หน้าถูกกึ่งป้องกัน

ทักษิณ ชินวัตร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

ทักษิณ ชินวัตร
ทักษิณในเดือนกันยายน 2548
นายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 23
ดำรงตำแหน่ง
9 กุมภาพันธ์ 2544 – 19 กันยายน 2549
(5 ปี 222 วัน)
กษัตริย์ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
รองนายกรัฐมนตรี
ก่อนหน้า ชวน หลีกภัย
ถัดไป
รองนายกรัฐมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
13 กรกฎาคม 2538 – 24 พฤษภาคม 2539
ดำรงตำแหน่ง
28 พฤษภาคม 2539 – 14 สิงหาคม 2539
นายกรัฐมนตรี บรรหาร ศิลปอาชา
ดำรงตำแหน่ง
15 สิงหาคม – 8 พฤศจิกายน 2540
นายกรัฐมนตรี ชวลิต ยงใจยุทธ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ดำรงตำแหน่ง
14 มิถุนายน – 9 ตุลาคม 2544
นายกรัฐมนตรี เขาเอง
ก่อนหน้า เกษม วัฒนชัย
ถัดไป สุวิทย์ คุณกิตติ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
ดำรงตำแหน่ง
25 ตุลาคม 2537 – 10 กุมภาพันธ์ 2538
นายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย
ก่อนหน้า ประสงค์ สุ่นสิริ
ถัดไป กระแส ชนะวงศ์
หัวหน้าพรรคไทยรักไทย
ดำรงตำแหน่ง
14 กรกฎาคม 2541 – 2 ตุลาคม 2549
ก่อนหน้า ก่อตั้งพรรค
ถัดไป จาตุรนต์ ฉายแสง
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 (71 ปี)
จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย
สัญชาติ ไทย
มอนเตเนโกร (2552–ปัจจุบัน)
พรรคการเมือง พรรคพลังธรรม (2537)
พรรคไทยรักไทย (2541–49)
พรรคพลังประชาชน (2550–51)
คู่สมรส พจมาน ณ ป้อมเพชร (2523–2551)
ญาติ สกุลชินวัตร
บุตร
ที่อยู่ ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์[1]
ศิษย์เก่า โรงเรียนเตรียมทหาร
โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเคนทักกี
มหาวิทยาลัยแซมฮิวสตันสเตต (Ph.D.)
ทรัพย์สินสุทธิ 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ฟอบส์ปี 2562)[1]
ลายมือชื่อ
การเข้าเป็นทหาร
สังกัด ตำรวจ
ปีปฏิบัติงาน 2516–2530
ยศ RTP OF-4 (Police Lieutenant Colonel).svg พันตำรวจโท (ถูกถอดยศปี 2558)

ทักษิณ ชินวัตร (เกิด 26 กรกฎาคม 2492) เป็นนักธุรกิจและนักการเมืองชาวไทย นายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 23 ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2544 ถึง 2549 เขาดำเนินธุรกิจโทรคมนาคมและการสื่อสาร ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) อดีตเจ้าของและประธานสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ปัจจุบันอาศัยอยู่นอกประเทศและถือสัญชาติมอนเตเนโกร[2]

ปี 2537 ทักษิณเข้าสู่วงการเมืองสังกัดพรรคพลังธรรม โดยการชักนำของพลตรี จำลอง ศรีเมือง ต่อมาก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ในปี 2541 หลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปปี 2544 พรรคไทยรักไทยได้รับเสียงข้างมากในสภา จึงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นสมัยแรก นโยบายเด่นของเขา ได้แก่ การขยายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า การลดความยากจนและลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และการประกาศสงครามยาเสพติด ซึ่งได้รับความนิยมอย่างล้นหลามโดยเฉพาะอย่างยิ่งในชนบท เขาดำรงตำแหน่งสมัยแรกจนครบวาระสี่ปี ผลการเลือกตั้งเป็นการทั่วไปปี 2548 ทำให้ทักษิณดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง ด้วยคะแนนเสียงสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ รัฐบาลทักษิณถูกกล่าวหาหลายอย่าง เช่น ละเมิดสิทธิมนุษยชน ฉ้อราษฎร์บังหลวง เป็นเผด็จการรัฐสภา มีผลประโยชน์ทับซ้อน และควบคุมสื่อ[3] ส่วนข้อกล่าวหาของตัวทักษิณเอง ก็มีว่าเลี่ยงภาษี หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตลอดจนขายทรัพย์สินของบริษัทไทยให้นักลงทุนต่างชาติ กรณีขายหุ้นชินคอร์ปเป็นชนวนเหตุให้เกิดการประท้วงใหญ่โดยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในปี 2549

วันที่ 19 กันยายน 2549 คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ก่อรัฐประหารล้มรัฐบาลทักษิณ ทำให้ทักษิณพ้นจากตำแหน่ง คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ที่ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) คณะรัฐประหารซึ่งแปรสภาพมาจาก คปค. เป็นผู้แต่งตั้ง ทำการอายัดทรัพย์ของทักษิณและครอบครัวในประเทศไทยรวม 76,000 ล้านบาท โดยอ้างว่าเขาร่ำรวยผิดปกติขณะอยู่ในตำแหน่ง[4][5] ทักษิณเคยเดินทางกลับประเทศไทยครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 หลังพรรคพลังประชาชนชนะการเลือกตั้ง แต่หลังจากนั้นอาศัยอยู่ต่างประเทศโดยตลอด เขาถูกตัดสินจำคุก 2 ปีในคดีที่ดินรัชดาฯ ทักษิณเป็นผู้สนับสนุนแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในปี 2552 รัฐบาลอภิสิทธิ์เพิกถอนหนังสือเดินทางของทักษิณ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาให้ทรัพย์สินของทักษิณประมาณ 46,000 ล้านบาทตกเป็นของแผ่นดิน ทักษิณถูกถอดยศพันตำรวจโทเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2558[6]

ประวัติและปฐมวัย

ทักษิณ ชินวัตรเกิดเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 ที่อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นบุตรคนที่สองในจำนวน 10 คนของเลิศ และยินดี ชินวัตร มีชื่อเล่นว่า "น้อย"[7] ส่วนชื่อ "แม้ว" เป็นฉายาที่เพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 10 (ตท.10) ตั้งให้[8]

ทักษิณเติบโตขึ้นในหมู่บ้านในอำเภอสันกำแพงจนอายุ 15 ปี ระหว่างนั้นเขาช่วยเหลือกิจการร้านกาแฟและสวนส้มของครอบครัว รวมทั้งขายกล้วยไม้[9] เมื่ออายุได้ 16 ปี ช่วยบิดาดำเนินการโรงภาพยนตร์ของครอบครัว[10]

ครอบครัว

ยินดี ชินวัตร มารดา เป็นธิดาของเจ้าจันทร์ทิพย์ (ณ เชียงใหม่) ระมิงค์วงศ์[11] ผู้เป็นธิดาในเจ้าไชยสงคราม (สมพมิตร ณ เชียงใหม่)

เขาสมรสกับคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ หลังลาออกจากราชการตำรวจ ในปี พ.ศ. 2523[12] และมีบุตรด้วยกันสามคน ได้แก่

  1. พานทองแท้ ชินวัตร
  2. พินทองทา ชินวัตร
  3. แพทองธาร ชินวัตร

น้องสาวคนสุดท้อง ชื่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้าสู่การเมืองในปี พ.ศ. 2554 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย ต่อมาได้รับลงมติจากสภาผู้แทนราษฎรเป็นนายกรัฐมนตรี

