] ครั้นวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2553 นิตยสารออนไลน์ เอเชียเซนทิเนล ลงว่า พระองค์ "ถือว่าทรงเอาแน่นอนไม่ได้ และทรงไม่สามารถปกครองได้โดยแท้"[47] เว็บไซต์นี้ถูกสกัดกั้นในประเทศไทยอย่างรวดเร็ว[48] อนึ่ง มีผู้คนเห็นว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผู้เป็นพระกนิษฐภคินี ชอบที่จะได้สืบราชสมบัติมากกว่า[49] เปรม และองคมนตรีคนอื่น ๆ มีความเห็นค่อนข้างลบเกี่ยวกับพระองค์ ส่วนราล์ฟก็เคยรายงานต่อรัฐบาลสหรัฐว่า "[พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ] ดูอึดอัดพระทัยอย่างเห็นได้ชัดต่อคำถามธรรมดา ๆ เกี่ยวกับเจ้าฟ้าสิรินธรซึ่งถูกมองว่าเป็นคู่แข่งของมกุฎราชกุมาร"[50]

วันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2552 แฮร์รี นิโคเลดส์ นักเขียนชาวออสเตรเลีย ถูกศาลไทยจำคุก 3 ปี เพราะเผยแพร่หนังสือพาดพิงพระองค์ ความตอนหนึ่งว่า "ถ้าเจ้าฟ้าชายทรงรักใคร่ชอบพออนุภรรยานางใด และต่อมาเธอทรยศพระองค์ เมื่อนั้นเธอและครอบครัวก็จะหายไปจากโลกนี้ สาบสูญไปทั้งชื่อเสียงเรียงนาม เทือกเถาเหล่ากอ และบรรดาเงื่อนเค้าร่องรอยเกี่ยวกับชีวิตของพวกเขาตลอดกาล" ต่อมา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานอภัยโทษให้เขา และเขาให้สัมภาษณ์แก่ ฮัฟฟิงตันโพสต์ ว่า หนังสือดังกล่าวเป็นเรื่องแต่งทั้งสิ้น[51][52][53][54]

พระองค์ทรงทราบปัญหาและข่าวที่กล่าวมาแล้วเป็นอย่างดี[55] และเคยพระราชทานสัมภาษณ์ในนิตยสาร ดิฉัน แก่ ปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา ผู้ใกล้ชิดพระองค์ ว่า[56]

"บางทีในชาติปางก่อน เราอาจไม่ได้ทำบุญมากพอ หรือบางทีในบางครั้ง เราทำอะไรที่น่าตำหนิ เรายอมรับ...ถ้าหากสวรรค์คิดว่าเราไม่เหมาะสม หรือไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ในการทำหน้าที่ของเรา ก็หยุดและจบ ถ้าท่านคิดได้อย่างนี้ ท่านก็จะสบายใจ ท่านไม่ได้คิดเป็นอะไร หากสวรรค์ให้ท่านมีภารกิจต่อแผ่นดิน ก็ยอมรับ ถ้าเขาไม่ต้องการให้ทำงาน ก็โอเค"

วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2553 อีริก จี.จอห์น เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย รายงานไปยังรัฐบาลสหรัฐว่า เขาได้เปรยกับเปรม ว่า "เวลานี้ เจ้าฟ้าชายทรงอยู่ที่ใด" เปรม ตอบว่า "คุณก็รู้ว่าทรงใช้ชีวิตส่วนพระองค์แบบไหน...เจ้าฟ้าชายพอพระทัยใช้เวลาลอบเสด็จไปยังมิวนิก เพื่อประทับอยู่กับเมียเก็บของพระองค์ มากกว่าจะประทับอยู่ในประเทศไทยกับพระวรชายาและพระโอรส"[57] พลอากาศเอก สิทธิ เศวตศิลา องคมนตรีที่ร่วมวงสนทนา กล่าวเสริมว่า "ข่าวเรื่องเมียน้อยของพระองค์ที่เป็นแอร์โฮสเตสมีอยู่เต็มเว็บไซต์ไปหมด...น่าเศร้าที่เดี๋ยวนี้ท่านทูตไทยที่เยอรมนีต้องออกจากเบอร์ลินไปมิวนิกเพื่อไปเข้าเฝ้าพระองค์เป็นประจำ"[58]

พระมหากษัตริย์

พระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรี
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล
พระอัฐมรามาธิบดินทร
พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

ทรงราชย์

เมื่อพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคตในวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 แล้ว ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 มีการยืนยันว่าสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร จะสืบราชสมบัติต่อ เนื่องจากพระราชอิสริยยศสยามมกุฎราชกุมารที่พระองค์ทรงดำรงอยู่นั้นถือเป็นตำแหน่งของพระรัชทายาทผู้มีสิทธิโดยตรง และพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ยืนยันว่าพระองค์จะเสด็จขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่[59] แต่ทรงขอผ่อนผัน เนื่องจากทรงต้องการร่วมไว้ทุกข์กับประชาชนชาวไทย จนกว่าจะผ่านพระราชพิธีพระบรมศพไประยะหนึ่ง[60] พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี จึงเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราว[61]

ต่อมาเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน คณะรัฐมนตรีในขณะนั้นได้แจ้งเรื่องการอัญเชิญพระองค์ขึ้นทรงราชย์ตามรัฐธรรมนูญให้พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทำหน้าที่ประธานรัฐสภาในขณะนั้นทราบ จากนั้นพรเพชรได้เรียกประชุม สนช. วาระพิเศษในฐานะรัฐสภาเพื่อรับทราบเรื่องแจ้งข้างต้น[62] ต่อมาเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พรเพชรได้เข้าเฝ้าฯ กราบบังคมทูลเชิญพระองค์เสด็จขึ้นทรงราชย์ และพระองค์มีพระราชดำรัสตอบรับอย่างเป็นทางการ พรเพชรจึงประกาศการขึ้นทรงราชย์ของพระองค์ให้ประชาชนทราบทั้งการออกเป็นประกาศ สนช. ในราชกิจจานุเบกษา และการประกาศผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยในคืนวันเดียวกัน[63]

ทั้งนี้ ในตอนท้ายของประกาศดังกล่าวระบุให้การขึ้นทรงราชย์ของพระองค์มีผลย้อนหลังในทางนิตินัยตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559[64] และพระองค์มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระปรมาภิไธยชั่วคราวว่า "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร"[65]

บรมราชาภิเษก

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พ.ศ. 2562

หลังเสร็จสิ้นการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระบรมชนกนาถเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560 แล้ว พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 โดยเฉลิมพระปรมาภิไธยตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า "พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" และพระองค์มีพระปฐมบรมราชโองการ ความว่า "เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป"[66]

ก่อนหน้านั้นในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 พระองค์ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับพลเอกหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระอัครมเหสี มีพระนามาภิไธยว่า สมเด็จพระราชินีสุทิดา[67][68] ก่อนจะทรงสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ในคราวพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในอีกสี่วันถัดมา

บทบาททางการเมือง

ใน พ.ศ. 2560 พระองค์ทรงเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ที่ผ่านการออกเสียงประชามติแล้ว[69] โดยแก้ไขเรื่องพระราชอำนาจ[70] ในปีเดียวกัน ทรงตราพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ตามมติของ สนช. ซึ่งให้พระมหากษัตริย์มีพระราชอำนาจในการตั้งผู้อำนวยการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ตามพระราชอัธยาศัย[71] พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อผู้ถือหุ้นจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นพระปรมาภิไธยของพระองค์โดยตรง โดยสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ชี้แจงว่าเป็นการถวายทรัพย์สินในความดูแลคืนให้แก่พระมหากษัตริย์เพื่อมีพระบรมราชวินิจฉัยตามกฎหมายฉบับใหม่ และมีพระราชประสงค์ที่จะทรงจ่ายภาษีอากรในทรัพย์สินในพระองค์เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป[72] นอกจากนี้ พระองค์ยังมีพระราชอำนาจควบคุมสำนักพระราชวังและหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์โดยตรง ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยราชการในพระองค์อีกด้วย[73]

ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเชษฐภคินี ทรงตอบรับการเสนอพระนามให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจากพรรคไทยรักษาชาติ ทว่าพระองค์ทรงออกประกาศในวันเดียวกันว่า การดังกล่าวเป็นเรื่องไม่เหมาะสมและไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ[74] นอกจากนี้ ในคืนก่อนวันเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2562 ยังทรงให้เผยแพร่พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ให้เลือกคนดีปกครองบ้านเมือง[75] ทำให้เกิดแฮชแท็ก "#โตแล้วเลือกเองได้" ในทวิตเตอร์[76]

ในปีงบประมาณ 2564 พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการทหารบก ตามการเสนอของพระองค์ แทนผู้ที่ประยุทธ์เสนอ[77]

ในการประท้วงในทั่วประเทศตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2563 เป็นต้นมา ผู้ประท้วงเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อลดพระราชอำนาจให้สอดคล้องกับระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ[78][79][80] สื่อต่างประเทศรายงานปฏิกิริยาของพระองค์สองกระแส กระแสหนึ่งว่า พระองค์ไม่รู้สึกถูกรบกวนพระทัยกับข้อเรียกร้องนี้[81] แต่อีกด้านหนึ่งก็มีรายงานว่า ทรงให้สื่อตรวจพิจารณา (เซ็นเซอร์) ข้อเรียกร้องดังกล่าว[82] สื่อขนามนามว่า การประท้วงในวันที่ 19–20 กันยายน เป็นการต่อต้านพระองค์อย่างเปิดเผย[83] และการที่รัฐสภาเลื่อนลงมติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในปลายเดือนกันยายน ทำให้เกิดความไม่พอใจ จนนำไปสู่กระแสนิยมสาธารณรัฐในโลกออนไลน์อย่างเปิดเผย[84][85]

โฆษกรัฐบาลเยอรมนีแจ้งสถานเอกอัครราชทูตไทยหลายครั้งถึงความกังวลเกี่ยวกับการทรงงานในต่างแดนของพระองค์[86]

ใน พ.ศ. 2564 รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล เปิดโปงเอกสารฝากตำแหน่งตำรวจ ที่เรียกว่า "ตั๋วช้าง"[87] โดยเป็นเอกสารที่ขอให้ทรงสนับสนุนการแต่งตั้งหรือเลื่อนยศนายตำรวจ[88]

โควิด-19

ช่วงที่โรคโควิด-19 ระบาดในประเทศไทย พระองค์ประทับอยู่นอกประเทศพร้อมด้วยข้าราชบริพารราว 100 คนที่โรงแรมบริเวณบาวาเรียนแอลป์ ประเทศเยอรมนี จนถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2563[89] สื่อต่างประเทศรายงานว่า การประทับอยู่ที่โรงแรมดังกล่าวเป็นไปด้วยความหรูหรา และมีพระสนมกำนัลอย่างน้อย 20 คน[90]

สถานการณ์เกี่ยวกับโรคยังทำให้พระองค์ต้องทรงงดพระราชพิธีฉัตรมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และการบำเพ็ญพระราชกุศลวันวิสาขบูชา ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2564[91]

