คณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 43
คณะรัฐมนตรีเปรม 2 | |
|---|---|
| คณะรัฐมนตรีคณะที่ 43 แห่งราชอาณาจักรไทย | |
| พ.ศ. 2526 - 2529 | |
| วันแต่งตั้ง | 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2526 |
| วันสิ้นสุด | 5 สิงหาคม พ.ศ. 2529 (3 ปี 90 วัน) |
| บุคคลและองค์กร | |
| พระมหากษัตริย์ | พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร |
| นายกรัฐมนตรี | เปรม ติณสูลานนท์ |
| พรรคร่วมรัฐบาล | พรรคกิจสังคม พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชากรไทย พรรคชาติประชาธิปไตย พรรคปวงชนชาวไทย |
| สถานะในสภานิติบัญญัติ | รัฐบาลผสม 242 / 324 |
| พรรคฝ่ายค้าน | พรรคชาติไทย (73) พรรคก้าวหน้า (3) พรรคสังคมประชาธิปไตย (2) พรรคประชาเสรี (1) |
| ประวัติ | |
| การเลือกตั้ง | 18 เมษายน พ.ศ. 2526 |
| สิ้นสุดจากการเลือกตั้ง | 22 เมษายน พ.ศ. 2522 |
| ก่อนหน้า | คณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 42 |
| ถัดไป | คณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 44 |
คณะรัฐมนตรี คณะที่ 43 ของไทย (30 เมษายน พ.ศ. 2526 – 5 สิงหาคม พ.ศ. 2529)
พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ประกาศพระบรมราชโองการเมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2526 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงลงพระปรมาภิไธยในประกาศ
ร้อยโท จารุบุตร เรืองสุวรรณ ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ
รายชื่อคณะรัฐมนตรี คณะที่ 43 ของไทย
[แก้]| ดำรงตำแหน่งเมื่อตั้งคณะรัฐมนตรี (จนสิ้นสุดคณะรัฐมนตรี) | |||
| ออกจากตำแหน่ง | |||
| เปลี่ยนแปลง/โยกย้าย | |||
| แต่งตั้งเพิ่ม |
การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี
[แก้]เปรม ติณสูลานนท์
| พรรค | คะแนน |
|---|---|
| พรรคประชากรไทย | 36 |
| พรรคชาติประชาธิปไตย | 15 |
| พรรคกิจสังคม | 101 |
| พรรคชาติไทย | 108 |
| พรรคประชาธิปัตย์ | 57 |
| รวม | 317 |
| งดออกเสียง | 7 |
การปรับคณะรัฐมนตรี
[แก้]มีการเปลี่ยนแปลงคณะรัฐมนตรี ดังนี้
- วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2527 นายโอภาส พลศิลป เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แทนร้อยตำรวจเอก สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ที่ออกจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2527[2]
- วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2528 นายเล็ก นานา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน แทนนายดำรง ลัทธพิพัฒน์ ซึ่งถึงแก่อนิจกรรม[3]
- วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2528[4]
- นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ไปดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม แทน นายอบ วสุรัตน์ ที่ลาออกจากตำแหน่ง
- นายอนันต์ ฉายแสง เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม แทน นายประโยชน์ เนื่องจำนงค์ ที่ลาออกจากตำแหน่ง
- นายมีชัย วีระไวทยะ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
- วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2529 มีการปรับปรุงคณะรัฐมนตรี ครั้งใหญ่โดย[5]
- นายบุญเท่ง ทองสวัสดิ์ พ้นจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี
- พลอากาศเอก สิทธิ เศวตศิลา เป็นรองนายกรัฐมนตรี
- ร้อยตำรวจเอก สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แทนนายโกศล ไกรฤกษ์ ที่ลาออกจากตำแหน่ง
- นายสุบิน ปิ่นขยัน เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
- นายประสพ บุษราคัม เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แทน นายผัน บุญชิต ที่ลาออกจากตำแหน่ง
- นายมนตรี พงษ์พานิช เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แทนนายโอภาส พลศิลป ที่ลาออกจากตำแหน่ง
- นายอรุณ ภาณุพงศ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
- นายอำนวย ยศสุข พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
- วันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2529 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายปรีดา พัฒนถาบุตร รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย พ้นจากตำแหน่ง
การบริหารงานของรัฐบาล
[แก้]ปัญหาที่สำคัญของรัฐบาลเผชิญนั้นคือปัญหาทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะวิกฤติการณ์ที่เกิดกับสถาบันการเงินหลายแห่งตั้งแต่ปลายปี 2526 ถึงต้นปี 2527 กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย พยายามใช้มาตรการต่างๆมาแก้ปัญหาแต่สถาการณ์โดยทั่วไปยังไม่ดีขึ้น ความไม่เชื่อมั่นของประชาชนทำให้เกิดการไถ่ถอนตั๋วสัญญาใช้เงินอย่างต่อเนื่องและมีทีท่าจะขยายต่อไปถึงธนาคารพาณิชย์ รัฐบาลจึงได้จัดตั้งโครงการ 4 เมษายน 2527 และจัดตั้งคณะทำงานแก้ปัญหาสถาบันการเงินเมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2527 แต่ในระหว่างที่รัฐบาลกำลังแก้ปัญหาบริษัทเงินทุนอยู่นั้น ได้เกิดปัญหาการเงินนอกระบบขึ้นมาอีก รัฐบาลพลเอกเปรมจึงได้ออกพระราชกำหนดการกู้ยืมที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527[6] แต่วิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจที่นำมาสู่วิกฤติการณ์ทางการเมืองเกิดขึ้นในวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2527 เมื่อมีประกาศกระทรวงการคลังเรื่องปรับปรุงระบบการแลกเปลี่ยนเงินตรา ซึ่งมาตราการดังกล่าวทำให้ค่าเงินบาทลดลงร้อยละ 15 วันที่ 6 พฤศจิกายน นายทหารชั้นผู้ใหญ่ 5 นายได้มีหนังสือด่วนมากถึงพลเอกเปรมเรียกร้องให้มีการปรับปรุงคณะรัฐมนตรี วันที่ 7 พฤศจิกายน พลเอก อาทิตย์ กำลังเอก ผู้บัญชาการทหารบกได้ออกอากาศแสดงความไม่เห็นด้วยกับมาตราการดังกล่าวทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 และ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7[7] พลเอกเปรมชี้แจงกับบรรดานายทหารชั้นผู้ใหญ่ว่าถ้าภายในระยะเวลา 6 เดือน เหตุการณ์เลวร้ายลงอย่างที่ผู้บัญชาการทหารบกว่าไว้หรือนโยบายไม่ประสบความสำเร็จ พลเอกเปรมจะขอลาออกจากตำแหน่ง[8] วิกฤติการณ์ในครั้งนี้ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างพลเอกเปรมกับพลเอกอาทิตย์
การสิ้นสุดของคณะรัฐมนตรี คณะที่ 43 ของไทย
[แก้]คณะรัฐมนตรีชุดนี้สิ้นสุดลง เนื่องจากมีการยุบสภา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2529 มีสาเหตุมาจากการที่รัฐบาลได้เสนอพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 พ.ศ. 2529 เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร แต่สภาผู้แทนราษฎรลงมติไม่อนุมัติพระราชกำหนดดังกล่าว[9]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี (จำนวน ๔๔ ราย)
- ↑ พระบรมราชโองการ ประกาศ รัฐมนตรีลาออกและตั้งรัฐมนตรี (ร้อยตำรวจเอก สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลาออก และแต่งตั้ง นายโอภาส พลศิลป ดำรงตำแหน่งสืบแทน)
- ↑ พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งรัฐมนตรี (นายเล็ก นานา)
- ↑ พระบรมราชโองการ ประกาศ รัฐมนตรีลาออก ให้รัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง และตั้งรัฐมนตรี (นายอบ วสุรัตน์ นายประโยชน์ เนื่องจำนงค์ ลาออก นายจิรายุ อิศรางกูร ฯ พ้นจากตำแหน่งและตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ตั้งนายอนันต์ ฉายแสง นายมีชัย วีระไวทยะ)
- ↑ พระบรมราชโองการ ประกาศ รัฐมนตรีลาออก ให้รัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งและตั้งรัฐมนตรี (นายโกศล ไกรฤกษ์ นายประยูร จินดาศิลป์ นายผัน บุญชิต นายโอภาส พลศิลป ลาออก นายบุญเท่ง ทองสวัสดิ์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี และตั้ง พลอากาศเอก สิทธิ เศวตศิลา ร้อยตำรวจเอก สุรัตน์ โอสถ
- ↑ มูลนิธิรัฐบุรุษ, หน้า 446-447.
- ↑ มูลนิธิรัฐบุรุษ, หน้า 475.
- ↑ มูลนิธิรัฐบุรุษ, หน้า 487.
- ↑ คณะกรรมการเตรียมการลงนามความเข้าใจระหว่างหอสมุดรัฐสภาสหรัฐอเมริกาและรัฐสภาไทย, สรรสาระรัฐธรรมนูญไทย, กรุงเทพฯ: องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก, 2548,หน้า 567.