การศึกษา

ทักษิณ ชินวัตรสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย ปีการศึกษา 2508 และระดับอุดมศึกษาที่โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 10 (พ.ศ. 2512) และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 26 (พ.ศ. 2516) โดยสอบได้ที่หนึ่งของรุ่น[14] ต่อมา ทักษิณศึกษาต่อในระดับปริญญาโท โดยได้รับทุนของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ในสาขากระบวนการยุติธรรม ที่มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเคนทักกี สำเร็จการศึกษาในปี พ.ศ. 2518 และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ในสาขาเดียวกัน ที่มหาวิทยาลัยแซมฮิวสตันสเตต เมื่อปี พ.ศ. 2521[15] เขาได้รับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ในสาขาวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2537[16]

การรับราชการและธุรกิจ

ทักษิณเริ่มทำงานในตำแหน่งหัวหน้าแผนกแผน 6 กองวิจัยและวางแผน กองบัญชาการตำรวจนครบาลและรองผู้อำนวยการศูนย์ประมวลข่าวสาร กองบัญชาการตำรวจนครบาล เขายังเคยเป็นอาจารย์สอน ณ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ในปี พ.ศ. 2518–19 ในปี พ.ศ. 2523 ทักษิณเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวหลายอย่างระหว่างรับราชการตำรวจ เช่น ค้าขายผ้าไหม กิจการโรงภาพยนตร์ ธุรกิจคอนโดมิเนียม แต่ล้มเหลว เป็นหนี้สินกว่า 50 ล้านบาท[17] ทักษิณเคยเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์หลายเรื่อง โดยมักเป็นการนำภาพยนตร์ที่เคยได้รับความนิยมกลับมาสร้างใหม่ แต่ส่วนมากไม่ประสบความสำเร็จในด้านรายได้[18][19] เช่น ไทรโศก (2524) รักครั้งแรก (2524) โนรี (2525) รจนายอดรัก (2526)[20]

หลังจากการประกอบธุรกิจมาหลายประเภท ทักษิณก่อตั้งบริษัทชินวัตร คอมพิวเตอร์ จำกัด (เดิมชื่อ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไอซีเอสไอ) ในวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2526 เพื่อประกอบธุรกิจให้เช่าเครื่องคอมพิวเตอร์เมนเฟรมแก่หน่วยงานของรัฐโดยประสบความสำเร็จอย่างจำกัด แต่ธุรกิจระบบความมั่นคง (SOS) และบริการวิทยุรถโดยสารประจำทางสาธารณะล้มเหลวทั้งสิ้น[21] จากนั้นเขาก่อตั้งบริษัท แอดวานซ์ อินโฟ เซอร์วิส จำกัด (เอไอเอส) ในวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2529

ในปี พ.ศ. 2530 ทักษิณลาออกจากราชการตำรวจ แล้วขายละครเรื่อง บ้านทรายทอง ซึ่งประสบความสำเร็จในโรงภาพนตร์[22][23] ในปี พ.ศ. 2531 เขาเข้าร่วมกับแปซิฟิกเทเลซิสเพื่อดำเนินการและจัดจำหน่ายบริการเพจเจอร์ แพ็กลิงก์ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างจำกัด แต่ต่อมาเขาขายหุ้นเพื่อไปตั้งบริษัทเพจเจอร์ของตัวเอง[21][24] ในปี พ.ศ. 2532 เขาเปิดบริษัทโทรทัศน์เคเบิลไอบีซี สุดท้ายบริษัทขาดทุนจนสุดท้ายรวมบริษัทกับยูทีวีของซีพีกรุ๊ป[21][25] ในปี พ.ศ. 2532 เขาตั้งบริการเครือข่ายข้อมูล ชินวัตรดอตคอม ซึ่งปัจจุบันชื่อ แอดวานซ์ ดาต้าเน็ทเวิร์ค และมีเอไอเอสและทีโอทีเป็นเจ้าของ ธุรกิจของทักษิณหลายอย่างต่อมารวมกันเป็นชินคอร์เปอเรชัน

เข้าสู่การเมือง

ในปี 2537 ทักษิณลาออกจากตำแหน่งประธาน บมจ.ชินคอร์ปอเรชั่น และเข้าสู่ภาคการเมือง โดยพลตรี จำลอง ศรีเมือง หัวหน้าพรรคพลังธรรม เป็นผู้ชักชวน หลังการปลดรัฐมนตรีจากพรรคพลังธรรมที่เป็นสายบุญชู โรจนเสถียร อดีตหัวหน้าพรรค ทักษิณได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในเดือนธันวาคม 2537 ในรัฐบาลชวน หลีกภัย[26] และในปีต่อมา เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังธรรมแทนพลตรีจำลอง และดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลบรรหาร ศิลปอาชา ในปี พ.ศ. 2539 ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2541 ทักษิณก่อตั้งพรรคไทยรักไทย และดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค จนในที่สุดก็ขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544

การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ทักษิณ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของไทยคนที่ 23 โดยดำรงตำแหน่งสองสมัยติดต่อกัน ระหว่างวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 254411 มีนาคม พ.ศ. 2548 หลังจากสภาผู้แทนราษฎรครบวาระ และดำรงตำแหน่งอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2548 - 19 กันยายน พ.ศ. 2549 โดยเป็นนายกรัฐมนตรีรวมรักษาการนายกรัฐมนตรีเป็นระยะเวลา 5 ปี พ.ศ. 222 วัน รวมระยะเวลาเป็นนายกรัฐมนตรี นานเป็นอันดับที่ 5 จาก 29 อันดับ

เหตุลอบสังหาร

ความเคลื่อนไหวหลังรัฐประหาร พ.ศ. 2549

คปค. กับรัฐบาลสุรยุทธ์

ในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 เวลาประมาณ 21.00 น. คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งมีพลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบกเป็นหัวหน้าคณะ กระทำรัฐประหาร ยึดอำนาจจากรัฐบาลภายใต้การรักษาการนายกรัฐมนตรีของ ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งอยู่ระหว่างร่วมประชุมสหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ซึ่งทักษิณ ออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเวลา 22.00 น. สดทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ แต่ในขณะที่การประกาศยังไม่จบ พลเอก สนธิ สั่งตัดภาพและเข้าสู่ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงถือเป็นการยึดอำนาจได้สำเร็จ ในเวลา 23:00 น.[ต้องการอ้างอิง] หลังรัฐประหารไม่นาน ทักษิณ ซึ่งขณะนั้นพำนักอยู่ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ส่งจดหมายถึงพรรคไทยรักไทย เพื่อขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค พรรคมีมติให้จาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าพรรคไปก่อน

วันที่ 2 มกราคม 2550 นพดล ปัทมะ ทนายความส่วนตัวตั้งแต่ประมาณเดือนพฤศจิกายน 2549 นำจดหมายที่ทักษิณเขียนด้วยลายมือ เนื้อหาเป็นการตอบโต้พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่แถลงข่าวสรุปสถานการณ์เหตุระเบิดในกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2549 เมื่อวันที่ 1 มกราคม กล่าวหากลุ่มอำนาจเก่า ผู้สูญเสียประโยชน์ทางการเมือง โดยทักษิณเขียนปฏิเสธว่า ตนไม่เคยคิดจะทำเรื่องเลวร้ายเช่นนั้น[27][ต้องการแหล่งอ้างอิงดีกว่านี้] ในเวลาใกล้เคียงกัน มีข้อกล่าวหาจากพรรคประชาธิปัตย์ และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า ทักษิณว่าจ้างบริษัทล็อบบียิสต์ เพื่อชี้ช่องทางและให้คำแนะนำ เกี่ยวกับผลประโยชน์ของทักษิณในวอชิงตัน ดี.ซี. และต่างประเทศ [28] [29] [30] [31] แต่ทักษิณปฏิเสธ ต่อมา 7 กุมภาพันธ์ 2550 กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวพร้อมนำเอกสารมาแสดงว่า ทักษิณว่าจ้างบริษัทล็อบบียิสต์แห่งที่สอง เพื่อให้ช่วยงานด้านการเมือง โดยบริษัทดังกล่าวเป็นของเจมส์ เอ. เบเกอร์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐ แต่นพดลในฐานะที่ปรึกษากฎหมายของทักษิณ แถลงข่าวตอบโต้ว่า ทักษิณว่าจ้างบริษัทดังกล่าวให้ดูแลเกี่ยวกับกฎหมายระหว่างประเทศ และติดตามข่าวการเมืองระหว่างประเทศ ไม่ได้จ้างทำงานเป็นล็อบบี้ยิสต์[32] [33]

