กปปส.

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ก่อตั้ง 29 พฤศจิกายน 2556
สถานะทางกฎหมาย
หยุดการเคลื่อนไหว
วัตถุประสงค์
  • ขจัดอิทธิพลของอดีตนายกรัฐมนตรีพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร จากการเมืองไทย
  • จัดตั้งสภาประชาชนเพื่อควบคุมการปฏิรูปประเทศ
ที่ตั้ง กรุงเทพมหานคร
พื้นที่ทำงาน ประเทศไทย
สมาชิก
เลขาธิการ
สุเทพ เทือกสุบรรณ
งบประมาณ ประมาณวันละ 10 ล้านบาท (ประมาณเดือนมกราคม 2557)[5]
ภาพสรุปเหตุการณ์วิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งหรือเกี่ยวข้องกับ
วิกฤตการเมืองไทย พ.ศ. 2556-2557

การเมืองไทยประวัติศาสตร์ไทย

กปปส. มีชื่อเต็มว่า คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (ภาษาอังกฤษใช้ชื่อว่า People's Democratic Reform Committee, แปลตามตัวอักษร คณะกรรมการประชาชนปฏิรูปประชาธิปไตย, ย่อ: PDRC) เป็นกลุ่มผลประโยชน์ในประเทศไทย[6] โดยมุ่งหมายขจัดอิทธิพลของพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากการเมืองไทย และการจัดตั้งสภาประชาชนที่มิได้มาจากการเลือกตั้งเพื่อควบคุมการปฏิรูปการเมือง[7] กลุ่มดังกล่าวมีบทบาทสูงในวิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557 ในสถานะของผู้จัดกิจกรรมชุมนุมประท้วงขนาดใหญ่ในกรุงเทพมหานคร

สุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้นำการประท้วงและอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ ก่อตั้งกลุ่มดังกล่าวตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2556 และแต่งตั้งตนเองเป็นเลขาธิการ[7] ขบวนการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากหลายองค์การ รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มนักเคลื่อนไหวนักศึกษา สหภาพแรงงานของรัฐ และกลุ่มนิยมทหาร[8] การสนับสนุนของ กปปส. ส่วนใหญ่มาจากชาวกรุงเทพมหานครและชาวภาคใต้ที่มีฐานะร่ำรวย[9] กปปส. มิได้ใช้สัญลักษณ์สีเสื้อแทนตัวเอง แต่ใช้การเป่านกหวีดเป็นสัญลักษณ์ของการประท้วงครั้งนี้[10] กปปส. ใช้งบประมาณวันละกว่า 10 ล้านบาท[11] สื่อต่างประเทศรายงานว่า ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เป็นผู้สนับสนุนสถาบันกษัตริย์[12][13] และลักษณะของการชุมนุม "เป็นปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตย"[14][15]

สุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้นำการประท้วง ประกาศเจตนาของ กปปส. เพื่อทวงอำนาจอธิปไตยจากรัฐบาลมาคืนประชาชน ซึ่งจะดำเนินการปฏิรูปประเทศผ่านสภาประชาชนที่มิได้มาจากการเลือกตั้ง สุเทพยังประกาศจะขจัดสิ่งที่ตนเรียกว่า "ระบอบทักษิณ"[16][17] สุเทพกล่าวว่า สภาประชาชนทำหน้าที่เป็นองค์กรนิติบัญญัติ โดยจะแก้ไขกฎหมายและระเบียบ เช่นเดียวกับดำเนินแผนการปฏิรูปในประเทศ[18] เขายังอธิบายว่าสภาประชาชนจะมีสมาชิก 400 คน โดย 300 คนเป็นผู้แทนจากอาชีพต่าง ๆ และอีก 100 คนที่เหลือ กปปส. จะเลือกจากนักวิชาการและราษฎรอาวุโสซึ่งเป็นที่เคารพนับถือ[19][20]