ในช่วงดังกล่าว มีกลุ่มผู้อ้างข่าวลือว่า พระองค์ประชวร[92] ต่อมา หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล อ้างว่า พระวชิรญาณโกศล (คม อภิวโร) วัดป่าธรรมคีรีวัน เข้าเฝ้าเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมแล้วออกมาเล่าให้ศิษย์ฟังว่า พระองค์มีพระพลานามัยปรกติดี[93] และ ผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า เพจบางเพจบนเฟซบุ๊กแชร์คำกล่าวของพระอธิการสุทัศน์ โกสโล วัดกระโจมทอง ว่า ได้สนทนาธรรมกับพระองค์ และพระองค์มีพระพลามัยแข็งแรง[94]

พระองค์ยังทรงเป็นเจ้าของบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ซึ่งได้รับสิทธิให้จัดหาวัคซีนสำหรับโรคนี้เข้ามาในประเทศไทย ถึงแม้ไม่เคยผลิตวัคซีนมาก่อน และยังได้รับเงินสนับสนุน 600 ล้านบาทจากรัฐบาลไทย[95][96] ผู้วิพากษ์วิจารณ์เรื่องดังกล่าวถูกดำเนินคดีข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ[97][98] อย่างไรก็ตาม แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) ได้ชี้แจงถึงเหตุผลในการเลือกสยามไบโอไซเอนซ์ เป็นคู่สัญญา คือ บริษัทได้มีการร่วมกับพันธมิตรในหลายประเทศเพื่อก่อตั้งเครือข่ายความร่วมมือระดับโลกขึ้นเพื่อให้สามารถผลิตวัคซีนกว่า 3 พันล้านโดส ให้ได้มีความปลอดภัยได้สำเร็จภายในระยะเวลาอันรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้สำหรับประเทศไทย แอสตร้าเซนเนก้าได้รับความร่วมมือจากกระทรวงสาธารณสุข แอสตร้าเซนเนก้า และสยามไบโอไซเอนซ์ บนหลักการของการต่อยอดการให้ความสำคัญต่อผู้ผลิตระดับประเทศที่มีศักยภาพและความสามารถในการเป็นผู้ผลิตวัคซีนระดับโลก และพันธมิตรผู้ผลิตวัคซีนทุกรายของแอสตร้าเซนเนก้าจะต้องได้รับการรับรองตามหลักเกณฑ์การผลิตที่ดีและเป็นปัจจุบัน (CGMP) ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับการผลิตและการควบคุมคุณภาพของยา รวมถึงการรับรองระบบคุณภาพและได้รับใบอนุญาตการผลิตในภูมิภาคที่ผู้ผลิตนั้นดำเนินการอยู่ ทั้งนี้ โรงงานของสยามไบโอไซเอนซ์ ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลหลายรายการ เช่น PIC/S GMP, ISO9001, ISO17025 และ ISO13485

ในการระบาดของโรคโควิด-19 นี้ พระองค์พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 2.8 พันล้านบาท เพื่อจัดหาอุปกรณ์การแพทย์ให้แก่โรงพยาบาล วิทยาลัยแพทย์ และสถานพยาบาล 27 แห่ง กับกรมราชทัณฑ์ และโรงพยาบาลแม่ข่ายของเรือนจำ 44 แห่ง[99] ทั้งยังพระราชทาน "ถุงพระราชทานกำลังใจ" แก่ผู้แทนเจ้าหน้าที่สาธารณสุข[100] กว่า 188,266 ถุง[101] และพระราชทานเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ รถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย 36 คัน รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ 5 คัน รถเอกซเรย์ระบบดิจิทัล 2 คัน และรถต่อพ่วงชีวนิรภัย 6 คัน ให้แก่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อใช้ปฏิบัติงานเชิงรุกภาคสนามในการตรวจหาเชื้อโควิดในพื้นที่เป้าหมายอย่างต่อเนื่อง และใช้เป็นห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ในการเก็บตัวอย่างโรค[102]

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชปณิธานสืบสาน รักษา ต่อยอด จึงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นาที่ดินในโครงการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จำนวน 30 ฟาร์ม จากจำนวน 61 ฟาร์มทั่วประเทศ ภายใน 17 จังหวัด เพื่อนำมาใช้ในการสนับสนุนการจ้างงานภายใต้ "โครงการฟาร์มตัวอย่างฯ ต้านภัยโควิด-19" โดยได้น้อมนำโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยทำให้ฟาร์มตัวอย่างเป็นแหล่งสร้างอาหารที่ปลอดภัย สร้างรายได้ สร้างเป็นอาชีพได้อย่างยั่งยืนโดยประชาชนไม่ต้องละทิ้งถิ่นฐานของตนเอง

ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 สำนักพระราชวังประกาศว่า พระองค์และสมเด็จพระบรมราชินี ทรงติดเชื้อโควิด-19 โดยมีพระอาการไม่รุนแรง[103] และทั้งสองพระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรในอีกสิบวันต่อมา[104]

พระราชกรณียกิจ

ทางราชการ

ด้านการบิน

  • 20 ธันวาคม พ.ศ. 2522 พระองค์ทรงเริ่มฝึกบินเฮลิคอปเตอร์แบบ UH-1H และเฮลิคอปเตอร์แบบ UH-1N และหลักสูตรเฮลิคอปเตอร์โจมตีติดอาวุธ (gunship) ของกองทัพบก[107]
  • 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2537 ทรงปฏิบัติหน้าที่ครูการบินเครื่องบินขับไล่แบบเอฟ-5 อี/เอฟ[22]
  • พ.ศ. 2552 ทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินที่ 1 เครื่องบินโบอิ้ง 737–400 ในเที่ยวบินสายใยรักแห่งครอบครัว ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และจัดหาอุปกรณ์ด้านการแพทย์ สำหรับโรงพยาบาลใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้, (เที่ยวบินที่ ทีจี 8870 (กรุงเทพฯ ถึงจังหวัดเชียงใหม่) และเที่ยวบินที่ ทีจี 8871 (จังหวัดเชียงใหม่ถึงกรุงเทพฯ)[108]

ด้านการต่างประเทศ

เมื่อครั้งยังทรงเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระองค์ได้ตามเสด็จพระราชบิดาและพระราชมารดาไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับคณะทูตานุทูตต่างประเทศหลายครั้ง ในครั้งที่เสด็จเยือนประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2514 หม่อมราชวงศ์ชนม์สวัสดิ์ ชมพูนุท อ้างว่า มีผลให้ประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่นใกล้ชิดกันมากขึ้น[109] นอกจากนี้ ยังได้ทรงเยือนประเทศอิตาลี และทรงพบพระสันตะปาปา เมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2525 ต่อมาในระหว่างวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ถึง 8 มีนาคม พ.ศ. 2530 ทรงเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ทรงพบเติ้ง เสี่ยวผิง ณ มหาศาลาประชาคม กรุงปักกิ่ง และเมื่อวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2530 ทรงเยือนประเทศญี่ปุ่น ทรงเข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินี[110]

ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 พระองค์พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ พร้อมสิ่งของและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อพระราชทานความช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ประชาชนแก่รัฐบาลประเทศเนปาล[111], ประเทศอินเดีย[112], และประเทศจีน[113]

ด้านการศึกษา

พระองค์พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้อาคารของกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์เป็นที่ตั้งของโรงเรียนชื่อว่า โรงเรียนอนุบาลทหารมหาดเล็กราชวัลลภ ระยะแรกจัดการเรียนการสอนเฉพาะชั้นอนุบาล ต่อมา โรงเรียนได้ย้ายไปที่จังหวัดนนทบุรี และได้รับพระราชทานชื่อใหม่ว่า โรงเรียนอนุราชประสิทธิ์ และโอนไปสังกัดสำนักงานคณะกรรมการประถมศึกษาแห่งชาติเมี่อปี พ.ศ. 2534 ดำเนินการสอนตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย[114]

โรงเรียนมกุฎเมืองราชวิทยาลัย จังหวัดระยอง โดยที่กระทรวงศึกษาธิการได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาระนอง เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนม์มายุ 42 พรรษาทรงพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนามโรงเรียนว่าโรงเรียนมกุฏเมืองราชวิทยาลัย มีความหมายว่าราชวิทยาลัยสูงสุดแห่งเมือง และเสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางศิลาฤกษ์โรงเรียนและทรงเยี่ยมชมการเรียนการสอนของโรงเรียน ณ สถานที่เรียนชั่วคราวโรงเรียนแห่งนี้เปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย[115]

นอกจากนี้ ยังพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สมทบเป็นค่าก่อสร้างโรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ[116] และกระทรวงศึกษาธิการถวายโรงเรียนมัธยมศึกษา 15 แห่งเป็นโรงเรียนในพระราชูปถัมภ์ คือ

  1. โรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา 1 จังหวัดนครพนม
  2. โรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา 2 จังหวัดกำแพงเพชร
  3. โรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา 3 จังหวัดสุราษฏร์ธานี
  4. โรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี 1 จังหวัดอุดรธานี
  5. โรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี 2 จังหวัดสงขลา
  6. โรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี 3 จังหวัดฉะเชิงเทรา
  7. โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดน้อยใน) ในพระราชูปถัมภ์ฯ กรุงเทพฯ
  8. โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดโบสถ์) ในพระราชูปถัมภ์ฯ กรุงเทพฯ
  9. โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดประดู่) ในพระราชูปถัมภ์ฯ จังหวัดสมุทรสงคราม
  10. โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (ทวีวัฒนา) ในพระราชูปถัมภ์ฯ กรุงเทพฯ
  11. โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (มัธยมวัดหัตถสารเกษตร) ในพระราชูปถัมภ์ฯ จังหวัดปทุมธานี
  12. โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดสุนทรสถิต) ในพระราชูปถัมภ์ฯ จังหวัดสมุทรสาคร
  13. โรงเรียนมกุฎเมืองราชวิทยาลัย จังหวัดระยอง
  14. โรงเรียนอนุราชประสิทธิ์ จังหวัดนนทบุรี
  15. โรงเรียนราชปิโยรสายุพราชานุสรณ์ จังหวัดน่าน[117]

พระองค์ทรงอุปการะเด็กกำพร้า เช่น จักรกฤษณ์ และอนุเดช ชูศรี ที่ครอบครัวเสียชีวิตจากภูเขาถล่มเมื่อ พ.ศ. 2554[118] รวมทั้งครอบครัวของบูรฮาน และบุศรินทร์ หร่ายมณี ซึ่งบิดาถูกลอบสังหารจากเหตุความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้[119][120] หรือพระองค์พระราชทานรับคนไข้นักเรียนเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ อย่างอีฟฟราน อ้นบุตร น้องชายของผู้ป่วยที่ได้เขียนจดหมายถวายฎีกาเพื่อช่วยเหลือพี่ชาย ซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งและโรคปอดติดเชื้อ[121]