การเดินทางกลับประเทศไทย

ทักษิณ ชินวัตรที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในปี พ.ศ. 2551 เป็นการเดินทางกลับประเทศหลังรัฐประหารปี พ.ศ. 2549

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 เวลา 09.40 น. ทักษิณเดินทางมาถึงประเทศไทย ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมกับก้มลงกราบพื้น ที่หน้าห้องรับรองพิเศษ และโบกมือทักทายประชาชนที่มารอให้การต้อนรับ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม[34]

จากนั้น ทักษิณเดินทางไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อรายงานตัวในคดีทุจริตที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก ต่อด้วยการรายงานตัวต่ออัยการสูงสุด ในคดีปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นบริษัท เอสซีแอสเซท จำกัด (มหาชน) ในเครือชินคอร์ป[35]

ระหว่างที่กำลังมีการดำเนินคดีที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก ทักษิณและภริยา เดินทางไปต่างประเทศอีกครั้ง หลังจากนั้นศาลอ่านคำวินิจฉัยว่า ทักษิณมีความผิดในคดีดังกล่าว เขาไม่เดินทางกลับมายังประเทศไทยอีก และในวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ทักษิณตัดสินใจจดทะเบียนหย่ากับคุณหญิงพจมานที่สถานกงสุลใหญ่เขตบริหารพิเศษฮ่องกง หลังจากสมรส 32 ปี[36][ต้องการแหล่งอ้างอิงดีกว่านี้] นับแต่นั้นเป็นต้นมา ทักษิณมีการเคลื่อนไหวผ่านกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ผ่านการปราศรัยด้วยวิธีโทรศัพท์ทางไกลเข้าสู่ที่ชุมนุม (โฟนอิน) และการส่งสัญญาณภาพและเสียงมายังที่ชุมนุม (วิดีโอลิงก์) พร้อมทั้งอดีตสมาชิกพรรคพลังประชาชน และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ก็ให้การสนับสนุน

ความเคลื่อนไหวนอกประเทศ

ในปลายปี พ.ศ. 2552 ทักษิณได้รับการแต่งตั้ง ให้เป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของราชอาณาจักรกัมพูชา[37] ทางรัฐบาลไทยจึงยื่นหนังสือต่อรัฐบาลกัมพูชา ให้ส่งตัวทักษิณกลับไทย ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน แต่รัฐบาลกัมพูชาปฏิเสธด้วยเหตุผลว่า การส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไม่รวมถึงกรณีที่เป็นนักโทษทางการเมือง[38][39][40] รัฐบาลไทยจึงต่อต้านด้วยการเรียกตัวเอกอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชากลับประเทศ[41] ซึ่งส่งผลให้กัมพูชาเรียกเอกอัครราชทูตของตนกลับประเทศเช่นกัน ทักษิณและครอบครัว เดินทางไปถึงกรุงพนมเปญของกัมพูชา เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เพื่อรับตำแหน่งดังกล่าว[42] และได้รับการต้อนรับอย่างดีจากสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งกัมพูชา

เขายังเดินทางเข้าออกฮ่องกง, สิงคโปร์, กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร และกรุงปักกิ่ง ประเทศจีนบ่อยครั้ง โดยเชื่อว่าใช้เอกสารเดินทางที่ไม่ใช่ของประเทศไทย[43]

หลังจากไปใช้ชีวิตที่กรุงลอนดอนของอังกฤษ เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2550 ทักษิณเข้าซื้อกิจการสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี โดยถือหุ้นทั้งหมด 75 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ ทักษิณขอให้แฟนฟุตบอลของทีม เรียกตนอย่างง่าย ๆ ว่า แฟรงค์ ชินาตรา (Frank Shinatra) [44] อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการเป็นประธานสโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ลีก มีเงื่อนไขว่าจะต้องเป็นผู้ที่ไม่ถูกตัดสินว่ากระทำความผิด ไม่ว่าจะประเทศใดในโลกก็ตาม ซึ่งขณะนั้นประเทศไทยมีการดำเนินคดีกับทักษิณอยู่[45] ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2551 ทักษิณจึงขายสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี ให้กับ Abu Dhabi United Group ในราคา 141 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และขึ้นเป็นประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ก่อนจะลาออกจากตำแหน่งในภายหลัง[46]

คดีความ

คดีซุกหุ้น พ.ศ. 2544

หลังจากที่ทักษิณ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี พ.ศ. 2544 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า ทักษิณ ชินวัตร จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ซึ่งมีความผิดตามรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2540 มาตรา 295[47] ซึ่งเป็นความผิดที่จะต้องถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี คดีนี้ถูกเรียกว่า คดีซุกหุ้น เนื่องจากรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่าห้ามไม่ให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและภรรยาถือหุ้นในบริษัทเอกชนตามที่กฎหมายกำหนด แต่ พ.ต.ท.ทักษิณกลับปกปิดความเป็นเจ้าของหุ้นโดยการโอนหุ้นที่มีอยู่ไปให้คนรับใช้ คนรถ คนสวนถือแทน[48] ในขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณได้ชี้แจงข้อกล่าวหาดังกล่าวว่า (1) รัฐธรรมนูญไม่มีนิยามคำว่า "ทรัพย์สินของตน", (2) คำอธิบายแบบบัญชีฯ ไม่ชัดเจน, (3) การไม่แสดงทรัพย์สินที่ใช้ชื่อบุคคลอื่นถือแทน ซึ่งเดิมไม่กำหนดให้แสดง ไม่ถือเป็นความผิด, (4) ไม่จงใจไม่แสดงรายการทรัพย์สินที่ใช้ชื่อบุคคลอื่น, (5) ไม่ใช่หน้าที่ที่จะต้องยื่นบัญชีฯ ก่อนการประกาศใช้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ซึ่งเพิ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 และ (6) ในหนังสือลับ ลงวันที่ 14, 24 และ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 ถึงประธานอนุกรรมการตรวจสอบฯ ผู้ถูกร้อง (ทักษิณ ชินวัตร) ชี้แจงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเหตุผลที่มิได้แสดงไว้ในบัญชีฯ โดยให้ถือการแจ้งรายการทรัพย์สินเพิ่มเติมเป็นส่วนหนึ่งของบัญชีฯ ที่ยื่นทั้งสามครั้งด้วย ในขณะที่นายกล้าณรงค์ จันทิก เลขานุการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ-ปปช. ชี้แจงว่า (1) แม้รัฐธรรมนูญจะไม่นิยามคำว่า "ทรัพย์สินของตน" ไว้ แต่เป็นที่เข้าใจได้, (2) คำอธิบายแบบบัญชีฯ แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงคงมีสาระสำคัญเหมือนเดิม แต่มีการแก้ไขเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อย เพื่อทำให้มีความหมายชัดเจนยิ่งขึ้น, (3) ไม่ปรากฏว่ามีรัฐมนตรีหรือผู้ยื่นบัญชีฯรายใด ยกเหตุไม่แสดงรายการทรัพย์สิน เพราะใช้ชื่อบุคคลอื่นถือแทน โดยอ้างว่าไม่เข้าใจคำอธิบายบัญชีฯ และ (4) แม้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 แต่ผู้ถูกร้องมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีฯตามรัฐธรรมนูญนี้ ตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้บังคับ คือ วันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2540 แล้ว[49] ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยด้วยเสียง 8 ต่อ 7 ว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้มีเจตนาในเรื่องดังกล่าว ท่ามกระแสกดดันจากสังคมมายังศาลรัฐธรรมนูญ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณกำลังได้รับความนิยมมากในขณะนั้น ควรได้รับโอกาสในการบริหารประเทศ[50][ต้องการแหล่งอ้างอิงดีกว่านี้] อย่างไรก็ตามก็มีอีกบางส่วนของสังคมที่เคลือบแคลงสงสัยในคำตัดสินของศาล และทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณถูกมองว่าแทรกแทรงกระบวนการยุติธรรม[51] จนมีการไปร้องเรียนเพื่อถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 4 คน ในเวลาต่อมา[52][ต้องการแหล่งอ้างอิงดีกว่านี้]