เป้าหมายสูงสุดของ กปปส. คือกดดันให้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลาออกจากความเป็นหัวหน้ารัฐบาล[21] เพื่อให้เกิดช่องว่างแห่งอำนาจ[22] จากนั้นจะอ้างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 3 ซึ่งบัญญัติว่า "อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้งองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานของรัฐ ต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม" และมาตรา 7 ซึ่งบัญญัติว่า "ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" โดยเชื่อว่า ประเทศไทยเคยปกครองโดยนายกรัฐมนตรีที่มาจากการแต่งตั้ง ฉะนั้นจะเป็นการเปิดโอกาสให้พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 กปปส. ยุติการชุมนุมเมื่อเกิดรัฐประหาร วันที่ 16 มิถุนายน 2557 สุเทพกล่าวว่า กปปส. หยุดเคลื่อนไหวทันทีหลัง คสช. ยึดอำนาจ และ กปปส. พร้อมให้ความร่วมมือหาก คสช. จัดการปฏิรูป[23]

หลังรัฐประหาร สุเทพเปิดเผยว่า ตนพูดคุยกับประยุทธ์ จันทร์โอชาให้ถอนรากถอนโคนอิทธิพลของทักษิณและพันธมิตรนับแต่การชุมนุมทางการเมืองใน พ.ศ. 2553 เขากล่าวว่า ได้ติดต่อเป็นประจำผ่านแอพไลน์ ก่อนรัฐประหาร ประยุทธ์ติดต่อเขาว่า "คุณสุเทพและมวลชนผู้สนับสนุน กปปส. ของท่านเหนื่อยมากแล้ว ตอนนี้เป็นหน้าที่ของกองทัพที่ต้องรับต่อ" สุเทพว่า กองทัพตระหนักดีถึงวัตถุประสงค์ของ กปปส. ระหว่างที่กลุ่มกดดันข้าราชการและทหารให้เข้าร่วมขบวนการ กองทัพได้รับข้อเสนอของ กปปส. หลายอย่าง เช่น มาตรการช่วยเหลือเกษตรกร[24] สุเทพยังเปิดเผยว่า การชุมนุมใช้เงินทั้งสิ้น 1,400 ล้านบาท โดยเป็นเงินของแกนนำ 400 ล้านบาท และของผู้สนับสนุน 1 พันล้านบาท[24]

แกนนำ[แก้]

แกนนำ กปปส.รุ่น 1

แกนนำ กปปส.รุ่น 2

สถานที่ชุมนุม[แก้]

สถานที่ เริ่ม สิ้นสุด หมายเหตุ
สถานีรถไฟสามเสน 31 ตุลาคม 2556 4 พฤศจิกายน 2556
อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 4 พฤศจิกายน 2556 13 มกราคม 2557
กระทรวงการคลัง 25 พฤศจิกายน 2556 27 พฤศจิกายน 2556 ตั้งใจขัดขวางไม่ให้รัฐบาลเบิกงบประมาณประจำปี[ต้องการอ้างอิง]
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถ.แจ้งวัฒนะ 27 พฤศจิกายน 2556 9 ธันวาคม 2556
สนามม้านางเลิ้ง 9 ธันวาคม 2556 13 ธันวาคม 2556
1. แยกปทุมวัน
2. แยกราชประสงค์
3. แยกอโศก
4. แยกศาลาแดง (สีลม)
5. ห้าแยกลาดพร้าว
6. อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
7. แจ้งวัฒนะ (จนถึง 22 พฤษภาคม 2557)
13 มกราคม 2557 2 มีนาคม 2557 วันเริ่มปฏิบัติการปิดกรุงเทพฯ
สวนลุมพินี 2 มีนาคม 2557 12 พฤษภาคม 2557
สะพานมัฆวานรังสรรค์ 12 พฤษภาคม 2557 22 พฤษภาคม 2557

การชุมนุมใหญ่[แก้]