พระองค์มีพระราชดำริให้ดำเนินโครงการทุนการศึกษาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2552 เป็นทุนตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายถึงระดับปริญญาตรี ต่อมาทรงให้จัดตั้งมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.) เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553[122] โดยทรงให้นำโครงการทุนการศึกษามาดำเนินการภายใต้ ม.ท.ศ. เพื่อสนับสนุนผู้ศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จนถึงปริญญาตรีหรือเทียบเท่า โดยเป็นทุนให้เปล่า และเมื่อจบการศึกษา จะได้รับโอกาสให้สมัครเป็นข้าราชบริพารในพระองค์ฯ[123][124][125][126]

ผ่านมามูลนิธิฯ ได้จัดสรรทุนพระราชทานฯ ไปแล้ว ๖๐๘ ล้านบาท มีนักเรียนที่ได้รับทุนพระราชทานฯ ไปแล้ว รวม 13 รุ่น จำนวน 2,088 ราย ได้รับโอกาสในการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญ สายอาชีพ จนถึงปริญญาตรีหรือเทียบเท่าพร้อมจัดให้มีระบบการดูแลและพัฒนาศักยภาพนักเรียนทุนพระราชทานฯ บ่มเพาะให้มีทัศนคติที่ถูกต้องดีงามปัจจุบันมีนักเรียนทุนพระราชทานฯ ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีไปแล้ว รวม 7 รุ่น จานวนเกือบ 800 รายซึ่งร้อยละ 66 ได้กลับไปทางานในภูมิภาคและจังหวัดที่รับทุน ทั้งนี้ ความพิเศษของทุนพระราชทานนี้ คือความเปิดกว้าง โดยจะไม่มีการกำหนดสัดส่วนชายหญิงผู้รับทุน ไม่มีการกำหนดสัดส่วนจำานวนทุน แต่จะเป็นการพิจารณาจากศักยภาพของนักเรียนเอง และจะไม่มีการยึดโยงกับฐานจังหวัดที่เสนอรายชื่อนักเรียน แต่จะเน้นพิจารณาไปที่ผู้เข้าหลักเกณฑ์รับทุน ณ ช่วงเวลานั้นๆ เป็นสำคัญ เช่น ปีนี้มีนักเรียนเหมาะสม 5 คน ก็ได้รับทุนทั้ง 5 คน ความพิเศษอีกประการหนึ่งของทุนพระราชทานนี้คือการทำงานในเชิงรุก กล่าวคือ การหานักเรียนผู้มีคุณสมบัติในการรับทุนพระราชทาน จะด าเนินการในรูปแบบของคณะกรรมการชุดย่อยดาเนินการระดับพื้นที่/จังหวัด โดยมีการแจ้งหนังสือเวียนไปยังหน่วยงานในพื้นที่เพื่อให้ส่งนักเรียนที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์เข้ามารับการคัดเลือก

ด้านการแพทย์และสาธารณสุข

พระองค์โดยเสด็จพระราชบิดาและพระราชมารดาไปทรงเยี่ยมราษฎรในชนบทเสมอ จึงมีพระราชประสงค์ให้ราษฎรได้รับการรักษาพยาบาลอันทั่วถึงและมีมาตรฐาน เป็นที่มาของการตั้งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชในท้องถิ่นห่างไกลและกันดารขึ้นใน พ.ศ. 2520 เงินในการจัดตั้งมาจากการบริจาคของรัฐบาลและประชาชนทั่วไปผ่านมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ปัจจุบันมีโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพระราชสังกัดกระทรวงสาธารณสุขรวม 21 แห่ง[127]

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2560 พระองค์พระราชทานเงิน 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้จากการจำหน่ายสมุดไดอารีภาพการ์ตูนฝีพระหัตถ์ เพื่อสมทบทุนสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล[128]

วันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 พระองค์พระราชทานเงิน 2,407 ล้านบาทซื้อเครื่องมือเครื่องใช้ทางการแพทย์ให้แก่สถานพยาบาลทั่วประเทศ เงินดังกล่าวมาจากการถวายของประชาชนเพื่อร่วมพระราชกุศลในพระราชพิธีพระบรมศพรัชกาลที่ 9 และมาจากการจัดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว "สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์"[129]

พระองค์ทรงตั้งคณะกรรมการโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี ด้วยหัวใจ เพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลราชทัณฑ์ในการจัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ ตลอดจนการให้จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. เข้าไปมีบทบาทในการช่วยเหลือราชทัณฑ์ ทั้งทางด้าน การแพทย์ การพยาบาล และการอบรม[130]

ด้านการเกษตร

พระองค์พระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ในพื้นที่สวนบ้านกองแห หมู่ที่ 4 ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1,350 ไร่ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการคลินิกเกษตร เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีการเกษตรจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ[ต้องการอ้างอิง] คลินิกดังกล่าวพระราชทานนามว่า "เกษตรวิชญา" แปลว่า ปราชญ์แห่งการเกษตร[131]

เมื่อต้นเดือนเมษายน 2565 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงเปิดโครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลหนองฝ้าย อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งได้รับการขนานนามว่า "อีสานภาคกลาง" เนื่องจากสภาพภูมิประเทศ เป็นพื้นที่ราบเชิงเขา และเป็นพื้นที่เงาฝน ไม่มีระบบชลประทาน ประชาชนในหนองฝ้ายต้องจ้างรถบรรทุกน้ำ สำหรับใช้อุปโภคบริโภค บางคนไม่มีน้ำใช้ในการเกษตรหรือปศุสัตว์ ต้องเสียเงินเพื่อใช้ในการสูบน้ำจากบ่อเพื่อมาทำการเกษตร และเลี้ยงสัตว์ ส่งผลให้มีรายจ่ายมากกว่า

ด้านสังคม

วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2554 พระองค์และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ โปรดให้พลอากาศโท ภักดี แสงชูโต นำผ้าห่มกันหนาว 20,000 ผืน ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในโทโฮะกุ พ.ศ. 2554 ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยมีกษิต ภิรมย์ เป็นผู้รับมอบ[132] และเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 พระองค์พระราชทานของยังชีพไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากเหตุเขื่อนทรุดตัวที่ประเทศลาว[133]

ใน พ.ศ. 2549 พระองค์ทรงเยี่ยมประชาชนที่ประสบปัญหาความไม่สงบในจังหวัดนราธิวาส ณ ร้านข้าวต้มอั้งม้อของภักดี พรมเมน[134][135]

พระองค์ทรงรับโครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก และอุทยานแห่งชาติ จังหวัดกาญจนบุรี ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์[136]

ใน พ.ศ. 2543 พระองค์ทรงตั้งโครงการกีฬาล้างอบายมุขด้วยลูกฟุตบอล เพื่อส่งเสริมการกีฬาแก่เยาวชนไทยโดยใช้กีฬาฟุตบอลเป็นหลัก[137]

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารทรงปั่นนำขบวนในกิจกรรม ปั่นเพื่อแม่ (Bike for Mom)

นอกจากนี้ ใน พ.ศ. 2558 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เป็นรัฐบาลในขณะนั้น จัดกิจกรรมปั่นจักรยานทั่วประเทศ ในชื่อกิจกรรม "ปั่นเพื่อแม่" (Bike for Mom) เฉลิมพระเกียรติพระราชมารดาของพระองค์ในวันที่ 16 สิงหาคม[138] และกิจกรรม "ปั่นเพื่อพ่อ" (Bike for Dad) เฉลิมพระเกียรติพระราชบิดาของพระองค์ในวันที่ 11 ธันวาคม[139] โดยระบุว่า เป็นไปตามพระราชดำริของพระองค์ที่ต้องการส่งเสริมการออกกำลังกาย ซึ่งพระองค์ทรงร่วมปั่นจักรยานในกรุงเทพมหานคร ในทั้งสองกิจกรรม[140] พระราชดำริของพระองค์ยังนำมาสู่การพระราชทานชื่อสนามลู่ปั่นจักรยานที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในชื่อ สนามลู่ปั่นจักรยานเจริญสุขมงคลจิต ในปี พ.ศ. 2561 อีกด้วย[141]

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2563 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงเป็นองค์ประธานในกิจกรรมอบรมผู้นำเยาวชนจิตอาสา ที่ ทม.11 เขตบางเขน มีพระราชกระแสสอนเยาวชน และมีพระราชปฏิสันถารกับเยาวชนจิตอาสาอย่างใกล้ชิดและเป็นกันเองด้วย ความเรียบง่าย โดยเยาวชนชาวม้ง ได้ทูลถามกับพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า "หนูได้ยินคนพูดว่าเมื่อ ร.9 สวรรคต ม้งจะไม่มีที่อยู่ ร.10 จะให้ม้งออกไปจากประเทศให้หมด หนูกลัวมาก กลัวว่าจะไม่มีแผ่นดินอยู่ กลัวว่าจะไม่มีที่ไป ไม่ได้เรียนหนังสือ แต่หลายปีผ่านไป ร.10 ก็ไม่เคยไล่พวกเราทุกคนสบายดี แล้วในหลวงก็ยังให้หนูเรียนหนังสือด้วย" ซึ่งพระองค์มีพระราชดำรัสตอบว่า "ในแผ่นดินนี้ ไม่ว่าจะเชื้อชาติใด เราทุกคนคือคนไทย ประเทศเราไม่เหมือนชาติอื่นใดในโลก เรารักกัน เราช่วยเหลือเอื้อเฟื้อแบ่งปันกัน และในหลวงจะไม่มีวันทิ้งคนไทย พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์จะทำทุกอย่างเพื่อคนไทย ขออย่าได้กังวล"[142]

ต่อมาเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2568 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 29,154,335.92 บาท สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายซ่อมแซมครุภัณฑ์ทางการแพทย์ รวมถึงปรับปรุงอาคารที่ได้รับผลกระทบจากเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงอาคารผู้ป่วยใน 3 โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี[143]

ในช่วงวิกฤตการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา พ.ศ. 2568–2569 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานสิ่งของ เป็นกำลังใจให้ทหารกองกำลังสุรนารี สังกัดกองทัพภาคที่ 2 ที่ปฏิบัติหน้าที่ชายแดนไทย–กัมพูชาปราสาทตาเมือนธม ฐานปฏิบัติการกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2[144] และภายหลังเมื่อสถานการณ์ยกระดับเป็นเหตุปะทะ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต พระองค์และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ก็ได้พระราชทานดอกไม้และสิ่งของเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้บาดเจ็บในจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รับผู้บาดเจ็บเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และทรงรับศพผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ทุกราย[145]

เดิมนั้นพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ จำนวน 2 ฉบับ ให้สถาปนาสมณศักดิ์สมเด็จพระราชาคณะ 1 รูป และพระราชาคณะเจ้าคณะรองอีก 3 รูป รวม 4 รูป[146] และพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะอื่นอีก 77 รูป[147] รวมทั้งสิ้น 81 รูป เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา พ.ศ. 2568 โดยมีผลเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน แต่ในเวลาต่อมามีการปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนว่ามีภิกษุหลายรูปที่ "ประพฤติตนไม่เหมาะสมแก่สมณสารูป และพระราชาคณะกระทำผิดพระธรรมวินัย เป็นเหตุให้พุทธศาสนิกชนได้รับผลกระทบต่อจิตใจเป็นอย่างยิ่ง" พระองค์จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยกเลิกสมณศักดิ์ที่เคยพระราชทานไว้ตามพระบรมราชโองการทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว โดยมีผลตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม[148]