ในปีพ.ศ. 2555 คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ได้แถลงสรุปผลรายงานคอป.ฉบับสมบูรณ์หลังครบวาระการทำงาน 2 ปี ว่า สาเหตุของวิกฤตการณ์ทางการเมืองทั้งหมด เกิดจาก"คดีซุกหุ้น" ที่ตุลาการรัฐธรรมนูญปฏิบัติผิดหลักกฎหมาย เนื่องจากใน 8 เสียงที่ตัดสินให้ทักษิณพ้นผิดนั้น มี 2 เสียงที่ลงมติว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ชี้ขาดในตัวคดี แต่มีการนำ 2 เสียงนั้น ไปรวมกับอีก 6 เสียง ทำให้ผลการตัดสินออกมากลายเป็น 8 ต่อ 7 ไม่ใช้ 6 ต่อ 7 ทำให้ทักษิณพ้นผิด ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นทำให้สังคมเคลือบแคลงสงสัยในกระบวนการยุติธรรมของไทยในเวลาต่อมา[53]

คดีขายหุ้นกลุ่มบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

วันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2549 ระหว่างการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง ของทักษิณ ครอบครัวชินวัตรและดามาพงศ์ ขายหุ้นของ บมจ.ชินคอร์ปอเรชั่น ที่ครอบครองอยู่ทั้งหมด ให้แก่บริษัท เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ จำกัด (พีทีอี) ซึ่งทักษิณชี้แจงว่า เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน แต่กลับมีบุคคลบางกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง เนื่องจากเห็นว่าการแก้ไขกฎหมายที่ว่าด้วยการขายหุ้นในช่วงไม่กี่วันก่อนหน้านั้น เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกรณีดังกล่าว รวมทั้งการไม่ต้องเสียภาษีรายได้จากผลกำไรในการขายหุ้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ใช้กับทุกคนอย่างเสมอภาคกัน[ต้องการอ้างอิง] เหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นจุดสำคัญที่ทำให้กระแสการขับทักษิณออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งนำโดยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขยายตัวออกไปในวงกว้าง[ต้องการอ้างอิง]

คดีที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ตัดสินใจไม่ไปรายงานตัวต่อศาลคดีการเมืองในคดีที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก โดยทั้งสองเดินทางไปยังกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่มีบุตรธิดาทั้งสามรออยู่แล้ว โดยก่อนหน้านั้น ทั้งสองขออนุญาตออกนอกประเทศต่อศาลคดีการเมือง เพื่อไปร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ตามคำเชิญของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน แต่ทั้งสองกลับเดินทางต่อไปยังประเทศอังกฤษ เพื่อขอลี้ภัยทางการเมือง โดยไม่เดินทางกลับมารายงานตัวต่อศาลคดีการเมือง[54][55]

ด้วยเหตุนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจึงออกหมายจับ ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ในความผิดฐานประพฤติมิชอบ ในการซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษก มูลค่า 772 ล้านบาท และตั้งสินบนนำจับทันที[54] [56][57][58] โดยคดีของ ทักษิณ มีอายุความ 15 ปี ถึงวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2566 ส่วนคดีของคุณหญิงพจมาน มีอายุความ 10 ปี ถึงวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2561[57]

คดียึดทรัพย์ให้ตกเป็นของแผ่นดิน

ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอ่านคำพิพากษาในคดีที่อัยการสูงสุดยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติและได้มาเนื่องจากการกระทำที่เป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวมของทักษิณ ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตกเป็นของแผ่นดิน โดยศาลมีคำวินิจฉัยว่า ทักษิณเป็นเจ้าของหุ้น บมจ.ชินคอร์ปอเรชั่น ที่แท้จริง และใช้อำนาจหน้าที่ระหว่างดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เอื้อประโยชน์ให้แก่ บมจ.ชินคอร์ปอเรชั่น, บริษัท แอดวานซ์อินโฟเซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (เอไอเอส) และบริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) โดยตรง อันมีผลทำให้มูลค่าหุ้นของ บมจ.ชินคอร์ปอเรชั่น สูงขึ้น รวมทั้งได้เงินปันผลจำนวนดังกล่าว จึงมีคำพิพากษาให้ยึดเฉพาะเงินค่าขายหุ้น ส่วนที่เพิ่มขึ้นหลังจากดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเงินปันผล จำนวนทั้งสิ้น 46,373,687,454.64 บาท ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งทักษิณ ไม่ยอมรับผลการตัดสินดังกล่าว และอาจยื่นเรื่องเพื่ออุทธรณ์ต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศต่อไป[ต้องการอ้างอิง] แต่ในวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ทักษิณ ให้สัมภาษณ์สดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ว่าไม่ต้องการเงินคืน เพียงแต่ขอให้มีการพิจารณาคดีต่าง ๆ ที่มีก่อนรัฐประหารใหม่ให้ถูกต้องเท่านั้น[ต้องการอ้างอิง]

คดีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้บริษัทกฤษดามหานคร

คดีหมายเลขแดงที่ อม. 55/2558 ศาลออกหมายจับในวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2558[59]

วัฒนธรรมและภาพลักษณ์ทางการเมือง

เมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2544 ศูนย์วิจัยกรุงเทพโพล มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็น ประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง จำนวน 1,353 ตัวอย่าง ในหัวข้อ "ภาพลักษณ์นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ในสายตาประชาชน" ผลปรากฏว่าประชาชนมั่นใจทักษิณ ในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

มั่นใจ ไม่มั่นใจ ไม่มีความเห็น
ความสามารถในการเป็นผู้นำประเทศ 90.2 7.2 2.6
ความสามารถในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 67.6 28.2 4.3
ไม่ปกป้องผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง 33.3 48.3 18.4
ไม่แสวงหาผลประโยชน์จากโครงการต่าง ๆ 35.1 38.1 26.8
ความสามารถในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง 38.0 48.0 14.0
ความสามารถในการบริหารประเทศ 85.1 9.2 5.6
ความจริงจังในการทำงานเพื่อประชาชน 79.7 12.6 7.7
การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน 77.6 10.3 12.0

[60]

แต่หลังจากที่มีรัฐประหารแล้ว เอแบคโพลเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,864 ตัวอย่าง ในหัวข้อ "อารมณ์และความรู้สึกเบื้องต้นของสาธารณชน ต่อพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เปรียบเทียบกับทักษิณ และภาพลักษณ์ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ" ผลปรากฏว่าประชาชนส่วนใหญ่ ระบุภาพลักษณ์พลเอก สุรยุทธ์ ดีเหมือนเดิมถึงดีขึ้นในทุกตัวชี้วัด เช่นร้อยละ 65.1 ระบุความเป็นที่ไว้วางใจได้ ร้อยละ 63.2 ระบุด้านคุณธรรม เป็นคนดี ซื่อสัตย์สุจริต ร้อยละ 60.2 ให้ความเชื่อมั่นต่อ พลเอก สุรยุทธ์[61]

ต่อมาวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2552 เอแบคโพลเปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ และผลวิจัยเชิงคุณภาพ เรื่อง "ฐานสนับสนุนนักการเมือง กับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เปรียบเทียบระหว่าง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ทักษิณ ชินวัตร" กรณีศึกษาประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ใน 27 จังหวัดของประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 4,286 ครัวเรือน ดำเนินโครงการสำรวจระหว่างวันที่ 22 - 24 ตุลาคม พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 53.4 ขออยู่ตรงกลาง ยังไม่สนับสนุนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ในขณะที่ ร้อยละ 25.0 สนับสนุน ทักษิณ ขณะที่ร้อยละ 21.6 สนับสนุนนายอภิสิทธิ์[62]

