สุริยา ลาภวิสุทธิสิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สุริยา ลาภวิสุทธิสิน
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
ดำรงตำแหน่ง
11 มีนาคม พ.ศ. 2548 – 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2548
นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ก่อนหน้า สุวรรณ วลัยเสถียร
เนวิน ชิดชอบ
วัฒนา เมืองสุข
พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล
อนุทิน ชาญวีรกูล
ถัดไป อรนุช โอสถานนท์
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2508 (54 ปี)
กรุงเทพ ประเทศไทย
พรรคการเมือง ไทยรักไทย
ศาสนา พุทธ

นายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในรัฐบาลของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร เป็นนักการเมือง นักธุรกิจที่มีความสนิทแนบแน่นกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน

ประวัติ[แก้]

สุริยา ลาภวิสุทธิสิน เกิดเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2508 ในครอบครัวนักธุรกิจย่านประตูน้ำ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และปริญญาโท สาขาการบริหารธุรกิจ สำหรับผู้บริหาร จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์[1]

การทำงาน[แก้]

สุริยา ลาภวิสุทธิสิน ประกอบธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับการส่งออกด้าย โรงปั่น และโรงทอผ้า รวมถึงธุรกิจทางด้านเชื้อเพลิง (แก๊ส) ในชื่อบริษัทยูเนี่ยนแก๊สแอนด์เคมีคอล จำกัด จากนั้นจึงได้เริ่มทำงานการเมืองโดยการเป็นที่ปรึกษาให้กับนายเสริมศักดิ์ การุญ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายสังข์ทอง ศรีธเรศ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต่อมาจึงได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อของพรรคไทยรักไทย ในลำดับที่ 94 และได้เป็นที่ปรึกษานายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

สุริยา ลาภวิสุทธิสิน ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีครั้งแรกในสมัยรัฐบาลทักษิณ 2 เมื่อปี พ.ศ. 2548 ในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์[2] จนกระทั่งได้ลาออกจากตำแหน่งในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548[3] หลังจากดำรงตำแหน่งได้เพียง 4 เดือน ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549[4]

ในปี พ.ศ. 2553 นายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน ถูกกล่าวหาจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่าได้กระทำทุจริตผิดหน้าที่ และยักยอกเงินของ EWC[5] เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้เพื่อตนเองหรือผู้อื่นในระหว่างปี 2547-2548 ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทเป็นเงินรวม 580.1 ล้านบาท เข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

  • เบญจมาภรณ์มงกุฏไทย (บ.ม.)
  • เบญจมดิเรกคุณาภรณ์ (บ.ภ.)

อ้างอิง[แก้]