เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
Nawarat Pongpaiboon - Leadership School Kanchanaburi.jpg
ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์
(กวีนิพนธ์)
พ.ศ. 2536
นามปากกา: เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
เกิด: 26 มีนาคม พ.ศ. 2483 (75 ปี)
อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี
อาชีพ: กวี , นักเขียน
คู่สมรส: ประคองกูล พงษ์ไพบูลย์

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปีพุทธศักราช 2536 กวีรางวัลซีไรต์ และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เนาวรัตน์เกิดเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2483 ที่อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี เข้ารับการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนวิสุทธรังษี ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด และชั้นเตรียมอุดมศึกษาที่โรงเรียนทวีธาภิเศก จบปริญญาตรีจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เริ่มงานเขียนครั้งแรกเมื่อเรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 3 เนื่องจากได้พบโคลงที่บิดาเขียนไว้เมื่อครั้งยังหนุ่ม จึงอยากเขียนได้เช่นนั้นบ้าง เนาวรัตน์มีผลงานทั้งร้อยกรอง และร้อยแก้ว เมื่อครั้งที่เนารัตน์เรียนอยู่ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยอยู่ชุมนุมวรรณศิลป์มาก่อน เมื่อพ.ศ. 2523 ได้รับรางวัลซีไรต์จากกวีนิพนธ์รวมเล่มเรื่องเพียงความเคลื่อนไหว เและเมื่อ พ.ศ. 2536 ได้รับการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ สาขาย่อยกวีนิพนธ์ จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ

ประวัติ[แก้]

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เกิดวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2483 ที่ อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี เป็นบุตรคนโตและเป็นผู้ชายคนเดียวในจำนวนพี่น้อง 5 คน บิดาชื่อนายฮกหรือสมบัติ พงษ์ไพบูลย์ มารดาชื่อนางสมใจ บิดาเคยเป็นหลงจู๊โรงฝิ่น เนาวรัตน์เรียนจบชั้นประถมปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดบ้านทวน และต่อชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนวิสุทธรังษี จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด จากนั้นได้ศึกษาต่อชั้นเตรียมอุดมศึกษาที่โรงเรียนทวีธาภิเศก และจบปริญญาตรีจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2508

ครอบครัวของเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ชอบการแต่งโคลงกลอน ชอบดนตรีไทย มารดาชอบอ่านวรรณคดี เขาจึงอ่านหนังสือได้ตั้งแต่อยู่ชั้นประถมปีที่ 1 เป่าขลุ่ยได้ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เขาเป็นคนช่างคิดช่างสังเกตมาตั้งแต่เด็กๆ ขณะที่เนาวรัตน์กำลังศึกษาชั้นมัธยมปีที่ 3 ที่โรงเรียนวิสุทธรังษีอยู่นั้น เนาวรัตน์ได้พบโคลงสี่ที่บิดาเขียนไว้เมื่อยังหนุ่ม จึงเกิดแรงบันดาลใจเขียนโคลงส่งไปลงหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น เขาเริ่มเขียนกลอนเมื่อชั้นมัธยมปีที่ 5-6 และเขียนจริงจังช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ช่วงนั้นเขาไม่ค่อยได้เรียนหนังสือ ชอบเอลวิส เพรสลีย์เป็นชีวิตจิตใจ ไว้ผมทรงเดียวกับเอลวิส พกหนังสือ I.S. Song Hits กว่าจะเรียนจบปริญญาตรีที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงใช้เวลาถึง 7 ปี หลังจากเรียนจบแล้วไปบวช ระหว่างพ.ศ. 2511-12 หลังจากลาสิกขาแล้วได้ไปทำงานอยู่ในกองบรรณาธิการ นิตยสาร วิทยาสาร ของ ไทยวัฒนาพานิช เมื่อปี 2514 เนาวรัตน์แต่งงานกับคุณประคองกูล อิศรางกูร ณ อยุธยา มีมีบุตรธิดา 2 คน คือ ประคำกรองและแก้วเก้า เนาวรัตน์เคยเป็นอาจารย์สอนวิชาการประพันธ์อย่างสร้างสรรค์ที่ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

การทำงานในคณะสมัชชาปฏิรูปประเทศ[แก้]

นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ได้เข้ามามีบทบาททางการเมือง ภายหลังการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง พ.ศ. 2553 ยุติลง โดยเข้ามาทำหน้าที่เป็นคณะสมัชชาปฏิรูปประเทศ ซึ่งประกอบด้วยคณะกรรมการ จำนวน 27 คน เพื่อรวบรวมข้อมูล รับฟังความคิดเห็น และนไปสู่นโยบายในการปฏิรูปประเทศไทย [1]

ประวัติการศึกษา[แก้]

  • ปริญญาตรี  :นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ศิลปศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (วัฒนธรรมศึกษา) จากสหวิทยาลัยทราวดี (วิทยาลัยครูกาญจนบุรี) ปัจจุบันเป็นวิทยาลัยราชภัฏ

  • ปริญญาเอก : ศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมาศักดิ์ (ภาษาและวรรณคดีไทย) คณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมาศักดิ์ (ภาษาไทย) คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ประวัติการทำงาน[แก้]