พระราชทรัพย์

เว็บไซต์ บิสซิเนสอินไซเดอร์ ประเมินพระราชทรัพย์ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อปี พ.ศ. 2563 ไว้ที่ 43,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีพระราชทรัพย์มากที่สุดในโลก[149] พระองค์ทรงมีหุ้นใหญ่ในดอยคำ ปูนซิเมนต์ไทย[150] เอสซีบี เอกซ์ (ก่อนหน้านั้นคือธนาคารไทยพาณิชย์) และเทเวศประกันภัย ซึ่งทั้งหมดทรงรับโอนมาจากสำนักงานพระคลังข้างที่[151] ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2564 มีการเปิดเผยเอกสาร "ตั๋วช้าง"[87][88] ซึ่งเป็นการกราบบังคมทูลเพื่อขอให้พระองค์สนับสนุนการแต่งตั้งหรือเลื่อนยศเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อมาเมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2565 ธนาคารไทยพาณิชย์แจ้งว่าพระองค์ทรงถือหุ้นธนาคารไทยพาณิชย์ในอัตรา 23.58%[152]

การแอบอ้างพระนาม

ใน พ.ศ. 2557 มีการจับกุมและดำเนินคดีพล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งมีศักดิ์เป็นญาติของท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี อดีตพระวรชายาในพระองค์ ฐานแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงเพื่อแสวงหาผลประโยชน์[153] รวมไปถึงกฎหมายฟอกเงิน

ประสบการณ์ทางทหาร

  • มกราคม - ตุลาคม พ.ศ. 2519 ทรงเข้ารับการฝึกเพิ่มเติม และศึกษางานด้านการทหาร ณ ประเทศออสเตรเลีย
  • ทรงเข้ารับการฝึกหลักสูตรวิชาอาวุธพิเศษ การทำลายและยุทธวิธีรบนอกแบบ หลักสูตรต้นหนชั้นสูง หลักสูตรการลาดตระเวน และต้นหนชั้นสูง รวมทั้งหลักสูตรส่งทางอากาศ
  • พ.ศ. 2522 - พ.ศ. 2523 ทรงเข้ารับการฝึกหลักสูตรการฝึกบินเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป แบบ ยู เอซ–1 เอซ ของบริษัท เบลล์ รวมชั่วโมงบิน 54.36 ชั่วโมง
  • กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม พ.ศ. 2523 ทรงเข้ารับการฝึกตามโครงการช่วยเหลือทางทหาร กองทัพบกสหรัฐ รวม 6 หลักสูตร ได้แก่
    1. หลักสูตรอาวุธประจำกายและเครื่องยิงลูกระเบิด
    2. หลักสูตรการปฏิบัติการพิเศษ
    3. หลักสูตรการต่อต้านการก่อการร้าย
    4. หลักสูตรการสงครามแบบกองโจร
    5. หลักสูตรการฝึกการดำรงชีพ
    6. หลักสูตรส่งทางอากาศ (ทางบกและทางทะเล)
  • มิถุนายน - กรกฎาคม พ.ศ. 2523 ทรงเข้ารับการฝึกหลักสูตรการฝึกบินเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป แบบ ยู เอซ–1 เอซ กับเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป แบบ ยู เอซ–1 เอ็น ของบริษัทเบลล์ รวมชั่วโมงบิน 259.560 ชั่วโมง
  • กันยายน - ตุลาคม พ.ศ. 2523 ทรงเข้ารับการฝึกหลักสูตรการฝึกบินเฮลิคอปเตอร์โจมตี ติดอาวุธ แบบ ยู เอซ–1 เอซ ของบริษัทเบลล์ จากกองทัพไทย รวมชั่วโมงบิน 54.50 ชั่วโมง
  • ธันวาคม พ.ศ. 2523 - พ.ศ. 2524 ทรงเข้ารับการฝึกหลักสูตรการฝึกบินเครื่องบินปีกติดลำตัว แบบ Sial–Marchetti SF 120 MT รวมชั่วโมงบิน 172.20 ชั่วโมง
  • มีนาคม - กรกฎาคม พ.ศ. 2524 ทรงเข้ารับการฝึกหลักสูตรการฝึกบินเครื่องบินปีกติดลำตัว แบบ Cessna T–37 รวมชั่วโมงบิน 240 ชั่วโมง
  • ตุลาคม - ธันวาคม พ.ศ. 2524 เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรกิจการทางทหารและตำรวจ ณ สหราชอาณาจักร, ประเทศเบลเยียม, ประเทศเนเธอร์แลนด์, ประเทศเยอรมนี ,ประเทศฝรั่งเศส และประเทศออสเตรเลีย
  • ตุลาคม พ.ศ. 2525 - พ.ศ. 2526 ทรงเข้ารับการฝึกหลักสูตรการฝึกบินเปลี่ยนเป็นเครื่องบินขับไล่ แบบ เอฟ–5 (พิเศษ) รุ่นที่ 83 (พุทธศักราช 2526) เอ ที ดับเบิลยู และหลักสูตรเครื่องบินขับไล่ชั้นสูง รุ่นที่ 83 (พุทธศักราช 2526) เอ วี ดับเบิลยู ณ ฐานทัพอากาศวิลเลียมส์ รัฐแอริโซนา สหรัฐ รวมชั่วโมงบิน 2,000 ชั่วโมง
  • พ.ศ. 2532 ทรงผ่านการฝึกบินด้วยเครื่องบินใบพัด แบบมาร์คเคตตี้ของฝูงขั้นปลาย โรงเรียนการบิน กองทัพอากาศ และการฝึกบิน ด้วยเครื่องบินไอพ่น แบบ ที 33 และหลักสูตรนักบินขับไล่ไอพ่นสมรรถนะสูงกับเครื่องบิน ขับไล่ แบบ เอฟ 5 อี/เอฟ ของกองบิน 1 ฝูงบิน 102 โดยทรงทำชั่วโมงบิน 200 ชั่วโมง ในเบื้องต้น และทรงทำชั่วโมงบินสูงสุด 1,000 ชั่วโมง และทรงเข้าร่วมการแข่งขันการใช้อาวุธทางอากาศประจำปี ซึ่งทรงทำคะแนนได้สูงตามกติกา กองทัพอากาศได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเครื่องหมายความสามารถในการใช้อาวุธทางอากาศชั้นที่ 1 ประเภทอาวุธระเบิดสี่ดาว อาวุธจรวดสี่ดาว และอาวุธปืนสี่ดาว ในศกเดียวกัน[154]
  • พฤษภาคม พ.ศ. 2547 ทรงเข้ารับการฝึกหลักสูตรการในฐานะนักบินโบอิ้ง 737–400 จากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), และทรงผ่านการตรวจสอบจากการขนส่งทางอากาศ กับทรงได้รับใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก
  • กรกฎาคม พ.ศ. 2548 ทรงเข้ารับการฝึกหลักสูตรกัปตัน จากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และทรงรับการทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายตำแหน่งนักบินที่ 1 ใน พ.ศ. 2549 ทั้งนี้ ทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินที่ 1 อย่างดีเยี่ยมสม่ำเสมอ รวมชั่วโมงบิน 3,000 ชั่วโมง
  • พฤษภาคม พ.ศ. 2552 กรมการขนส่งทางอากาศได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายใบรับรองในตำแหน่งครูฝึกภาคอากาศกับตำแหน่งครูฝึกเครื่องช่วยฝึกบิน สำหรับเครื่องบินโบอิง 737–400

พระบรมราชอิสริยยศและพระเกียรติยศ

ธรรมเนียมพระยศของ
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระราชลัญจกร
ธงประจำพระอิสริยยศ
ตราประจำพระองค์
ธงประจำพระองค์
การทูลใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท
การแทนตนข้าพระพุทธเจ้า
การขานรับพระพุทธเจ้าข้าขอรับ/เพคะ
ลำดับโปเจียม1
อักษรพระนามาภิไธย
ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
(ก่อนเสวยราชสมบัติ)
ว.ก. (ก่อน 2515)
ม.ว.ก. (2515-2541)
ม.ว.ก. (2541-2559)

พระบรมราชอิสริยยศ

  • สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ บรมจักรยาดิศรสันตติวงศ เทเวศรธำรงสุบริบาล อภิคุณูประการมหิตลาดุลเดช ภูมิพลนเรศวรางกูร กิตติสิริสมบูรณ์สวางควัฒน์ บรมขัตติยราชกุมาร (28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 — 28 ธันวาคม พ.ศ. 2515)
  • สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สิริกิตยสมบูรณสวางควัฒน วรขัตติยราชสันตติวงศ์ มหิตลพงศอดุลยเดช จักรีนเรศยุพราชวิสุทธิ สยามมกุฎราชกุมาร (28 ธันวาคม พ.ศ. 2515 — 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559)
  • สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร[65] (1 ธันวาคม พ.ศ. 2559 — 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562)
  • พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว[155] (4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 — ปัจจุบัน)

พระราชลัญจกรประจำรัชกาล

พระราชลัญจกรเป็นรูปวชิราวุธ ซึ่งหมายถึง สายฟ้าอันเป็นเทพศาสตราของพระอินทร์ และเป็นสัญลักษณ์ของพระบรมนามาภิไธย ใช้แบบตามพระราชนิยมในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้านบนมีจุลมงกุฎ (พระเกี้ยว) อันเป็นศิราภรณ์ประดับพระเกศหรือพระเศียรของพระราชโอรสและพระราชธิดาของพระมหากษัตริย์ และเป็นพิจิตรเลขาประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ใช้แบบตามพระราชนิยมในรัชกาลที่ 5 แทนคำว่า "อลงกรณ์" ซึ่งแปลว่า เครื่องประดับ เป็นพระราชสัญลักษณ์ของพระบรมนามาภิไธย "มหาวชิราลงกรณ" เปล่งรัศมีเป็นสายฟ้า ประดิษฐานอยู่บนพานแว่นฟ้า พร้อมด้วยฉัตรบริวาร[ต้องการอ้างอิง]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

ประกอบด้วยเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทยและต่างประเทศ[156]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย

พระองค์ทรงเป็นประธานของเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากรัชกาลที่ 9 ดังนี้

ต่างประเทศ

รัฐสุลต่านแห่งมาเลเซีย

พระยศทหาร

พระยศทหาร ได้แก่[179]