ครั้งที่ วันที่ รายละเอียด
1 24 พฤศจิกายน 2556 ใช้ชื่องานว่า "24 พฤศจิกาฯ มวลมหาประชาชน คนไทยใจเกินล้าน"
2 9 ธันวาคม 2556 เคลื่อนพลไปยังทำเนียบรัฐบาล กปปส.เสนอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลาออกจากนายกรัฐมนตรีรักษาการ และให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง
3 22 ธันวาคม 2556 ประกาศปิดกรุงเทพฯ 5 แยกธุรกิจครึ่งวัน
4 13 มกราคม 2557 ประกาศปิดกรุงเทพฯ 7 แยกธุรกิจเต็มวัน
5 29 มีนาคม 2557 เคลื่อนพลไปยังลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบรมรูปทรงม้ารัชกาลที่ 5 ถวายเครื่องสักการะและถวายสัตย์ปฏิญาณ และเดินทางไปอาคารรัฐสภาถวายเครื่องสักการะ และประกาศเจตนารมณ์ ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 7
6 5 พฤษภาคม 2557
9 พฤษภาคม 2557
13 พฤษภาคม 2557
- เคลื่อนพลไปยังสนามหลวงเพื่อจุดเทียนชัยถวายพระชัยมงคลเนื่องในวันฉัตรมงคล และประกาศสัตยาธิษฐานเพื่อที่จะแสดงความจงรักภักดีต่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
- วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 วันเริ่มปฏิบัติการขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
- วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 ทำบุญประเทศเนื่องในวันวิสาขบูชา

ลำดับเหตุการณ์ กปปส.[แก้]

  31 ตุลาคม 2556
         นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศตั้งเวทีปราศรัยที่สถานีรถไฟสามเสน ใกล้ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับสุดซอย โดยประกาศว่าจะเคลื่อนไหวต่อสู้ทั้งในสภาและนอกสภา จนกว่ากฎหมายฉบับนี้จะถอนออกไป
  1 พฤศจิกายน 2556 
         การประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม วาระที่ 3 ลากยาวมาราธอนจากช่วงสายวันที่ 31 ตุลาคม 2556 มาถึงช่วงเช้ามืดในวันที่ 1 พฤศจิกายน ก่อนที่ในเวลาประมาณ 04.00 น. สภาฯ มีมติผ่านร่างดังกล่าว และปิดประชุมทันที
  4 พฤศจิกายน 2556 
         นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นำมวลชนเดินจากเวทีสามเสนมาสักการะศาลหลักเมือง และวัดพระแก้ว ก่อนจะประกาศยุบเวทีสามเสน แล้วย้ายมาชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแทน 
 
  7 พฤศจิกายน 2556
         มติสภาฯ ให้ถอนร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง และร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม รวม 6 ฉบับที่ยังไม่ได้พิจารณา ออกจากวาระการประชุม ฟากรัฐบาลได้เรียกร้องให้มวลชนยุติการชุมนุม โดยยืนยันว่าการพิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรมสิ้นสุดแล้ว

  11 พฤศจิกายน 2556 
         ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 9 คน นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศลาออกจากตำแหน่ง เพื่อยกระดับการต่อสู้คัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม อย่างเต็มรูปแบบ ขณะที่วันเดียวกัน วุฒิสภาได้ลงมติไม่รับหลักการร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
 
  15 พฤศจิกายน 2556 
         นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศยกระดับการชุมนุมจากการต่อต้านการนิรโทษกรรมสุดซอย เป็นการขับไล่ระบอบทักษิณ พร้อมประกาศ 4 มาตรการอารยะขัดขืน โค่นระบอบทักษิณ คือ ร่วมลงชื่อถอดถอน ส.ส. ทั้ง 310 คน ที่เห็นชอบร่างนิรโทษกรรม, ให้เป่านกหวีดใส่คนที่ทำงานรับใช้ พ.ต.ท.ทักษิณ, ร่วมกันต่อต้านสินค้าในเครือ พ.ต.ท.ทักษิณ และชวนข้าราชการหยุดงานทั้งประเทศ
  17 พฤศจิกายน 2556
         นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศรวมพล 1 ล้านคน ล้างระบอบทักษิณ เพื่อการปฏิรูปประเทศ ในวันที่ 24 พฤศจิกายน
  19 พฤศจิกายน 2556
         กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นัดชุมนุมใหญ่ที่สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน
  20 พฤศจิกายน 2556
         ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว. ขัดต่อรัฐธรรมนูญ รวมทั้งประเด็นเสียบบัตรแทนกันที่เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 122 แต่ไม่มีความผิดถึงขั้นต้องยุบพรรคเพื่อไทย
  24 พฤศจิกายน 2556 
         สุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศชุมนุมใหญ่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และประกาศแผนดาวกระจาย 13 จุด ในวันที่ 25 พฤศจิกายน
  25 พฤศจิกายน 2556 
         มวลชน กปปส. ประกาศดาวกระจาย 13 จุด คือ กองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) สำนักงานตำรวจนครบาล (บช.น.) ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง 9 ช่อง 11 กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานประมาณ เพื่อต่อต้านระบอบทักษิณ พร้อมยื่นข้อเรียกร้องให้หน่วยงานต่าง ๆ มาอยู่ข้างประชาชน
         ภายหลัง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้ประกาศปักหลักที่กระทรวงการคลัง เปิดเวทีปราศรัยเป็นแห่งที่ 2 โดยให้เหตุผลว่า เพื่อไม่ให้สำนักงบประมาณเป็นเครื่องมือของระบอบทักษิณอีกต่อไป
 