กลุ่มผู้สนับสนุน

กลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยในระหว่างดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

นับตั้งแต่มีการจัดตั้งรัฐบาลสมัยที่สองเป็นต้นมา ทักษิณก็ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายผู้ไม่เห็นด้วย ผู้นิยมพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้าม และนักวิชาการที่มีแนวคิดแตกต่างกับรัฐบาล โดยทักษิณก็ตอบโต้ ด้วยการตั้งฉายาให้กลุ่มนักวิชาการ และผู้ที่วิจารณ์อยู่เป็นประจำสม่ำเสมอ เช่นกลุ่มรู้ทันทักษิณ หรือธีรยุทธ บุญมี ว่าเป็น “ขาประจำ”

ต่อมา ปลายปี พ.ศ. 2548 ทักษิณมอบหมายให้ธนา เบญจาธิกุล ทนายความส่วนตัว ยื่นฟ้องสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการต่อศาลแพ่ง เรียกค่าเสียหาย 1,000 ล้านบาท รวมถึงในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศ ก็ยื่นฟ้องสนธิในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพด้วย แต่หลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ทักษิณ จึงมอบหมายให้ธนาดำเนินการถอนฟ้อง เพื่อรับสนองกระแสพระราชดำรัส พร้อมกันนี้ ศาลก็ได้ยกคำร้องของตำรวจไปทั้งหมด[63][64]

ค่ำวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2549 พลตำรวจเอก ประทิน สันติประภพ, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, กล้านรงค์ จันทิก อดีตเลขาธิการ ป.ป.ช., สนธิ ลิ้มทองกุล และพวก นำประชาชนที่มาร่วมชมรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจรที่สวนลุมพินี กว่า 3,000 คน เดินเท้ามายังหน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อกดดันให้ทักษิณลาออกจากตำแหน่ง อีกทั้งมีบางส่วนที่บุกรุกเข้าไปทำลายทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย และเนื่องจากรุ่งขึ้นเป็นวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งจะมีเด็กและเยาวชนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก จึงมีการสลายการชุมนุมในคืนวันนั้น[65]

จากกรณีการขายหุ้น บมจ.ชินคอร์ปอเรชั่น ทำให้บุคคลบางกลุ่มที่ต่อต้านทักษิณ และที่เห็นว่าทักษิณหลีกเลี่ยงภาษี ร่วมกันแสดงท่าทีขับไล่ทักษิณออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมถึงการเข้าร่วมชุมนุมประท้วง ที่กลุ่มต่อต้านรัฐบาลทักษิณจัดขึ้นนานมาแล้ว จนเมื่อเกิดการขายหุ้นดังกล่าว ตามที่สนธิ ลิ้มทองกุลคาดการณ์ไว้แล้ว ส่งผลให้มีผู้ร่วมชุมนุมมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เย็นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 ทักษิณประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร และจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นใหม่ ในวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2549 โดยกล่าวถึงเหตุผลในตอนหนึ่งของแถลงการณ์ ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เมื่อเวลา 20.30 น. คืนวันเดียวกันว่า มีกลุ่มผู้ประท้วงที่ต่อต้านระบอบประชาธิปไตย กดดันให้ตนลาออกจากตำแหน่ง[66]

วันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2549 พรรคไทยรักไทยจัดการปราศรัยใหญ่ ที่ท้องสนามหลวง โดยทักษิณ ในฐานะหัวหน้าพรรค ขึ้นปราศรัยในเวลา 20.00 น. มีผู้เดินทางมาฟังปราศรัยประมาณสองแสนคน จนเต็มท้องสนามหลวง [67][68]

วันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2549 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยแกนนำทั้งห้า นำประชาชนจำนวนหนึ่งปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล เพื่อกดดันทุกวิถีทาง ให้ทักษิณ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเว้นวรรคทางการเมือง อีกทั้งต้องตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมด แต่ทักษิณก็ยืนยันว่า ตนจะลาออกจากตำแหน่งรักษาการไม่ได้ โดยให้เหตุผลว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 215 วรรคสอง บัญญัติให้คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่ง ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ จึงไม่สามารถลาออกจากตำแหน่งได้[69]

วันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2549 มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพรรคฝ่ายค้านสามพรรค คือพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทย และพรรคมหาชน ประกาศว่าจะไม่ส่งผู้สมัครลงรับการเลือกตั้ง และมีการกล่าวหาว่า พรรคไทยรักไทยจ้างให้พรรคการเมืองขนาดเล็กลงสมัครรับเลือกตั้ง เพื่อมิให้ขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พุทธศักราช 2542 โดยผลการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคไทยรักไทยยังได้รับคะแนนเสียงข้างมาก ซึ่งในการเลือกตั้งมีปัญหาอยู่หลายอย่างคือ มีแค่ผู้สมัครพรรคไทยรักไทยเพียงพรรคเดียวลงรับสมัครเลือกตั้ง และได้คะแนนไม่ถึงร้อยละ 20 และปัญหาหลาย ๆ อย่างเกี่ยวกับการฉักบัตรเลือกตั้งซึ่งมีจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ และ ส.ส. มีจำนวนไม่ครบในสภา แถมยังมีการจ้างพรรคเล็ก ๆ ลงเลือกตั้ง เพื่อหลีกเลี่ยง การได้คะแนนมากกว่าร้อยละ 20 จนกระทั่งไม่สามารถเปิดประชุมสภาได้

วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2549 เวลา 20.30 น. ทักษิณ ออกแถลงการณ์ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยว่า แม้พรรคไทยรักไทยจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งก็ตาม แต่ตนจะไม่ขอรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีก แต่จำเป็นจะต้องรักษาการในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อรอการสรรหาคณะรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีที่เหมาะสม

วันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เมษายน เป็นโมฆะ และหารือกับคณะรัฐมนตรีแล้วเห็นด้วยที่จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ในวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2549 และเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง 3 คน

วันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2549 ทักษิณ เดินทางด้วยเครื่องบินประจำตำแหน่ง ไปยังนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ

วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 เวลากลางคืน คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นำโดยพลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ทำการยึดอำนาจการปกครอง จากรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร โดยอ้างเหตุว่า การบริหารราชการแผ่นดินโดยมิชอบธรรม และสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ในขณะที่ทักษิณยังปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ และได้มีคำสั่งให้ยกเลิกการเลือกตั้งในวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2549 และได้ประกาศให้อำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีเป็นของหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2549 คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ได้ประกาศแต่งตั้ง พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี และจัดตั้ง รัฐบาลชั่วคราว

การขับไล่ทักษิณ ให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

การขับไล่ทักษิณ ให้ลาออกจากตำแหน่ง เริ่มต้นขึ้นในปลายปี พ.ศ. 2548 จากการนำของสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้จัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ต่อมาเปลี่ยนสภาพเป็นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งขยายตัวออกไปยังบุคคลหลากหลายสาขาอาชีพในเวลาต่อมา[70] [71] [72] การขับไล่ทักษิณ สิ้นสุดลงในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 หลังจากการก่อรัฐประหาร