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
รับใช้ ไทย
ประจำการพ.ศ. 2508–ปัจจุบัน
ชั้นยศ
  • 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2508 : ร้อยตรี เหล่าทหารราบ, เรือตรี พรรคนาวิน และเรืออากาศตรี เหล่าทหารนักบิน[182]
  • 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2514 : ร้อยโท, เรือโท และเรืออากาศโท[183]
  • 9 ธันวาคม พ.ศ. 2518 : ร้อยเอก, เรือเอก และเรืออากาศเอก[184]
  • 1 ตุลาคม พ.ศ. 2520 : พันตรี, นาวาตรี และนาวาอากาศตรี[185]
  • พ.ศ. 2523 : พันโท, นาวาโท และนาวาอากาศโท
  • 1 ตุลาคม พ.ศ. 2526 : พันเอก, นาวาเอก และนาวาอากาศเอก[186]
  • 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2530 : พลตรี, พลเรือตรี และพลอากาศตรี[187]
  • 1 ตุลาคม พ.ศ. 2531 : พลโท, พลเรือโท และพลอากาศโท[188]
  • 9 มกราคม พ.ศ. 2535 : พลเอก, พลเรือเอก และพลอากาศเอก[181]
  • 3 ธันวาคม พ.ศ. 2567 : จอมพล[180]

ยศกองอาสารักษาดินแดน

ตำแหน่งทหาร และนายทหารพิเศษ

การเฉลิมพระเกียรติ

ในฐานะสยามมกุฎราชกุมาร

ชื่องานโอกาสวันที่สถานที่
พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 3 รอบ 28 กรกฎาคม 2531ทรงเจริญพระชนมพรรษา 3 รอบ (36 พรรษา)28 กรกฎาคม พ.ศ. 2531พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง
พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 28 กรกฎาคม 2543ทรงเจริญพระชนมพรรษา 4 รอบ (48 พรรษา)28 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง
พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 28 กรกฎาคม 2555ทรงเจริญพระชนมพรรษา 5 รอบ (60 พรรษา)28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555N/a

ในฐานะพระมหากษัตริย์

พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ

พระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

สิ่งอันเนื่องมาด้วยพระปรมาภิไธย

สถาบันการศึกษา

การคมนาคม

ศาสนสถาน

สถานที่ราชการ

สถานที่

นามสกุล

  • วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา
  • วชิราลงกรณ์

พระราชสันตติวงศ์

พระอัครมเหสี
พระฉายาลักษณ์ พระนาม พระสกุลวงศ์ พระราชบุตร ตำแหน่ง
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
(สุทิดา ติดใจ)
บุตรีของ คำ ติดใจ และคุณหญิงจั่งเฮียง ติดใจ ไม่มีพระราชโอรส-ธิดา พระบรมราชินี
พระสนมเอก
รูป นาม ชาติตระกูล พระราชบุตร ตำแหน่ง
เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี
(เดิม สินีนาฏ วงศ์วชิราภักดิ์)
(นิรมล อุ่นพรม)
บุตรีของ วิรัตน์ อุ่นพรม และคุณหญิงปราณี อุ่นพรม ไม่มีพระราชโอรส-ธิดา เจ้าคุณพระ
อดีตพระวรชายา
พระรูป พระนาม พระสกุลวงศ์ พระราชโอรส/พระราชธิดา ตำแหน่ง
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ
(หม่อมหลวงโสมสวลี กิติยากร)
พระธิดาใน หม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ กิติยากร และท่านผู้หญิงพันธุ์สวลี กิติยากร (เดิม หม่อมเจ้าพันธุ์สวลี ยุคล) อดีตพระวรชายา
ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี
(เดิม พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ)
บุตรีของ อภิรุจ สุวะดี และวันทนีย์ สุวะดี อดีตพระวรชายา
อดีตหม่อม
รูป ชื่อ ชาติตระกูล พระราชโอรส/พระราชธิดา ตำแหน่ง
สุจาริณี วิวัชรวงศ์
เดิม หม่อมสุจาริณี มหิดล ณ อยุธยา
(ยุวธิดา ผลประเสริฐ)
บุตรีของ ธนิต ผลประเสริฐ และเยาวลักษณ์ โกมารกุล ณ นคร อดีตหม่อม
พระราชพิธีอภิเสกสมรส พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ในปี พ.ศ. 2520

เหรียญที่ระลึก และเหรียญเฉลิมพระเกียรติ

เหรียญที่เกี่ยวข้องกับพระองค์มีดังนี้

  • เหรียญที่ระลึกพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร วันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2515[201]
  • เหรียญที่ระลึกพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555[202]
  • เหรียญเฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562[203]
  • เหรียญที่ระลึกพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2567[204]

รถยนต์พระที่นั่ง

สังกัดกองพระราชพาหนะ พระราชวังดุสิต

พระราชนิยม

ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวจะมีพระราชนิยมเรื่องการตั้งและสถาปนาสมณศักดิ์ ที่มีคำว่า วัชร และ วชิร อยู่ในราชทินนาม และพระราชนิยมเรื่องการเฉลิมพระปรมาภิไธยอดีตพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชวงศ์จักรีด้วยคำว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร เช่น พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า

