ดำรง ลัทธพิพัฒน์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ดำรง ลัทธพิพัฒน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการพลังงาน
ดำรงตำแหน่ง
7 พฤษภาคม พ.ศ. 2526 – 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2528
นายกรัฐมนตรี พลเอกเปรม ติณสูลานนท์
ก่อนหน้า นาวาอากาศโท ทินกร พันธุ์กระวี
ถัดไป นายเล็ก นานา
เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์
ดำรงตำแหน่ง
16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2518 – 6 ตุลาคม พ.ศ. 2521
ก่อนหน้า นายธรรมนูญ เทียนเงิน
ถัดไป นายเฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 29 สิงหาคม พ.ศ. 2475
เสียชีวิต 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2528 (52 ปี)
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
พรรคการเมือง ประชาธิปัตย์ (2512 - 2528)
คู่สมรส นางสมศรี ลัทธพิพัฒน์

ดำรง ลัทธพิพัฒน์ (29 สิงหาคม พ.ศ. 247529 กรกฎาคม พ.ศ. 2528) [1] อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์[2][3] และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ประวัติ[แก้]

ดำรง เข้าสู่การเมืองโดยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2512 พร้อมด้วยพิชัย รัตตกุล ในเหตุการณ์ 14 ตุลา ดำรงเป็นหนึ่งในสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่ร่วมลงชื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญจากรัฐบาล ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ได้รับเลือกให้เป็นเลขาธิการพรรคเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2518 แทนธรรมนูญ เทียนเงินที่ลาออกจากพรรคไป ด้วยมีความขัดแย้งกับสมาชิกในพรรค

ในเหตุการณ์ 6 ตุลา ดำรงถูกกล่าวหาร่วมกับชวน หลีกภัย และสุรินทร์ มาศดิตถ์ ว่าเป็นผู้ฝักใฝ่คอมมิวนิสต์

ดำรง ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในรัฐบาลหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช[4] จนกระทั่งพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากนายกรัฐมนตรีลาออก และได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์[5] อีกสมัยหนึ่ง แต่ดำรงตำแหน่งเพียง 12 วัน และได้เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณเพียงวันเดียวก็ต้องพ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากการรัฐประหารของพลเรือเอก สงัด ชลออยู่

ชีวิตส่วนตัว สมรสกับ สมศรี ลัทธพิพัฒน์ ซึ่งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มีบุตรด้วยกัน 2 คน เป็นชายหญิงอย่างละคน ดำรง ลัทธพิพัฒน์ถึงแก่อนิจกรรมในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการพลังงาน ด้วยบาดแผลจากกระสุนปืนที่ศีรษะ โดยประกอบอัตวินิบาตกรรม[ต้องการอ้างอิง] ขณะนั่งรถประจำตำแหน่งมาทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2528 เนื่องจากความเครียด ภายหลัง สมัคร สุนทรเวช ซึ่งขณะนั้นเป็นคอลัมนิสต์ "มุมน้ำเงิน" ในหนังสือพิมพ์เดลิเมล์ ได้เขียนบทความว่า เขายิงตนเองให้ถึงแก่ความตายเพื่อหนีความผิดค้าเฮโรอีนข้ามประเทศ นางสมศรี ลัทธพิพัฒน์ (เกตุทัต) ภรรยา[6] มอบหมายให้นายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ทนายความ ฟ้องหมิ่นประมาทสมัคร สุนทรเวช[7] ศาลฎีกามีคำตัดสินเมื่อเดือนธันวาคม 2531[8] ว่า นายสมัครมีความผิดตามฟ้อง ให้จำคุก 6 เดือน แต่ให้รอลงอาญาไว้ และปรับ 4,000 บาท ทั้งให้โฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ 2 ฉบับ 7 วัน[9]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Damrong Lathapipat, 1932-1985
  2. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี (จำนวน 35 ราย)
  3. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี (จำนวน ๓๓ ราย)
  4. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี (จำนวน 35 ราย)
  5. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี (จำนวน ๓๓ ราย)
  6. นิตยสารผู้จัดการ ฉบับที่ 2 เดือนกันยายน 2526
  7. เปิดใจ "บัณฑิต ศิริพันธุ์" ขอทำงานเพื่อความถูกต้อง หนังสือพิมพ์แนวหน้า 14 กันยายน 2550
  8. [1] คำพิพากษาศาลฎีกาจำคุก สมัคร 6 เดือนฐานหมิ่นประมาทดำรง, สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ (26 ก.พ.-4 มี.ค.32), (5-11 มี.ค.32)
  9. กองบรรณาธิการมติชน. 289 ข่าวดัง 3 ทศวรรษหนังสือพิมพ์มติชน พ.ศ. 2521-2549. กรุงเทพ : สำนักพิมพ์มติชน, พ.ศ. 2549. 424 หน้า. ISBN 974-323-889-1
  10. แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย) เล่ม ๑๐๐ ตอน ๒๐๗ ฉบับพิเศษ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๖