กรณีศาลท้าวมหาพรหม

ในช่วงเช้าของวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2549 ธนกร ภักดีผล ผู้เคยมีประวัติอาการทางจิตและภาวะซึมเศร้า เข้าทำลายรูปปั้นท้าวมหาพรหม ใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งภายหลังถูกชาวบ้านทุบตีจนเสียชีวิต[73] จากเหตุการณ์ดังกล่าว สนธิ ลิ้มทองกุล หยิบยกมากล่าวอ้างในการชุมนุมในวันรุ่งขึ้นว่า ทักษิณบงการให้เกิดการทำลายเทวรูปดังกล่าว และแทนที่เทวรูปพระพรหมด้วย "อำนาจมืด" ซึ่งเอื้อประโยชน์ให้กับเขา[74] สนธิยังกล่าวอ้างต่อไปว่า ทักษิณว่าจ้างให้ธนกรกระทำการดังกล่าว ผ่านทางชาแมนมนต์ดำเขมร[75] โดยสนธิอ้างว่า เนื่องจากทักษิณ "เป็นผู้หลงใหลอยู่ในความเชื่อที่ผิด" และกระทำการดังกล่าวเพื่อ "เป็นการปัดเป่าลางร้าย"[76] สายันต์ ภักดีผล บิดาผู้เสียชีวิต กล่าวว่าสนธิเป็น "คนโกหกคำโตที่สุดที่เคยเจอมา"[75] ส่วนทักษิณมองว่า การกล่าวอ้างของนายสนธิ "บ้า" และจนถึงปัจจุบัน นายสนธิก็ยังปฏิเสธจะให้ "ข้อมูลเชิงลึก" แก่สาธารณชนในเรื่องดังกล่าว

การวิจารณ์จากสื่อต่างประเทศ

วันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2545 นิตยสาร "ฟาร์อิสเทิร์นอีโคโนมิกรีวิว" (Far Eastern Economic Review) ลงบทความว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ครั้งยังเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงมีความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับ ทักษิณ โดยรัฐบาลไทยออกคำสั่งห้ามจำหน่าย นิตยสารดังกล่าว และระงับหนังสือเดินทาง ของชอวน์ คริสปิน (Shawn Crispin) กับรอดนีย์ แทสเกอร์ (Rodney Tasker) ผู้สื่อข่าวของนิตยสาร โดยให้เหตุผลว่า เป็นภัยต่อความมั่นคง[77] อย่างไรก็ดี ในปี พ.ศ. 2553 หลังจากที่ ทักษิณ พ้นจากตำแหน่งไป โดยรัฐประหารแล้ว พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อ้างว่า "...เจ้าฟ้าชายยังทรงรักษาสัมพันธภาพบางอย่าง กับอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณเอาไว้ พระองค์ทรงพบกับทักษิณเป็นระยะ ๆ ..."[78]

นิตยสาร Foreign Policy ในเครือวอชิงตันโพสต์ ยกตัวอย่างทักษิณเป็นอดีตผู้นำของโลกคนหนึ่งที่ไม่ปฏิบัติเป็นตัวอย่างที่ดีหลังจากพ้นตำแหน่ง โดยอ้างถึงการเคลื่อนไหวทางการเมือง หลังถูกรัฐประหารด้วยข้อกล่าวหาทุจริต และละเมิดสิทธิมนุษยชน[79] ส่วนนิตยสารฟอบส์ จัดอันดับให้ทักษิณเป็นหนึ่งในบุคคลร่ำรวยที่สุดในโลกที่ใช้ชีวิตในคุกหรืออยู่ระหว่างหลบหนีคดี โดยที่ทักษิณถูกตั้งข้อหาก่อการร้ายระหว่างการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง แต่ทักษิณปฏิเสธข้อกล่าวหานี้[80]

เกียรติยศและรางวัลที่ได้รับ

  • ได้รับการยกย่องให้เป็นนักการเมืองที่ประชาชนชื่นชอบมากที่สุด จาก สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ประจำปี พ.ศ. 2544, พ.ศ. 2550, พ.ศ. 2554 และ พ.ศ. 2555 เขาได้รับการจัดอันดับเป็นนักการเมืองที่ประชาชนชื่นชอบมากที่สุดอันดับที่ 1[81][82][83][84][85]
  • รางวัล 1992 Asean Business Man of the Year โดย Asean Institute ประเทศ อินโดนีเซีย (พ.ศ. 2535)[86]
  • ได้รับการยกย่องให้เป็น บุคคลดีเด่นผู้พัฒนาโทรคมนาคม เพื่อสังคมของประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2536 จากสมาคมโทรคมนาคม แห่งประเทศไทย (พ.ศ. 2537)[87]
  • ได้รับการยกย่องให้เป็น Asian CEO of the Year จาก นิตยสาร Financial World (พ.ศ. 2537)[88]
  • รับพระราชทาน วารสารศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (พ.ศ. 2537)[89]
  • รางวัล Outstanding Criminal Justice Alumnus Awards จาก Criminal Justice Center, มหาวิทยาลัยแซมฮิวสตันสเตท สหรัฐอเมริกา (พ.ศ. 2539)[90]
  • รางวัล Distinguished Alumni Award จากมหาวิทยาลัยแซมฮิวสตันสเตท (5 ตุลาคม พ.ศ. 2539)[91]
  • รางวัลเกียรติยศจากสมาคมช่างภาพสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย สาขานักการเมือง พ.ศ. 2540[92][93]
  • รางวัล โลซินเซีย แอปพลิเคชัน อวอร์ด จากองค์การภาพยนตร์ โมชั่น พิคเจอร์แอปพลิเคชัน (พ.ศ. 2546)[94]
  • ได้รับการยกย่องให้เป็น นักการเมืองชายดีเด่นแห่งปี จาก กรุงเทพโพลล์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ประจำปี พ.ศ. 2546[95]
  • รางวัล International Forgiveness Award 2004 ซึ่งมอบให้แก่บุคคลที่มีความพยายามมุ่งไปสู่สันติภาพ และสร้างความเป็นเอกภาพ (พ.ศ. 2547)[96][97][98][99]
  • ได้รับการยกย่องให้เป็น บุคคลในสังคมไทยที่มีพฤติกรรมน่าชื่นชมยกย่องมากที่สุดในรอบปีในสายตาคนกรุงเทพ จาก กรุงเทพโพลล์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ประจำปี พ.ศ. 2548[100]
  • ได้รับปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากสถาบันเศรษฐศาสตร์แห่งรัสเซีย (Plekhanov Russian Academy of Economics) (พ.ศ. 2550)[101]
  • ได้รับการแต่งตั้งเป็น ศาสตราจารย์อาคันตุกะทางด้านธุรกิจของเอเชียและโมเดลทางเศรษฐศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยทากุโชกุ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในปี พ.ศ. 2550[102][103]
  • รางวัลรัฐบุรุษเอบีแอลเอฟ พ.ศ. 2555[104]
  • ได้รับการยกย่องให้เป็น บุคคลที่คนไทยชื่นชอบที่สุด จากยูกอฟ บริษัทวิจัยและสำรวจข้อมูลและความคิดเห็นด้านการตลาดทางอินเทอร์เน็ตแห่งสหราชอาณาจักร ประจำปี พ.ศ. 2561[105]

หน้าที่การงาน และ บทบาททางสังคม

ทักษิณ ชินวัตร

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

ประเทศไทย

เขาถูกเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของประเทศไทยทั้งหมด เมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2562[125]