พงศาวลี

ดูเพิ่ม

อ้างอิง

เชิงอรรถ
  1. "King Rama X Maha Vajiralongkorn". globalsecurity.org. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 1 มกราคม 2013. สืบค้นเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2013.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. "Thai Prime Minister Prayuth says Crown Prince seeks delay in proclaiming him King". Coconut.co. Bangkok: Coconuts BKK. AFP. 2016-10-13. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 14 ตุลาคม 2016. สืบค้นเมื่อ 2016-10-14.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. Paddock, Richard C. (2016-12-01). "New King for Thailand as Crown Prince, Vajiralongkorn, Ascends to Throne". The New York Times (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). ISSN 0362-4331. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 11 เมษายน 2017. สืบค้นเมื่อ 2017-10-22.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  4. "Coronation of HM King Maha Vajiralongkorn to be held May 4-6: palace". The Nation (ภาษาอังกฤษ). Agence France-Presse. 2019-01-01. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 1 มกราคม 2019. สืบค้นเมื่อ 2019-01-01.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  5. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้หยุดราชการและชักธงชาติเนื่องในการที่พระราชกุมารประสูติ เก็บถาวร 4 มีนาคม 2016 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม 69, ตอนที่ 49, 12 สิงหาคม พ.ศ. 2495, หน้า 2434
  6. จดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 28 กรกฎาคม 2555, หน้า 10
  7. จดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 28 กรกฎาคม 2555, หน้า 21
  8. จดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 28 กรกฎาคม 2555, หน้า 20
  9. "'องค์รัชทายาท-เจ้าฟ้านักบิน' เผยพระราชกรณียกิจ ตามเบื้องพระยุคลบาท". มติชน. 14 ตุลาคม 2016. สืบค้นเมื่อ 14 ตุลาคม 2016.
  10. 1 2 3 บีบีซีไทย (2016-12-02). "ร.10 : พระราชประวัติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร". บีบีซีไทย. สืบค้นเมื่อ 2021-03-13.
  11. 1 2 ราชกิจจานุเบกษา, หมายกำหนดการ ที่ 15/2495 พระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ 2495, เล่ม 69, ตอน 54 ง, 9 กันยายน พ.ศ. 2495, หน้า 3031
  12. หอจดหมายเหตุแห่งชาติ (2016-05-22). "พระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2016-03-22. สืบค้นเมื่อ 2017-05-17.
  13. . ประมวลพระบรมฉายาลักษณ์และพระราชประวัติ.
  14. ลาวัณย์ โซตามระ. สี่เจ้าฟ้า. กรุงเทพมหานคร: บริษัท กัตนา ดิสทริบิวชั่น จำกัด
  15. "Old Millfieldian Society – Overseas Branch Officials". Omsociety.com. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 5 มีนาคม 2022. สืบค้นเมื่อ 1 ธันวาคม 2016.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  16. 1 2 "Long Live the King: Military Education". Bangkok Post. 1 ธันวาคม 2016. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2023. สืบค้นเมื่อ 3 ธันวาคม 2016.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  17. หมายเรื่องน่ารู้ “วิทยาลัยวิชาการทหารดันทรูน” & “รัชกาลที่ 10” กษัตริย์จอมทัพไทย
  18. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 ทรงพระปรีชาการทหาร
  19. ด้านการศึกษา
  20. กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง. นิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์เหรียญกษาปณานุรักษ์. กรุงเทพฯ : [ม.ป.พ.], 2562.
  21. "พระบรมราชโองการ ประกาศ สถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 98 (พิเศษ 200): 1–3. 28 ธันวาคม 2515.
  22. 1 2 3 พระราชประวัติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร. พระไตรปิฎกฉบับสำหรับประชาชน ตอนว่าด้วยพระสูตร. กรุงเทพมหานคร: กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม (ประเทศไทย)
  23. กรมศิลปากร. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, [ม.ป.ป.].
  24. กรมศิลปากร. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, [ม.ป.ป.].
  25. หมายกำหนดการ พระราชพิธีทรงผนวช พันตรี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฏราชกุมาร ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พฤศจิกายน พุทธศักราช 2521
  26. บวรศักดิ์ อุวรรณโณ. รวมบทความชุด สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสนมหาเถร) และวัดประจำรัชกาลที่ 5 และ7 : วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม. กรุงเทพฯ : มหามกุฏราชวิทยาลัย, 2560. 27 หน้า. หน้า 1.
  27. ราชกิจจานุเบกษา, หมายกำหนดการ พระราชพิธีทรงผนวช พันตรี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฏราชกุมาร, เล่ม 95, ตอนที่ 122 ง, 1 พฤศจิกายน 2521, หน้า 37-42
  28. "พระเถระอดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร: พระมหารัชมงคลดิลก (บุญเรือน ปุณฺณโก ป.ธ.5)". วัดบวรนิเวศวิหาร. สืบค้นเมื่อ 13 กรกฎาคม 2559.[ลิงก์เสียถาวร]
  29. "พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร” หน้า 28
  30. การพระราชพิธีทรงผนวชสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร พุทธศักราช 2521, หน้า 281
  31. กรมศิลปากร. จดหมายเหตุเหตุเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลง กรณ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสพระราชพิธี มหามงคลเฉลิมพระ ชนมพรรษา 5 รอบ 28 กรกฎาคม 2555. กรุงเทพฯ : รุ่งศิลป์การ พิมพ์, 2558. หน้า 27.
  32. พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, “สยามมกุฎราชกุมาร”, กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์บำรุงนุกูลกิจ, 2517. หน้า 15
  33. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 กับพระปรีชาสามารถด้านการทหารและการบิน
  34. สำนักราชเลขาธิการ. "เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จ พระบรมโอรสาธิราช เจ้า ฟ้าวชิราลงกรณ สยาม มกุฎราชกุมาร. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช, 2516. หน้า 161.
  35. "คู่มือการฝึกว่าด้วยแบบฝึกบุคคลท่ามือเปล่า โรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์" (PDF). ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ 2019-08-16. สืบค้นเมื่อ 2019-08-16.
  36. Mike Wooldridge (14 กรกฎาคม 2011). "Wikileaks cable: 'Thai concerns about crown prince'" (ภาษาอังกฤษ). BBC.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  37. 1 2 Julia, Swenee (October 31th, 1981). "Sirikit of Thailand–a dedicated queen". Dallas Times Herald (ภาษาอังกฤษ). Neiman marcus orientations fortnight, USA. {{cite news}}: |access-date= จำเป็นต้องมี |url= (วิธีใช้); ตรวจค่าวันที่ใน: |access-date= และ |date= (วิธีใช้) ผ่าน "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานสัมภาษณ์ ณ ประเทศสหรัฐ" (PDF). สยามนิกร. บริษัท สำนักพิมพ์อาทิตย์ จำกัด. 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2524. สืบค้นเมื่อ 3 ธันวาคม 2559. {{cite magazine}}: |archive-date= จำเป็นต้องมี |archive-url= (วิธีใช้) ผ่าน Jeamteerasakul, Somsak (3 ธันวาคม 2559). ""My son, the Crown Prince, is a bit of a Don Juan."".
  38. แปลจากต้นฉบับ "I have to be very frank. My son, the Crown Prince, is a little bit of Don Juan. If I give an interview I have to be frank. He is a good student, a good boy, but women find him interesting, and he finds women even more interesting. So, his family is not so smooth."
  39. Duncan. McCargo, Media and Politics in Pacific Asia, page 146
  40. "US embassy cables: Thai officials express concerns over crown prince" (ภาษาอังกฤษ). The Guardian. 14 กรกฎาคม 2011. Prem acknowledged Crown Prince Vajiralongkorn probably maintained some sort of relationship with fugitive former PM Thaksin, "seeing him from time to time."{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  41. Dorling, Philip; McKenzie, Nick (12 ธันวาคม 2010). "Top Singapore officials trash the neighbours". The Sydney Morning Herald.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  42. "US embassy cables: Thai officials express concerns over crown prince" (ภาษาอังกฤษ). The Guardian. 14 กรกฎาคม 2011. Thaksin ran the risk of self-delusion if he thought that the Crown Prince would act as his friend/supporter in the future merely because of Thaksin's monetary support; "he does not enjoy that sort of relationship."{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  43. ธนาพล อิ่วสกุล; ชัยธวัช ตุลาฑล (มกราคม–มีนาคม 2554). "การ "เปลี่ยนผ่าน" รัชสมัยในสถานการณ์เปลี่ยนผ่านการเมืองไทย". ฟ้าเดียวกัน (ปีที่ 9, ฉบับที่ 1): 67.{{cite journal}}: CS1 maint: date format (ลิงก์) CS1 maint: multiple names: authors list (ลิงก์)
  44. ธนาพล อิ่วสกุล; ชัยธวัช ตุลาฑล (มกราคม–มีนาคม 2554). "การ "เปลี่ยนผ่าน" รัชสมัยในสถานการณ์เปลี่ยนผ่านการเมืองไทย". ฟ้าเดียวกัน (ปีที่ 9, ฉบับที่ 1): 57.{{cite journal}}: CS1 maint: date format (ลิงก์) CS1 maint: multiple names: authors list (ลิงก์)
  45. ธนาพล อิ่วสกุล; ชัยธวัช ตุลาฑล (มกราคม–มีนาคม 2554). "การ "เปลี่ยนผ่าน" รัชสมัยในสถานการณ์เปลี่ยนผ่านการเมืองไทย". ฟ้าเดียวกัน (ปีที่ 9, ฉบับที่ 1): 54.{{cite journal}}: CS1 maint: date format (ลิงก์) CS1 maint: multiple names: authors list (ลิงก์)
  46. "As father fades, his children fight". The Economist. 18 มีนาคม 2010.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  47. More Lèse majesté Charges in Thailand เก็บถาวร 2013-08-21 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน Asia Sentinel, April 1, 2010
  48. Fromtheold (2010-03-30). "Thailand - Grenade attacks and online censorship amid mounting political tension". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2010-08-22. สืบค้นเมื่อ 2017-05-17.
  49. Shawn W. Crispin (14 Mars 2008). "The politics of revenge in Thailand". Asian Times Online: 54. {{cite journal}}: |access-date= จำเป็นต้องมี |url= (วิธีใช้); ตรวจค่าวันที่ใน: |date= (วิธีใช้)
  50. ธนาพล อิ่วสกุล; ชัยธวัช ตุลาฑล (มกราคม–มีนาคม 2554). "การ "เปลี่ยนผ่าน" รัชสมัยในสถานการณ์เปลี่ยนผ่านการเมืองไทย". ฟ้าเดียวกัน (ปีที่ 9, ฉบับที่ 1): 56–57.{{cite journal}}: CS1 maint: date format (ลิงก์) CS1 maint: multiple names: authors list (ลิงก์)
  51. Paul Dailing (22 ก.พ. 2009). "Australian Writer Who Insulted Thai Monarchy Shares Prison Cell With Child Molester, Weapons Dealer" (ภาษาอังกฤษ). huffpost.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  52. Thais detain Aussie writer, The_Australian, September 05, 2008
  53. Thai court jails Australian novelist for three years over royal 'insult', The_Scotsman, January 19, 2009
  54. Author jailed for insulting Thai king, CNN.com, January 19, 2009
  55. ธนาพล อิ่วสกุล; ชัยธวัช ตุลาฑล (มกราคม–มีนาคม 2554). "การ "เปลี่ยนผ่าน" รัชสมัยในสถานการณ์เปลี่ยนผ่านการเมืองไทย". ฟ้าเดียวกัน (ปีที่ 9, ฉบับที่ 1): 59–60.{{cite journal}}: CS1 maint: date format (ลิงก์) CS1 maint: multiple names: authors list (ลิงก์)
  56. ธนาพล อิ่วสกุล; ชัยธวัช ตุลาฑล (15 สิงหาคม 2529). ดิฉัน: 227. {{cite journal}}: |title= ขาดหายหรือว่างเปล่า (วิธีใช้)CS1 maint: multiple names: authors list (ลิงก์)
  57. "US embassy cables: Thai officials express concerns over crown prince" (ภาษาอังกฤษ). The Guardian. 14 กรกฎาคม 2011. Vajiralongkorn's preference to spend time based out of Munich with his main mistress, rather than in Thailand with his wife and son{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  58. "US embassy cables: Thai officials express concerns over crown prince" (ภาษาอังกฤษ). The Guardian. 14 กรกฎาคม 2011. Information about his air hostess mistresses was widely available on websites; he lamented how his former aide, now Thai Ambassador to Germany, was forced to leave Berlin for Munich often to receive Vajiralongkorn.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  59. "Thailand's King Bhumibol Adulyadej dead at 88". BBC News. 13 ตุลาคม 2016. สืบค้นเมื่อ 13 ตุลาคม 2016.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  60. กองบรรณาธิการ วอยซ์ทีวี (2017-01-01). "เหตุการณ์แห่งปี ร.10 ขึ้นทรงราชย์ 1 ธ.ค. 59". สืบค้นเมื่อ 2018-08-07.
  61. "Thai king death: Thousands throng streets for procession". BBC. 2016-10-14. สืบค้นเมื่อ 2016-10-14.
  62. "ขอทรงพระเจริญ ก้องสภาฯ สนช.ถวายพระพร". ไทยรัฐ. 30 พฤศจิกายน 2559. สืบค้นเมื่อ 3 ธันวาคม 2559.