  • พ.ศ. 2508 รับราชการในกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ
  • พ.ศ. 2510 - 2511 อุปสมบทและถือถุดงค์ไปสวนโมกข์ เพื่อศึกษาพระธรรมกับท่านพุทธทาสภิกขุ
  • พ.ศ. 2511-2512 ประจำกองบรรณาธิการวิทยสาร
  • พ.ศ. 2513 แสดงภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่อง "พระอภัยมณี" ของสุนทรภู่ รับบทเป็น พระอภัย ของไชโยภาพยนตร์
  • พ.ศ. 2514-2515 อาจารย์ประจำภาควิชาประพันธ์อย่างสร้างสรรค์
  • พ.ศ. 2516 พนักงานฝ่ายการพนักงาน ธนาคารกรุงเทพ จำกัด

ผลงาน[แก้]

งานรวมเล่มร้อยกรอง[แก้]

  • คำหยาด
  • อาทิตย์ถึงจันทร์
  • เพียงความเคลื่อนไหว (กวีนิพนธ์รางวัลซีไรต์ พ.ศ. 2523)
  • ชักม้าชมเมือง
  • เพลงขลุ่ยเหนือทุ่งข้าว
  • จารึก ร.ศ. 200
  • กรุงเทพทวารวดี
  • เพลงขลุ่ยผิว
  • ประคำกรอง
  • วารีดุริยางค์
  • ตากรุ้งเรืองโพยม
  • ข้างคลองคันนายาว 1
  • ข้างคลองคันนายาว 2
  • ก.ข.ขับขาน
  • จ๊ะเอ๋
  • ลุงเต่ากับลิ่งต้อยติ่ง
  • คำทายลายแทง
  • รักใคร่ไยดี
  • แว่วไหวในสายลม
  • ขับไม้มโหรี
  • เหมือนข่าวความรักจักมา
  • มุมมอง
  • น้ำใสไม้สวย
  • เขียนแผ่นดิน
  • ที่นี่ขัดข้องหนอ
  • ดาบที่หมกอยู่ในจีวร
  • ดังนั้นฉันจึงเขียน
  • แผ่วผ่านธารน้ำไหล
  • เจ้าประคุณเอ๋ย (พ.ศ. 2532)
  • นกขมิ้น
  • หยุดสักนิด คิดสักหน่อย หมุดหมายที่ 1
  • หนึ่งได้แรงใจ
  • ความคิดในดอกบัว (พ.ศ. 2532)

ความเรียง[แก้]

  • ที่นี่ขัดข้องหนอ
  • มุมที่ไม่มีเหลี่ยม
  • ดาบที่หมกอยู่ในจีวร
  • เจ้าประคุณเอ๋ย
  • บังอบายเบิกฟ้า
  • ฝึกพื้นใจเมือง
  • ความคิดในดอกบัว
  • มืดจริงหนอ
  • นอกรั้วโรงเรียน
  • อยู่เหย้าประจำยาม
  • คว้างหล่นบนแผ่นดิน
  • มองพม่า
  • ลวดลายประแจจีน
  • เหยียบแผ่นดินหยก
  • ซอยเท้าเข้าญี่ปุ่น
  • แผ่วผ่านทางน้ำไหล
  • เรียงร้อยถ้อยคำ
  • ดังนั้นฉันจึงเขียน
  • ปี่ซังข้าวน้อย
  • บ้านเก่า

ผลงานแปลที่เขียนกับนักเขียนอื่น[แก้]

  • คัมภีร์คุณธรรม กับ สมเกียรติ สุขโข
  • สองตะเกียง กับ ล. เสถียรสุต
  • ห่วงอาหาร กับ สมเกียรติ สุขโข และ สโรชา
  • ก.ข.ขับขาน กับวีระศักดิ์ ขุขันธิน
  • ๖ ตุลามหากาพย์ กับ กลุ่มกวีร่วมสมัย
  • วันฆ่านกพิราบ กับ มหาสมภาร พรหมทา

งานเพลง[แก้]

สารคดีกวีนิพนธ์[แก้]

  • เขียนแผ่นดิน
  • เขียนแผ่นดินสุวรรณภูมิลาว
  • เขียนแผ่นดินสุวรรณภูมิเวียดนาม

รางวัล[แก้]

รางวัลที่ได้รับ[แก้]

  • รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์)
  • ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์
  • รางวัลศรีบูรพา
  • พระเกี้ยวทองคำ
  • รางวัลอัศนี พลจันทร

ผลงานที่ได้รับรางวัล[แก้]

  • พ.ศ.​ 2516 บทกวี "อาทิตย์ถึงจันทร์" ได้รับรางวัลชมเชยพิเศษ วรรณกรรมของธนาคารกรุงเทพ จำกัด
  • พ.ศ.​ 2521 บทกวี "ชักไม้ชนเมือง" ได้รับรางวัลดีเด่นจากงานสัปดาห์หนังสือ
  • พ.ศ.​ 2523 บทกวี "เพียงความเคลื่อนไหว" ได้รับรางวัลซีไรท์
  • พ.ศ. 2537 บทกวี "เพลงขลุ่ยผิว" ได้รับรางวัลดีเด่นจากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ
  • พ.ศ. 2527 บทกวี "ก.ข.ขับขัน" ได้รับรางวัลดีเด่นจากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ แต่งร่วมกับ วีระศักดิ์ ขุขันธิน

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]