  26 พฤศจิกายน 2556
         สภาฯ เปิดประชุมอภิปรายไม่ไว้วางใจ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย เป็นวันที่ 2 ก่อนนัดลงมติ ซึ่งในที่สุดแล้ว ทั้งสองคนได้รับเสียงไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งต่อไป
 
  27 พฤศจิกายน 2556
         สุเทพ เทือกสุบรรณ นำมวลชนบุกศูนย์ราชการ และอีก 14 กระทรวง ก่อนประกาศนอนค้างคืนที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ทำให้เกิดเวทีปราศรัยเพิ่มขึ้นมาอีก 1 จุด คือที่ศูนย์ราชการ ทำให้ในวันนี้ มีเวทีชุมนุมทั้งหมด 3 จุด คือที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กระทรวงการคลัง และศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ
 
  29 พฤศจิกายน 2556
         นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศตั้ง "คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.)" โดยมีเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และแกนนำกองทัพประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณ (กปท.) เข้าร่วม
 
  30 พฤศจิกายน 2556
         ระหว่างที่กลุ่ม นปช. นัดชุมนุมใหญ่ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ย่านรามคำแหง อยู่นั้น ด้านนอกมหาวิทยาลัยรามคำแหงก็ได้เกิดเหตุปะทะขึ้น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย
         วันเดียวกัน กปปส. ได้บุกยึด กสท. โทรคมนาคม และ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เพื่อเข้าไปควบคุมระบบโทรคมนาคม 
  1 ธันวาคม 2556 
         มวลชน กปปส. พยายามบุกเข้าทำเนียบรัฐบาล สตช. และ บช.น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตรึงกำลังอย่างเข้มงวดไม่ให้ผู้ชุมนุมบุกเข้ามา ก่อนจะมีการใช้แก๊สน้ำตา กระสุนยาง และน้ำผสมสารเคมี โดยเหตุการณ์วันนี้ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก
         ขณะเดียวกัน แกนนำ กปปส. ก็ได้นำมวลชนบุกไปตามฟรีทีวีช่องต่าง ๆ เรียกร้องให้เสนอข่าวอย่างเป็นกลาง และขอให้ถ่ายทอดสัญญาณจากบลูสกาย จากนั้น นายสุเทพ ได้อ่านแถลงการณ์ กปปส. ฉบับที่ 1 ประกาศให้ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2556 เป็นต้นไป เป็นวันหยุดงานทั่วประเทศ
 
  2 ธันวาคม 2556 
         มวลชน กปปส. พยายามบุกเข้าทำเนียบรัฐบาล และ บช.น. แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดกั้นไว้
  3 ธันวาคม 2556
         ผู้ชุมนุม กปปส. บุกทำเนียบรัฐบาลและ บช.น. อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยอมให้ผู้ชุมนุมบุกเข้ามาได้โดยไม่มีการสกัดกั้นอีก และหลังจากผู้ชุมนุมเข้ามาภายในทำเนียบรัฐบาล และ บช.น. ได้แล้ว ก็ได้ถอนกำลังกลับไป พร้อมกับประกาศชัยชนะ
  8 ธันวาคม 2556
         มติพรรคประชาธิปัตย์ให้ ส.ส. ลาออกจากตำแหน่งยกพรรค โดยให้เหตุผลว่ารัฐบาลหมดความชอบธรรมแล้ว  
 