  63. "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่(สิบ) เสด็จขึ้นทรงราชย์แล้ว". โพสต์ทูเดย์. 1 ธันวาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 2 ธันวาคม 2559.
  64. "ประกาศสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เรื่อง อัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 133 (102 ก): 1. 1 ธันวาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 1 ธันวาคม 2559.
  65. 1 2 "ประกาศเฉลิมพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 133 (102 ก): 2. 1 ธันวาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 1 ธันวาคม 2559.
  66. ประกาศพระปฐมบรมราชโองการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562, 4 พฤษภาคม 2562
  67. "พระราชโองการ ประกาศ เรื่อง สถาปนาสมเด็จพระราชินี" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 136 (11 ข): 1. 1 พฤษภาคม 2562. สืบค้นเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2563.
  68. ""ราชาภิเษกสมรส" ร. 10 และสมเด็จพระราชินีสุทิดา". ประชาชาติธุรกิจ. 1 พฤษภาคม 2562. สืบค้นเมื่อ 1 พฤษภาคม 2562.
  69. "Thai king's coronation likely by the end of 2017: deputy PM". Reuters. 21 เมษายน 2017. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 26 เมษายน 2017. สืบค้นเมื่อ 13 มิถุนายน 2017.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  70. "Thai parliament approves king's constitutional changes request, likely delaying elections". Reuters. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 14 มกราคม 2017. สืบค้นเมื่อ 13 มกราคม 2017.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  71. "โปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ ฉบับใหม่". บีบีซีไทย. 17 กรกฎาคม 2017. สืบค้นเมื่อ 2019-05-12.
  72. "สำนักงานทรัพย์สินฯ ชี้แจงการเปลี่ยนชื่อผู้ถือหุ้นเป็นพระปรมาภิไธย ร.10". บีบีซีไทย. 16 มิถุนายน 2018. สืบค้นเมื่อ 2019-05-12.
  73. "Thai king takes control of five palace agencies". businesstimes.com.sg. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 6 พฤษภาคม 2017. สืบค้นเมื่อ 18 พฤษภาคม 2017.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  74. "Thai king says sister's candidacy for prime minister is 'inappropriate', 'unconstitutional': Palace statement". Channel NewsAsia. 8 กุมภาพันธ์ 2019. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2019. สืบค้นเมื่อ 2019-02-09.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  75. "'ในหลวง' โปรดเกล้าฯให้อัญเชิญพระบรมราโชวาท ร.9". กรุงเทพธุรกิจ. 23 มีนาคม 2562. สืบค้นเมื่อ 2019-03-23.
  76. "#โตแล้วเลือกเองได้ ขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ในทวิตเตอร์คืนก่อนวันเลือกตั้ง". ประชาไท. 23 มีนาคม 2562. สืบค้นเมื่อ 2019-03-24.
  77. "Thai king's favorite to take over army, as PM's choice ignored". Nikkei Asian Review. สืบค้นเมื่อ 28 กันยายน 2020.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  78. "Harry Potter-themed protest openly criticises Thai monarchy". ABC. 4 สิงหาคม 2020. สืบค้นเมื่อ 23 สิงหาคม 2020.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  79. "ประมวลชุมนุม #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน 'เราไม่ต้องการปฏิรูปเราต้องการปฏิวัติ'" [Summary of demonstration Thammasat will not tolerate 'We do not want reforms; we want revolution' }language=th]. prachatai.com. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  80. "The ten demands that shook Thailand". New Mandala (ภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย). 2 กันยายน 2020. สืบค้นเมื่อ 2 กันยายน 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  81. Crispin, Shawn W. (18 สิงหาคม 2020). "New generation of daring resistance in Thailand". Asia Times. สืบค้นเมื่อ 20 สิงหาคม 2020.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  82. "Thai PM says protesters' call for monarchy reform 'went too far'". aljazeera.com. สืบค้นเมื่อ 20 สิงหาคม 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  83. "Protests continue to target Thai monarchy". South China Morning Post. สืบค้นเมื่อ 21 กันยายน 2020.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  84. Reed, John. "#RepublicofThailand trends as protesters maintain push on monarchy". Financial Times. สืบค้นเมื่อ 25 กันยายน 2020.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  85. "Getting Radical? Thai netizens call for the "Republic of Thailand"". thisrupt.co. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2020-10-06. สืบค้นเมื่อ 2020-09-27.
  86. "โฆษกรัฐบาลเยอรมนีระบุ แจ้งทูตไทยหลายครั้งเรื่องการทรงงานในต่างแดน". บีบีซีไทย. สืบค้นเมื่อ 12 ตุลาคม 2020.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  87. 1 2 "โรม อารมณ์ค้าง เปิดเวทีอภิปรายนอกห้องประชุม เปิดปมตั๋วตำรวจ 'ตั๋วช้าง'". มติชนออนไลน์. 19 กุมภาพันธ์ 2021. สืบค้นเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2021.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  88. 1 2 สำนักงานราชเลขานุการในพระองค์ 904 (2562-11-23). "บันทึกข้อความ ที่ พว 0005.1/"030" ลงวันที่ 23 มกราคม 2562". {{cite web}}: |access-date= จำเป็นต้องมี |url= (วิธีใช้); |url= ขาดหายหรือว่างเปล่า (วิธีใช้)CS1 maint: numeric names: authors list (ลิงก์)
  89. "While Germany doesn't have a functioning monarchy, it's home to one of Asia's richest". www.abc.net.au (ภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย). 2021-01-09.
  90. Welle (www.dw.com), Deutsche. "Thailand's king living in luxury quarantine while his country suffers | DW | 01.05.2020". DW.COM (ภาษาอังกฤษแบบบริติช).
  91. "Thailand king cancels ceremonies as COVID surges". Nikkei Asia (ภาษาอังกฤษแบบบริติช).
  92. ""ศักดิ์ เจียม" อีกแล้ว! ปั้น "เฟกนิวส์" ในหลวงป่วย "เจี๊ยบ คอนถม" แค่ลือก็ดีใจ "ยุกติ" ถ้าไม่จริง แปลงเป็นสาปแช่ง". mgronline.com (ภาษาอังกฤษ). 10 มีนาคม 2022. สืบค้นเมื่อ 13 พฤษภาคม 2021.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  93. "ในหลวง พระพลานามัยแข็งแรง ทรงสวดมนต์ เจริญพระกัมมัฏฐานเป็นประจำ". ประชาชาติธุรกิจ (ภาษาอังกฤษ). 15 มีนาคม 2022. สืบค้นเมื่อ 21 พฤษภาคม 2021.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  94. ""หลวงพ่อสุทัศน์" ยุติข่าวลือในหลวง "เหน็บเจ็บ" รับ โบว์-พิมรี่พาย สู่ "สภาสลิ่ม" อย่าแตะ! องครักษ์แม้วดิ้นพล่าน". เฟซบุ๊ก (ภาษาอังกฤษ). 15 มีนาคม 2022. สืบค้นเมื่อ 21 พฤษภาคม 2021.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  95. Staff, Reuters (2021-03-30). "Thai police charge politician for insulting king over vaccine remarks". Reuters (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-05-13. {{cite news}}: |first= มีชื่อทั่วไป (วิธีใช้)
  96. Staff, Reuters (2021-01-19). "Thailand defends royal company's role in vaccine strategy". Reuters (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-05-13. {{cite news}}: |first= มีชื่อทั่วไป (วิธีใช้)
  97. "Thailand government files lese-majesty suit against banned opposition leader". the Guardian (ภาษาอังกฤษ). 2021-01-21.
  98. "แจ้งจับ ฮาร์ท สุทธิพงศ์ โดนคดี ม.112 โพสต์พาดพิงสถาบัน ยาเจ้านายขายไม่ออก". www.thairath.co.th. 2021-05-13.
  99. "ร.10 พระราชทานทรัพย์กว่า 2,852,144,487.59 ล.สมทบทุน-จัดหาอุปกรณ์แพทย์รับมือโควิด-19". mgronline.com (ภาษาอังกฤษ). 2021-05-27.
  100. "วันเฉลิมพระชนมพรรษา : สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระราชทาน "ถุงพระราชทานกำลังใจ"". บีบีซี. 5 มีนาคม 2022. สืบค้นเมื่อ 3 มิถุนายน 2021.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  101. "ในหลวงจะไม่มีวันทิ้งคนไทย". mgronline.com (ภาษาอังกฤษ). 15 March 2022. สืบค้นเมื่อ 28 Juy 2021. {{cite news}}: ตรวจค่าวันที่ใน: |accessdate= (วิธีใช้)
  102. "โควิด-19 : ในหลวงพระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยอีก 16 คัน แก่กระทรวงสาธารณสุข". บีบีซี. 5 มีนาคม 2022. สืบค้นเมื่อ 7 มิถุนายน 2021.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  103. "แถลงการณ์สำนักพระราชวัง 17 ธันวาคม 2565" (PDF). ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ 2023-03-31. สืบค้นเมื่อ 2023-05-02.
  104. "แถลงการณ์สำนักพระราชวัง 26 ธันวาคม 2565" (PDF). ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ 2023-02-06. สืบค้นเมื่อ 2023-05-02.
  105. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้นายทหารรับราชการและพระราชทานพระยศทหาร
  106. ราชอาณาจักรสยาม, พระราชภาระหน้าที่ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้าชายมหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร[ลิงก์เสียถาวร], http://www.kingdom-siam.org เก็บถาวร 2020-10-20 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
  107. กษัตริย์นักบิน, เก็บถาวร 2020-08-11 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
  108. สุดสัปดาห์ (2 เมษายน 2562). "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 กับพระปรีชาสามารถด้านการทหารและการบิน". สุดสัปดาห์ออนไลน์.
  109. [ม.ร.ว.ชนม์สวัสดิ์ ชมพูนุท, “รัชกาลที่ 9 กับ สยามมกุฎราชกุมาร”, กรุงเทพฯ, หน้า 198.]
  110. [สำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ. “50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ. พระนครศรีอยุธยา : สำนักพิมพ์สถาบันราชภัฏพระนครศรีอยุธยา, 2545. หน้า 10. ]
  111. ผู้จัดการ (29 พฤษภาคม 2564). "ในหลวง-พระราชินี พระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์ช่วยเหลือชาวเนปาล ในภาวะวิกฤตโควิด-19". ผู้จัดการ.
  112. ไทยโพสต์ (4 พฤษภาคม 2564). "ในหลวง-พระราชินี พระราชทานเครื่องผลิตออกซิเจนและถังบรรจุก๊าซช่วยเหลือชาวอินเดีย". ไทยโพสต์.
  113. มติชน (3 กุมภาพันธ์ 2563). "ในหลวงพระราชทานเวชภัณฑ์ให้จีน นำส่งพร้อมเครื่องบินรับ 149 คนไทยกลับบ้าน". มติชน.
  114. โรงเรียนอนุราชประสิทธิ์. ประวัติโรงเรียนอนุราชประสิทธิ์. 2562.
  115. [พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร” หน้า 43]
  116. ผู้จัดการออนไลน์. ในหลวง ร.๑๐ พระราชทานเงินช่วยเหลือโรงเรียนในสังกัด สพป.ขอนแก่น เขต 1-5. 2564.
  117. "พระบรมราโชบายด้านการศึกษา". สำนักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2019-07-28. สืบค้นเมื่อ 3 กันยายน 2562.
  118. "สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงห่วง 2 หนูน้อยเหยื่อโคลนถล่มเขาเบญจา ทำกำพร้า ทรงรับพระอุปภัมภ์". TLC News. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2017-08-10. สืบค้นเมื่อ 20 ธันวาคม 2557.
  119. "สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงรับบุตรอิหม่ามยะโก๊บไว้ในพระอุปถัมภ์". ASTVผู้จัดการออนไลน์. 29 สิงหาคม 2556. สืบค้นเมื่อ 20 ธันวาคม 2557.[ลิงก์เสียถาวร]
  120. "ครอบครัว "หร่ายมณี" ซาบซึ้งพระเมตตาอุปถัมภ์การศึกษาทายาท". สำนักข่าวไทย. 29 สิงหาคม 2556. สืบค้นเมื่อ 20 ธันวาคม 2557.[ลิงก์เสียถาวร]
  121. เอ็มไทย. ร.10 ทรงรับเด็กชายป่วยมะเร็ง เป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์[ลิงก์เสียถาวร]. 2561.
  122. กศภ.7 เผยความคืบหน้าทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. ปี 2562
  123. "โครงการทุนการศึกษาพระราชทาน (พ.ศ. 2552)". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2020-08-05. สืบค้นเมื่อ 2019-10-15.
  124. ทุนพระราชทาน ม.ท.ศ.
  125. ไฟเขียว 100 ทุนให้นร.ทุน ม.ท.ศ.เรียนต่อ ป.โท
  126. ข้อมูลทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ
  127. "แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ในทศวรรษที่ 5 (พ.ศ.2560 - 2569)" (PDF). สืบค้นเมื่อ 31 ตุลาคม 2567
  128. "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเงิน100ล้านแก่โรงพยาบาลศิริราช". ข่าวสด. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2562.
  129. "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทาน 2,400 ล้านบาท ช่วย 27 โรงพยาบาลทั่วไทย". ข่าวสด. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2562.
  130. แต่งตั้งคณะกรรมการโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดีด้วยหัวใจังหวัด (2562, 29 สิงหาคม). ราชกิจจานุเบกษา, (เล่มที่ 136, ตอนพิเศษ 217ง). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : ha.soc.go.th/DATA/PD F/2562/E/217/T_0001. PDF[ลิงก์เสียถาวร]. (18 ตุลาคม 2562).
  131. "เกษตรวิชญา...เชียงใหม่ ธนาคารอาหารชุมชนยั่งยืน". www.thairath.co.th. 2020-07-29.