ต่างประเทศ

ดูเพิ่ม

อ้างอิง

  1. 1.0 1.1 #1281 Thaksin Shinawatra
  2. "Montenegro gives Thaksin a passport". Bangkok Post. May 13, 2009.
  3. BBC News, A fit and proper Premiership?
  4. The Nation, Thaksin's assets frozen, 12 June 2007
  5. The Nation, Slighted Sawat resigns from AEC, 2 October 2006
  6. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ถอดยศตำรวจ
  7. ส่วนตัว-ส่วนรวม โดย ไพรสันติ์ พรหมน้อย
  8. พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร
  9. ตาดูดาวเท้าติดดิน ตอนที่ 4 มรดกจากพ่อ
  10. BBC News, Billionaire hopes to score Liverpool deal, 18 May 2004
  11. คัมภีร์ คัมภีรญาณนนท์, นาวาอากาศเอก. เจ้านายฝ่ายเหนือ.
  12. Pasuk Phongpaichit & Chris Baker, "The Only Good Populist is a Rich Populist: Thaksin Shinawatra and Thailand's Democracy, October 2002
  13. ทะยานจาก "สันกำแพง" เนชั่น สุดสัปดาห์ ฉบับที่ 454 วันที่ 12-18 ก.พ. 2544
  14. ตาดูดาว เท้าติดดิน ตอนที่ 11 เสาร์ที่ 28 มค. 49 ชีวิตนักเรียนนายร้อยตำรวจ
  15. PH.D Doctor
  16. ปริญญาเอกดุษฎีฯ
  17. Pasuk Phongpaichit & Chris Baker, "The Only Good Populist is a Rich Populist: Thaksin Shinawatra and Thailand's Democracy, October 2002
  18. "Thaksin Shinawatra-a biography". Bangkok Post. unknown. Check date values in: |date= (help)
  19. "Thai govt pins border hopes on soaps". The Nation. May 25, 2002.
  20. ภราดร ศักดา. เปิดม่านคนดังหลังวัง ตำนานเก่าเล่าเรื่องดารายุคภาพยนตร์ไทยเฟื่อง. กรุงเทพ : สำนักพิมพ์สยามบันทึก, พ.ศ. 2551. 264 หน้า. หน้า หน้าที่. ISBN 978-974-13-8887-5
  21. 21.0 21.1 21.2 "Transcript of an interview between Thaksin Shinawatra and Cheeptham Khamwisit (Thai: ชีพธรรม คำวิเศษณ์) on the Thaiventure.com program on FM 102 radio station". Tri333.exteen.com. Archived from the original on 3 May 2010. สืบค้นเมื่อ 19 February 2010. Unknown parameter |dead-url= ignored (help)
  22. "Thaksin Shinawatra-a biography". Bangkok Post. August 2001.แม่แบบ:DL
  23. "Thai govt pins border hopes on soaps". The Nation. 25 May 2002. Archived from the original on 11 November 2005. สืบค้นเมื่อ 5 October 2006. Unknown parameter |dead-url= ignored (help)
  24. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ BBC-20040518
  25. UBC 2004 Annual Report, page 8
  26. Asia Times, Grumbles, revelations of a Thai coup maker, 22 December 2006
  27. เปิดจดหมายทักษิณ ชินวัตร ปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องระเบิดกรุงทพ
  28. Lobbying Registration
  29. Lobbying Registration
  30. Lobbying Registration
  31. korbsak.com
  32. เอกสารต้นฉบับ
  33. ข่าว แฉเป้า"แม้ว"จ้างล็อบบี้ยิสต์ ปลุกรบ.ต่างชาติ กดดันให้เปิดทางกลับ"ไทย" หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน
  34. http://www.nationmultimedia.com/specials/nationphoto/showphoto.php?pid=2120
  35. ผู้จัดการ, “เศรษฐีแม้ว” ถึงไทยแล้ว-ลิ่วล้อแห่รับถึงบันไดเครื่องบิน, 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551
  36. ทักษิณหย่าพจมาน จบชีวิตรัก 32 ปี
  37. "ทักษิณ"จวกรบ."เด็ก-โอเวอร์"เรียกทูตพนมเปญกลับ บอกลาคนไทยขอไปรับใช้เขมร โฆษกกัมพูชาอ้าแขนรับ, มติชนออนไลน์, 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
  38. เขมรตอบหนังสือ ยืนยันปฏิเสธ ส่งทักษิณมาไทย, ไทยรัฐออนไลน์, 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
  39. ฮุนเซนโอ๋ทักษิณ กษัตริย์ตั้ง ส่งตัวกลับไม่ได้, ไทยรัฐออนไลน์, 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
  40. กมฺพุชาบฎิเสธชาผฺลูวการมินเธฺวิบตฺยาบันกฺนุงกรณีถาก̍ซีน, วิทยุเอเชียเสรี, 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 (เขมร)
  41. ไทยตอบโต้เขมร เรียกทูตกลับ สัมพันธ์ตึงเครียด, ไทยรัฐออนไลน์, 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
  42. ทักษิณถึงเขมร สื่อเทศยัน รับตำแหน่ง, ไทยรัฐออนไลน์, 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
  43. Thailand to ask Hong Kong to extradite Thaksin Shinawatra
  44. งานเปิดตัวประธานสโมสร ManCity - Frank Shinawatra 1
  45. "League ready to subject Thaksin to second fit and proper test". The Guardian. 2008-12-08.
  46. http://www.forbes.com/sport/2008/09/01/thaksin-sells-club-face-sports-cx_pm_0901autofacescan01.html
  47. ผู้จัดการออนไลน์. [1].สืบค้นเมื่อ 10-12-2556.
  48. ผู้จัดการออนไลน์. [2].สืบค้นเมื่อ 10-12-2556.
  49. [3], คำวินิจฉัยส่วนตัวของนายประเสริฐ นาสกุล ประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คดีซุกหุ้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทย, "ประเด็นที่สาม ผู้ถูกร้องไม่เข้าใจคำอธิบายบัญชีแสดงรายการ ทรัพย์สินและหนี้สินของตนจริงหรือไม่", สืบค้นเมื่อ 29-10-2558.
  50. [4]. สืบค้นเมื่อ 10-12-2556.
  51. [5]. สืบค้นเมื่อ 10-12-2556.
  52. [6]. ค้นเมื่อ 10-10-2556
  53. [7]. ค้นเมื่อ 10-10-2556[ลิงก์เสีย]
  54. 54.0 54.1 00.html "Thaksin Flees to London — Again" Check |url= value (help). The Time. 2008-12-08.
  55. ""แม้ว" ซุกอังกฤษหนีคดี! เหิมด่าศาลสองมาตรฐาน เพ้อขอตายที่เมืองไทย". ผู้จัดการออนไลน์. 11 สิงหาคม พ.ศ. 2551. Check date values in: |date= (help)
  56. "โรงพักใจถึงติดประกาศจับ "แม้ว-อ้อ" หน้าโถส้วม!". ผู้จัดการออนไลน์. 16 สิงหาคม พ.ศ. 2551. Check date values in: |date= (help)
  57. 57.0 57.1 "ออกหมายจับ!"ทักษิณ-พจมาน"". โพสต์ ทูเดย์. 14 สิงหาคม พ.ศ. 2551. Check date values in: |date= (help)
  58. "ขึ้นบัญชีหมายจับ "ทักษิณ-พจมาน"". ไทยรัฐ. 12 สิงหาคม พ.ศ. 2551. Check date values in: |date= (help)
  59. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/A/103/4.PDF
  60. ศูนย์วิจัยกรุงเทพโพลล์ : หัวข้อ “ภาพลักษณ์นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ในสายตาประชาชน”
  61. เอแบคโพลล์ชี้ภาพลักษณ์รัฐบาล "สุรยุทธ์" ดีกว่า "ทักษิณ"
  62. โพลระบุนิยมทักษิณนำอภิสิทธิ์-ก่ำกึ่งจิ๋วพบฮุนเซน
  63. นายกฯลุยฟ้องสนธิ-ชัยอนันต์-เจิมศักดิ์ปูดปฏิญญาฟินแลนด์
  64. ลิ่วล้อ “ทักษิณ” งานเข้า ฟ้อง “สนธิ” หมิ่นอีกคดี
  65. "ทักษิณ"เดือดกราดเอ็งเป็นใคร! ม็อบลุยทำเนียบกลางดึก โดนตร.จับกราวรูด 40ราย
  66. ด่วน!!! “ทักษิณ”ยุบสภา-เลือกตั้งใหม่
  67. ประมวลภาพบรรยากาศ “ทักษิณ” ปราศรัยที่ท้องสนามหลวง
  68. แฉม็อบจัดตั้ง ทรท.ยั่วยุม็อบอหิงสาไล่ทักษิณ
  69. ล้อม"ทำเนียบ" นับแสนโชว์พลังไล่"ทักษิณ"
  70. The Nation, "'Finland plot' on dangerous ground", 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 (อังกฤษ)
  71. The Nation, "Burning Issue: Finland, monarchy: a dangerous mix", 25 พฤษภาคม, พ.ศ. 2549 (อังกฤษ)
  72. The Bangkok Post, "Manager sued for articles on 'Finland plot'", 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 (อังกฤษ)