  9 ธันวาคม 2556
         กปปส. นัดชุมนุมใหญ่ เคลื่อนขบวนจาก 8 เส้นทาง บุกล้อมทำเนียบรัฐบาลขับไล่รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ และระบอบทักษิณ แต่ก่อนถึงเวลารวมพล ในตอนเช้า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้แถลงผ่านโทรทัศน์รวมเฉพาะกิจประกาศยุบสภา เลือกตั้งใหม่ คืนอำนาจให้กับประชาชน อย่างไรก็ตาม กลุ่ม กปปส. ก็ยังคงชุมนุมต่อไป พร้อมกับยุบเวทีที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และกระทรวงการคลัง มารวมอยู่ที่ราชดำเนินเพียงจุดเดียว
 
  18 ธันวาคม 2556
         กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สั่งอายัดบัญชีแกนนำ กปปส. รวม 18 คน พร้อมเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาที่ว่าร่วมกันก่อกบฏ
 
  21 ธันวาคม 2556 
         พรรคประชาธิปัตย์แถลงข่าวไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง ส.ส. ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 โดยมองว่าไม่สามารถคลี่คลายวิกฤตศรัทธาของประชาชนที่มีต่อพรรคการเมืองได้
  22 ธันวาคม 2556
         กปปส. นัดชุมนุมใหญ่อีกครั้ง โดยประกาศตั้งเวทีใหญ่ 5 จุด คือ อนุสาวรีย์ชัย แยกราชประสงค์ แยกปทุมวัน แยกอโศก และสวนลุมพินี เพื่อกดดันให้รัฐบาลลาออก ตั้งสภาปฏิรูปขึ้นก่อนเลือกตั้ง
  25 ธันวาคม 2556
         นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวเสนอตั้งสภาปฏิรูปประเทศ มีสมาชิกทั้งหมด 499 คน โดยจะคัดสรรจากตัวแทนประชาชนเข้าร่วม 
 
  26 ธันวาคม 2556
         กกต. เปิดรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่สนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง แต่เกิดความวุ่นวายขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้า เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมที่เดินทางมาปิดล้อมสถานที่ตั้งแต่กลางดึกพยายามสกัดกั้นไม่ให้ตัวแทนพรรคการเมืองเข้าไปจับสลากหมายเลขลงเลือกตั้ง ก่อนจะเกิดเหตุปะทะกันขึ้น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ ด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ และนายวสุ สุฉันทบุตร 
         จากนั้น กกต. ได้แถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาลเลื่อนการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ออกไปก่อน เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์วุ่นวาย
  27 ธันวาคม 2556
         เกิดความวุ่นวายในการรับสมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขต ในหลายจังหวัดของพื้นที่ภาคใต้ เมื่อมวลชนได้รวมตัวกันปิดทางเข้าออกสถานที่รับสมัคร เป็นเหตุให้ 28 เขตเลือกตั้งในภาคใต้ไม่มีผู้สมัคร ส.ส. แม้แต่คนเดียว ขณะที่ กกต. หลายเขต ประกาศลาออก เพราะได้รับแรงกดดันจากทั้งสองฝ่าย
  29 ธันวาคม 2556
         นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ขึ้นเวทีราชดำเนิน ประกาศมีแผนชัตดาวน์กรุงเทพฯ หลังปีใหม่ พร้อมระดมพล
  13 มกราคม 2557
         กปปส. นัดระดมพลปิดกรุงเทพฯ หรือชัตดาวน์กรุงเทพฯ โดยตั้งเวทีหลักใน 7 จุดสำคัญ คือ ราชประสงค์ ปทุมวัน สวนลุมพินี สีลม แจ้งวัฒนะ ห้าแยกลาดพร้าว อโศก พร้อมกับยุบเวทีราชดำเนินทิ้ง 
 