  132. หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ปีที่ 61 ฉบับที่ 21143 วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2554 หน้า 1, 12[ระบุข้อมูลทางบรรณานุกรมไม่ครบ]
  133. "พระราชทานของ 'ช่วยลาว' ขนขึ้นเครื่องบินซี-130 พบ 26 ศพหายอีก 131 คน". www.thairath.co.th. 2018-07-26.
  134. "พระเมตตา ร.10 พลิกชีวิตร้านข้าวต้มเมืองนราฯ ยืนหยัดสู้ต่อที่ชายแดนใต้". www.thairath.co.th. 2019-05-08.
  135. "พระองค์ทรงเยี่ยมประชาชนที่ประสบปัญหาความไม่สงบในจังหวัดนราธิวาส". 9 พฤษภาคม 2009. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2019-11-11. สืบค้นเมื่อ 2019-11-11.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  136. ประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ จังหวัดกาญจนบุรี (28 August 2019). ราชกิจจานุเบกษา, (เล่มที่ 136, ตอนพิเศษ 125 ง). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/215/T_0004.PDF
  137. สำนักสภาสถาบันราชภัฏ. 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์สถาบันราชภัฏ พระนครศรีอยุธยา, 2545. หน้า 54-54.
  138. "'ปั่นเพื่อแม่' ถวายแด่ราชินี". www.thairath.co.th. 2015-06-19.
  139. "วันแห่งประวัติศาสตร์ "ปั่นเพื่อพ่อ BIKE FOR DAD"". www.thairath.co.th. 2015-12-13.
  140. "กษัตริย์นักกีฬา รัชกาลที่ 10 Bike for Mom-Bike for Dad". www.thairath.co.th. 2016-12-03.
  141. "ปีติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจักรยานเปิดสนาม 'เจริญสุขมงคลจิต' (ภาพชุด)". มติชน. 23 พฤศจิกายน 2018. สืบค้นเมื่อ 14 มกราคม 2025.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  142. "พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่ คณะนักเรียนเยาวชนจิตอาสา Love Camp". ณ ลานรวมพลแปลงที่ 3 ศูนย์ฝึกโรงเรียนจิตอาสา 904 วันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ.2563
  143. ""ในหลวง" พระราชทานเงินส่วนพระองค์ 29.1 ล้านบาท ซ่อมแซม รพ.สมเด็จพระยุพราชเดชอุดม". Hfocus เจาะลึกระบบสุขภาพ. 16 มีนาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 17 เมษายน 2026.
  144. "ในหลวงพระราชทานสิ่งของเป็นกำลังใจให้ทหารกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ที่ปฏิบัติหน้าที่ชายแดนไทย-กัมพูชา". เดอะสแตนดาร์ด. 16 มิถุนายน 2025. สืบค้นเมื่อ 17 เมษายน 2026.
  145. "'ในหลวง'โปรดเกล้าฯ ให้ผู้ว่าฯเยี่ยมทหารบาดเจ็บ รับเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์". แนวหน้า. 25 กรกฎาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 17 เมษายน 2026.
  146. "ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ 'สมเด็จพระราชาคณะ-รองสมเด็จฯ'". เดลินิวส์. 22 มิถุนายน 2025. สืบค้นเมื่อ 15 กรกฎาคม 2025.
  147. "ทรงโปรดพระราชทานสัญญาบัตร ตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ 77 รูป". ข่าวสด. 22 มิถุนายน 2025. สืบค้นเมื่อ 15 กรกฎาคม 2025.
  148. "ยกเลิกพระบรมราชโองการ 'สถาปนา-พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์' 81 รูป". เดลินิวส์. 15 กรกฎาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 15 กรกฎาคม 2025.
  149. Hoffower, Hillary (2019-07-17). "Meet the 10 richest billionaire royals in the world right now". Business Insider. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 26 กันยายน 2019. สืบค้นเมื่อ 2020-01-16.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  150. "ข้อมูลผู้ถือหุ้น SCC".
  151. "ผู้ถือหุ้นบริษัทเทเวศประกันภัยจำกัด (มหาชน)". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2023-04-11. สืบค้นเมื่อ 2023-04-29.
  152. "ข้อมูลผู้ถือหุ้น SCB".
  153. จากฟ้าสู่เหว ย้อนชีวิต “คนทำผิด” ใกล้ชิดเบื้องสูง บีบีซีไทย. 6 มีนาคม 2017
  154. สกุลไทย: 7 สิงหาคม 2533[ระบุข้อมูลทางบรรณานุกรมไม่ครบ]
  155. "พระบรมราชโองการ ประกาศ เรื่อง สถาปนาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 136 (14 ข): 2. 4 พฤษภาคม 2562.
  156. ราชอาณาจักรสยาม, เครื่องราชอิสริยาภรณ์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้าชายมหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร[ลิงก์เสียถาวร], http://www.kingdom-siam.org เก็บถาวร 2020-10-20 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
  157. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องขัตติยราชอิสริยากรณ์มหาจักรีบรมราชวงศ์ เก็บถาวร 2019-05-05 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม 82, ตอน 111 ง ฉบับพิเศษ, 23 ธันวาคม พ.ศ. 2508, หน้า 12
  158. 1 2 3 ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เก็บถาวร 2016-03-04 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม 90, ตอน 10 ง ฉบับพิเศษ, 26 มกราคม พ.ศ. 2516, หน้า 18
  159. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม 93, ตอน 80 ง, 1 มิถุนายน พ.ศ. 2519, หน้า 1351
  160. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ปฐมดิเรกคุณภรณ์ จำนวน 8 พระองค์) เก็บถาวร 2011-11-11 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม 112, ตอน 17 ข เล่มที่ 003, 4 ธันวาคม พ.ศ. 2538, หน้า 1
  161. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ (สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ), เล่ม 105, ตอน 95 ง ฉบับพิเศษ, 15 มิถุนายน พ.ศ. 2531, หน้า 1
  162. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์, เล่ม 69, ตอน 69 ง ฉบับพิเศษ, 18 พฤษศจิกายน พ.ศ. 2495, หน้า 1
  163. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญกล้าหาญ (พันเอก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณฯ สยามมกุฎราชกุมาร) , เล่ม 104, ตอน 6 ง ฉบับพิเศษ, 14 มกราคม พ.ศ. 2530, หน้า 1
  164. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชน (ชั้นที่ 1 แด่ พันเอก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณฯ สยามมกุฎราชกุมาร), เล่ม 104, ตอน 52 ง ฉบับพิเศษ, 20 มีนาคม พ.ศ. 2530, หน้า 1
  165. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญราชการชายแดน, เล่ม 84, ตอน 87 ง ฉบับพิเศษ, 15 กันยายน พ.ศ. 2510, หน้า 22
  166. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญจักรมาลา แด่ พลโท สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามาหวชิราลงกรณ์ สยามมกุฎราชกุมาร , เล่ม 105, ตอน 210 ง ฉบับพิเศษ, 12 ธันวาคม พ.ศ. 2531, หน้า 1
  167. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตประดับเครื่องอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม 102 ตอนที่ 60 ฉบับพิเศษ หน้า 12, 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2528
  168. Nepali Reels Episode 3 | Meeting of the Two Kings | दुई राजाको भेट | By Ramesh Khadka
  169. Espa Kings: Official Visit to Thailand, Bangkok, Thailand
  170. "Boletín Oficial del Estado" (PDF). ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ 2020-03-01. สืบค้นเมื่อ 2016-12-01. {{cite web}}: ข้ามพารามิเตอร์ |deadlink= ซึ่งไม่รู้จัก (แนะนำ |url-status= แทน) (วิธีใช้)
  171. Emperor And Empress Visit Southeast Asia
  172. "Немеркнущие заслуги в развитии отношений между КНДР и Таиландом". Сайта МИД КНДР. 2022-03-10. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2023-01-23. สืบค้นเมื่อ 2023-01-19.
  173. "ไทย - เปรู". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2565. สืบค้นเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2565. {{cite web}}: ข้ามพารามิเตอร์ |deadlink= ซึ่งไม่รู้จัก (แนะนำ |url-status= แทน) (วิธีใช้); ตราเวลาใน |archive-date= / |archive-url= ไม่ตรงกัน; แนะนำค่า 23 กุมภาพันธ์ 2022 แทน (วิธีใช้)
  174. Royalty - Queen Elizabeth II State Visit to Thailand
  175. "Modtagere af danske dekorationer" (jump down to just above the picture gallery and search for Vajiralongkorn of Thailand in the search box [where it says "Søg efter navn eller titel"]). kongehuset.dk (ภาษาเดนมาร์ก). ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 12 พฤษภาคม 2019. สืบค้นเมื่อ 18 เมษายน 2019.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  176. BANGKOK 20030225 Queen Sirikit, Queen Silvia, King Carl XVI Gustaf and King Bhumibol in the middle.
  177. Staatsbezoek Thailand (2004)
  178. matichon (2026-06-30). "ปีติ ในหลวง-พระราชินี ทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ จาก 'มาครง' ปธน.ฝรั่งเศส". สืบค้นเมื่อ 2026-06-30.
  179. ราชอาณาจักรสยาม, พระยศทหารของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้าชายมหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร[ลิงก์เสียถาวร], http://www.kingdom-siam.org เก็บถาวร 2020-10-20 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
  180. 1 2 ตามพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 6 รอบ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 ซึ่งเป็นวันที่พระองค์ทรงฉลองพระองค์จอมพล และพระองค์ทรงใช้พระคทาจอมทัพที่เป็นพระคทาจอมพลภูมิพล เป็นพระคทาจอมทัพในรัชกาล ทั้งนี้อินทรธนูของพระองค์เป็นอินทรธนูที่มาจากการได้รับพระราชทานยศของพระราชบิดา โดยอินทรธนูฝั่งขวาจะเป็นอินทรธนูแบบตราประจำพระองค์ของพระราชบิดา ส่วนอินทรธนูฝั่งซ้ายจะเป็นอินทรธนูที่เป็นอินทรธนูจอมพล
  181. 1 2 3 4 ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้นายทหารรับราชการและพระราชทานพระยศทหาร พลโท สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร, เล่ม 109, ตอน 18 ง ฉบับพิเศษ, 31 มกราคม พ.ศ. 2535, หน้า 1
  182. 1 2 ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศทหาร
  183. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศทหาร
  184. 1 2 ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศทหาร
  185. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศทหาร
  186. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศทหาร
  187. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศทหาร
  188. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระยศทหาร พลตรี พลเรือตรี พลอากาศตรี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เป็น พลโท พลเรือโท พลอากาศโท, เล่ม 105, ตอน 175 ง ฉบับพิเศษ, 27 ตุลาคม พ.ศ. 2531, หน้า 1
  189. "ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศกองอาสารักษาดินแดน" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 99 (ตอน 4 ง ฉบับพิเศษ): หน้า 1. 14 มกราคม 2525. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ 2018-06-27. สืบค้นเมื่อ 1 กรกฎาคม 2562.
  190. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายทหารพิเศษ
  191. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายทหารพิเศษ
  192. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งผู้บังคับการพิเศษ [พันเอก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ สยามมกุฎราชกุมาร]
  193. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ
  194. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายทหารพิเศษ (พลโท สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ สยามมกุฎราชกุมาร)
  195. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายทหารพิเศษ [พลเอก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
  196. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายทหารพิเศษ (พลเอก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร)
  197. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การเปลี่ยนชื่อโรงเรียน "โรงเรียนมัธยมวชิราลงกรณวราราม"
  198. "ปลื้มปีติ! พระราชทานชื่อ "ทศมราชัน" สะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9 ข้ามเจ้าพระยา". เดลินิวส์. 30 เมษายน 2024. สืบค้นเมื่อ 30 เมษายน 2024.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  199. ประกาศสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เรื่อง เปลี่ยนแปลงชื่อวัด (วัดเขื่อนเขาแหลม เป็น วัดเขื่อนวชิราลงกรณ)
  200. จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ระเบียบ ประกาศ และคำสั่งเกี่ยวกับนิสิต. จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย. 1964.
  201. ราชกิจจานุเบกษา, "พระราชบัญญัติ เหรียญที่ระลึกพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร พ.ศ. 2539".
  202. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชกฤษฎีกาเหรียญเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 28 กรกฎาคม 2555 พ.ศ. 2555, เล่ม 129, ตอนที่ 66 ก, 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2555, หน้า 1
  203. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชกฤษฎีกา เรื่อง เหรียญเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 4 พฤษภาคม 2562 พ.ศ. 2562, เล่ม 136, ตอนที่ 54, 23 เมษายน พ.ศ. 2562, หน้า 1
  204. เหรียญที่ระลึกพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา
บรรณานุกรม

แหล่งข้อมูลอื่น