  73. The Nation. Man beaten to death after desecrating the Erawan Shrine. สืบค้นเมื่อ 27-12-2552.
  74. Foo Yee Ping. Dreaded day dawns – despite lies and dark forces. TheStar. สืบค้นเมื่อ 27-12-2552.
  75. 75.0 75.1 The Nation. Vandal's dad distraught. สืบค้นเมื่อ 27-12-2552.
  76. The Nation. Things to improve from now: Chidchai. สืบค้นเมื่อ 27-12-2552.
  77. Duncan. McCargo, Media and Politics in Pacific Asia, page 146
  78. "US embassy cables: Thai officials express concerns over crown prince" (in English). The Guardian. 14 July 2011. Prem acknowledged Crown Prince Vajiralongkorn probably maintained some sort of relationship with fugitive former PM Thaksin, "seeing him from time to time."CS1 maint: unrecognized language (link)
  79. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ badexes
  80. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ forbthaksin
  81. http://www.thansettakij.com/content/246445
  82. https://www.ryt9.com/s/sdp/2578056
  83. https://www.ryt9.com/s/sdp/2331174
  84. https://www.ryt9.com/s/sdp/244379
  85. https://doctorthaksin.blogspot.com/
  86. http://english.boaoforum.org/csper2005/10612.jhtml
  87. http://www.soc.go.th/eng/thakin_55.htm
  88. http://www.soc.go.th/eng/thakin_55.htm
  89. http://www.soc.go.th/eng/thakin_55.htm
  90. http://www.soc.go.th/eng/thakin_55.htm
  91. http://www.soc.go.th/eng/thakin_55.htm
  92. http://info.gotomanager.com/resources/?menu=resources,people&m=profile&pr=1&n=1&id=3458&g=pst&page=2
  93. http://english.boaoforum.org/csper2005/10612.jhtml
  94. https://www.naewna.com/politic/404720
  95. http://bangkokpoll.bu.ac.th/poll/result/poll242.php?pollID=46&Topic=5%20%BA%D8%A4%A4%C5%B4%D5%E0%B4%E8%B9%E1%CB%E8%A7%BB%D5%202546&fileDoc=poll242.doc
  96. https://mgronline.com/politics/detail/9470000056760
  97. https://www.naewna.com/politic/404720
  98. https://www.hrw.org/news/2004/10/06/thailand-anti-drug-campaign-reaches-new-low
  99. https://doctorthaksin.blogspot.com/
  100. http://bangkokpoll.bu.ac.th/poll/result/poll322.php?pollID=135&Topic=%B7%D5%E8%CA%D8%B4%A2%CD%A7%BB%D5%202548%20%E3%B9%CA%D2%C2%B5%D2%A4%B9%A1%C3%D8%A7%E0%B7%BE%CF&fileDoc=poll322.pdf
  101. https://www.smh.com.au/sport/soccer/from-bangkok-to-manchester-20070526-gdq8d0.html
  102. Deposed Thai Prime Minister Teaches At Takushoku University
  103. https://www.smh.com.au/sport/soccer/from-bangkok-to-manchester-20070526-gdq8d0.html
  104. https://news.mthai.com/politics-news/205355.html
  105. https://voicetv.co.th/watch/rkZ_RIVhf
  106. http://info.gotomanager.com/resources/?menu=resources,people&m=profile&pr=1&n=1&id=3458&g=pst&page=2
  107. https://www.siit.tu.ac.th/upfiles/publication_file/file89_v4n2.pdf
  108. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2541/D/093/7.PDF
  109. http://info.gotomanager.com/resources/?menu=resources,people&m=profile&pr=1&n=1&id=3458&g=pst&page=2
  110. ไฟล์วีดีโอบนเว็บไซด์ยูทูป นายกรัฐมนตรีบรรยายเรื่องสอนอย่างไรให้ไปถึงฝันที่โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย พ.ศ. 2546
  111. https://www.ryt9.com/s/iq02/741048
  112. http://www.komchadluek.net/news/politic/70881
  113. http://www.shaunchng.com/2012/11/22/cambridge-university-southeast-asian-forum-with-thaksin-shinawatra
  114. ข่าวสารจากนิตยสารสื่อสร้างสานพรรคเพื่อไทย ฉบับที่ 47 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2559
  115. https://www.voicetv.co.th/read/336897
  116. http://www.laloyolan.com/news/visit-from-former-thai-pm-causes-controversy/article_15c031aa-57e1-526f-97fc-e8febc8199f5.html
  117. ไฟล์วีดีโอบนเว็บไซด์ยูทูป
  118. หนังสือพิมพ์ออนไลน์ข่าวสด 30 มิถุนายน พ.ศ. 2563 21:31 น.
  119. หนังสือพิมพ์ออนไลน์ข่าวสด 8 มิถุนายน พ.ศ. 2563 10:08 น.
  120. หนังสือพิมพ์ออนไลน์วอยซ์ออนไลน์ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2563 12:49 น.
  121. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ [สำนักนายกรัฐมนตรี], เล่ม ๑๑๓, ตอน ๒๒ ข เล่มที่ ๐๐๑, ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๙, หน้า ๑ ลำดับ ๒๓
  122. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ [สำนักนายกรัฐมนตรี], เล่ม ๑๑๒, ตอน ๑๗ ข เล่มที่ ๐๐๑, ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๘, หน้า ๖ ลำดับ ๒
  123. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ [สำนักนายกรัฐมนตรี], เล่ม ๑๑๘, ตอน ๒๓ ข ฉบับทะเบียนฐานันดร, ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๔, หน้า ๑ ลำดับ ๒
  124. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า [สำนักนายกรัฐมนตรี, เล่ม ๑๑๙, ตอน ๗ ข ฉบับทะเบียนฐานันดร, ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๕, หน้า ๑
  125. พระราชโองการ ประกาศ เรื่อง เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์
  126. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ เล่ม ๑๑๘. ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๔
  127. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ เล่ม ๑๑๙. ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๕
  128. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ เล่ม ๑๑๙. ๒๖ สิงหาคม ๒๕๔๕
  129. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/00104046.PDF
  130. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ เล่ม ๑๒๐. ๗ มีนาคม ๒๕๔๖
  131. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ เล่ม ๑๒๑. ๒๕ มีนาคม ๒๕๔๗

แหล่งข้อมูลอื่น

ก่อนหน้า ทักษิณ ชินวัตร ถัดไป
ชวน หลีกภัย 2leftarrow.png Seal Prime Minister of Thailand.png
นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย
(คณะรัฐมนตรีคณะที่ 54
55)
(9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 254411 มีนาคม พ.ศ. 2548
11 มีนาคม พ.ศ. 254819 กันยายน พ.ศ. 2549)
2rightarrow.png พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
เกษม วัฒนชัย 2leftarrow.png Emblem of Ministry of Education.png
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
(14 มิถุนายน พ.ศ. 25449 ตุลาคม พ.ศ. 2544)
2rightarrow.png สุวิทย์ คุณกิตติ
ประสงค์ สุ่นศิริ 2leftarrow.png กระทรวงการต่างประเทศ.gif
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
(25 ตุลาคม พ.ศ. 2537 - 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538)
2rightarrow.png กระแส ชนะวงศ์
ก่อตั้งพรรค 2leftarrow.png หัวหน้าพรรคไทยรักไทย
(14 กรกฎาคม พ.ศ. 2541 - 2 ตุลาคม พ.ศ. 2549)
2rightarrow.png จาตุรนต์ ฉายแสง
(รักษาการ)