  17 มกราคม 2557
         ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นำมวลชนเคลื่อนขบวนผ่านไปยังถนนบรรทัดทอง ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้น เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ภายหลัง ทหารได้บุกค้นตึกร้างที่มีคนระบุว่าเห็นคนร้ายปาระเบิดลงมาจากตึกนั้น และตรวจพบอาวุธปืนจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ในตึก ก่อนที่ในวันรุ่งขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะแถลงข่าวว่า ปืนที่พบเป็นบีบีกัน ไม่ใช่อาวุธปืนจริง และในวันเดียวกันนั้นเอง ผู้บาดเจ็บ 1 ราย คือ นายประคอง ชูจันทร์ ก็ได้เสียชีวิตลง
  18 มกราคม 2557
         สุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศยกระดับการชุมนุม หลังเกิดเหตุระเบิดที่บรรทัดทอง โดยประกาศให้มวลชนระดมพลไปปิดล้อมสถานที่ราชการในจังหวัดต่าง ๆ เริ่มจากภาคใต้
  19 มกราคม 2557
         เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่เวที กปปส. อนุสาวรีย์ชัย ใกล้เต็นท์สื่อมวลชน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่หลังจากนั้นไม่นานก็มีการเผยภาพมือปาระเบิดที่กล้องวงจรปิดบันทึกไว้ได้ 
 
  22 มกราคม 2557
         คณะรัฐมนตรีประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, จังหวัดนนทบุรี, อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี และอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เป็นเวลา 60 วัน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 22 มกราคม-22 มีนาคม 2557 พร้อมกับตั้งศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ขึ้น มอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน เป็นผู้อำนวยการ 
 
  23 มกราคม 2557
         ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ 8-0 ให้ออก พ.ร.ฎ. กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ได้ โดยให้นายกฯ ประชุมหารือกับ กกต. ต่อไป
  26 มกราคม 2557
         วันเลือกตั้งล่วงหน้าทั่วประเทศ แต่เกิดปัญหาขึ้นในหลายพื้นที่ เมื่อมีมวลชนเคลื่อนขบวนไปปิดล้อมหน่วยเลือกตั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และภาคใต้ และได้เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นที่เขตบางนา เมื่อมีคนลอบยิง นายสุทิน ธราทิน แกนนำกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) เสียชีวิต ขณะอยู่บนรถปราศรัย
 
  28 มกราคม 2557 
         รัฐบาล และ กกต. ได้เข้าประชุมหารือเรื่องการเลือกตั้ง หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า สามารถออก พ.ร.ฎ. กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ได้ แต่สุดท้ายแล้ว ที่ประชุมก็ได้ข้อสรุปว่า จะไม่มีการออก พ.ร.ฎ. เลื่อนการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ออกไป เพราะไม่มีหลักประกันว่าหากเลื่อนออกไปแล้ว กลุ่ม กปปส. จะยอมยุติการชุมนุม
  31 มกราคม 2557
         ศาลแพ่งมีคำสั่งไม่คุ้มครองชั่วคราว กรณีรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลังจาก นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. ยื่นคำร้องต่อศาล โดยศาลให้เหตุผลว่ายังไม่มีสัญญาณการสลายการชุมนุมแต่อย่างใด 
  1 กุมภาพันธ์ 2557
         ในช่วงเย็นวันนี้ ได้เกิดเหตุปะทะขึ้นที่แยกหลักสี่ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 ราย อย่างไรก็ตาม มีสื่อมวลชนหลายสำนักที่อยู่ในที่เกิดเหตุได้ถ่ายภาพชายชุดดำถืออาวุธสงครามเอาไว้ได้ ซึ่งทั้งฝ่าย กปปส. และฝ่ายโกตี๋ ที่มีชื่อเข้ามาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ ต่างปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชายชุดดำ
 
