หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี
หม่อมหม่อมราชวงศ์ดัชรีรัชนา รัชนี
พระบุตรหม่อมราชวงศ์ดัจฉราพิมล รัชนี
หม่อมราชวงศ์ภวรี สุชีวะ
หม่อมราชวงศ์ธีรเดช รัชนี
ราชวงศ์จักรี
พระบิดาพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์
พระมารดาหม่อมเจ้าพรพิมลพรรณ รัชนี
ประสูติ20 มกราคม พ.ศ. 2465 (99 ปี)

หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี (ประสูติ 20 มกราคม พ.ศ. 2465) เป็นพระโอรสใน พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ กับหม่อมเจ้าพรพิมลพรรณ รัชนี[1] เป็นอดีตองค์ประธานมูลนิธิโครงการหลวง

พระประวัติ[แก้]

หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี มีพระนามลำลองว่า ท่านชายภี เป็นพระโอรสในพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ กับหม่อมเจ้าพรพิมลพรรณ รัชนี (ราชสกุลเดิม วรวรรณ) ประสูติเมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2464 (แบบสากลคือ พ.ศ. 2465) เป็นพระราชนัดดาในกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ (กรมพระราชวังบวรพระองค์สุดท้าย) มีโสทรเชษฐภคินีพระองค์เดียว คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต

วิทยาลัยดัลลิช ประเทศอังกฤษ

หม่อมเจ้าภีศเดชทรงจบการศึกษาจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ และเสด็จไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ ในวิทยาลัยดัลลิช (Dulwich College) โรงเรียนเอกชนในประเทศอังกฤษ ทรงจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านประวัติศาสตร์ กฎหมาย และเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ทรงสมัครเป็นทหาร และเป็นสายลับของกองทัพอังกฤษ ระหว่างปี พ.ศ. 2485 - 2489 หลังสงครามได้เสด็จกลับประเทศไทย จากนั้นทรงงานในบริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย ทรงดำรงตำแหน่งผู้จัดการด้านโฆษณาจนถึงปี พ.ศ. 2505 จึงทรงลาออกมาประกอบธุรกิจส่วนองค์และช่วยพระราชกิจพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

การทรงงาน[แก้]

ในปี พ.ศ. 2512 ประเทศไทยประสบปัญหายาเสพติด เนื่องจากชาวเขาในภาคเหนือนิยมปลูกฝิ่นเพื่อยังชีพ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโครงการหลวงขึ้นเป็นโครงการส่วนพระองค์ มีพระบรมราโชบายให้ชาวเขาร่วมมือกันกำจัดฝิ่นโดยสันติวิธี ทรงพระราชทานพระราชดำริ ให้ชาวเขาหันมาปลูกพืชที่มีประโยชน์ และมีรายได้ดี เช่น ท้อ พลัม สตรอเบอรี่ รวมทั้งผักและดอกไม้เมืองหนาว โดยหม่อมเจ้าภีศเดชเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

จิตรกรรมฝาผนังภายในพระที่นั่งทรงธรรม แสดงภาพการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย

หม่อมเจ้าภีศเดชเป็นผู้ติดตามใกล้ชิดพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตั้งแต่ครั้งยังดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช และเคยดำรงตำแหน่งองค์ประธานมูลนิธิโครงการหลวง

นอกจากนี้หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ยังดำรงตำแหน่งนายกกิตติมศักดิ์สมาคมแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

ชีวิตส่วนองค์[แก้]

หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เสกสมรสกับหม่อมราชวงศ์ดัชรีรัชนา รัชนี (ราชสกุลเดิม วรวรรณ; ธิดาในหม่อมเจ้านิตยากร วรวรรณ กับหม่อมแก้ว วรวรรณ ณ อยุธยา) นางสนองพระโอษฐ์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง) มีโอรสและธิดารวม 3 คน ได้แก่

  1. หม่อมราชวงศ์ดัจฉราพิมล รัชนี (คุณหญิงนาว)
  2. หม่อมราชวงศ์ภวรี สุชีวะ (คุณหญิงหนิง)
  3. หม่อมราชวงศ์ธีรเดช รัชนี (คุณชายธี) ต.จ.

ปัจจุบันหม่อมเจ้าภีศเดชเป็นเจ้านายสายบวรราชสกุลที่ยังทรงชนม์อยู่เพียงองค์เดียว และเป็นเจ้านายที่ชันษาสูงที่สุดที่ยังทรงชนม์อยู่ ณ ขณะนี้ ปัจจุบันชันษา 99 ปี ประทับที่วังประมวญ มีผลงานนิพนธ์โดยทรงใช้นามปากกาว่า ภ. ณ ประมวญมารค

ตำหนักใหญ่ วังประมวญ

พระเกียรติยศ[แก้]

ธรรมเนียมพระยศของ
หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี
การทูลฝ่าพระบาท
การแทนตนกระหม่อม/หม่อมฉัน
การขานรับกระหม่อม/เพคะ
ลำดับโปเจียม21

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์[แก้]

หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ได้รับการถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากหลายสถาบัน ได้แก่

  • พ.ศ. 2557 - วิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาเทคโนโลยีการอาหาร มหาวิทยาลัยสยาม

นอกจากนี้หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ยังได้รับการถวายรางวัล ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรผู้ทรงภูมิปัญญาและมีคุณูปการต่อภาคการเกษตรไทย ปี 2554 จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากทรงมีผลงานโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ในระดับประเทศ และระดับนานาชาติ และมีคุณูปการต่อภาคการเกษตรไทย โดยส่งเสริมการปลูกพืชเมืองหนาวแก่เกษตรกรบนพื้นที่สูง ทดแทนการปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอย ซึ่งส่งผลให้ลดการทำลายธรรมชาติลง และเป็นการรักษาผืนดิน

พงศาวลี[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ม.ร.ว.ศุภวัฒน์ เกษมศรี, พระอนุวงศ์ชั้นหม่อมเจ้าในพระราชวงศ์จักรี, บรรณกิจ, 2549, ISBN 974-221-818-8
  2. ราชกิจจานุเบกษา,แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฉบับพิเศษ หน้า ๑ เล่ม ๑๐๕ ตอนที่ ๗๒, ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๑
  3. แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เล่ม ๑๒๒ หน้า ๒
  4. แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เล่ม ๑๒๑ หน้า ๑๑
  5. ราชกิจจานุเบกษา,[1]
  6. ราชกิจจานุเบกษา,ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ หน้า ๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๒๒ ข, ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