  2 กุมภาพันธ์ 2557
         เป็นวันเลือกตั้ง ส.ส. ทั่วประเทศ ซึ่งภาพรวมผ่านไปได้โดยเรียบร้อย ไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น แต่ทว่า บางเขตในกรุงเทพมหานคร ระยอง และหลายเขตในพื้นที่ภาคใต้ ไม่สามารถเปิดลงคะแนนได้ 
  3 กุมภาพันธ์ 2557
         กปปส. ประกาศยุบเวทีห้าแยกลาดพร้าว และเวทีอนุสาวรีย์ชัย โดยให้เหตุผลว่า เพื่อความปลอดภัยของผู้ชุมนุม หลังเกิดเหตุป่วนที่สองจุดนี้บ่อยครั้ง ทำให้เวทีปราศรัยของ กปปส. เหลืออยู่เพียง 5 จุด
 
  4 กุมภาพันธ์ 2557
         ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นโมฆะ พร้อมขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคเพื่อไทย และตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย 5 ปี เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 ที่ระบุให้วันเลือกตั้งนั้นต้องกำหนดเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร
 
  5 กุมภาพันธ์ 2557
         ศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับแกนนำ กปปส. รวม 19 คน ฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยมีคำสั่งให้มารายงานตัวภายใน 48 ชั่วโมง แต่ภายหลัง นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. แถลงว่า แกนนำทั้ง 19 คน จะยังไม่มอบตัวในช่วงนี้ เพราะติดภารกิจดูแลการชุมนุม พร้อมยืนยันว่าจะไม่หนี
  7 กุมภาพันธ์ 2557
         สุเทพ เทือกสุบรรณ นำมวลชนจากเวทีสีลม เดินขบวนไปตามเส้นทางถนนสีลม เจริญกรุง เพื่อเรี่ยไรเงินช่วยเหลือชาวนา หลังจากชาวนาจำนวนมากออกมารวมตัวกันปิดถนน เรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายเงินในโครงการรับจำนำข้าว
  18 กุมภาพันธ์ 2557 
         ตำรวจและผู้ชุมนุมปะทะกันบริเวณแยกสะพานผ่านฟ้าลีลาศ มีผู้บาดเจ็บ 71 คน เสียชีวิต 5 คน
  28 กุมภาพันธ์ 2557 
         สุเทพประกาศยุติการปิดถนนในกรุงเทพมหานครในวันที่ 3 มีนาคม และรวมเวทีการชุมนุมทั้งหมดไปอยู่ที่สวนลุมพินี
  21 มีนาคม 2557 
         ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 2 ก.พ. ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
  3 เมษายน 2557 
         ศาลอาญาเพิกถอนหมายจับแกนนำการชุมนุม 19 คน ในข้อหาฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เนื่องจากรัฐบาลได้ยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว
  7 พฤษภาคม 2557
         ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายกรัฐมนตรีพร้อมรัฐมนตรีที่มติย้ายถวิล เปลี่ยนศรี พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
  20 พฤษภาคม 2557
         กองทัพประกาศใช้กฎอัยการศึก
  
  22 พฤษภาคม 2557
         กองทัพรัฐประหาร กปปส., นปช. ยุติการชุมนุม

มูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย[แก้]

หลังรัฐประหาร กปปส. จะจัดระดมทุนทุกวันเสาร์ และมีการตั้งมูลนิธิมวลมหาประชาชน โดยเสียงต้องการให้ชัย ราชวัตร (นายสมชัย กตัญญุตานันท์ )เป็นกรรมการมูลนิธิ มูลนิธิดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือผู้สนับสนุนที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการชุมนุมทางการเมือง และเป็นทุนวิจัยการปฏิรูปประเทศ[25]

มีรายนามคณะกรรมการมูลนิธิฯ ดังนี้

อ้างอิง[แก้]

  1. "Thai Opposition Party Supports Protests Seeking PM Ouster". Bloomberg News. 28 November 2013. สืบค้นเมื่อ 11 April 2014. 
  2. Saiyasombut & Siam Voices, Saksith (15 January 2014). "Organized chaos: Thai anti-election protesters' hardline faction". Asiancorrespondent. สืบค้นเมื่อ 18 January 2014. 
  3. 3.0 3.1 3.2 Aim Sinpeng (30 November 2013). "Who's who in Thailand's anti-government forces?". New Mandala (Australian National University (ANU)). สืบค้นเมื่อ 18 January 2014. 
  4. "Suthep declares 'people's revolt'". Bangkok Post. 30 November 2013. สืบค้นเมื่อ 11 April 2014. 
  5. Hataikarn, Treesuwan (17 January 2014). "PDRC spending more than Bt10 million a day". The Nation. สืบค้นเมื่อ 21 January 2014. 
  6. "Khaosod English's Note On Translation Of Anti-Govt Leadership". Khaosod English. สืบค้นเมื่อ 25 January 2014. 
  7. 7.0 7.1 "Suthep declares 'people's revolt'". Bangkok Post. 30 November 2013. สืบค้นเมื่อ 14 January 2014. 
  8. Aim, Sinpeng (30 November 2013). "Who's who in Thailand's anti-government forces?". New Mandala (Australian National University (ANU)). สืบค้นเมื่อ 18 January 2014. 
  9. Galache, Carlos (17 January 2014). "No end in sight to Thailand turmoil". Al Jazeera. สืบค้นเมื่อ 25 January 2014. 
  10. Nopparat Chaichalearmmongkol (7 November 2013). "Whistle Blowers Call Time Out on Amnesty Bill". The Wall Street Journal Southeast Asia Real Time. สืบค้นเมื่อ 1 December 2013. 
  11. Hataikarn, Treesuwan (17 January 2014). "PDRC spending more than Bt10 million a day". The Nation. สืบค้นเมื่อ 21 January 2014. 
  12. "Thai king urges mutual support in birthday speech". BBC. 2013-12-05. สืบค้นเมื่อ 2013-12-23. 
  13. "Analysis: Déjà vu with a difference as Thai PM faces down protesters". Reuters. 2013-11-29. สืบค้นเมื่อ 2013-12-23. 
  14. "Academics brand people's council 'fascism'". The Bangkok Post. 11 December 2013. สืบค้นเมื่อ 13 January 2014. 
  15. "Thailand's anti-democracy protests should provoke a harsh rebuke from the U.S.". The Washington Post. 15 January 2014. สืบค้นเมื่อ 22 January 2014. 
  16. "Suthep again targets 'Thaksin regime'". Bangkok Post. 25 November 2013. สืบค้นเมื่อ 18 January 2014. 
  17. Charlie, Campbell (28 November 2013). "Thailand's Democrat Party Is Hilariously Misnamed". Time. สืบค้นเมื่อ 18 January 2014. 
  18. "Thai protest leader explains demand for 'people's council'". English.news.cn. 4 December 2013. สืบค้นเมื่อ 18 January 2014. 
  19. "Special Report: A nation at the crossroads". Phuket News. 5 January 2014. สืบค้นเมื่อ 18 January 2014. 
  20. "Supreme commander agrees to meet Suthep". Bangkok Post. 13 December 2013. สืบค้นเมื่อ 18 January 2014. 
  21. The Associated Press (9 December 2013). "Thailand PM Yingluck Shinawatra won't resign before elections". CBC news. สืบค้นเมื่อ 18 January 2014. 
  22. "Thai premier dissolves parliament, protests continue". London South East. 9 December 2013. สืบค้นเมื่อ 18 January 2014. 
  23. เลขาธิการ กปปส. ไต่สวนคำร้องขอขยายเวลายื่นคำให้การ คดีที่กระทรวงการคลัง ฟ้องเรียกค่าเสียหายนำผู้ชุมนุมปิดสถานที่ราชการ - See more at: http://thainews.prd.go.th/centerweb/News/NewsDetail?NT01_NewsID=WNPOL5706160020006#sthash.cyCMprdO.dpuf. สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์. 16-06-2557. สืบค้นเมื่อ 18-06-2557.
  24. 24.0 24.1 "Suthep in talks with Prayuth ‘since 2010’". Bangkok Post. 2014-06-23. สืบค้นเมื่อ 2014-06-23. 
  25. กปปส.กู้ภาพชิ่งมวลชน ระดมทุนเยียวยาผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิตจากการชุมนุม, ผู้จัดการ, 24-06-2557. สืบค้นเมื่อ 24-06-2557.